วันที่ จันทร์ มิถุนายน 2559

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ดาไน: เรื่องราวของหมู่บ้านพลังงานแสงอาทิตย์


เขียน โดย Pujarini Sen ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กรีนพีซ อินเดีย

เชื่อหรือไม่ว่า ปี 2557 หรือเมื่อสองปีที่ผ่านมานี้ เป็นปีประชาชนชาวดาไน หมู่บ้านเล็กๆใกล้พุทธคยาทางตะวันออกของรัฐบิฮาห์ประเทศอินเดียทั้ง 2,000 คน สามารถเข้าถึงไฟฟ้าเป็นครั้งแรกในรอบสามสิบปี สำหรับพวกเราที่อยู่ในยุคดิจิตอล เพียงแค่ไฟฟ้าดับชั่วโมงเดียวก็อาจก่อให้เกิดความเสียหายได้ทั้งวัน เราอาจจะแทบนึกไม่ออกเลยว่าการดำเนินชีวิตโดยปราศจากแสงสว่างจากหลอดไฟจะเป็นอย่างไร

งานรณรงค์ของกรีนพีซเพื่อแก้ไขปัญหาในอินเดียดำเนินการมาหนึ่งทศวรรษแล้ว เริ่มจากงานรณรงค์ “Choose Positive Energy” ที่โอริสสา ปี พ.ศ. 2548 จนถึง “Switch on the Sun” ที่เดลีในปัจจุบัน พวกเราเริ่มงานที่บิฮาห์ในปี พ.ศ. 2553 ร่วมกับเออร์จา กรานติ ยาตรา โดยผลักดันให้พรรคการเมืองในบิฮาห์มุ่งหาทางออกโดยการกระจายศูนย์พลังงานหมุนเวียน เพื่อให้ประชาชนในรัฐบิฮาห์มีอำนาจเข้าถึงพลังงานในระดับเดียวกันกับประชาชนในส่วนอื่นของประเทศ

เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ.2557 เป็นวันที่เมืองดาไนเริ่มมีชีวิต เป็นวันแห่งประวัติศาสตร์ และเป็นก้าวแรกที่สำคัญที่จะมุ่งสู่วิสัยทัศน์อันยิ่งใหญ่ในการเข้าถึงพลังงานแบบพึ่งตนเองสำหรับรัฐและประเทศอินเดีย ฉันอยู่ที่นั่นตอนที่เปิดสายส่งไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน มันเป็นนาทีประวัติศาสตร์ที่เปลี่ยนชีวิตผู้คนจากความมืดมิดเป็นแสงสว่าง ในชนบทอย่างนั้น การไม่สามารถเข้าถึงไฟฟ้ามักเกี่ยวโยงไปกับการขาดสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐานด้วย เช่น การสุขาภิบาลและการดูแลสุขภาพซึ่งเป็นปัญหาเร่งด่วนที่ต้องแก้ไข มีการศึกษาที่ระบุว่าสตรีในพื้นที่เหล่านั้นต้องเดินหลายไมล์เพื่อไปตักน้ำหรือหาเชื้อเพลิง หรือแม้แต่ต้องขับถ่ายโดยไม่มีห้องน้ำใช้ ความยากลำบากในการเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐานนำไปสู่การล่วงละเมิดหรือแย่กว่านั้น

ในทางตรงกันข้าม ชีวิตของสตรีที่ดาไนเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วเมื่อมีสายส่งไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเข้ามา ไม่เพียงแต่การมีพลังงานใช้เปรียบเสมือนตัวเร่งการขับเคลื่อนการพัฒนาทางสังคมและเศรษฐกิจเท่านั้น ทว่าการเปิดไฟให้หมู่บ้านอย่างดาไนนั้นได้สร้างโอกาสให้สตรีและเด็กผู้หญิงเข้าถึงสังคมและพื้นที่ส่วนตัวยามค่ำคืนมากขึ้น เด็กๆสามารถอ่านหนังสือทบทวนบทเรียนได้ในตอนกลางคืน และผู้หญิงก็ไม่ต้องรีบร้อนเตรียมข้าวปลาอาหารให้เสร็จก่อนตะวันตกดิน

