วันที่ อังคาร มิถุนายน 2559

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ตามรอยเจ้าฟ้าไทยใน Deutschland


รัตนโกสินทรศก 113

เจ้าฟ้า แห่งสยามเสด็จทางเรือไปศึกษาต่อในทวีปยุโรป

ถึง รัตนโกสินทรศก 116

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสยุโรปเป็นครั้งแรก

...

 

 

พระราชหัตถเลขาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระโอรสนั้น  ให้ความกระจ่างว่า เจ้าฟ้า เจ้านายทรงมีหน้าที่ไปศึกษา ณ ทวีปยุโรป ก็เพื่อไปเรียนรู้ให้ได้เท่าทัน เข้าใจต่างธรรมเนียม และนำความรู้กลับมาพัฒนาชาติ  

 

 

ทำให้เห็นความคิดก้าวหน้าของเจ้านายสมัยก่อน

เห็นความรู้ ความทันสมัย เรื่องการใช้ภาษาต่างชาติ ในรั้วพระบรมมหาราชวัง

เห็นความรักใคร่ ห่วงใย และผูกพันในหมู่พระบรมวงศานุวงศ์เป็นสามัญเหมือนชาวบ้าน และเห็นความต่างที่ปลูกฝังกันมาแต่ยังเป็นเจ้านายองค์น้อยในเรื่องของสำนึก และภาระที่มีต่อชาติบ้านเมืองก่อนสิ่งอื่น

 

 

ที่สำคัญ พระราชหัตถเลขา และลายพระหัตถ์ มีคำสอนที่ไม่เคยล้าสมัย ให้คนทุกชนชั้นนำไปคิดได้

 

 

 

 

สมัยก่อน การสืบสานราชวงศ์เกิดภาวะ in breeding ที่แต่งงานเกี่ยวดองในหมู่พระประยูรญาติอยู่มาก

ในบริเทนมีข้อห้ามการแต่งงานของเจ้านายกับ commoner สามัญชน ศตวรรษที่ผ่านมาจึงมีเจ้านายที่เป็นเจ้าแผ่นดินเกี่ยวดองกันเป็นรุ่นหลาน เหลน ของ Queen Victoria อยู่ทั่วประเทศในทวีปยุโรป

ความใกล้ชิดทางสายเลือดมีผลให้หลายพระองค์สิ้นเสียแต่ยังเยาว์ เจ้านายสายรัสเซียยิ่งโชคร้าย มี  haemophilia ความผิดปกติทางพันธุกรรมที่ถึงแก่ชีวิต ด้วย

และก็ยังมีที่กลับทาง ส่งให้พระปรีชาสามารถบางด้านโดดเด่นเกินปกติ

 

 

สองปีแรกในยุโรปนั้น สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ประทับอยู่ ณ ประเทศอังกฤษ ทรงลองเรียนภาษาเยอรมัน อย่างเล่นๆ’ อยู่เดือนหนึ่ง  ได้ผลดีถึงขั้นเกือบรับสั่งตอบโต้ได้ เป็นที่ประหลาดใจแก่มองซิเออบูริเยอร์ ผู้ดูแล จนออกปากว่าไม่เคยเห็นว่าเด็กคนไหนเรียนรู้ได้รวดเร็วขนาดนี้มาก่อน

เมื่อความทราบถึงพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าที่ทรงมีพระชนม์ 15 พรรษา ย้ายไปเข้าศึกษาต่อในวิชาทหาร ที่ประเทศเยอรมนี ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นโรงเรียนทหารดีที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป

 

 

 

ด้วยฐานะพระราชโอรสในพระมหากษัตริย์  การเข้าศึกษาในโรงเรียนนายร้อยทหารที่เข้มงวดขนาดหนัก จำเป็นต้องได้รับพระบรมราชานุญาตจาก Emperor Kaiser Wilhelm II และหนังสือยินยอมจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวด้วย

ทูนหม่อมบริพัตร ทรงเป็นสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอพระองค์แรกที่เสด็จไปศึกษาวิชาทหารที่เยอรมนี บันทึกการติดต่อของเจ้านายสองราชวงศ์จึงมีตามมาไม่ขาดตอน เฉกเช่นความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง

 

เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวตัดสินพระทัยเสด็จประพาสยุโรปเป็นครั้งแรก เพื่อสานสัมพันธไมตรีกับประเทศในยุโรปด้วยพระองค์เอง เป็นช่วงที่ทูนหม่อมบริพัตรทรงโยกย้ายไปประเทศเยอรมนีและทรงติดทั้งการมอบตัวเข้าเรียน การเข้าเฝ้า Emperor Kaiser Wilhelm II ทำให้ต้องเสด็จไปเฝ้าพระพุทธเจ้าหลวง ในเรือพระที่นั่ง ที่สวีเดน

