วันที่ ศุกร์ สิงหาคม 2559

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

The Bernina Express Scenic Train Route, Switzerland เส้นทางรถไฟสายมรดกโลก


The Bernina Express Scenic Train Route, Switzerland เส้นทางรถไฟสายมรดกโลก


แผนการดั้งเดิมที่ตั้งเอาไว้ คือเราจะเดินทางเข้าสู่พื้นที่ของ Dolomites ผ่าน Stelvio Pass แต่เนื่องจากปัญหาเล็กน้อย แต่ก็ใหญ่พอที่จะทำให้เราต้องเปลี่ยนแผนและเส้นทาง

เราจะเดินทางยาวขึ้นหน่อย แต่ข้อดีคือเราจะผ่านเข้าไปในเขตของประเทศสวิตเซอร์แลนด์เต็มวัน และมีโอกาสที่จะได้ชมทัศนียภาพสวยๆ รวมถึงพรมดอกไม้ที่สวยงาม อันเป็น Signature ของสวิสเซอร์แลนด์

หลังอาหารเช้าเราออกเดินทางไม่รีบไม่ร้อน มุ่งหน้าสู่พรมแดนสวิสต์

ขับรถมาราวหนึ่งชั่วโมงเรามาถึงเขตทะเลสาบ Lago di Endine ..

 ทะเลสาบแห่งนี้ไม่กว้างมาก แต่ยาวไปตามความยาวของถนน และอีกฝั่งของทะเลสาบมองเห็นบ้านหลังเล็กๆเหมือนบ้านตากอากาศ เรียงรายลดหลั่นกันไปตามเนินเขา

อากาศริมทะเลสาบดีมาก และที่ฉันเห็นว่าดีที่สุดก็คือ ตลอดแนวทะเลสาบมีทางเดิน หรือจ๊อกกิ้งแทรคตลอดระยะทางหลายสิบกิโลเมตร เห็นแล้วได้แต่อิจฉาคนที่นี่

เรายังคงเดินทางต่อ .. อากาศที่ดี ทิวทัศน์ที่สวยงามในรายทาง ทำให้การใช้เวลาบนถนนรื่นรมย์

เราไม่ต้องเบื่อกับสภาพการจรจรที่ติดขัด หรือความประพฤติที่ไม่ค่อยดีของคนใช้ถนน

ตอนนี้เราเข้าใกล้พรมแดนสวิสต์แล้วค่ะ แต่ขอแวะถ่ายภาพเมืองสวยน่ารักอีกสักเมืองนะคะ

เราไม่รู้จักเมือง Aprica ในรายละเอียด … รู้เพียงว่าอยู่ในเส้นทางที่เราต้องผ่าน

แต่ภูมิประเทศทำให้เราต้องจอดรถเพื่อเก็บภาพ

เราเลี้ยวรถลงมาตามสโลปของถนนที่มีอาคารเหมือนโรงนา หรือโรงเก็บของทำหน้าที่คล้ายวงเวียนอยู่ตรงกลาง โดยมีภาพของโบสถ์ บ้านเรือน และเทือกเขาสูงสีน้ำเงินเข้ม เป็นส่วนประกอบของฉากที่งดงามในสายตา

ฉันเลือกที่จะเดินขึ้นไปตามบันไดหลายสิบขั้นข้างทาง โดยมีเป้าประสงค์ที่จะไปเก็บภาพในมุมสูง

มุมที่เห็นทั้งโบสถ์ และบ้านที่ได้รับการดัดแปลงเป็นร้านอาหารตรงหัวมุมตรงโค้งถนนพอดี

ในขณะที่มีภูเขาสีฟ้าสวยๆเป็นฉากหลังอยู่ไกลๆ ชอบมุมนี้มาก

เมื่อเก็บภาพมุมสูงจนพอใจแล้ว ฉันก็เริ่มจะมองหามุมอื่นที่น่าสนใจเพื่อเก็บเข้าเลนส์กล้อง

มายืนโพสท่าถ่ายรูปหน้าส่วนเก่าแก่ของบ้านหลังหนึ่ง

เข้าใจว่าเป็นสถานที่เก็บฟืนที่ใช้ทำความร้อนในฤดูหนาว

ฉันแวะเข้าไปดูภายในโบสถ์ … แต่ไม่มีความรู้เพียงพอที่จะบอกว่าเป็นคริสต์ศาสนาลัทธิใด

ภายในโบสถ์ตกแต่งด้วยรูปปั้น ภาพวาด และภาพปูนปั้นลอยตัว ของนักบวช เทพต่างๆามความเชื่อทางคริสต์ศาสนา
 

 

The Bernina Express Scenic Train Route

เราเดินทางต่อเพื่อข้ามพรมแดนสวิสต์ ...

เราขับรถข้ามจากอิตาลีเข้ามาในเขตของประเทศสวิสต์เซอร์แลนด์ที่เมือง Bernina ..