ประชาชนสามารถใช้ถนนได้ในตอนกลางคืน ร้านค้าแผงลอยผุดขึ้นใต้แสงไฟ ทำให้ชุมชนปลอดภัยยิ่งขึ้น ปัจจุบันดาไนมีถนนที่ติดตั้งไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์กว่า 60 เส้นทางและให้แสงสว่างหมู่บ้านเล็กๆสี่หมู่บ้าน ทำให้เพิ่มความมั่นใจในความปลอดภัยและเพิ่มผลผลิตของหมู่บ้านอีกด้วย

ไม่นานหลังจากพิธีเปิดใช้งานเมื่อปี 2558 มุขมนตรีนิติช กุมาร์ ได้มาเยี่ยมชมหมู่บ้าน และยอมรับว่าดาไนโมเดล คือ อนาคตของการจัดสรรพลังงาน ที่สามารถจัดหาพลังงานให้แก่ชาวบ้าน 2,000 คนในปัจจุบันและต่อประชากรทั้งโลกที่กำลังจับตาดูอยู่ การได้รับการยอมรับโดยผู้นำของรัฐเป็นช่วงเวลาแห่งความภาคภูมิใจที่สุดของชาวหมู่บ้านดาไน กว่าสามสิบปีที่ผ่านมา สายไฟฟ้าแรงสูงพาดผ่านหมู่บ้านโดยไม่จุดประกายแสงสว่างให้กับบ้านในหมู่บ้านแม้แต่หลังเดียว เรื่องแบบเดียวกันนี้เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับหมู่บ้านส่วนใหญ่ในบิฮาร์ แนวคิดการใช้กริดแบบรวมศูนย์ดูสมบูรณ์แบบถ้าคุณอยู่ในเมืองอย่างเดลีหรือมุมไบ ทว่าความเป็นจริงจะปรากฎก็ต่อเมื่อคุณเหยียบย่างเข้าไปยังหมู่บ้านห่างไกลที่จะตกอยู่ในความมืดมิดยามสนธยา

ปัญหาหลักก็คือโครงข่ายสายส่งไฟฟ้าขนาดใหญ่แบบรวมศูนย์และการจัดลำดับความสำคัญที่ผิดพลาดในการจ่ายกระแสไฟฟ้ามาสิ้นสุดที่หมู่บ้านเล็กๆอย่างดาไน ซึ่งแม้ว่าจะมีศักยภาพที่เพิ่มขึ้นจากโซล่าฟาร์มขนาดใหญ่แบบรวมศูนย์ ก็ไม่อาจแก้ปัญหาได้ ประสิทธิภาพของแผงเซลแสงอาทิตย์บวกเข้ากับประสิทธิภาพของระบบสายส่งที่ย่ำแย่จะส่งผลต่อคุณภาพของไฟฟ้าและส่งผลถึงความเชื่อมั่นที่มีต่อพลังงานหมุนเวียนทั้งหมด การที่หมู่บ้านที่อยู่ไกลออกไปจะเข้าถึงไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้นจะต้องอยู่บนพื้นฐานของระบบโครงข่ายสายส่งไฟฟ้าขนาดเล็กจากพลังงานหมุนเวียนเท่านั้น

ฉันหวังว่าจะมีเรื่องราวความสำเร็จอย่างหมู่บ้านดาไนที่ผู้คนและพลังงานเชื่อมโยงถึงกันเพิ่มขึ้น และมีรัฐบาลที่มองภาพวิถีทางที่ยั่งยืนมากขึ้นให้กับอนาคตของเรา ดังเช่นถนนหนทางที่ดาไนสว่างไสวด้วยแสงไฟจากพลังงานแสงอาทิตย์ ฉันอยากจะเห็นมุมมืดในเดลีและอีกกว่าร้อยเมืองที่ถูกนำเสนอเป็นเมืองทันสมัย หรือ “Smart Cities” ที่มีแสงสว่างตามถนนจากหลอดไฟพลังงานแสงอาทิตย์ และเป็นเมืองที่ปลอดภัยขึ้นและทันสมัยยิ่งขึ้น

Pujarini Sen เป็นผู้ประสานงานรณรงค์ด้านพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กรีนพีซ อินเดีย


แปลโดย กานต์วลี ปรินรัมย์ อาสาสมัครกรีนพีซในโครงการแปลเปลี่ยนโลก

ที่มา : Greenpeace Thailand

โดย GreenpeaceThailand

 

กลับไปที่ www.oknation.net