วันที่ อังคาร กรกฎาคม 2559

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

การกระทำกับนามธรรม 2


การกระทำกับนามธรรม 2

 

 

 

 ในตอนที่แล้วเราพูดและทำความเข้าใจถึงนามธรรมกับความสุขซึ่งอยู่ในหัวข้อการกระทำกับนามธรรม 1 ซึ่งกล่าวถึงเรื่องการมองการกระทำกับนามธรรมและการกระทำให้เกิดนามธรรม รวมทั้งการทำความรู้จักกับนามธรรมกับนามธรรมมามากแล้ว ซึ่งเรายังจะพูดกันกับความฉลาดและความสามารถต่อจากหัวข้อแรกซึ่งพูดมาแล้ว คือ ทักษะแห่งการกระทำกับนามธรรม ที่สามารถใช้ร่วมกับการกระทำทั้งหมดต่อจากหัวข้อแรกครับ

 

 อย่างแรกคือทักษะ แห่งความอดทน มีความอึดมีความอดกลั้น และมีอุตส่าหะและการกระทำให้เกิดคุณค่า

            อย่างที่สองคือ ทักษะแห่งความแม่นยำ เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดการกระทำแต่สิ่งถูกต้อง ตามแผน และที่กำหนดไว้

            อย่างที่สามคือ ทักษะแห่งความปราดเปรื่อง คือทักษะที่ทำให้เรารักการเรียนรู้ และมีความรู้ควบคู่การมีร่างการที่ดี

            อย่างที่สี่ทักษะแห่งศิลปะความเข็มแข็งทะลุทะลวง อ่อนโยน และรวดเร็ว ทั้งทางกายและนิ่มนวลทางจิตใจ

            อย่างที่ห้าคือทักษะแห่งความบรรเจิด คือทักษะที่สอนให้เรารู้จักจังหวะจะโคน และรู้จักริเริ่มความหมายใหม่ๆ และการสร้างสรรค์

           

            และความฉลาดที่พูดถึงต่อกันก็ คือ ทักษะอีกครับ แต่เป็นทักษะที่ใช้ในการเรียนรู้ พฤติกรรม การกระทำ และความคิด ที่น่าสนใจที่สุดในยุคนี้ คือ ทักษะแห่งศตวรรษที่ 20 “จิตห้าลักษณะ” ที่เมื่อนำมาผสมผสานกับความฉลาดและทักษะอื่นๆในหัวข้อ ก็ยิ่งนำความสุขและความฉลาดมาให้ครับ

            1.จิตเชี่ยวชาญ คือการที่เรากระทำอะไรแล้วรู้ลึกรู้จริง ถูกต้อง สามารถกระทำได้ในสภาวะต่างๆหลากหลาย และกระทำได้ดี คงส้นคงวา และสามารถถ่ายทอดได้ดีด้วย

            2.จิตรู้สังเคราะห์ คือการที่เราสามารถคัดกรองและสามารถถอดใจความสำคัญและใจความที่สนใจได้ตามที่ตนต้องการ และสามารถให้ความหมายอยู่ในกรอบที่ตนเองคิดว่าถูกต้อง และถูกต้องจริงๆ ตรงตามความเป็นจริง รวมทั้งสามารถนำไปใช้ได้ ในสถานการณ์และสภาวะต่างๆอย่างถูกต้อง  อีกทั้งใช้ได้ในการกระทำและการงานชั้นสูงได้อีกด้วย

            3.จิตสร้างสรรค์ เป็นลักษณะของการกระทำที่สามารถนำสิ่งที่ดีที่มีประโยชน์มาประยุกต์และใช้งานได้ สามารถรวบรวมทักษะและความฉลาดด้านต่างๆมาใช้งานให้เกิดประโยชน์ได้หลากหลาย สามารถดึงความสามารถของตนเองและผู้อื่นออกมาได้ รู้จักหาประสบการณ์อีกด้วย เป็นต้น

