วันที่ จันทร์ สิงหาคม 2559

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

:: ไปไหว้พระ วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว ::


"ไปเพชรบูรณ์กันมั้ย... ไปถูกรึป่าว"

"ไม่มีปัญหา ว่าแต่จะไปทำไม"

บทสนทนานี้เกิดขึ้น ณ มื้อค่ำวันหนึ่ง ระหว่างผมและคุณภรรยาที่เคารพ

"อยากไปวัดผาซ่อนแก้ว เห็นคนไปเที่ยวกันเยอะ ถ่ายรูปมาสวยดี อยากไปดูว่าสวยจริงมั้ย" คุณภรรยาบอกเหตุผล

ซึ่งนั่นก็เพียงพอแล้ว กับการทีต้องออกเดินทางไป จ.เพชรบูรณ์ ในช่วงเวลาที่ฤดูกาลบ้านเรา

กำลังสับสนว่าที่จริงแล้วมันควรเป็นฤดูอะไรกันแน่

ระหว่างฤดูร้อน ฤดูร้อนมาก ฤดูฝน หรือจะผสมผสานกันทั้งหมด แบบว่า All in one กันไปซะเลย...  





ครั้งนี้เราเลือกที่จะเดินทางกันในวันธรรมดา เพราะเบื่อแล้วกับการที่จะต้องไปผจญกับความอลหม่าน วุ่นวายบนท้องถนน

อีกทั้งต้องไปแย่งกันกิน แย่งกันเข้าห้องน้ำ ส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตเป็นอย่างมาก

แต่เหตุผลสำคัญที่สุดประการหนึ่ง ที่จะว่าไปแล้ว น่าจะเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการเปลี่ยนที่กินทีนอนแทบทุกครั้ง ก็คือ

ค่าที่พักในวันธรรมดาเนี่ย มันถูกแสนถูกซะเหลือเกิน แถมยังมีให้เลือกมากมายตามใจชอบอีกต่างหาก




ราออกเดินทางจาก อ.บางปะอิน ในช่วงสายๆ ของวันอังคาร

โดยใช้เส้นทางสายพหลโยธินไป จ.สระบุรี ผ่าน จ.ลพบุรี 
เข้าสู่ จ.เพชรบูรณ์ ทาง อ.หล่มสัก

จะว่าผมโลว์เทคก็ได้นะ เพราะผมไม่เคยใช้อุปกรณ์ GPS นำทางสักครั้ง ผมถนัดที่จะเปิดหนังสือแผนที่ของกรมทางหลวงมากกว่า

ออกเดินทางมาได้สักพัก มาถึงแถวๆ สามแยกพุแค ก็มีฝนโปรยปรายลงมาพอให้ชุ่มฉ่ำ แสงแดดที่แผดจ้ามาโดยตลอดหายไปแล้ว

ทำให้อากาศเย็นสบาย แต่ก็แลกมาด้วยการต้องใช้ความระมัดระวังในการขับรถมากขึ้น

เนื่องจากฝนปรอยๆ แบบนี้ทำให้ถนนลื่นได้...

หลังจากแวะจัดการมื้อกลางวันที่ อ.วิเชียรบุรี เรียบร้อย ประมาณบ่ายแก่ๆ เราก็มาถึงจุดหมายปลายทางสำหรับครั้งนี้ 


"วัดผาซ่อนแก้ว"




ทันทีที่เข้ามาถึง ก็ต้องบอกเลยว่า สวยงามจริงๆ โดยเฉพาะพระเจ้า ๕ พระองค์ ซึ่งมีลักษณะเป็นพระพุทธรูปสีขาวขนาดใหญ่ 

นั่งซ้อนลดหลั่นกันลงมาตามลำดับ บนฐานดอกบัว มีความยิ่งใหญ่ มองเห็นเด่นเป็นสง่ามาตั้งแต่ไกล

โดยมีภูเขาด้านหลัง
เป็นฉาก ช่วยเสริมความงดงามและความเข้มขลังของพระพุทธรูปดังกล่าว



วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว ตั้งอยู่ ณ บริเวณเนินเขาในหมู่บ้านทางแดง ต.แคมป์สน อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์

โดย คุณภาวิณี และ คุณอุไร โชติกูล ได้มีจิตศรัทธาซื้อที่ดินถวายเริ่มแรกจำนวน ๒๕ ไร่

เพื่อก่อสร้างเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมแก่พระสงฆ์ และพุทธศาสนิกชนทั่วไป 


