วันที่ อาทิตย์ กรกฎาคม 2559

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

:: โบสถ์ต้นโพธิ์ วัดสังข์กระต่าย ::


 



ในวันที่อากาศดี แดดไม่แรงมากจนเหงื่อไหลย้อยหยด แถมมีละอองฝนเบาๆ ให้พอขุ่มชื่นใจแบบนี้

การนั่งๆ นอนๆ อยู่บ้านคงไม่ใช่เรื่องที่น่าอภิรมย์สมใจเท่าไรนัก เพราะในบ้านก็ร้อนจนตับแทบแตกอยู่แล้ว


หันซ้ายหันขวา คว้ากุญแจรถขึ้นนั่งหลังพวงมาลัย แล้วขับออกไปหากำไรให้กับชีวิตที่เหลืออยู่กันดีกว่าครับ

สำหรับจุดหมายปลายทางในครั้งนี้ ผมเลือกเอาสถานที่ซี่งไม่ไกลเกินไปนัก ขับรถไม่ทันเมื่อยดีก็มาถึงแล้ว


ที่นี่ล่ะครับ วัดสังข์กระต่าย สถานที่ท่องเที่ยว Unseen แห่งใหม่ของจังหวัดอ่างทอง



 

วัดนี้ตั้งอยู่ที่ ต.ศาลาแดง อ.เมือง จ.อ่างทอง

ตัวโบสถ์สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนต้น มีอายุประมาณ 400 ปี
เดิมสันนิษฐานว่าชื่อ "วัดสามกระต่าย" (ตามที่ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมศาสนา)
และเรียกเพี้ยนมาเป็น "วัดสังกระต่าย" และเปลี่ยนเป็น "วัดสังข์กระต่าย" ในปัจจุบัน

ลักษณะจะเป็นโบสถ์ร้างเก่าแก่ มีต้นโพธิ์ ขนาดใหญ่ขึ้นปกคลุมรอบโบสถ์ 4 ต้น รวมถึงปกคลุมภายในโบสถ์ด้วย






 

ตัวโบสถ์จะเป็นอาคารเก่า ถูกปกคลุมด้วยต้นโพธิ์ทั้งภายนอกและภายใน

โดยมีรากของต้นโพธิ์ชอนไชไปตามผนัง และยึดติดผนังของโยสถ์เอาไว้ไม่ให้พังลงมา

ส่วนด้านบนที่เป็นหลังคานั้นก็ไม่มีอะไรหลงเหลือแล้ว มีเพียงใบของต้นโพธิ์เป็นร่มเงาไว้บังแดดบังฝนเท่านั้น

 

ส่วนภายในโบสถ์จะแบ่งเป็นทั้งหมด 3 ห้อง เป็นห้องเล็กด้านหน้า 1 ห้อง ห้องโถงกลางขนาดใหญ่ 1 ห้อง

และด้านหลังเป็นห้องเล็กขนาดเท่าด้านหน้าอีก 1 ห้อง

ห้องแรกด้านหน้า เป็นที่ประดิษฐานพระประธานปรางค์นาคปรก ชื่อว่า หลวงพ่อแก่น

มีประวัติที่ชาวบ้านได้เล่าให้ฟังว่า แต่เดิมหลวงพ่อแก่นไม่ได้ประดิษฐานอยู่ที่วัดนี้ แต่ประดิษฐานอยู่ที่วัดใน อ.วิเศษชัยชาญ

และถูกขโมยตัดเศียรพระไป แล้วนำองค์พระมาทิ้งไว้ชายป่าข้างวัดสังข์กระต่ายนี้

ชาวบ้านที่ไปพบจึงได้นำองค์พระมาบูรณะซ่อมแซมใหม่เป็นองค์พระอย่างที่เห็น พร้อมทั้งอัญเชิญมาประดิษฐานไว้ในโบสถ์แห่งนี้

 




