วันที่ พฤหัสบดี สิงหาคม 2559

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ไฟสีต่างๆในสนามบิน มีความหมายด้วยเหรอเนี่ย? สำหรับคนที่ชอบเครื่องบิน เข้ามาอ่านเ


 
ไฟสีต่างๆในสนามบิน มีความหมายด้วยเหรอเนี่ย?
 
BY เพจ FB: บันทึกไม่ลับของคนขับเครื่องบิน·
 
ความสวยของไฟในสนามบินว่านอกจากความสวยงามแล้ว ไฟสีต่างๆในสนามบินมีความหมายอะไรหรือไม่ อย่างที่ผมเคยบอกไว้ครับ “อะไรที่อยู่ในเครื่องบิน และเกี่ยวข้องกับเครื่องบินมันต้องมีความหมายเสมอ” มันจะมาอยู่โดยไม่มีความหมายไม่ได้(อันนี้คือตามกฎการบินนะครับ แต่ในสนามบินบ้านเรา ฮุฮุ ไม่ขอพูดฮะ 555) แต่เอาเป็นว่าส่วนใหญ่มีความหมายแล้วกันเนอะ!!
 
ประโยชน์ของไฟในสนามบินนั้นจริงๆแล้วมีมากมายครับ มากกว่าสีสวยๆที่เราเห็นกันแบบผู้โดยสารมองในยามค่ำคืนเพียงอย่างเดียว แต่สำหรับนักบินแล้ว มันคือแสงแห่งความหวังในเวลาที่สภาพอากาศ ไม่ปรกติ ในช่วงฝนตก หมอกลง หิมะกำลังตก เมฆหนา หรือแม้ในเวลาค่ำคืน เพราะการทำ instrument approach ต่างๆ หรืออธิบายง่ายๆว่า การมองเครื่องวัดประกอบการบินนั้นมีเหตุผลเพียงเพื่อ “ให้นักบินมาให้เห็นสนามบินเท่านั้น”
 
ที่เหลือในการ Landing นั้นก็นักบินลงสนามเองล้วนๆ (ยกเว้นแต่การทำ Auto Land ซึ่งจะยกหน้าที่การลงสนามให้กับเครื่องบินทำแทนเรา แต่นักบินก็มีหน้าที่คอยเฝ้าดู หากมีสิ่งผิดปกติ นักบินก็มีหน้าที่ go around หรือเชิดหัวขึ้นนำเครื่องบินขึ้นไปใหม่) นี่แหละครับพระเอกของเรา ไฟต่างๆในสนามบิน เมื่อนักบินเห็นไฟในสนามบินแล้ว ไม่ว่าจะในสภาพอากาศใดก็ตาม และมั่นใจได้ว่านั่นคือสนามบิน นักบินมีสิทธิ์จะ continue approach ต่อ หรือพูดง่ายบินเข้ามาในเขตสนามบินต่อ แต่ที่เมื่อไหร่ก็ตามนักบินมองไม่เห็นสนาม ที่ความสูงขั้นต่ำขั้นนึง นักบินไม่มีสิทธิ์ เอาเครื่องลงต่อ ต้องนำเครื่องเชิดหัวขึ้นไปบินวนรอให้สภาพอากาศดีขึ้นแล้วค่อยกลับมาลงใหม่อย่างเดียวเท่านั้น
 
จากข่าวต่างๆที่หนังสือพิมพ์ชอบลงกันว่า “ระทึก!!!นักบินเชิดหัวกระทันหัน!!” อะไรแบบนี้ ผมจะเล่าว่านั่นไม่ใช่เรื่องระทึกเลยครับ เป็นสิ่งปกติที่นักบินเราฝึกกันมาตลอด ถ้าไม่ปลอดภัยมาถึงสนามบินแล้วไม่เห็นสนามบิน เราก็ไม่รู้จะเอาเครื่องบินและชีวิตผู้โดยสารไปเสี่ยงทำไม นี้คือความปลอดภัยด้วยซ้ำครับ ดังนั้นถ้าเห็นนักบินนำเครื่องขึ้นไปใหม่ ให้คิดว่านักบินกำลังทำสิ่งที่ถูกต้องแล้ว ความปลอดภัยของเราผู้โดยสารล้วนๆ “ดีกับผู้โดยสารซะอีก เสียเงินนั่งเครื่องบินมาราคานึง ได้บินวนรอบสนามบินอีกรอบ ดูวิวก้อนเมฆสวยๆ กำไรผู้โดยสารเลยฮะ 555 ”
 
