วันที่ จันทร์ มิถุนายน 2559

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ปั่นไปถ่ายไป ตอน “ช่างศิลป>เสนา>บางบาล>ผักไห่>ไผ่ขวาง”


 

ชมรมเสือร้อยโลสุพรรณบุรี ได้จัดทริปปั่นจักรยานเป็นประจำทุกๆ เดือน โดยในแต่ละเดือนสมาชิกชมรมก็จะปรึกษาหารือกัน เพื่อกำหนดเส้นทางของการปั่นที่ปลอดภัย และไม่ใช้เวลานานเกินไปจนมืดค่ำ แต่ระยะทางนั้นพยายามให้ใกล้เคียงกับ 100 กม. ตามชื่อของชมรมครับ 

ทริปนี้ก็มีความเห็นร่วมกันว่า จะปั่นไป อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อไปกราบไหว้พระอริยสงฆ์ ได้แก่ หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค จากนั้นก็ไปที่ อ.บางบาล กราบไหว้หลวงปู่ทิม วัดพระขาว แล้วจึงปั่นวนกลับตามเส้นทางเดิม ระยะทางรวมประมาณ 80 กม.

สมาชิกนัดรวมพลกันที่วิทยาลัยช่างศิลปสุพรรณบุรี ตั้งแต่ก่อนเวลาเจ็ดโมงเช้า คนที่อยู่ต่างอำเภอก็จะบรรทุกรถจักรยานมาจอดไว้ ส่วนคนบ้านใกล้หรืออยู่ในวิสัยกำลังของตนเองก็จะปั่นมาสมทบ เมื่อสมาชิกทยอยกันมาจนครบแล้ว จึงออกเดินทางในเวลา 07.00 น.



ทริปนี้สมาชิกพร้อมปั่นจำนวน 12 คนครับ (นับตากล้องด้วย)



ถ่ายภาพหมู่ที่หน้าวิทยาลัยฯ เรียบร้อยแล้ว ก็เคลื่อนตัวไปตามเส้นทางด้านหลังโรงเรียนกีฬาจ.สุพรรณบุรี ออกถนนริมคลองวัดป่าเส้นที่ไป อ.สองพี่น้อง จากนั้นจึงเลี้ยวซ้ายออกถนนวงแหวนเลี่ยงเมือง มุ่งสู่ถนนสายหลักเลขที่ 340







ปั่นมาถึงจุดพักแรก แวะปั๊มเติมน้ำมันก่อนครับ สมาชิกท่านหนึ่งงานเข้ากะทันหัน เลยต้องขอตัวกลับก่อน แต่ก็มีสมาชิกอีกท่านมาสมทบ โดยจอดรถรออยู่ที่ปั๊มก่อนหน้านี้แล้ว



ปั่นผ่าน อ.บางปลาม้า มาถึงแยกสาลีจึงเลี้ยวซ้ายไป จ.พระนครศรีอยุธยา ถนนเส้นนี้อยู่ระหว่างการปรับปรุง ไหล่ทางชำรุดเป็นช่วงๆ แต่มิได้เป็นอุปสรรคในการปั่นมากนัก ส่วนที่เสร็จแล้วและยังไม่ได้ตีเส้นจราจรก็ปั่นสบายๆ ครับ

กติกาการปั่นของชมรมเสือร้อยโลสุพรรณบุรี คือ ใช้ความเร็วไม่เกิน 25 กม./ชม. ถ้าหากใครปั่นเร็วกว่านี้ก็ให้ไปรอเพื่อนที่จุดพักข้างหน้า โดยประมาณ 20 กม.จะพักครั้งหนึ่ง จุดพักที่สองตั้งใจว่าจะพักที่ตลาดงอบ อ.เสนา ปรากฏว่าแม่ค้ายังไม่ได้เปิดร้าน เนื่องจากเรามาถึงเช้าเกินไป











