วันที่ พุธ มิถุนายน 2559

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ไม่สิ้นเสียงเพลง ทูนหม่อมบริพัตร ใน Deutschland


ทูนหม่อมบริพัตรทรงโปรดดนตรีไทยมาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ และทรงเครื่องดนตรีไทยอย่างเชี่ยวชาญหลายชิ้น เมื่อได้ทรงศึกษาทางดนตรีสากล ก็ยิ่งทำให้ทรงนิพนธ์เพลงได้เร็ว ทรงคิดและนิพนธ์เพลงไทยด้วยการบันทึกเป็นโน้ตสากล และทรงนิพนธ์เพลงสากล ‘วอลทซ์ปลื้มจิต’ ซึ่งเป็นเพลงสากลเพลงแรกของไทย

บทบาทสำคัญที่ทูนหม่อมบริพัตรทรงสร้างไว้กับการดนตรี คือ การพัฒนา Brass Band แตรวง

เมื่อทูนหม่อมบริพัตรทรงร่วมพัฒนา The Military Band หรือวงโยธวาทิต ตั้งแต่วงของทัพเรือ ทัพบก ทัพอากาศ และตำรวจนั้น ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ พูนพิศ อมาตยกุล เขียนเล่าว่า ทรงเริ่มจากการสอนเป็นรายตัวคนเล่น รายกลุ่มของเครื่องดนตรี ให้อ่านโน้ตได้ เขียนเพลงได้ และสามารถเล่นด้วยกันได้ เป็นวงขนาด 60 คน

นอกจากจะทรงพัฒนาคนเล่นแล้ว ยังทรงนิพนธ์เพลงให้เล่นในหลายโอกาส เพลงไทยเดิมที่ทรงนิพนธ์ประเภทเพลงตับ เพลงเถา ส่วนมากบรรเลงด้วยวงปี่พาทย์ไม้แข็ง ส่วนเพลงที่ทรงนิพนธ์สำหรับแตรวง ทรงแยกเสียงสำหรับเครื่องดนตรีสากลประเภทเครื่องเป่าครบทุกชิ้น มีมากกว่า 50 เพลง

ทูนหม่อมบริพัตร ทรงเป็นคนไทยคนแรก ที่เขียนเพลงไทยสากล เพลงมาร์ช และทรงได้รับการยกย่องให้เป็น  Father of Western-style Thai Music

 

เพลงที่เลือกไปแสดงที่เยอรมนี เป็นแค่เพียงบางส่วนของผลงานพระนิพนธ์ในทูนหม่อมบริพัตร

และด้วยเหตุผลที่เหมาะสม จึงมี 2 เพลงที่ไม่ใช่ผลงานพระนิพนธ์ของทูนหม่อมบริพัตรรวมอยู่ด้วย

 

The Siam Symphonic Band เริ่มการแสดงที่ Munich

หนึ่งปีก่อนหน้า Khunying Barbara Riepl – Honorary Consul-General for Bavaria and Saxony ได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ

คุณหญิงบาร์บาร่า ผู้ซึ่งมีบิดาปฏิบัติหน้าที่กงสุลกิตติมศักดิ์มาก่อนด้วย เป็นผู้รักเมืองไทย และรักพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างยิ่ง ได้นึกอยู่ว่าจะมีอะไรที่เหมาะสมกับการทูลเกล้าฯ ถวายในวันดีเช่นนี้ ก็ได้ทราบจากพระราชกระแส สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ว่าทรงประสงค์ให้ The Siam Symphonic Band มาแสดงที่เยอรมนี

ถึงเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2559 คุณหญิงบาร์บาร่าจึงมีโอกาสทำงานสนองพระราชประสงค์

 

 

 

Castle Nymphenburg เวทีแรกนั้น นอกจากจะสวยด้วยรูปแบบ Baroque เหตุการณ์ในอดีตยังบอกเล่าบทบาทเกี่ยวพันระหว่างสถานที่สง่างามอายุ 300 กว่าปี กับบางส่วนของประวัติศาสตร์และสังคมเยอรมนี

