วันที่ พุธ มิถุนายน 2559

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

มิตรภาพไร้พรมแดน..อเล็กซานเดอร์..


ขอขอบคุณ
สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน)
128 อาคารพญาไท พลาซ่า ชั้น 36
แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400

ที่ทำให้ผมได้เดินทาง..เข้ากทม.อีกครั้ง...

 

วันแรกที่..ที่มาถึงกรุงเทพฯ จากย่านอนุสาวรีย์ ผ่านมายังย่านลำสาลี

ถึงที่พักอยู่ทางซ้ายมือของถนนรามคำแหง..

ทำให้หวลคิดถึงอดีตเล็กน้อย...เคยมาเรียนที่ม.รามคำแหง

เมื่อ 2527-2529 สมัยที่เป็นครูอยู่ อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์....

...ผมมายืนอยู่เหนือพื้นโลกมากกว่า 30 เมตร

เนื่องจากชั้นที่ผมกำลังมองลงไปสู่เบื้องล่างคือชั้นที่ 15

ของโรงแรมดังย่านรามคำแหง...

เห็นมองคลองน้ำสีขุ่นๆอยู่่ริบๆ..

การพักกลางวัน ทำให้ได้พบมิตรภาพ

กับครูท้องถิ่นต่างๆ

ได้แลกเปลียนเรียนรู้..หลายเรื่องราว..

หลายรสชาติของอาหาร….

ก็หลายรสชาติของชีวิต...

หลากหลายมุมของภาพได้ทัศนะที่แตกต่าง

การสัมมนาเชิงปฏิบัติการการตรวจข้อสอบอัตนัยภาษาไทย

ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6  

เพื่อเตรียมการตรวจข้อสอบอัตนัยโอเน็ตรายวิชาภาษาไทย 

ในเดิือน กุมภาพันธ์ 2560ที่จะมาถึงในเร็ววัน..

 

เป็นเรื่องท้าทาย

 เป็นเรื่องกระตุ้นเซลล์สมองให้กระตือรือร้น

ใคร...จะพักรับอาหารว่างช่วงไหนก็ได้

ใคร...จะเข้าห้องน้ำตอนไหนก็ได้เป็นอีกรูปแบบหนึ่งที่นำมาใช้ได้ในบางโอกาส

ใครเสร็จการงานก่อนก็พักรับประทานอาหารเที่ยงก่อน..

ไม่แออัด  ไม่เบียดเสียดนัก...

ได้ความรู้ที่ดี  ได้ความรู้สึกดีๆ ได้ทัศนะดีๆ

วิทยากรเป็นกันเอง ให้คำแนะนำ ชี้แนะแนวทางไปตามวิถีที่จะเป็น...

กลับมาที่ทำงานแล้ว..อยากกลับไปอีกสักครั้งคงดีเป็นแน่แท้...

 

 

 

บางงเรื่องราวที่น่าสนใจ

........การรบครั้งสุดท้ายที่มีผู้ต่อกรกับอเล็กซานเดอร์มหาราชอย่างจริงจัง

เมื่อพระองค์ยกกองทัพ เข้ามาทางภาคเหนือของอินเดียในปี พ.ศ. 217 

โดยเข้าสู่บริเวณลุ่ม แม่น้ำสินธุ แล้วบุกตระลุย ลงมาสู่เมืองนิเกีย (Nicaea)

 แคว้นปัญจาบ ในพระเจ้าโปรัสหรือพระเจ้าพอรุส (Porus)  

(หากใช้สำเนียงเอเซียจะเรียกว่าพระเจ้าเปารวะ) พระเจ้าเปารวะเป็นผู้เข้มแข็ง

ในการรบ มีพระสมญาว่า "สิงห์แห่งปัญจาบ" ได้รับแจ้งข่าวกับบรรดามหาราชาแห่งอินเดียว่า

มีข้าศึก   ชาวตะวันตกผมบรอนซ์ตาสีฟ้ายกทัพข้ามภูเขาฮินดูกูชเข้ามา

ฝ่ายอินเดียระดมกำลังพลทหารราบ   40,000 ทหารม้า 4,000 รถศึกอีก 500

และกองทัพช้างมหึมาจำนวน 500 เชือกรอรับอยู่ กองทัพกรีกพร้อมทหารตักกศิลาเป็นพันธมิตร

ที่มีกำลังพลจำนวน 17,000

โดยมี อเล็กซานเดอร์เป็นแม่ทัพ กับกองทัพปัญจาบ ของฝ่ายอินเดียโดยมีพระเจ้าเปารวะ

เป็นแม่ทัพ โดยพระองค์ได้มองเห็นทัพพระเจ้าเปารวะตั้งอยู่ฝั่งตรงกันข้ามแม่น้ำวิตัสตะ

อันเป็นสาขาของแม่น้ำสินธุ

เมื่อถึงตอนกลางคืนทัพของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช   ได้ปะทะกันที่ฝั่งแม่น้ำ และเริ่มโจมตีอย่างฉับพลัน

ทัพของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช  ได้ข้ามแม่น้ำสำเร็จโดยอาศัยธรรมชาติช่วย