ก็เลยพักตรงศาลาริมทางสักครู่หนึ่ง จากนั้นก็ปั่นยาวไปยังวัดบางนมโค







ก่อนที่จะเข้าไปไหว้หลวงพ่อปาน ก็สะดุดตาที่ภาพนี้ครับ

คำบรรยายในภาพเขียนว่า “สถานที่แห่งนี้ เป็นประวัติศาสตร์ของชาวบางนมโค เมื่อวันที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๑๗ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วยพระบรมวงศ์ษานุวงศ์ เสด็จโดยเรือพระที่นั่ง (แม่น้ำน้อย) มาประทับที่วัดบางนมโค”







หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค หรือ พระครูวิหารกิจจานุการ พระเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่ง พระนครศรีอยุธยา ท่านเป็นเจ้าอาวาสวัดบางนมโครูปที่ 3 ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบางนมโคระหว่างปี พ.ศ. 2478 จนถึงปี พ.ศ. 2481 ท่านเป็นพระอริยสงฆ์ทรงอภิญญารูปหนึ่ง แม้ว่าจะมรณภาพไปนานแล้วก็ตาม ชื่อเสียงของท่าน ยิ่งเป็นที่รู้จัก ในบรรดานักสะสมพระเครื่องทั้งหลาย และการสร้างพระของท่านก็ไม่เหมือนกับวัดอื่น คือท่านมักจะสร้างเป็นรูปพระพุทธเจ้าอยู่เหนือสัตว์พาหนะอันมี ครุฑ หนุมาน เม่น ไก่ นก และปลา เป็นต้น
อ้างอิง : https://th.wikipedia.org/wiki/พระครูวิหารกิจจานุการ_(ปาน_โสนนฺโท)



กราบหลวงพ่อปานเรียบร้อยแล้ว จึงเดินสำรวจบริเวณวัด ได้ยินเสียงจากลำโพงเรียกลูกค้า จึงตามเสียงมาถึงริมน้ำ นั่นไง...มีก๋วยเตี๋ยวเรืออยู่ด้วย ดูนาฬิกาข้อมือเพิ่งจะสิบโมงกว่าๆ ยังไม่หิวเท่าไร จึงไม่ได้ลงไปชิมครับ







ถ่ายภาพหมู่หน้าโรงเรียนวัดบางนมโค



คณะเราปั่นออกจากวัดบางนมโค ไปตามเส้นทางเสนา - อยุธยา แล้วจอดแวะพักรับประทานอาหารกลางวันกันที่ครัวแม่แตงกวา ทริปนี้นอกจากมีจุดประสงค์ปั่นไปไหว้พระกันแล้ว ยังเป็นการปั่นฉลองวันคล้ายวันเกิดให้กับผมด้วย ผมก็ขอขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งเลยครับ



ระหว่างรอรับประทานอาหารกลางวัน ชักภาพกันซะหน่อย



เติมพลังเรียบร้อยแล้วก็ออกเดินทางกันต่อ จุดหมายต่อไป คือ วัดพระขาว



นั่งรถยนต์ผ่านไปผ่านมาก็หลายครั้ง แต่ยังไม่เคยแวะเข้ามาที่วัดนี้เลย ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ปั่นจักรยานมาวัด บรรยากาศภายนอกโดยทั่วไปสวยงามมากครับ











สิ่งก่อสร้างทั้งโบสถ์ วิหาร ล้วนตระการตา อีกทั้งการตกแต่งภายในด้วยศิลปะลายรดน้ำ ลายกำมะลอ ที่วิจิตรบรรจง เป็นที่น่าตื่นตาตื่นใจ ในฐานะที่ผมเป็นครูสอนศิลปะไทย วัดนี้เป็นวัดหนึ่งที่นักเรียน นักศึกษา จะได้ใช้เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ได้เป็นอย่างดีเลยครับ