ชื่อ Bernina คงทำให้หลายคนคิดถึงรถไฟท่องเที่ยวสายที่โด่งดังติดอันดับโลก นั่นคือ The Bernina Express Scenic Train อันเป็นขบวนรถไฟสายมรดกโลกที่พานักท่องเที่ยวจากทั่วโลกไปเที่ยวชมทิวทัศน์ที่สวยงามหลากหลายแห่งของประเทศสวิสต์เซอร์แลนด์ .. ซึ่งรถไฟขบวนนี้มีต้นทางจากเมืองนี้เองค่ะ

อั้ม .. อั้มๆๆๆๆ พี่เห็นสะพานเหมือนในโปสการ์ดเลย”… ฉันเรียกน้องที่ทำหน้าที่ไกด์และขับรถให้เรา

พร้อมกับชี้มือไปยังทิศทางที่ฉันเพิ่งจะเหลือบเห็นสะพานโค้งเปี่ยมเอกลักษณ์ที่เห็นบ่อยๆในเอกสารการท่องเที่ยวของสวิสต์เซอร์แลนด์

ยังจอดไม่ได้ครับ เดี๋ยวหาที่กลับรถก่อนครับ” .. น้องอั้มตอบ และสอดส่ายสายตามองหาที่เราพอจะกลับรถกลับมายังสะพานแสนสวยนี้

เมื่อเราจอดรถแล้ว ต่างคนต่างก็หาทางที่จะเดินลงไปยังจุดที่เราคิดว่าจะถ่ายรูปสะพานได้

เอาละวะลุยทุ่งหญ้าลงไปก็แล้วกัน พร้อมกับกำหนดจุดที่มองเห็นชาวญี่ปุ่นชายหญิงคู่หนึ่งที่คงกำลังรออยู่เช่นกัน

เมื่อได้จุดที่ต้องการ เราก็เริ่มเก็บภาพสะพาน Bruise Viaduct Spiral Bridge ซึ่งเป็นหนึ่งของ UNESCO World Heritage Sites ..

ความเอียงโค้งของสะพานที่ดูสวยแปลกตา ทำให้เรารัวกดชัตเตอร์อย่่างไม่ยั้งมือ

สะพานหินโค้งแห่งนี้เป็นที่ตั้งของรางรถไฟรางเดี่ยว(single-track nine-arched stone spiral railway viaduct) ในเขต Canton of Graubünden, Switzerland

สร้างขึ้นเพื่อจำกัดการเคลื่อนตัวของรถไฟไม่ให้เอียงเกิน 7 องศา และไม่ตกรางในช่วงแล่นรถขาขึ้นเขา หรือควบคุมไม่ได้ช่วงขาลง

รถไฟสายนี้เปิดใช้ครั้งแรกเมื่อ วันที่ 1 กรกฎาคม เป็นการเปิดเส้นทางเดินรถไฟระหว่างสถานี Tirano–Poschiavo ในอิตาลี ข้าม Swiss Engadin Alps มาสิ้นสุดที่เมืองนี้ ..

เส้นทางที่รถไฟสายชมทิวทัศน์สายนี้แล่นผ่านส่วนใหญ่จะเป็น World Heritage Site ที่รู้จักกันในชื่อ Rhaetian Railway in the Albula / Bernina Landscapes.

หากคุณใช้บริการรถไฟสายนี้ คุณจะได้ผ่านสะพาน 196 แห่ง อุโมงค์ 55 อุโมงค์

ที่น่าสนใจก็คือ คุณจะมีโอกาสได้ผ่านไปในบริเวณ Bernina Pass ในระดับความสูง 2,253 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล

การเดินทาง ทั้งหมดจะใช้เวลาราว 4 ชั่วโมง

เฮ้ย นั่นรถไฟกำลังมา” .. ฉันตะโกนบอกพรรคพวก ในขณะที่เรากำลังจะถ่ายรูปสาวสาวสวยในคณะ

แล้วเราก็แตกฮือ วิ่งถือกล้องเพื่อไปดักรอรถไฟขบวนหนึ่งที่กำลังมุ่งหน้ามาในทิศทางที่เรายืนอยู่

ฉันกดชัตเตอร์กล้องแบบไม่ยั้ง เพื่อให้ได้รูปมากที่สุด .. มันอาจจะเป็นครั้งเดียวที่มีโอกาสมาเก็บภาพที่นี่ก็ได้ ใครจะรู้จริงมั๊ยคะ

เมื่อได้รูปจนหนำใจ เราก็จะไปเก็บภาพตราสัญลักษณ์ UNESCO World Heritage ที่ใต้สะพาน

ในขณะที่คิดว่า เราจะออกเดินทางต่อ

พี่ๆๆๆ .. คนญี่ปุ่นสองคนนั้นบอกว่าเดี๋ยวจะมาอีกขบวนนะ รออีกหน่อยมั๊ย?” .. นายหัว เพื่อนร่วมทริปจากภูเก็ตถาม

และแน่นอนเราตกลงใจจะปักหลักรอรถไฟอีกบางขบวนที่จะผ่นมาในบริเวณที่เราอยู่ในช่วงบ่ายวันนี้

และแน่นอนค่ะ เราได้ภาพสวยๆมาหลายภาพ อันเป็นผลตอบแทนของการรอคอย

โพสท่าถ่ายรูปกันสุดฤทธิ์สุดเดช .. บรรยากาศและความสวยของสถานที่เป็นใจค่ะ

โดย Supawan

 

กลับไปที่ www.oknation.net