แต่ทหารม้าของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช  ไม่เคยสู้รบกับช้าง ประกอบกับเกิดความสับสนอลหม่าน

จึงบังเกิดความแตกตื่นอลหม่านขึ้น   ช้างศึกจึงอาละวาดเหยียบทั้งทหารตนเองและทหารกรีก และ

ทหารหอกยาว  บหมื่นของพระองค์ก็ได้พยายามต่อสู้อย่างเต็มความสามารถ

เป็นครั้งแรกตั้งแต่รบมา เป็นเวลา 15 ปีที่กองทหารหอก (Phalanx) อันมีระเบียบวินัยในพระองค์

บาดเจ็บ  จนบ้าเลือดบุกตะลุยไปทั่ว ทำร้ายไม่ว่าจะเป็นทหารจากฝ่ายใด

การรบวันนั้นต้องสิ้นสุดลง   ด้วยการหย่าศึก เพราะบาดเจ็บล้มตายกับทั้งสองข้าง

แต่ถึงอย่างไร

....  พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชก็ยังทรงได้รับชัยชนะอยู่ดี

เพราะพระเจ้าเปารวะถูกลูกศร   ขณะที่ทรงช้างจนพระองค์บาดเจ็บสาหัส

และทัพอินเดียของพระเจ้าเปารวะก็แพ้อย่างยับเยิน พร้อมกับถูกนายทหารกรีกจับตัว

มาเฝ้าพระเจ้าอเล็กซานเดอร์   ในฐานะเชลยสงคราม เมื่อพระเจ้าเปารวะถูกจับมา

เผชิญพระพักตร์กับ   

.. พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ มหาราชตรัสถามว่า

"พระองค์ต้องการจะให้เราปฏิบัติอย่างไร?"

พระเจ้าเปารวะตรัสตอบอย่างองอาจว่า"ต้องการให้ปฏิบัติเราอย่างกษัตริย์"

 แทนที่พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชจะพิโรธกลับตรัสถามต่อไปว่า

"ทรงประสงค์จะขออะไรอีก?" พระเจ้าเปารวะจึงตรัสตอบว่า

"คำว่า "กษัตริย์" นั้นครอบคลุมไปถึงสิ่งทั้งหมดที่เราต้องการขอแล้ว" 

ดินแดนภายใต้การยึดครองของอเล็กซานเดอร์

ด้วยความกล้าหาญรักษาขัตติยเกียรติของพระเจ้าเปารวะทำให้

พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชซึ่งมีพระทัยโปรดคนกล้าหาญ

 ได้พระราชทานคืนบ้านเมืองให้ แล้วแต่งตั้งพระเจ้าเปารวะ

ให้เป็นพระราชาตามเดิม แต่ดำรงในฐานประเทศราช

เสร็จศึกในครั้งนั้นอเล็กซานเดอร์มหาราช ได้สดับ

ความมั่งคั่งสมบูรณ์ของแคว้นมคธ และได้ตระเตรียมยาตราทัพมาตี

 แต่ทหารของพระองค์ที่ร่วมศึกกับพระองค์มาตั้งแต่เป็นพระยุพราช

เป็นเวลา 15 ปีที่ไม่ได้กลับบ้านกลับเมือง พากันเบื่อหน่ายการรบ

 โดยให้ความเห็นว่าถ้าตีมคธได้ก็คงตีแคว้นอื่นต่อไปอีกไม่มีกำหนดสิ้นสุด

ประกอบกับ ทหารบางคนลังเลและก่อกบฏไม่ยอมสู้รบอีกต่อไป

 อเล็กซานเดอร์มหาราชจึงต้องจำพระทัยเลิกทัพกลับ

ช่วงนิวัตกลับอเล็กซานเดอร์มหาราชแบ่งกองทัพออกเป็น 2 ฝ่าย

ฝ่ายหนึ่งให้กลับทางบก ส่วนพระองค์นิวัตโดยทางชลมาร์คลงมาตามแม่น้ำสินธุ

อย่างผู้พิชิตพร้อมด้วยทหารฝ่ายที่เหลือ รวมเวลาที่อเล็กซานเดอร์มหาราชรบอยู่ในอินเดีย

 1 ปี กับ 8 เดือน พระองค์ได้เสด็จฯไปยังกรุงบาบิลอน

โดยนำทัพย้อนกลับมาทางตะวันตกผ่านดินแดนแห้งแล้ง

 ทางตอนใต้ของอิหร่าน ในช่วงเส้นทางนี้มีทหารล้มตายหลายพันคน

เนื่องจากแสงแดดแผดร้อน แห้ง และขาดน้ำ แต่ในท้ายที่สุด

พระองค์ก็พาเหล่าทหารที่เหลือเดินทางมาจนถึงบาบิโลนในเมโสโปเตเมีย

 ซึ่งเป็นนครเอกของโลกในเวลานั้น…….

 

ที่มา :www.wikipedia.org/wiki/ สืบค้นเข้าถึงเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2559

 ...สิงหาคุณ...

 

โดย สิงหาคุณ

 

กลับไปที่ www.oknation.net