หลวงปู่ทิม อตฺตสนฺโต อุปสมบทครั้งที่ 1ในปี พ.ศ. 2478 ณ วัดพิกุล อ.บางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา บวชได้อยู่ 1 พรรษาก็ลาสิกขาบทในขณะที่บวช เพื่อมาช่วยบิดามารดาทำงานบ้าน และก็เข้ารับใช้ชาติครั้งที่ 3ในสงครามโลกครั้งที่ 2 ท่านได้อุปสมบทครั้งที่ 2เมื่อปี พ.ศ. 2491 โดยมีหลวงพ่อสังข์ วัดน้ำเต้า เป็นพระอุปัชฌาย์ ในระหว่างที่บวช ท่านก็ได้พบความไม่เที่ยงแท้ในชีวิตคือ

อนิจจัง (ความไม่แน่นอนในสังขาร)

ทุกข์ขัง (ความวุ่นวาย)

อนัตตา (ความตาย ไม่มีตัวตน)

หลวงปู่มักจะสอนให้ทุก ๆ คนนับถือพระรัตนตรัย ในปัจจุบัน หลวงปู่มีชื่อเสียงโด่งดัง ขจรขจาย ไปในทุกภาคของประเทศไทย ขณะชาวต่างชาติยังรู้จักชื่อเสียงของท่านอย่างดีเลย
อ้างอิง : https://th.wikipedia.org/wiki/พระครูสังวรสมณกิจ_(ทิม_อตฺตสนฺโต)



ภาพจิตรกรรมฝาผนังด้านหน้าพระประธาน ภายในอุโบสถวัดพระขาว



หลวงพ่อพระขาว พระประธานภายในอุโบสถ



หลังจากกราบไหว้สรีระสังขารของหลวงปู่ทิม และได้ดื่มด่ำกับความงามของงานศิลปะแล้ว คณะเราก็เตรียมตัวเดินทางกลับโดยใช้เส้นทางเดิม สมาชิกท่านหนึ่งมีความเห็นว่า น่าจะไปเส้นทางอื่นที่ไม่ซ้ำทางเดิม จะได้ไม่น่าเบื่อ ทุกคนเห็นด้วยจึงปั่นต่อไปยัง อ.ผักไห่ เพื่อกลับจ.สุพรรณ

เส้นทางช่วงนี้ปั่นผ่านท้องทุ่ง ไม่มีร้านค้า ปั๊มน้ำมัน หรือเซเว่นอีเลฟเว่นให้หยุดพักเลย ดังนั้น คนไหนแรงดีก็ไปก่อน แล้วไปรอที่จุดพักข้างหน้า

สภาพอากาศช่วงบ่าย ท้องฟ้าเริ่มครึ้มตัวด้วยเมฆฝน ผมกับพี่อีกสองคนจ้วงเท้าปั่นอย่างหนัก ทั้งที่สวนลมแบบสุดๆ แต่กลัวเปียกฝนมากกว่าครับ



ผ่าน อ.ผักไห่ ลัดเข้าบ้านลาดชะโด เพื่อจะไปยังบ้านไผ่ขวาง ช่วงนี้สวนลมมาตลอด ร่างกายเริ่มอ่อนล้า ผมเองตะคริวเริ่มมา เป็นอย่างนี้ทุกครั้งเมื่อปั่นผ่านร้อยโลขึ้นไป ต้องสลับเกียร์และจานหน้าเป็นระยะๆ จนถึงสะพานไผ่ขวาง ฝนเริ่มตกก่อนเข้าตัวเมือง ผมและพี่อีกสองคนก็ไม่รอใครแล้ว ปั่นให้ถึงบ้านโดยเร็วที่สุดครับ



จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ระยะทางรวมของทริปนี้น่าจะประมาณ 80 กม. แต่ผลออกมาตามไมล์จักรยานของผมได้ระยะทางรวม 113.68 กม.ครับ  



โดย สอนสุพรรณ

 

กลับไปที่ www.oknation.net