            4.จิตรักโลก คือการที่เรามีจิตที่รู้สำนึกและรู้คุณของสิ่งแวดล้อมและการอยู่ร่วมกันของคนในสังคมตามเหตุความจริงและความถูกต้อง มีจิตเมตตา กรุณา มุฒิตา อุเบกขา รู้จักเคารพและเทิดทูนศาสนาและยกย่องผู้กระทำดี ดูแลผู้ที่อดหยาก ไม่ชอบคนชั่วเป็นต้น

            5.จิตรู้รักษ์สังคมและประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่น คือการมีสัมพันธ์อันดีกับคนในท้องถิ่น ประเพณี จารีต วัฒนธรรมในท้องถิ่นที่ตนนั้นอยู่ร่วม มีการสืบสานและเรียนรู้การอยู่ร่วมกันของคนในท้องถิ่นเป็นอันดี รู้จักเคารพ รู้จักประพฤติปฏิบัติตนอย่างเหมาะสม และช่วยกันอย่างเช่น ความสามัคคีกันในท้องถิ่น เป็นต้น

            เรื่องจิตห้าลักษณะนี้เป็นทักษะพื้นฐานที่เหมาะแก่การฝึกและเพิ่มเติมทักษะและความฉลาดอื่นๆที่ดีๆ ซึ่งทักษะต่างๆมีมากมายหากแต่ตนเองนั้นต้องรู้จักสังเคราะห์และเลือกใช้ เลือกเรียนรู้ทักษะที่ดีและมีประโยชน์แก่ตนเองอย่างแท้จริง เพื่อประโยชน์อันมาก ทั้งเรื่องจิตและการกระทำอันถูกต้องเหมาะแก่การฝึกตนให้เข้าถึงขีดสุดทั้งทางรูปธรรมและนามธรรม ซึ่งเป็นผู้ที่สมควรยกย่องสรรเสริญครับ

 

Image result for การทำดี 

 

            ....การฝึกและพัตนาตนให้บรรลุความสามรถอันแท้จริง ด้วยทักษะ และการเข้าใจที่ถูกต้องในหัวข้อนี้....

 

นามธรรมกับการกระทำในการดำเนินงาน  

            สิ่งที่ช่วยรักษาเสถียรภาพในการดำเนินการให้ถึงจุดหมายนั้น คือ การงานและ-รูปแบบของการงานรวมทั้งความรู้ในจากการเสพสิ่งที่ได้มาจากงานทั้งในลักษณะพึงพิงและลงมือกระทำ เนื่องจากการดำเนินงานนั้นจำเป็นต้องอาศัยงานหลายๆงาน และรูปแบบสารพัดซึ่งก็ได้มาจากงาน เพื่อที่จะนำมาใช้ให้ถึงจุดมุ่งหมาย ให้ดูที่ว่างานที่ตนจะทำความเข้าใจนั้นเป็นสายลักษณะความสามรถประเภทไหนและ ให้จะลำดับในความเข้าใจก่อนหลังยังไง ซึ่งส่วนมากแล้วงานที่พึงจะทำความเข้าใจนั้นจะเป็นงานที่มีผู้กระทำอยู่มากและน้อยตามลำดับ ซึ่งในการทำความเข้าใจนั้นควรวางวางแผนการทำความเข้าใจให้สอดคล้องกับสิ่งที่ตนเป็นอยู่และเพื่อความง่ายต่อการจัดเก็บข้อมูลในภายหลัง

            การวางแผนนั้นจำต้องมีจุดหมายและรู้สถานการณ์ของตนเองและกำหนดงานที่จะทำความเข้าใจให้เหมาะสมต่อสถานะของตนในขณะทำความเข้าใจและต้องมั่นใจว่า กรอบที่ตนกำหนดตัวงานที่จะทำความเข้าใจ ให้ได้ข้อมูลซึ่งมาจากงาน และเมื่อเข้าสู่ขั้นตอนการใช้ข้อมูลด้วยศาสรต์แขนงต่างๆที่ตนจะนำมาใช้กลั่นกรองข้อมูลหรือลงมือแยกแยกขัดเกลาข้อมูลนั้นสามารถที่จะนำผ่านกระบวนการนี้ไปสู่ขั้นตอนการดำเนินงานด้วยกรอบที่ใช้ ดังที่กล่าวมาแล้ว