ปัจจุบันมีผู้ร่วมถวายปัจจัยซื้อที่ดินเพิ่มรวมทั้งสิ้นมีที่ดินรวม ๙๑ ไร่




วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๗ ในชื่อ “พุทธธรรมสถานผาซ่อนแก้ว”

และได้รับการอนุมัติจัดตั้งจาก
คณะกรรมการมหาเถรสมาคม ให้เป็นวัด

ชื่อว่า “วัดพระธาตุผาแก้ว” เมื่อวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๕๓ 


โดยมีพระครูปลัด ปารมี สุรยุทโธ 
เป็นเจ้าอาวาส

ปัจจุบันได้เปลี่ยนชื่อวัดเป็น “วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว”  เมื่อวันที่ ๓๐  พฤษภาคม ๒๕๕๖

เพื่อให้สอดคล้องกับบริเวณที่ตั้งของวัด ซึ่งแต่เดิมชาวบ้านเรียกกันว่า “ผาซ่อนแก้ว”




เหตุที่ชาวบ้านเรียกสถานที่แห่งนี้ว่า "ผาซ่อนแก้ว" นั้น มีเรื่องเล่าว่า บนยอดเขาสูงด้านหลังวัดนั้น มีถ้ำอยู่บนยอดเขา

และมีชาวบ้านหมู่บ้านทางแดงหลายคน ได้เห็นลูกแก้วลอยอยู่บนฟ้า และลับหายเข้าไปในถ้ำบนยอดเขา

ชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็นพระบรมสารีริกธาตุเสด็จมาประทับ

จึงเรียกตาม ๆ กันมาว่า “ผาซ่อนแก้ว”




นอกจากพระพุทธเจ้า ๕ พระองค์แล้ว ก็ยังมีสิ่งก่อสร้างต่างๆ ที่มีความสวยงามไม่น้อยไปกว่ากัน

ได้แก่ เจดีย์พระธาตุผาแก้ว ศาลาพระหยกเขียว พระพุทธเลิศรัตนโชติมณี (พระหยกเขียว) 

พระพุทธรัตนสัมฤทธิ์ผล (พระหยกขาว) ลานพระสีวลี ลานโพธิ์




อีกหนึ่งความสวยงามและแปลกตาสำหรับผู้ที่ได้มาเยือนวัดผาซ่อนแก้วแห่งนี้ ก็คือ

วัสดุที่นำประดับตกแต่งตามอาคาร เช่น กำแพง ฝาผนัง เสาอาคาร รวมทั้งส่วนขององค์เจดีย์

เนื่องจากมีการใช้ถ้วยชามเบญจรงค์ หินสี ลูกแก้ว รวมทั้งเครื่องประดับพวก สร้อย แหวน กำไล มาประดับตกแต่งอย่างสวยงาม

ซึ่งของเหล่านี้ ส่วนหนึ่งเกิดจากความเลื่อมใสศรัทธาของพุทธศาสนิกชนที่ต้องการมีส่วนร่วมในการก่อสร้างพุทธสถานแห่งนี้

ว่ากันว่า มีอัญมณีที่มีค่า มีมูลค่าเป็นตัวเลขประมาณ 6-7 หลักประดับรวมอยู่ในส่วนขององค์เจดีย์นี้ด้วย

แต่ว่าจะอยู่ตรงส่วนไหนนั้น เป็นปริศนาสำหรับผู้ที่ได้มาเที่ยวชม ถ้าท่านใดได้พบเห็นก็นับว่าเป็นบุญตา และโชคดีมากครับ  



 

 สรุปว่าการเดินทางมาเที่ยวชม วัดผาซ่อนแก้ว ในครั้งนี้ไม่ทำให้ผิดหวังจริงๆ ครับ 


ได้มาสัมผัสกับความสวยงาม ความอลังการ ของสถานที่ ที่จัดว่าเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คของ จ.เพชรบูรณ์ไปแล้ว

 

ถ้าหากมีโอกาสอยากเชิญชวนและแนะนำให้ลองมาชมความสวยงามด้วยตาตัวเองกันนะครับ

เพราะภาพที่คุณได้เห็นจากสื่อต่างๆ 
คำบอกเล่าที่ได้ฟังจากคนนั้นคนนี้ เทียบไม่ได้สักนิดกับการได้มาสัมผัสด้วยตัวเอง  

เชื่อเถอะครับว่า


เที่ยวเมืองไทย ไม่ไปไม่รู้ จริงๆ ครับ...



*********************

 
เพลง : คิดถึงพี่ไหม / ศิลปิน : ศรคีรี ศรีประจวบ
Cover ขลุ่ย by เติ้ล ขลุ่ยไทย

   



 

โดย นายครก

 

กลับไปที่ www.oknation.net