วันที่ ศุกร์ กรกฎาคม 2559

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ยุทธศาสตร์ดุมล้ออาเซียน เพื่อไทยเป็นประเทศรายได้สูง


เมื่อไม่นานมานี้ ผมมีโอกาสได้กล่าวปาฐกถาเรื่อง “ยุทธศาสตร์ดุมล้ออาเซียนเพื่อประเทศไทยจะมีรายได้สูง” ในการอบรม ASEAN Excellence Awards 2016 ที่จัดโดยสมาคมส่งเสริมการค้าอาเซียน อันเป็นงานเลี้ยงฉลองครบรอบ 5 ปี รวมทั้งได้ร่วมแสดงความยินดีกับผู้ประกอบการที่ได้รับรางวัล
ผมได้ให้ทิศทางและบทบาทของประเทศในบริบทสมาชิกอาเซียนเพื่อก้าวสู่ประเทศเศรษฐกิจรายได้สูง ไว้ 3 ประเด็นดังต่อไปนี้ 1) ทำไมประเทศไทยควรเป็นดุมล้อของอาเซียน 2) เพราะเหตุใดไทยจึงเหมาะในการเป็นดุมล้อของอาเซียน และ 3) ประเทศไทยจะดำเนินยุทธศาสตร์อย่างไรเพื่อก้าวสู่การเป็นดุมล้อของอาเซียน

Unknown Object

ในบทความตอนนี้จะนำเสนอในประเด็นที่ 1) และ 2) ก่อน เพื่อให้เกิดความใจในภาพรวมและเห็นภาพของประเทศไปในทิศทางเดียวกัน

ดุมล้อของอาเซียนคืออะไร

ดุมล้อ (hub) คือ ส่วนกลางของล้อเกวียนหรือล้อรถที่มีรูสำหรับสอดเพลา เป็นจุดหมุนตรงกลางที่รับกำลังจากเพลา เปรียบเสมือนเป็นจุดเชื่อมแรง ถ้าไม่มีดุมล้อ รถจะไม่สามารถเคลื่อนไปได้

เพราะฉะนั้น ดุมล้อของอาเซียน คือ การเป็นศูนย์กลางของอาเซียน คอยส่งแรงและขับเคลื่อนในด้านต่างๆ ทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองระหว่างประเทศ

เพราะเหตุใดประเทศไทยควรเป็นดุมล้อของอาเซียน

ประการแรก การเป็นดุมล้อของอาเซียน ทำให้ไทยสามารถผลักดันวาระที่ไทยจะได้ประโยชน์ผ่านเวทีอาเซียน และเวทีโลกได้ง่ายขึ้น ความเป็นประเทศเล็กของไทย และการเล่นบทบาทเชิงรับตลอดมาของรัฐบาลทำให้ไทยต้องรับผลจากการเจรจา ซึ่งไม่เป็นประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศไทย แต่การเป็นดุมล้อที่ขับเคลื่อนอาเซียน จะทำให้ไทยสามารถผลักดันวาระที่ไทยจะได้ประโยชน์ซึ่งไม่สามารถทำได้ในกรณีที่ไทยไม่รวมกับอาเซียน และไม่ได้เป็นดุมล้อของอาเซียน

ประการที่สอง ประเทศไทยจะได้ประโยชน์มากขึ้นจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจของอาเซียน โดยการเป็นดุมล้อที่เป็นศูนย์กลางจะดึงดูดนักลงทุน นักธุรกิจ บริษัทข้ามชาติที่ต้องการทำธุรกิจในอาเซียนมากกว่าประเทศที่ไม่ได้เป็นดุมล้อ เนื่องจาก

1) ความสะดวกในการเชื่อมต่อ การขนส่ง การเดินทางข้ามพรมแดน การเข้าสู่ตลาดของประเทศเพื่อนบ้าน

2) เดิมนักลงทุนมองเข้ามาเห็นเพียงประเทศไทยที่มีประชากร 65 ล้านคน แต่เมื่อไทยเชื่อมโยงและเป็นดุมล้อของอาเซียน นักลงทุนจะมองประเทศไทย แต่เห็นทั้งภูมิภาคเป็น 600 ล้านคน

3) ตลาดอาเซียนยังมีความน่าสนใจ ด้วยเหตุที่เศรษฐกิจมีขนาดถึง 2.4 ล้านล้านดอลลาร์ อยู่ในอันดับเจ็ดของโลก และคาดว่าจะก้าวขึ้นเป็นอันดับห้าได้ในปี 2018 (EIU) เศรษฐกิจอาเซียนจะเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 5.6 ต่อปี สูงกว่าประเทศเกิดใหม่อย่างบราซิลหรือรัสเซีย และต่ำกว่าอินเดียและจีนเพียงเล็กน้อย