 

 

 

 

 

9 ปี ใน Deutschland ของทูนหม่อมบริพัตรนั้น หมดไปกับวิชาทหาร

 

 

แรกเริ่มทรงเสด็จไป The Cadet School, Potsdam โรงเรียนนายร้อยชั้นประถม เพียงปีเดียวก็ได้เลื่อนชั้นสู่ Unter Sekunde โรงเรียนนายร้อยชั้นมัธยม Chief Cadet School ที่ Gross Lichterfelde, Berlin ภายหลังทรงสอบได้ Portepeefähnrich เป็นนักเรียนว่าที่นายร้อย และต่อชั้นสูงขึ้นอีกจนทรงจบการศึกษาด้วยคะแนนสูงลิ่ว ที่ทำให้ไม่ต้องสอบปากเปล่า ได้รับพระราชทานยศ Fähnrich – นายร้อยตรี

ทูนหม่อมบริพัตร ได้ทรงเข้าถวายงานเป็น Lieutenant of the Koenigin Augusta Regiment ในกรมทหารรักษาพระองค์ที่ 4 ของพระบรมราชชนนี และทรงเป็นที่โปรดปรานของ Emperor Kaiser Wilhelm II ที่โปรดให้ทูนหม่อมบริพัตรเข้าสมทบในหมู่พระราชวงศ์ในการพระราชพิธีอยู่เสมอ

 

 

ตลอดเวลา 9 ปี มีเพียงครั้งเดียวที่ทูนหม่อมบริพัตรได้เสด็จกลับเมืองไทย ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชโทรเลขขอประทานอนุญาตจาก Emperor Kaiser Wilhelm II

 

 

 

 

ในระหว่างการศึกษาที่เข้มงวด หนักหน่วง ทูนหม่อมบริพัตรทรงแบ่งเวลาไปศึกษาดนตรี มีรับสั่งประทานพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอินทุรัตนา พระธิดาว่า

 

ถ้าพ่อเลือกได้ พ่อจะเรียนดนตรีและภาษา และจะทำงานด้านดนตรีอย่างเดียว

แต่พ่อเลือกไม่ได้ เพราะพ่อเกิดมามียศตำแหน่ง ต้องทำงานเพื่อประเทศชาติ ทูนหม่อมสั่งให้พ่อไปเรียนวิชาทหาร เพื่อกลับมาปรับปรุงกองทัพไทย พ่อก็ไปเรียนวิชาทหาร

บางครั้งพ่อเบื่อวิชาที่ต้องเรียนจนทนไม่ไหว ต้องเก็บเงินค่าใช้จ่ายส่วนตัวเอาแอบไปเรียนดนตรี เพราะพวกผู้ใหญ่สมัยนั้นเห็นว่าวิชาดนตรีไม่เหมาะกับชายชาติทหาร เมื่อได้เรียนดนตรีที่พ่อรักก็สบายใจ เกิดความอดทนที่จะเรียนและทำงานที่พ่อเบื่อ…’

 

 

การศึกษาดนตรีที่ทูนหม่อมบริพัตร ทรงอาศัยเป็นการแก้เบื่อนั้น ทรงทำได้ดีจนสามารถประพันธ์เพลงและควบคุมวงได้ โดยที่วิชาทหารที่ทรงศึกษาก็ไม่เสียหาย เมื่อทรงได้รับการเลื่อนยศเป็นนายร้อยโท Emperor Kaiser Wilhelm II ทรงมีพระราชโทรเลข มาแสดงความยินดีกับพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวด้วย

ภายหลังที่ทรงจบหลักสูตรจาก Kriegs Schule, Kassel ก็ทรงได้ประกาศนียบัตรชมเชยเป็นพิเศษจาก Emperor Kaiser Wilhelm II อีก

 

 

 

พระราชหัตถเลขาที่พระราชทานทูนหม่อมบริพัตรอย่างสม่ำเสมอ บอกเล่าความสนิทชิดเชื้อทั้งยามห่างไกล และยามที่ตระเตรียมความพร้อมให้พระราชโอรสรับรู้สภาพความเป็นไปของบ้านเมือง อย่างตรงไปตรงมา เมื่อถึงเวลาเสด็จกลับมา‘ทำงาน’ ให้ประเทศชาติ

 

 

ทูนหม่อมบริพัตรทรงเริ่มชีวิตรับราชการหลังเสด็จกลับสู่ประเทศไทยไม่กี่วัน เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ไปดำรงตำแหน่งเสนาธิการทหารบก ในเวลาว่าง ก็เริ่มทรงดนตรีอีกครั้ง ณ ที่ประทับตำหนักไม้  