เป็นทั้งที่ เกิด – ประสูติ – สิ้นพระชนม์ ของเจ้านายที่ปกครอง Bavaria จำนวนหนึ่ง

ที่พบกันครั้งเดียวของ King Ludwig II และ Bismarck

และที่ประทับในปัจจุบันของ Duke Franz of Bavaria จากราชสกุล House of Wittlesbach ที่ได้เสด็จมาร่วมงานนี้ด้วย

 

 

สภาพอากาศที่ผิดฤดูกาลของยุโรปปีนี้ ทำให้ฟ้าหม่น และมีฝนปรอย แม้ฝนไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่พยากรณ์ที่เข้าขั้น พายุ thunder storm ทำให้การจัดแสดงกลางแจ้งดูน่ากังวล เมื่อใกล้เวลา แดดค่อยแย้มออกจนจัดจ้า ไล่อากาศเย็นให้นักดนตรีในเครื่องแบบตามเหล่าทัพรู้สึกอบอ้าว เข้าขั้นร้อนเกินคาด

 

 

 

 

อิทธิพลทางดนตรีจากเยอรมนีมีกลิ่นอายในงานพระนิพนธ์ของทูนหม่อมบริพัตรอยู่ชัดเจน การเปิดงานโดย The Isarpatzen วง Bavarian Brass Band ของคนเยอรมันที่บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมีที่มีความหมายยิ่งนัก เป็นการก้าวออกมาต้อนรับคนไทยและ The Siam Symphonic Band ผ่านภาษาสากลของดนตรีได้อย่างเหมาะสมงดงาม

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Paribatra March เพลงแรกของทุกรอบการแสดง เป็นเพลงที่ทูนหม่อมบริพัตรทรงนิพนธ์ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อวงโยธวาทิตกองทัพเรือ ทรงใส่ความมีชีวิตชีวา และลูกเล่นลงบนเพลง ทำให้มาร์ชบริพัตร มีความคมคายในท่วงทำนอง ฟังดูกระฉับกระเฉง กระนั้นก็ยังสง่างาม วิธีการที่ทรงเรียบเรียงนั้นมีอารมณ์ขัน เพลงพระนิพนธ์นี้จึงเป็นที่นิยมบรรเลงในงานพิธี ใช้ประกอบหนังเงียบ จัดเป็นเพลงหนึ่งที่รู้จักกันแพร่หลาย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

โรงเรียนที่ทูนหม่อมบริพัตรเสด็จไปทรงศึกษาวิชาทหารนั้น อยู่ใกล้ Berlin

เมื่อ The Siam Symphonic Band ได้ขึ้นเวทีร่วมกับวงโยธวาทิตทหารบก Das Stabsmusikkorps der Bundeswehr ซึ่งเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ที่ Berliner Philharmonie จึงดูพิเศษ

 

 

 

 

ทั้งจากตัว สถานที่ concert hall ซึ่งระบบเสียง ไมโครโฟน  คุณภาพสูงมากจนรู้สึกได้ทันที และในช่วงของเพลง Siamesische Wachtparade หรือ Siamese Patrol March ประพันธ์โดย Paul Lincke นักเป่าทรัมเป็ท ของ German Infantry Brass Band วงโยธวาทิตทหารราบ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Siamesische Wachtparade เพลงที่ได้รับพระราชทานนามจาก Emperor Kaiser Wilhelm II ใช้บรรเลงรับเสด็จ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อเสด็จประพาสยุโรป ครั้งที่ 2 ที่ Wilhelmshohe Castle, Kassel

ภายหลังเมื่อมีการบันทึกเสียง บนหน้าปกมีข้อความว่า Seiner Majestät Tschulalongkorn König von Siam ehrfurchtsvoll gewidmet – Respectfully Dedicated to the King of Siam

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ทูนหม่อมบริพัตร ทรงนิพนธ์เพลงไทยไว้จำนวนมาก ไม่ว่าจะเสด็จไปประทับอยู่ที่ไหน แม้เมื่อต้องยกบ้านตนเองให้ผู้อื่น เพื่อจะได้มีสิทธิ์เสด็จออกจากประเทศไทย ก็ยังทรงนิพนธ์เพลงอยู่ ด้วยเครื่องดนตรีไทยครบถ้วนทั้งฆ้องวง ระนาด ซอด้วง ซออู้ กลอง ฉิ่ง ที่บันดุง

