วันที่ พุธ มิถุนายน 2559

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

อะไรนะ! ปฏิรูปประเทศไทย


เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา สถาบันปฏิรูปการเมือง มหาวิทยาลัยรังสิต และเครือข่ายองค์กรประชาชน ได้ร่วมกันจัดประชุมการจัดทำแผนรณรงค์และข้อเสนอว่าด้วยการปฏิรูปประเทศไทย และจัดตั้ง “สมัชชาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย” ขึ้น โดยมี ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อดีตประธานรัฐสภาเมื่อปี 2535 และอธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต เป็นประธานสมัชชา มีคุณสุริยะใส กตะศิลา เป็นเลขาธิการ

ที่ประชุมนำเสนอแนวทางการปฏิรูปสังคมการเมืองไทยด้านต่างๆ มากกว่า 10 ด้าน โดยเฉพาะการปฏิรูปสังคมเชิงโครงสร้างทางเศรษฐกิจ การทุจริตคอร์รัปชั่น การปฏิรูปการจัดการทรัพยากร การกระจายอำนาจ กระบวนการยุติธรรม และการปฏิรูปตำรวจ

นับเป็นช่วงรอยต่อสำคัญหลังจากหลายคนหมดหวังกับการปฏิรูปของรัฐบาลเฉพาะกาล ซึ่งดูเหมือนว่า ไม่มีอะไรคืบหน้า หรือจะว่าไปแล้วยังไม่ได้ดำเนินการปฏิรูปอะไรที่สำคัญ จึงยังไม่อาจสรุปได้ว่าล้มเหลว

เนื่องจากรัฐบาลเฉพาะกาลเข้ามาทำหน้าที่เพียงรักษาความมั่นคงภายในเท่านั้น การบริหารราชการแผ่นดินของคณะรัฐมนตรี จึงไม่มีพื้นที่ของการปฏิรูปดังปรากฎชัดเจนมากว่า 2 ปีแล้ว การรักษาความสงบเพื่อไม่ให้เกิดความรุนแรงทางอาวุธและสงครามจากความขัดแย้งนับเป็นผลงานเดียวของกองทัพ

แต่ความขัดแย้งต่างๆ ยังคงดำรงอยู่ จนยากจะรอมชอมทางการเมืองได้ หากประเทศไทยไม่มีการกระจายอำนาจ และปฏิรูปประเทศขนานใหญ่ระหว่างความแตกแยกครั้งนี้ ซึ่งมีที่มาจากปัญหาต่างๆ ที่สะสมมานานหลายปี โดยเฉพาะความเหลื่อมล้ำทางสังคม ที่ช่องว่างระหว่างคนจน-คนรวยมากที่สุดในเอเชีย

ขณะที่รัฐบาลเฉพาะกาล รักษาการได้เพียงประชารัฐ บริหารจัดการการประชุมให้รัฐและทุนใหญ่ในประเทศไทยได้ไปต่อ ภายใต้การกำกับนโยบายเสรีนิยมใหม่ของนานาประเทศ ที่เชื่อมต่อกับกติกาและกฎหมายภายในของเรา

เราพูดกันถึงการปฏิรูปในหลายเรื่องที่ถึงเวลาต้องทำ แต่สิ่งสำคัญที่สุดเรื่องหนึ่งในประเด็นเฉพาะหน้าคือการปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจ ที่รัฐบาลเฉพาะกาลจะต้องรีบดำเนินการเสียที เพื่อแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำและการผูกขาดประเทศโดยกลุ่มทุนที่มีอำนาจเหนือกลไกตลาด

หลายคนบอกว่ารัฐบาลนี้เอาใจแต่กลุ่มทุนผูกขาด ข้อเสนอเรื่องการจำกัดการผูกขาดจึงไม่เกิดขึ้นในรัฐบาลชุดนี้ ดังนั้นการฝันถึงการแก้กฎหมายเพื่อให้มีการแข่งขันทางการค้าอย่างเป็นธรรม และลดการผูกขาดตลาดในประเทศไทยจึงไม่เคยบังคับใช้อย่างมีประสิทธิภาพ

เราเคยมีกฎหมาย พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ.2542 ที่มีคณะกรรมการที่ถูกคาดหวังว่าจะบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม แต่ที่ผ่านมากฎหมายนี้กลับไม่ถูกบังคับใช้จริงเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ

ทุกวันนี้เศรษฐกิจบ้านเรามีการผูกขาดมากมาย ทั้งๆ ที่ประเทศนี้ ไม่ควรมีกลุ่มทุนใดมาผูกขาดตลาดมากกว่า 33% ของตลาดด้านนั้นๆ เพื่อให้คนไทยคนอื่นได้ลืมตาอ้าปากได้บ้างภายใต้ทรัพยากรที่มีจำกัด ภายใต้ความเหลื่อมล้ำที่ค้ำจุนโดยรัฐบาลเสรีนิยมที่ผ่านมา

ถ้ารัฐบาลเฉพาะกาลจริงใจ ปรับปรุงแก้ไขกฎหมายการแข่งขันทางการค้า ให้มีความเป็นธรรมมากขึ้นและบังคับใช้จริงอย่างมีประสิทธิผลโดยไม่เกรงกลัวกลุ่มทุนใดจะกดดัน ถ้าเป็นเช่นนั้น ประชารัฐจะมีความหลากหลายของประชาชนสาขาอาชีพต่างๆ อย่างสมดุลแน่นอน

แต่เราก็คงคาดหวังยากจากรัฐบาลชั่วคราวที่ยึดอำนาจมาแล้วรับปากนานา แต่มีศาตราวุธของกองทัพนานับประการที่คอยปกป้องสถานะชั่วคราวนั้นอยู่

จะว่าไปแล้ว เรื่องการปฏิรูปประเทศไทยเป็นเรื่องระยะยาว และเป็นเรื่องที่ต้องทำต่อๆ ไปทุกๆ ปี เป็นกระบวนการ (Process) ที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในชีวิตประจำวัน และมีการปรับปรุงแก้ไขให้มีพัฒนาการต่อไปข้างหน้าเพื่อตอบสนองต่อคุณภาพชีวิตที่ดี ไม่ใช่สิ่งสำเร็จรูปที่จะมีกฎหมายหรือคำสั่งแล้วจะเปลี่ยนแปลงได้ในทันที หลายเรื่องเป็นเรื่องระยะยาว ที่จะต้องใช้ทั้งกฎหมายและการปฏิบัติให้มีการบังคับใช้อย่างจริงจัง ภายใต้ระบบคุณธรรมและจิตสำนึกที่ได้รับการบ่มเพาะและเรียนรู้ร่วมกัน

ดังนั้น สิ่งที่รองรับการปฏิรูประยะยาวคือ การที่ประเทศไทยมีระบบรัฐสภาที่ดีและเป็นทางออกของสังคมในภาวะวิกฤติได้ มีความเป็นประชาธิปไตยที่หลากหลาย มีพรรคการเมืองที่ไม่เป็นเผด็จการนายทุน มีความเป็นประชาธิปไตยภายในพรรค และมีชุดอุดมการณ์ทางการเมืองเป็นทางเลือกของประชาชนที่ชัดเจน เพื่อสานต่อการปฏิรูปในระยะยาวหลังรัฐบาลเฉพาะกาล

การที่เราจะปลดล็อคการเมืองไทยให้มี Process เหล่านี้ได้ เพื่อรองรับการปฏิรูปในระยะยาว เราจะต้องยกเลิกกฎหมายพรรคการเมือง เพื่อเปิดเสรีพรรคการเมืองในระบบรัฐสภา เพื่อให้มีพรรคการเมืองที่หลากหลายทางอุดมการณ์เป็นทางเลือกของประชาชนได้ เหมือนในสหภาพยุโรป ที่มีแทบทุกอุดมการณ์พรรคการเมืองในระบบรัฐสภา

การที่กฎหมายบังคับพรรคการเมืองให้มีสมาชิกกว่า 5,000 คน และสาขาพรรคทั้ง 4 ภาคภายใน 6 เดือน ล้วนเป็นตัวอย่างของการจำกัดสิทธิทางการเมือง (Political Rights) ของประชาชนซึ่งขัดหลักสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองแห่งสหประชาชาติ และรังแต่อนุญาตให้พรรคการเมืองของนายทุนเท่านั้นที่เติบโตเข้าไปยึดครองระบบรัฐสภา

กลายเป็นปัญหาธุรกิจการเมืองเหมือนเช่นที่ผ่านมา.

(หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ คอลัมน์โลกและเรา เมธา มาสขาว วันอาทิตย์ที่ 19 มิถุนายน 2559)

โดย เมธา

 

กลับไปที่ www.oknation.net