ด้านขวามือขององค์หลวงพ่อแก่น เป็นห้องโถงใหญ่ ประดิษฐานพระพุทธรูป 3 องค์

มีพระประธานองค์ใหญ่อยู่ตรงกลาง ชื่อว่า หลวงพ่อวันดี

ส่วนอีก 2 องค์อยู่ด้านซ้ายและขวามีขนาดเล็กกว่า คือ หลวงพ่อศรี และหลวงพ่อสุข

ชาวบ้านได้เล่าให้ฟังว่า ก่อนหน้านี้องค์พระทั้งสามองค์ถูกตัดเศียรวางทิ้งไว้กับพื้นภายในโบสถ์นี้

ชาวบ้านในละแวกนี้จึงได้ร่วมกันบูรณะซ่อมแซมขึ้นมาใหม่ จนสวยงามเหมือนที่เห็นอยู่ในปัจจุบันนี้

 




 

ส่วนห้องสุดท้ายเป็นห้องว่าง (จากการบอกเล่าของชาวบ้านแถวนั้น)

เนื่องจากไม่พบร่องรอยว่ามีการใช้ห้องนี้สำหรับทำศาสนกิจใดๆ 

แต่ปัจจุบันมีการตั้งแท่นและเครื่องสักการะ สำหรับบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านเคารพนับถืออยู่ทางด้านใน








หากใครที่เคยได้ไปวัดบางกุ้ง อ.บางคนที จ.สมุทรสงครามมาแล้ว

อาจจะคุ้นตากับโบสถ์ปรกโพธิ์ ซึ่งมีลักษณะคล้ายๆ กันกับโบสถ์ต้นโพธิ์ของวัดสังข์กระต่ายแห่งนี้

เพียงแต่ว่า โบสถ์ปรกโพธิ์วัดบางกุ้ง จะเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวมากกว่า เนื่องจากอยู่ใกล้แหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง

 เช่น อัมพวา ดำเนินสะดวก อีกทั้งบริเวณวัดบางกุ้งจะมีพื้นที่กว้างขวาง และมีปูชนียสถานอื่นๆ มากกว่า


อย่างไรก็ตาม ก็นับว่าสถานที่ทั้งสองแห่งนี้ มีความแปลกตาที่เกิดจากการสร้างสรรค์ของธรรมชาติเหมือนๆ กัน

นับว่าเป็นเรื่องมหัศจรรย์และน่าพิศวงสำหรับผู้ที่ได้มาเห็นไม่มากก็น้อยครับ


 




บ่อยครั้งที่สถานที่เก่าๆ เรื่องราวเก่าๆ ในอดีต ก็เป็นสิ่งสะท้อนอะไรหลายๆ อย่างให้กับคนรุ่นหลังอย่างเราได้เหมือนกัน

จึงไม่น่าแปลกใจที่ทุกวันนี้ ผู้คนถึงได้ชื่นชอบ และนิยมไปเที่ยวชมสถานที่ที่มีประวัติความเป็นมาน่าสนใจกันมากขึ้น

อย่างน้อยก็ช่วยทำให้ลูกๆ หลานๆ คนรุ่นใหม่ได้ซึมซับและภาคภูมิใจในความเป็นชาติไทย ที่บรรพบุรุษของพวกเขาได้สร้างไว้ให้





หากมีโอกาสมาเที่ยวจังหวัดอ่างทอง หรือได้ผ่านมาเที่ยวชมวัดขุนอินทประมูล (อยู่ในเส้นทางเดียวกัน) 

ลองหาโอกาสเข้ามาชมความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ กับสถานที่ Unseen อีกแห่งหนึ่งของไทยกันนะครับ...

 


**************************


เพลง : ลาวแพน (เพลงไทยเดิม)
ระนาดเอก / ฉิ่ง : ธีรภัทร บุญจิตติ
เปียโน / ซินธ์ / กลองไฟฟ้า : พิชิตชน ไชยคำวัง (เติ้ล ขลุ่ยไทย)

โดย นายครก

 

กลับไปที่ www.oknation.net