            การทำความเข้าใจงานนั้นที่สำคัญ คือ ต้องลงลึกจนถึงแสดงและสร้างภาพในระดับขั้น อำนาจของงานเปลี่ยนแปลงตนได้ โดยการใช้เพียงการสร้างภาพให้เกิดขึ้น ในการเข้าถึงตัวงาน ซึ่งการแสดงและสร้างภาพนั้น ต้องเป็นไปตามแผนที่จะแสดงและสร้างภาพ เป็นงานๆไป ด้วยเข้าถึงทั้งรูปแบบและตัวสาระในงานจากทั้งทางนามธรรมกับรูปธรรม จึงต้องประกอบด้วย

            1.การทำความเข้าใจและเรียนรู้ความสำคัญของการทำความเข้าใจงานและงานจะนำปสู่การดำเนินการและเข้าสู่จุดหมาย และสร้างภาพแต่ละชิ้นๆจนครบแล้ว ก็ต้องใช้ศาสตร์ต่างๆกลั่นกรองข้อมูลอีกทีหนึ่งโดยการแสดงและสร้างภาพเป็นการเข้าสวมบทบาทหน้าที่และรูปแบบการงาน ทั้งลงมือปฏิบัติและใช้ชิ้นงานเข้าดูประกอบหรือพึ่งพิงตัวงานโดยมีความรู้ในเรื่องการกระทำกับนามธรรม  

            2.การทำความเข้าใจงานลึกถึงขั้นงานมีอำนาจเปลี่ยนแปลงตนได้เกิดขึ้น ซึ่งการทำความเข้าใจทำเพียงแสดงและสร้างภาพเกี่ยวกับงานแต่ละงานๆหนึ่ง โดยมีแผนที่จะทำความเข้าใจงานแต่ละชิ้นโดยนามธรรมและการมองการกระทำเป็นช็อตๆข้างต้น และเมื่อได้ข้อมูลมาหลังงการกระทำ การแสดงความเชี่ยวชาญในการเรียนรู้งาน จากการแสดงและสร้างภาพ และเป็นการเพิ่มความฉลาดเฉลียวในการตีกรอบการทำความเข้าใจงานแต่ละอย่างในสภาวะที่ตนเองมีความเหมาะสม และการจัดระบบระเบียบงานที่ตนพึงจะทำความเข้าใจให้เหมาะกับการดำเนินการ และมีปริมาณงานที่ทำความเข้าใจเป็นลำดับก่อนหลัง จะได้เพิ่มขึ้นมาปริมาณมาก

            3. และจากนามธรรมกับการกระทำ สรุปว่า การเข้าถึงงานไปสู่การดำเนินการและบรรลุจุดหมายนั้นต้องกระทำเป็นระบบต่อเนื่องกัน และมีลำดับ

                -มีแผนที่จะทำความเข้าใจในงานเป็นลำดับก่อนหลังตามสภาวะและสถานการณ์

                -ทำความเข้าใจในงานโดยการแสดงและสร้างภาพ

                -จากขั้นตอนทั้งสองเมื่อผ่านการปฏิบัติมาแล้วจะได้ข้อมูล ให้ใช้ศาสตร์ต่างๆเข้าพิเคราะห์ข้อมูล

