วันที่ พฤหัสบดี กรกฎาคม 2559

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เพื่อนเก่าที่ไม่แก่ โดราเอมอน เพื่อนกันตลอดไป


เมื่อคิดย้อนไปในอดีตแล้วจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมชอบการอ่านการ์ตูนและดูทีวีก็คือการ์ตูนเรื่อง โดราเอมอน นี่เอง (หรือที่บางคนก็เรียกว่าโดเรมอน) การ์ตูนเรื่องนี้เป็นผลงานของทีมงานในนามแฝง ฟูจิโอะ ฟูจิโกะ ซึ่งเป็นการร่วมมือของ 2 นักเขียน โมโตโอะ อาคิโบ และ ฮิโรชิ ฟูจิโมโตะ ซึ่งเขาได้เสียชีวิตไปแล้วในปี 1996 ทำให้มีการตีพิมพ์การ์ตูนโดราเอมอนถึงแค่ปี 1996 เท่านั้น แต่นักเขียน โมโตโอะ อาคิโบ ยังคงมีชีวิตอยู่และทีมงานสตุดิโอ ฟูจิโอะ ฟุจิโกะ ก็ยังคงนำเสนอผลงานเรื่องโคราเอมอนในรูปแบบภาพยนตร์การ์ตูนมาจนถึงปัจจุบันนี้

สตูดิโอได้นำเสนอ โดราเอมอนตอนล่าสุดในปี 2014 ซึ่งเป็นโอกาสในการฉลองวันเกิดอายุครบ 80 ปี ของคุณโมโตโบะ อาคิโบะ โดยมีการเปลี่ยนการนำเสนอจากภาพยนตร์การ์ตูนแบบที่เคยนำเสนอมาเป็นภาพยนตร์ animation 3D แทน โดยให้ผู้กำกับที่มีผลงานชั้นแนวหน้า (ของญี่ปุ่น) ทากาชิ ยามาซากิ และ ริวอิจิ ยางิ มารับหน้าที่นี้ร่วมกันเพื่อนำเนื้อเรื่องจากการ์ตูนที่เคยตีพิมพ์ไปแล้วมาร้อยเรียงเป็นภาพยนตร์การ์ตูนขึ้นมาโลดแล่นบนแผ่นฟิล์มในรูปแบบใหม่อีกครั้ง

 

จากการที่ทางผู้สร้างได้นำการ์ตูนหลายๆตอนที่ได้เคยตีพิมพ์ไปแล้วมาดำเนินให้เป็นเนื้อเรื่องเดียวกันเพื่อบอกเล่าราว โดยเริ่มจากเหลนของตัวเอกที่เรารู้จักกันดีในชื่อโนบิตะได้ย้อนเวลากับมาเพื่อเปลี่ยนแปลงบรรพบุรุษของเขา โนบิตะผู้ซึ่ง อ่อนแอ ขี้แย เรียนไม่เก่ง เล่นกีฬาไม่เป็น หรือสรุปง่ายๆว่าไม่ได้ความเลยซักเรื่อง โดยทายาทรุ่นที่ 4 หรือ เหลนของเขาที่ชือโซบิ (ฟังมาจากหนัง) ได้นำหุ่นยนต์แมวจากโลกอนาคตชื่อ โดราเอมอนมาช่วยดุแล โนบิตะ ในตอนแรกโดราเอมอนไม่ยอมมาดูแลโนบิตะเพราะได้สังเกตุพฤติกรรมของเขาแล้วสรุปว่าไม่มีทางที่จะทำอะไรให้ดีขึ้นได้ ดังนั้นโซบิจจึงตั้งโปรแกรมเพื่อบังคับให้หุ่นยนต์ต้องปฏิบัติตามคำสั่ง (ซึ่งนี่เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวของการ์ตูนแห่งความสนุกที่เป้นเสมือนตำนานของเด็กๆมานานกว่า 4 ศตวรรษแล้ว) ภาพยนตร์จะนำเสนอการที่โดราเอมอนเข้ามาในชีวิตของโนบิตะเพื่อเปลี่ยนแปลงชีวิตให้ดีขึ้นโดยการใช้เครื่องมือจากอนาคต แต่ผู้เขียนการ์ตูนก็ได้แทรกสิ่งที่ผมชื่นชอบมาก (หลังจากโตขึ้น เข้าใจโลกมากขึ้น) ไว้ในการ์ตูนก็คือ ไม่ว่าโนบิตะจะใช้เครื่องมือจากโลกอนาคตที่แสนจะวิเศษเพียงใดก็ตามเป็นทางลัดหรือทุ่นแรงโดยไม่ต้องพยายามเพื่อให้ได้ผลที่ต้องการ แต่เขามักจะได้ผลที่ตรงกันข้ามเสมอ ซึ่งตอนเป็นเด็กนั้น เมื่อดูก็จะหัวเราะสนุกสนานเพียงอย่างเดียวกับผลลัพธ์ที่ตรงกันข้ามกับความหวังของโนบิตะเสมอๆ (เพราะไม่เข้าใจสิ่งที่ผู้เขียนได้แทรกเอาไว้ว่าความพยายามและความมุ่งมั่นที่จะนำมาซึ่งความสำเร็จ)   

