วันที่ อาทิตย์ กรกฎาคม 2559

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

อะไรนะ ยุทธศาสตร์ประเทศ 20 ปี!


 

สังคมไทยกำลังถกเถียงกันว่า ยุทธศาสตร์ประเทศ 20 ปี ควรมีหรือไม่ ถ้าควรมีก็ไม่ใช่หน้าที่รัฐบาลเฉพาะกาลที่จะไปกำหนด เพราะไม่ได้รับฉันทานุมัติใดๆ จากประชาชน ถ้าเป็นยุทธศาสตร์ล่มจม แล้วใครจะรับผิดชอบ?

ยิ่งยุทธศาสตร์ปัจจุบัน รัฐและทุนผูกขาดเป็นเนื้อเดียวกัน ประชารัฐไทยจะเข้มแข็งเฉพาะอภิสิทธ์ชนแน่นอน

 

จริงๆ แล้ว ยุทธศาสตร์ประเทศระยะยาว ไปได้ดีสำหรับประเทศที่ปกครองโดยระบบเผด็จการพรรคการเมืองพรรคเดียว แต่ไม่ได้สะท้อนเสียงของคนส่วนใหญ่ของประเทศ ว่าต้องการนำพาประเทศไปในทิศทางดังกล่าวหรือไม่ ยกเว้นว่าจะจัดให้มีประชามติทุกๆ 5 ปี 10 ปี

สำหรับประเทศประชาธิปไตยทางการเมืองแล้ว ยุทธศาสตร์ประเทศในระยะยาว ไม่สามารถผูกขาดไว้ที่ใคร รัฐบาลไหน หรือกลุ่มทุนผูกขาดใด เพราะชนชั้นใดออกกฎหมาย ก็เพื่อรับใช้ชนชั้นนั้น

ยุทธศาสตร์ประเทศควรมาจากเสียงของประชาชนทั่วประเทศ ให้ประชาชนเป็นเจ้าของนโยบายให้แต่ละพรรคการเมืองไปหาเสียง ให้รัฐบาลนำไปปฏิบัติ เป็นหน้าที่พรรคการเมืองแต่ละพรรคจะมีนโยบายที่เป็นยุทธศาสตร์ประเทศในระยะยาว เพื่อบอกกล่าวอุดมการณ์ทางการเมืองแก่ประชาชน และไปออกกฎหมาย ปรับปรุง หรือแก้ไข เพื่อรับใช้นโยบายต่างๆ ในระยะสั้น

 

      ยกตัวอย่างหากมีพรรคการเมืองใด เสนอให้ประเทศไทยมียุทธศาสตร์เพื่อเป็น “ครัวสะอาดของโลก” นอีก 20 ปี  ส่งออกสินค้าเกษตรอินทรีย์และออร์แกนิค เมื่อประชาชนสนับสนุนแนวทางนี้ และเขาได้เป็นรัฐบาลหรือมีที่นั่งในรัฐสภา ก็ต้องทยอยเสนอหรือปรับปรุงกฎหมายภาคเกษตร ออกกฎหมายเรื่องการห้ามใช้สารเคมี ปลักดันการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตร ยกเลิกการผูกขาดตลาดด้านการเกษตร เป็นต้น ตามนโยบายที่หาเสียงมา

ประเทศไทยไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่งที่จะผูกขาดยุทธศาสตร์ของประเทศ แต่เป็นภาระหน้าที่ขององค์กรและหน่วยงานต่างๆ ที่จะสร้างวิสัยทัศน์ ออกแบบยุทธศาสตร์ในระยะยาว โดยเฉพาะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับนวัตกรรมทางสังคมในรูปแบบต่างๆ ต้องมียุทธศาสตร์องค์กรและกลยุทธ์ใหม่ๆ ทุกปี เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างชาติ

แต่ปัจจุบันนี้ องค์กร หน่วยงานต่างๆ กลับตามไม่ทันยุคโลกาภิวัฒน์ หลายองค์กรได้แต่ตั้งรับกระแสการพัฒนาที่มาจากทิศทางต่างๆ แม้แต่สถาบันการศึกษาที่ควรเป็นปัญญาของประเทศ ก็ยังหาทางออกจากวิกฤตทางตันของสังคมไทยไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตการเมือง หรือวิกฤตเศรษฐกิจ

ขณะที่หากเรามองความเป็นไปของโลกในอีก 20 ปีข้างหน้า ความฉลาดของมนุษย์ จะเปลี่ยนโลกไปจนไม่เหมือนเดิม

 