                -มีระดับความเชี่ยวชาญในการกระทำทุกข้อที่กล่าวมาที่จะไปจนถึงการดำเนินการ

                -ถ้ามีการทำซ้ำจะก่อให้เกิดความเชี่ยวชาญในฐานของการดำเนินการ คือ งาน และมีการใช้ระบบที่กล่าวมาแล้วดี คือ การวางแผนการทำความเข้าใจงาน , การพิจารณาว่างานใดสมควรจะได้รับการทำความเข้าใจก่อนหลังและเหมาะสมกับการดำเนินการ

                -มีการเข้าถึงงานถูกต้องและได้ข้อมูลไปกลั่นกรองแล้วได้แนวทางการดำเนินการที่ดีจาการสังเคราะห์

 

 

ซึ่งการกระทำตามกลไกนี้จะสร้างความเชี่ยวชาญรวมไปถึงการดำเนินการอย่างเชี่ยวชาญอย่างอาจารย์บอกไม่ได้เลยทีเดียว และการดำเนินการนั้นเป็นสิ่งที่พาเราไปสู่จุดหมายเร็วที่สุดและจำเป็นต้องใช้มัน ตรงนี้สำคัญอยู่ที่ความฉลาดของแต่ละคนซึ่งเราควรที่จะสะสมและเรียนรู้สิ่งแปลกใหม่และประสบการณ์อย่างสม่ำเสมอ

 

นามธรรมกับการกระทำเกี่ยวกับ status กับความเข้าใจ และความเข้าใจกับ status

ความเข้าใจเป็นหน้าที่ของจิตที่ผูกพันกับสเตตัสหรือความสามารถ ซึ่งสิ่งที่ทำให้เข้าใจนั้นกับสเตตัสนั้นเป็นธรรมชาติซึ่งในบล็อคก่อนๆอธิบายไว้แล้ว ซึ่งความเข้าใจต้องมีลักษณะที่ถูกต้องและตรงต่อจักรวาลซึ่งเป็นผลมาจากการเรียนรู้ที่จะอยู่ในจักรวาลและมีลักษณะครบวงโครจร และครบวงจร ซึ่งเป็นความสามารถหนึ่งที่มนุษย์พึงมี และสิ่งนี้ต้องมีลักษณะที่ถูกต้องเข้าใจถูกต้อง คือปรับจิตนั้นเองและมาจากการพิจารณาสิ่งต่างๆ ทั่วไปซึ่งสเตตัสหรือความสามรถนั้นจะเป็นบ่อเกิดให้มี skill ซึ่งก็คือกลุ่มของความสามารถในด้านต่างๆรวมกันเป็นกลุม ที่เป็นธรรมชาติและที่เป็นไปตามอารยธรรม รวมทั้งพระธรรมตามหลักศาสนา ซึ่งหัวข้อการกระทำกับนามธรรมเรามีหัวใจอยู่ตรงนี้ครับ

 

ความหมาย skill คือกลุ่มความสามารถที่มาจาก status และซึ่งได้นำมาประกอบกัน และจะเป็นหน่วยความสามารถที่เป็นมาจาก การสะสมประสบการณ์และจะทำให้เกิดความสามารถจากการกระทำกับนามธรรม     กฎพรสวรรค์ และทางแห่งพรสวรรค์ จะแตกแขนงออกมาๆเป็นความสามารถต่างๆที่ดูได้จากอารยธรรมที่ผ่านๆมาซึ่งมี skill ให้เห็นมากมาย และกฎแห่งพรสวรรค์แบ่งแนวทางสกิลได้ 8 สาย คือ

1.อัธยาศัยไมตรี                            5.การเมือง การปกครอง                  

2.การแสดงสร้างภาพ           6.ความฉลาดแหลมคม แน่วแน่

3.จิตวิญญาณ                    7.นักธุรกิจ นักประกอบการ

4.การทรงตัว พลิวไหว           8.ละเอียด ประณีต

 