นอกจากโนบิตะและโดราเอมอนแล้ว ที่ภาพยนตร์ยังคงนำมาจากการ์ตูนก็คือตัวละครเด่นๆอย่าง ซิซูกะ ไจแอนต์ ซูเนโอะ (จะขาดไปได้อย่างไร) เหล่าเพื่อนๆของโนบิตะที่มีบุคลิกแตกต่างกันไปและช่วยให้การดำเนินเรื่องได้สนุกสนานเหมือนอย่างที่เคยเป็นมา

ภาพยนตร์เลือกตอนที่แสดงให้เห็นความเปลี่ยนแปลงของโนบิตะได้อย่างชัดเจนมานำเสนอ จากตอนต้นที่อนาคตของเขาดูมืดมน แล้วต้องแต่งงานกับไจโกะน้องสาวของไจแอนท์และล้มเหลว เมื่อเขาค่อยๆเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นจนได้แต่งงานกับสาวในฝันของเด็กๆแทบทุกคนในเรื่องอย่างซิซูกะแทน คงต้องชมการเลือกที่คัดแต่ละตอนได้สอดคล้องกันอย่างกลมกลืน

แต่ไม่ได้หมายความว่าโนบิตะจะแข็งแรงขึ้น เก่งขึ้น ฉลาดขึ้นแต่อย่างไร เพียงแต่เด็กชายโนบิตะมีความมุงมั่นที่จะทำอะไรได้แน่วแน่ขึ้น เพียงแต่จะสำเร็จหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่งครับ 

คงย้ำอีกครั้งว่าแต่ละตอนที่เลือกมานำเสนอเป็นภาพยนตร์จะเน้นถึงการเติบโตอย่างชัดเจน (น่าจะโดยเจตนา)เพราะการนำตอนที่เกี่ยวข้องกับการแต่งงานในอนาคตมาเดินเรื่องจึงทำให้ได้เห็นอนาคตของเหล่าตัวละครที่เติบโตขึ้นมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในตอนท้ายเมื่อทั้งโนบิตะและโดราเอมอนได้อยู่ร่วมกันมาจนเกิดมิตรภาพและความผูกพันธ์ขึ้นแล้ว แต่เมื่อถึงเวลาก็ต้องแยกทางจากกันไปในที่สุดก็เป็นตอนที่ดรามาแบบเด็กๆได้ดีเช่นกัน Doraemon เป็นภาพยนตร์ที่เด็กดูได้ ผู้ใหญ่ดูดี (เพราะเหมือนเจอเพื่อนเก่าที่คิดถึงกันเสมอนั่นแหละครับ)

เมื่อได้ชม โดราเอมอน ตอน เพื่อนกันตลอดไป (Stand by Me) ในครั้งแรกและหลายๆครั้งถัดมา บอกได้ว่าการชมภาพยนตร์เรื่องนี้เหมือนว่าเป็นเรื่องสั้นๆ กินเวลาเพียงน้อยนิด ไม่ได้รู้สึกว่าเวลาผ่านไปนานแต่อย่างใด การชมภาพยนตร์เรื่องที่คุ้นเคยและชื่นชอบอยู่แล้วนั้นต้องยอมรับว่าผมมี bias ในทางบวก (มากๆ) อยู่แล้ว ประกอบกับการที่ผู้กำกับนำเสนอเนื้อเรื่องในแบบที่โดนใจและถูกใจแบบนี้คงได้แต่ยกนิ้วและเทใจให้หมดเลย ถ้าถามว่าในช่วง 2 - 3 ปี ที่ผ่านมา ชอบภาพยนตร์เรื่องไหนมากๆบ้าง ก็ต้องมีเรื่องนี้ที่ชื่นชอบเป็นอันดันต้นๆอยู่เลยครับ ทั้งที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ก็แค่นำตอนเดิมๆมาเสนอ (ในแบบเดิมๆ ไม่ได้มีมุมมองอะไรใหม่ๆ ไม่มีการดัดแปลงบทอะไรตามแบบที่นิยมทำกันในปัจจุบัน) เป็นภาพยนตร์อนิเมชั่น 3 มิติที่ไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่เลยเพียงแต่ทำได้ละเอียดและมีความปราณีตในทุกๆตอน น่าจะเป็นการนำเสนอแบบ same old fashion หรือแบบดั้งเดิมเลย แต่นี่แหละแบบที่ผมชอบ (คงจำกันได้ว่า ผมมีความรู้สึกตรงกันข้ามกับเอนทรี่ที่ผมเคยเขียนถึงเรื่อง Litlle Prince เลยนะครับ)    

ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก

https://en.wikipedia.org/

http://doraemon.wikia.com/

http://www.imdb.com/

http://doraemon-3d.com/  

โดย MephistoWitchy

 

กลับไปที่ www.oknation.net