ตำหนักไม้ วังบางขุนพรหม นี้เอง ที่เป็นที่เกิดของวงพิณพาทย์วังบางขุนพรหมวงแรก

ความรู้ด้านดนตรีที่ทรงศึกษาจากเยอรมนีมีรอบด้าน ทูนหม่อมบริพัตรทรงสามารถอ่านโน้ตสากล แต่งเพลง และกำกับวงดนตรี เพลงที่ทรงนิพนธ์มีหลากหลาย ทั้งไทยและสากล เพลงที่ทรงปรุงแต่งเพลงของเดิมให้มีเสียงประสาน หรือขยายความยาว หรือทรงดัดแปลงเพลงเดิมบางส่วนหรือทั้งหมด รวมทั้งทรงนิพนธ์เพลงสำหรับขับร้อง  บางเพลงกลายเป็นเพลงบรรเลงอย่างเป็นทางการที่ใช้กันทั่วไทย เช่น เพลงมหาฤกษ์

เพลงโศก ทรงดัดแปลงจากพญาโศก ซึ่งเป็นเพลงปี่พาทย์มาเป็น funeral march สำหรับงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระพันปีหลวง เมื่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงฟัง มีพระราชดำรัสว่า ให้ใช้เป็นเพลงโศกประจำชาติต่อไป การบรรเลงเพลงโศก จึงใช้กันในงานศพของสามัญชนขึ้นไปจนถึงชั้นพระบรมศพมาจนบัดนี้

บทบาทที่เด่นชัดทางด้านดนตรีของทูนหม่อมบริพัตร คือ ทรงเป็นบุคคลสำคัญในการพัฒนา Thai Brass Band แตรวง ตลอดจนทรงนิพนธ์เพลงสำหรับแตรวงประทานไว้ให้บรรเลงในโอกาสต่างๆ ดังที่ พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้า ศิริรัตนบุษบง พระธิดา มีรับสั่งไว้

ครั้นต่อมาเมื่อพระองค์ได้รับพระบรมราชโองการจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ย้ายมาดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารเรือ ในพ.ศ. 2447 นั้นนอกจะทรงปรับปรุงกองทัพเรือขนานใหญ่ชนิดถอนรากถอนโคนแล้ว โดยที่ทรงเห็นว่ากองทัพเรือ จำเป็นจะต้องมีแตรวงของตนเองขึ้นเพื่อใช้บรรเลงในโอกาสต่างๆ กัน จึงโปรดให้ตั้งกองแตรวงทหารเรือขึ้น และเสด็จไปฟังการซ้อมเป็นประจำ เป็นการสำราญพระทัย’  

 

 

พุทธศักราช 2559

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีรับสั่งกับคุณสินนภา สารสาส ผู้เป็นพระสหายที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย และทายาทชั้นหลานของทูนหม่อมบริพัตร ถึงการนำเพลงพระนิพนธ์มาเผยแพร่ให้เป็นที่รู้จัก โดยใช้ผู้บรรเลงดนตรีจากวงโยธวาทิตของทัพไทย

The Siam Symphonic Band จึงเกิดขึ้นตามรับสั่งเพื่อบันทึกเพลงพระนิพนธ์ของทูนหม่อมบริพัตร

พ.ศ. 2559 ยังมีความหมายเป็นวาระครบ 135 ปี วันประสูติทูนหม่อมบริพัตร 29 มิถุนายน การรำลึกถึงทูนหม่อมบริพัตร ที่ทรงได้รับการศึกษาและอิทธิพลทางดนตรีจากเยอรมนี จึงเป็นเหตุและเวลาอันเหมาะสมที่จะเชิญเพลงพระนิพนธ์กลับมาบรรเลงที่ประเทศเยอรมนี

การตระเตรียมทั้งคน สมาชิก 37 นายจากวงดุริยางค์ทหารบก เรือ และตำรวจที่ฝึกซ้อมร่วมกันเป็นเดือน เครื่องดนตรีและอุปกรณ์ จนสู่การฝึกซ้อมครั้งสุดท้ายบนแผ่นดิน Deutschland หลังการเสด็จมาถึงของเจ้าฟ้าไทยพระองค์แรกเมื่อ 122 ปีก่อน จึงเริ่มขึ้น

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

The Siam Symphonic Band มิเพียงแต่เชิญ มรดกทางดนตรี Legacy ที่ทูนหม่อมบริพัตรทรงประทานไว้กลับมาเยือนยุโรป การแสดงครั้งนี้ยังเป็นเครื่องหมายแห่งสัมพันธไมตรีอันยาวนานของสองประเทศด้วย

คราวหน้า

The Siam Symphonic Band: 14 – 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2559 ใน 4 เมืองของประเทศเยอรมนี

 

*********

Soke: Prince Paribatra

โดย SW19

 

กลับไปที่ www.oknation.net