วันที่ จันทร์ กรกฎาคม 2559

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ธุดงควัตร หนังไทยแก่นเท้ศาสนาพุทธ


ภิกษุ ทั้งหลาย. ! เราจักแสดงของหนัก ผู้แบกของหนักและการแบกของหนัก แก่พวกเธอ, เธอทั้งหลายจงฟัง

 

 

 

ธุดงควัตร เป็นหนังไทย เรื่องที่ 4 ของบุญส่ง นาคภู่   3 เรื่องก่อนหน้านี้  บุญส่ง นำเสนอหนังเพื่อสะท้อนปัญหาปากท้องของชาวรากหญ้า  จะมองไปทางไหนก็เจอปัญหาความยากจน การถูกเอารัดเอาเปรียบ การไม่มีปากเสียง แต่เรื่อง ธุดงควัตร กลับพูดถึง “ปัญหาภายในของคน” 

ปัญหาภายในของคน ที่เต็มไปด้วยอวิชชา มีตัณหา กิเลสเป็นตัวชี้นำ การไม่รู้เท่าทัน ทำให้เกิดความทุกข์  การยึดมั่นถือมั่นก่อให้เกิดความทุกข์

ในรูปแบบของศิลปะ ภาพยนต์   บุญส่งไม่ได้หยิบยกคาถา พระสูตร หรือเทศนาบทใด ออกมาอ้างอิงเลย  แต่กลับพยายามใช้วิธีการของหนังเพื่อคลี่คลายให้คนดูรู้ว่า  การปฏิบัติเช่นไรที่จะทำให้กำราบกิเลสและตัณหา และทำให้ชีวิตเข้าสู่ความสงบได้

บุญส่งไมได้ นำเอาหลักที่เป็นแก่นเท้ของพุทธศาสนา ไม่ว่าจะเป็น หลักไตรลักษณ์  อริยสัจ 4 หรือ โอวาทปาติโมกข์มาระบายไว้ในหนังโดยตรง  แต่นำเสนอเรื่องราวของตัวละครของเขา ให้ค่อยๆพบตัวเองว่า ในที่สุด มีเพียงหนทางเดียวที่จะเข้าถึงเส้นทางหมดทุกข์ เส้นทางนั้นคือ สติปัฏฐาน 4  ซึ่งเป็นที่มาของหนังเรื่อง “ธุดงควัตร”

 

หนังมีความเป็น “ศิลปะ”   สูงมาก  และการได้สถานที่ถ่ายทำทีดี ได้ผู้กำกับภาพที่ดี  ทำให้การดูหนังเรื่องนี้ เหมือนชมงานศิลปะชิ้นเยี่ยม  วัดธารน้ำลอด  ที่ถ่ายทอดออกมาในหนังนั้นดูสงบ ร่มเย็น  ในขณะเดียวกันก็สวยงามตามแบบฉบับของวัดป่า

หนังของบุญส่ง ค่อนข้างเน้นแนว เหมือนจริง (realistic)  เรื่องก่อน ๆ ของเขา เวลาเขาถ่ายทอดให้เห็นถึงครอบครัวที่ยากจน ชุมชนที่สิ้นหวัง จึงดูหดหู่ จนคนดูบางคนแทบทนไม่ได้ แต่พอมาถึงเรื่อง “ธุดงควัตร” เมื่อบุญส่งฉายภาพตัวละครที่เต็มไปด้วยความทุกข์จนต้องใช้เหล้าเป็นที่พึ่ง  คนดูจึงสัมผัสได้ถึง ความทุกข์ อย่างแท้จริง

วิธีการถ่ายทำแบบ  long take คือ ถ่ายภาพเรื่องเล่าตลอดเป็นผืนเดียว  มักเป็นเทคนิคที่คนทำหนังไม่ค่อยใช้ เพราะไม่ตอบโจทย์หนังยุคใหม่ แต่สำหรับหนังอย่าง ธุดงควัตร  เทคนิคนี้กลับเสริมให้หนังโดดเด่น   เพราะการเล่าถึงการเจริญสติ ปฏิบัติสมาธิของพระนั้น จำเป็นต้องปูพื้นฐานและใช้เวลามาก

ในมุมของคนดู จะเห็นวิถีทางของพระ ตั้งแต่การเบื่อหน่ายในโลก การขอบวช  วิธีการบวช   หนังเรื่องนี้ เก็บรายละเอียดได้ดีมาก   ผมไม่แปลกใจที่ หนังจะต้องตอบโจทย์กระทรวงวัฒนธรรมอย่างแน่นอน เพราะ หนังเล่าเรื่องการบวช ได้สวยงามมาก    ถ้าหากใครได้บวชแบบพระในหนังเรื่องนี้  จะเป็นเรื่องที่สวยงามขนาดไหน  เพราะเป็นการ “บวช” ที่แท้ คือ บวช เพื่อไปจากกิเลส บวชเพื่อสืบทอดพุทธ ที่แปลว่า ตืน รู้ เบิกบาน

แม้ว่าหนังจะมีบทพูดไม่มากนัก เพราะพระอาจารย์ไม่นิยมพูด แต่เน้นเรื่องการปฏิบัติมากกว่า  แต่บทพูดไม่กี่บทที่มีก็ล้วนแล้วแต่วรรคทองทั้งนั้น ผมจำได้ประมาณ 3 ประโยค กลับมายังต้องเอาหนังสือรวมพุทธวจนมาอ่านเพื่ออ้างอิงและรู้สึกว่า หนังทำได้อย่างยอดเยี่ยม

 

หนังเรื่องนี้เหมาะที่จะชมในโรงหนัง เพื่อความต่อเนื่องของอารมณ์  แต่ก็น่าเสียดายว่า หนังแบบนี้ กลับไม่สามารถเข้าฉายในโรงหนังใหญ่ๆ ได้  ในกรุงเทพฯ มีเฉพาะโรงหนัง House RCA เท่านั้นที่เปิดฉาย ตั้งแต่วันที่ 7 -20 กรกฎาคม  แต่จากปากต่อปากใน Facebook จำนวนผู้ชมต่อรอบเริ่มมากขึ้น  ผมไม่แน่ใจว่า สุดท้ายแล้วหนังเรื่องนี้จะประสบความสำเร็จในแง่ธุรกิจหรือไม่  

 

แต่ในแง่จิตวิญญาณ และความสวยงาม ในฐานะคนดู หนังเรื่องนี้ ได้ใจผมไปเต็มๆครับ

 

โดย ยามครับ

 

กลับไปที่ www.oknation.net