4) ชนชั้นกลางอาเซียนจะขยายตัวเป็นสองเท่า ภายในปี 2020 ชนชั้นกลางจะเพิ่มจาก 200 ล้านคน เป็น 400 ล้านคน (AC Nielsen) พร้อมกับสร้างกำลังซื้อมากกว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์

5) การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศของอาเซียนเพิ่มขึ้น โดยประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และไทย สามารถดึงการลงทุนจากต่างประเทศได้ถึง 1.28 แสนล้านดอลลาร์ ในปี 2013 สูงกว่าประเทศจีนซึ่งอยู่ที่ 1.17 แสนล้านดอลลาร์

เพราะเหตุใดไทยจึงเหมาะในการเป็นดุมล้อของอาเซียน

ประเทศไทยมีศักยภาพในการเป็นดุมล้อของอาเซียน เพราะเศรษฐกิจไทยมีขนาดใหญ่และมีระดับการพัฒนาอยู่ในแนวหน้าของอาเซียน แม้ปัจจุบันเศรษฐกิจไทยมีอัตราการขยายตัวต่ำ เพราะปัญหาภายในประเทศ แต่ไทยยังมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของอาเซียน เป็นรองเพียงอินโดนีเซียเท่านั้น รวมถึงความรวย (GDP per capita) เป็นอันดับ 4 ของอาเซียน ถึงแม้ว่าประเทศสิงคโปร์และบูรไนมีรายได้ต่อหัวสูงกว่าไทย แต่ขนาดเศรษฐกิจของประเทศเหล่านั้นเล็กเกินไป

นอกจากนี้ ประเทศไทยยังมีความเหมาะสมทางภูมิศาสตร์ เพราะประเทศตั้งอยู่ศูนย์กลางของอาเซียนอย่างแท้จริง และมีพรมแดนติดกับประเทศอื่นในอาเซียนมากที่สุดเมื่อเทียบกับอีก 9 ประเทศ รวมทั้งยังอยู่บนพื้นแผ่นดินใหญ่ของทวีป ทำให้การเชื่อมต่อระหว่างประเทศสะดวก ถึงแม้ว่าอินโดนีเซียเป็นประเภทที่ใหญ่ แต่ส่วนใหญ่เป็นเกาะ เช่นเดียวกับประเทศฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และบรูไนที่มีลักษณะเป็นเกาะ ทำให้ต้นทุนการเชื่อมต่อกับประเทศอื่นสูงมาก

มากยิ่งกว่านั้น ประเทศไทยยังมีประวัติศาสตร์ยาวนานที่บอกว่าไทยเป็นดุมล้อของอาเซียนเรื่อยมา แม้ในปัจจุบันจะถูกบดบังรัศมีความเป็นผู้นำในหลายปีนี้ ประเทศต่างๆ และประเทศอื่นเริ่มไม่ให้น้ำหนัก ด้วยเหตุที่การวางตัวไม่เป็นผู้นำที่แท้จริง กล่าวคือ ในอดีตเมื่อมีเรื่องใหญ่ในอาเซียน ถ้าไทยและอินโดนีเซียหารือกันนอกรอบ และคิดว่าควรจะไปทางไหน อีก 8 ประเทศมักจะเดินตาม

ผมขอยืนยันคำเดิมว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีศักยภาพ มีความเหมาะสมที่จะเป็นดุมล้อของอาเซียนได้ ประเทศไทยควรใช้อาเซียนเป็นคานงัด เพื่อประโยชน์กับไทยในหลายทาง และยุทธศาสตร์ดุมล้อนี้เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่ประเทศไทยควรผลักดันให้เป็นผลสำเร็จ
ในบทความครั้งต่อไป ผมจะนำเสนอว่า ประเทศไทยจะดำเนินยุทธศาสตร์อย่างไรเพื่อก้าวสู่การเป็นดุมล้อของอาเซียน

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ
คอลัมน์ : ดร.แดน มองต่างแดน

 

ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์
นักวิชาการอาวุโส มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด
ประธานสถาบันอนาคตศึกษาเพื่อการพัฒนา (IFD)
kriengsak@kriengsak.comhttp://www.kriengsak.com

โดย drdan

 

กลับไปที่ www.oknation.net