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศิริรัตนบุษบง พระธิดาองค์ใหญ่ เคยมีรับสั่งกับคุณหมอพูนพิศ อมาตยกุล ซึ่งบันทึกไว้ว่า

เวลา 12 ปี ในชวานั้น คิดอีกแง่หนึ่งแล้ว ก็เห็นจะต้องขอบใจคณะราษฎร ที่ช่วยให้ทูนหม่อม ทรงได้พักผ่อนสำราญพระทัยกับดนตรีที่ทรงรัก ...’

เพลงพระนิพนธ์ ที่ได้บรรเลงในเยอรมนีคราวนี้ ยังมีเช่น บาทสกุณี ครอบจักรวาล มาร์ชดำรง

 

เวทีสุดท้ายของ The Siam Symphonic Band ได้รับการต้อนรับจาก Lord Mayor of Bad Homburg vor der Höhe ในฐานะเจ้าบ้านของเมืองที่เคยเป็นที่ประทับฤดูร้อนของจักรพรรดิแห่งเยอรมนี เมืองที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงประทับคราวเสด็จประพาสยุโรปครั้งที่สอง พ.ศ. 2450

 

 

 

 

 

 

 

Bad Homburg ยังเป็นเมืองเดียวในประเทศเยอรมนี ที่มี Thai salas ศาลาไทย 2 หลัง ที่เป็นเสมือนพื้นฐานมั่นคงแห่งความสัมพันธ์ระหว่างเยอรมนีและไทย ที่ยืนยาวถึงปัจจุบันมากว่าหนึ่งร้อยปี

 

 

 

เมื่อก้าวย่างมาถึงเวลาปัจจุบัน อีกหนึ่งเพลงนอกเหนือจากเพลงพระนิพนธ์ของทูนหม่อมบริพัตร ที่เหมาะสมกับการอัญเชิญมาเผยแพร่ ณ โอกาสนี้ ให้เห็นพระปรีชาสามารถทางดนตรีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ ในทาง Brass Band คือ Royal Guards March มาร์ชราชวัลลภ เพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ลำดับที่ 7

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

29 มิถุนายน พ.ศ. 2559 นี้

ครบ 135 ปี วันประสูติ จอมพล จอมพลเรือสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ที่พระนามเลือนหายไปจากประวัติศาสตร์อยู่ช่วงระยะเวลาหนึ่ง ที่ประชาชนไทยจำได้เพียงเจ้าฟ้าที่ต้องเสด็จออกนอกประเทศ ที่ข้อมูลด้านอื่นและเอกสารจำนวนมากที่เกี่ยวกับทูนหม่อมบริพัตรสูญหายไปเมื่อต้องทิ้งวังบางขุนพรหม ที่ประทับ เมื่อ พ.ศ. 2475 นั้น

จากพระราชหัตถเลขา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทูนหม่อมบริพัตรทรงเป็นหนึ่งใน ‘พลอย 3 เม็ด ซึ่งสำหรับประดับมงกุฎแห่งกรุงสยาม’ ที่ทรงถูกตระเตรียมให้เป็น statesman

จึงทรงเป็นทหาร ทรงเป็นเสนาธิการ

ทรงเชี่ยวชาญด้านภาษา

ทรงเป็นศิลปิน ที่ทิ้งผลงานเพลงพระนิพนธ์ชั้นเยี่ยมไว้มากมาย

และการที่ทรงเป็นเจ้าฟ้าพระองค์แรกที่เสด็จไปศึกษาที่เยอรมนี จึงทรงมีสายสัมพันธ์กับเจ้านายในประเทศยุโรป และขยายความเป็นมิตรไมตรีสู่ระดับประเทศระหว่างเยอรมนีและสยาม

ถึงวันนี้ เสียงเพลงพระนิพนธ์ของทูนหม่อมบริพัตรจึงก้องกังวานอีกครั้ง ที่ Deutschland

 

*********

ตามรอยเจ้าฟ้าไทยใน Deutschland

Paribatra March

โดย SW19

 

กลับไปที่ www.oknation.net