ที่มาจากกฎหนึ่ง ซึ่งเรียกว่า กฎทางเดินสู่ความสามารถ คือ

 1.ความรู้สะสมทางณาน 

2.แรงผลักดันจากจิตวิญณาน

3.การกระทำในปัจจุบัน

4.การกระทำในอดีต

 ซึ่งอยู่ในหัวข้อกฎแห่งทางสู่พรสวรรค์ นั้นคือ การกระทำให้ได้นามธรรมและการมีนามธรรมให้เกิดการกระทำ ที่มาจากการมองการกระทำออกเป็นช็อตๆเรียงต่อกัน และได้ความสามารถ เหมือนในหัวข้อข้างต้น สะสมจนเกิดการกระทำได้จริง

            ซึ่งสิ่งที่กล่าวมานี้ต้องมีการปรับสเตตัสหรือความเข้าใจด้วยนามธรรมที่มาจากการกระทำที่ถูกต้องและตรงตามหัวข้อ และพัฒนาตนเองให้เข้าสู่จุดที่ใกล้พรสวรรค์ที่สุด ซึ่งในบล็อกก่อนๆได้อธิบายวิถีไว้แล้ว(ให้ไปดู) และสเตตัสซึ่งเป็นที่มาแห่งสกิล นั้นมีผลกับนามธรรมด้วย(ดูได้จากบล็อกก่อนๆครับ) ในตรงนี้อธิบายได้ว่าการกระทำกับนามธรรมถูกต้องและถูกทางด้วย

 

 

 

 

คนจะชอบชอบกันทางสีหน้า

คบกันทางกริยาอัชฌาสัย

คนจะรักรักกันทางน้ำใจ

สิ่งใดๆล้วนเป็นทางการแสดง

                การแสดงออกเป็นสิ่งที่ใครๆต่างก็ทำกันหมดทั้งการพูดจา   แสดงอากัปกริยาท่าทางให้คนอื่นรับรู้และเข้าใจยอมรับในสิ่งที่ตนเองต้องการ

                การคิด    เป็นสิ่งที่ทำให้ทุกคนเดินไปข้างหน้า   และเปลี่ยนคนคนหนึ่งให้เป็นอีกคนหนึ่งได้   ทุกๆความคิดของมักมนุษย์จะมีการประเมินและวิเคราะห์เกี่ยวโยงด้วยเสมอ   และนั้นก็จะมีความคิดถึงปะปนอยู่ด้วยตลอดๆ เมื่อมนุษย์เราต้องพึ่งพาคนอื่น   ช่วยเหลือเกื้อกูลกันจึงอยากเข้าอกเข้าใจกัน เห็นอกเห็นใจกัน   จึงมีการสื่อสารกันโดยวิธีต่างๆมากมาย เช่นพูดคุย แสดงท่าทาง เขียนจดหมาย   แสดงน้ำเสียง เป็นต้น เพื่อให้ได้รับรู้หรือส่งความต้องการที่อยู่ในใจ   ซึ่งเรียกเอาว่าเป็นการกระทำขั้นพื้นฐาน

น้ำที่ยังไหล...อากาศที่ยังถ่ายเท   จะไม่ส่งกลิ่นเน่าเหม็นฉันใด

จิตใจ   ความคิดที่มีการให้และแลกเปลี่ยนก็เป็นฉันนั้น

ความสามารถกระทำได้ที่เป็นความสามารถขั้นสูงของมนุษย์   แต่ยังมีผู้เข้าใจไม่มากนักคือกฏนามธรรมกับการกระทำนี้ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งคือ ที่มาแห่งความสามารถหรือพรสวรรค์ เป็นการสื่อสารกันนามธรรมให้อีกคนหนึ่งหรือหลายคนเข้าใจโดยการแสดงออก โดยไม่สำคัญที่ระยะทางเป็นกระบวนการความคิดที่ลึกซึ้ง   ค่อยๆเข้าใจกันอย่างเป็นระบบ เป็นความรู้สึกที่ละเอียดประณีต

และทำให้เกิดพลังจิตได้ด้วยครับ

 


 


 

 

 


 

โดย WIC!!WIC!!

 

กลับไปที่ www.oknation.net