ที่ผ่านมาโลกยุคใหม่เราวิวัฒน์อย่างก้าวกระโดดมาอย่างต่อเนื่องเพราะคอมพิวเตอร์จนกระทั่งโลกเสมือนในอินเตอร์เน็ตสร้าง Google ขึ้นเป็นเหมือนแคปซูลความรู้ของมนุษยชาติ และเกิดเครือข่ายทางสังคมอย่าง Facebook ขึ้น ทำให้มนุษย์ 7 พันล้านคนรู้จักกันและเชื่อมสัมพันธ์กันได้ง่ายมากขึ้นกว่าขั้นความสัมพันธ์แบบโบราณ

เราพัฒนาโลกผ่านเทคโนโลยี เศรษฐศาสตร์โลกหมุนตามสินค้าไฮเทค นวัตกรรม การบริโภคทรัพยากร กีฬา และเศรษฐกิจสงคราม จนกระทั่งเราค้นพบคำตอบของสรรพสิ่งผ่านคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ที่แปลงเปลี่ยนสัญญาณคำพูดและความเคลื่อนไหว เคลื่อนย้ายถ่ายเทส่งต่อไปยังอีกซีกโลกหนึ่งได้อย่างรวดเร็ว ผ่านระบบที่แทรกซึมไปในอากาศที่มองไม่เห็นและคนรุ่นก่อนไม่อาจจินตนาการได้

 

         ในเรื่องพลังงานนั้น หลายประเทศพัฒนาทั่วโลกหันมาผลิตไฟฟ้าจากพลังงานธรรมชาติ เขื่อน โรงไฟฟ้าถ่านหิน กลายเป็นซากปรักหักพังของความล้มเหลวทางความคิดในศตวรรษที่ 20 เมื่อพวกเขาสร้างมลพิษทำลายสิ่งแวดล้อมเพราะการเอาเปรียบกอบโกยกำไรจากสังคม ผู้คนส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบ แต่คนส่วนน้อยเท่านั้นที่ได้ส่วนแบ่งกำไรจากเศรษฐกิจที่เติบโตจากการทำลายดังกล่าว

         วันนี้รถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้ากำลังจะมาแทนที่พลังงานน้ำมัน รถไฟฟ้า Tesla ที่จะเริ่มผลิตในอเมริกากลางปีหน้า แต่คนอเมริกันสั่งจองล่วงหน้าแล้วมากกว่า 400,000 คัน ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ผลิต ล่าสุด Tesla Motors กำลังเจรจาขอซื้อที่ดินนิคมอุตสาหกรรมในประเทศไทยหลายร้อยไร่ ที่อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อตั้งฐานการผลิตสู่ตลาดอาเซียนและเอเชียในกี่ปีข้างหน้านี้

 

          ถ้าเราหลับตาแล้วมองโลกในอีก 20 ปีข้างหน้า ไม่แน่ว่าเราจะเห็นคนรวยมีรถยนต์เรือบินส่วนบุคคลอยู่เต็มฟ้า และคนจนจะมีซุปเปอร์คาร์คันแรกบนท้องถนน เทคโนโลยีเครื่องปริ้น 3 มิติจะมีอิทธิพลในกลไกนวัตกรรมโลกมากมาย แบบที่โลกเคยก้าวกระโดดมาแล้ว

        โทรศัพท์มือถือต่อไปอาจจะไม่ต้องถือ ทุกอย่างสามารถสั่งการด้วยวาจาได้ ความถี่ที่มองไม่เห็นในอดีตที่เคยเป็นที่ซ่องสุมจิตวิญญาณและภูตผี จะเป็นที่อยู่ของเทคโนโลยีที่ปลดปล่อยความต้องการของมนุษย์ จากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าไปสู่ความเร็วระดับนิวตริโนในอนาคต

สงครามเศรษฐกิจจะเคลื่อนย้ายฐานการเงินโลก จากดอลล่าห์ สู่หยวน จากธนบัตรสู่ทองคำ ตลาดหุ้นอาจจะเข้าสู่คณิตศาสตร์แบบ Bitcoin เงินดิจิตอลอาจจะมีบทบาทมากขึ้น

        เรื่องเหล่านี้มีองค์กรหรือหน่วยงานใดในรัฐบาลชุดนี้คิดบ้างหรือยัง หรือหวังแค่ยุทธศาสตร์ 20 ปี ประเทศไทยเราจะมีรถไฟความเร็วปานกลางสูงก็พอ?

 

โดย เมธา

 

กลับไปที่ www.oknation.net