Airport Beacon Light คือเจ้าไฟที่เราเห็นอยู่บนหอ มีสีขาวและเขียวที่เราเห็นในภาพ
มาเริ่มกันด้วย เจ้า Airport Beacon Light กันก่อนเลยแล้วกันนะครับ เพราะจะเป็นไฟสำคัญๆในลำดับแรกๆ เราอ่านว่า บี-ค่อน ไลท์ นะครับ(อย่าไปเผลออ่าน เบค่อนไลท์ นะครับเด๋วคนฟังอาจจะหิวได้ 555) ในสมัยก่อนนั้นเจ้า Beacon Light นับว่ามีประโยชน์มากในการบินสมัยแรกเริ่มครับ เพราะจะบ่งบอกว่าสนามบินนั้นๆ เป็นสนามบินของพลเรือน หรือสนามบินของทหาร (สนามบินพลเรือน ไฟจะเป็นสี ขาว-เขียว ถ้าเป็นสนามบินทหารไฟจะเป็นสีขาว-ขาว-เขียวครับ)
 
ภาพประกอบ Beacon Light จาก internet ครับ
สมัยก่อนที่เจ้า Beacon มีความสำคัญมากครับ เพราะการบินแบบพาณิชย์ยังคงไม่เป็นทีนิยมมากนัก ส่วนใหญ่มีแต่การบินเชิงการทหารเป็นหลัก (สมัยก่อนนี่ผมหมายถึง ช่วง 80-90 ปีที่แล้วนะครับ) การมีเจ้า Beacon light ก็เพื่อบอกนักบินว่าสนามบินนี้เป็นของพลเรือน หรือของทหาร ถ้าบินไม่ดูตาม้าตาเรือเข้ามาลงสนามิบนทหารก็อาจจะถูกจับได้นะ หรือเพื่อเป็นการทำให้นักบินแน่ใจว่าลงสนามบินถูกต้องแน่ๆ เพราะสมัยนั้นการติดต่อสื่อสารทางวิทยุยังไม่มีมาก
 
สนามบินที่ห่างไกลอาจจะไม่มีหอบังคับการบินก็เป็นได้ นักบินต้องมาถึงสนามและทำการลงสนามด้วยสายตาเท่านั้นไม่มีเครื่องวัดประกอบการบินใดๆช่วย แต่ในปัจจุบัน เจ้า Beacon Light ก็ลดบทบาทความสำคัญลงไปครับ เพราะในการบินปัจจุบัน เทคโนโลยีของการบินนั้นก้าวหน้าไปไกล การติดต่อสื่อสารทำได้ง่ายได้ การจะบินไปสนามบินใดสนามบินหนึ่ง ต้องมีการขออนุญาต มีพิกัดสนามบินที่แน่นอน ดังนั้นการไปลงผิดสนามบิน แทบจะเกิดขึ้นไม่ได้(แต่ไม่ใช่ไม่มีเกิดขึ้นเลย สำหรับการบินแบบ General Aviation) แต่สำหรับการบินพาณิชย์แล้ว แทบเกิดขึ้นไม่ได้เลยครับ แต่อย่างไรก็ดี Airport Beacon Light ก็ยังเป็นหนึ่งในไฟที่ติดตั้งอยู่ในสนามบินจนถึงปัจจุบัน
 
ความหมายของไฟ Airport Beacon Light สีต่างๆกันครับ credit: ภาพจาก google
 
credit : หนังสือภาพ Night Flight แสดงให้เห็นถึงไฟสีต่างๆในสนามบินครับ
พระเอกสำหรับไฟในสนามบินถัดมาอีกตัวคือเจ้า Approach Light (ซึ่งยังแบ่งเป็นอีกหลายรูปแบบนะครับ ผมไม่ขอลงรายละเอียดเพราะมันจะลึกเกินไปสำหรับคนที่ไม่ได้เป็นนักบิน เอาเป็นว่า เรียกรวมๆว่า Approach Light System แล้วกันนะครับ) ส่วนประกอบหลักๆ ของไฟ Aprroach Light นั้นก็จะมี แผงไฟสีขาว5 ดวง เรียงกันเป็นแถวแนวนอน พูดให้เห็นภาพง่ายๆครับเป็นไฟแผงกระพริบ(Flashing) ต่อเนื่องกันเข้าสู่รันเวย์ เพื่อให้นักบินรู้ว่า เนี่ยเริ่มเข้าสู่เขตของRunway แล้วนะ การนำร่องมาสู่สนามบินมาได้ถูกทางแล้ว
 
 
ขอบพระคุณภาพประกอบสวยๆจากอินเตอร์เน็ทครับ
จาก Approach Light (Flashing) เข้ามาก็จะถึง Decision Bar (แถวไฟสีขาวแนวนอน แถวเดียวเรียงกันจนสุดขอบ รันเวย์ จากซ้ายไปขวา) เพื่อให้นักบินเปรียบเทียบกับเครื่องวัดประกอบการบินได้ว่าเครื่องบินไม่ได้เอียงปีก(bank) เมื่อเทียบกับ decission Bar เนื่องจากตอนนี้เข้าใกล้สนามบินมากแล้วกำลังจะทำการลงสนามบิน หากยังไม่แก้ไขอาการเอียงของปีก อาจจะทำให้ปีกเขี่ยพื้นรันเวย์ได้ครับ
 
ซึ่ง Approach Light System รูปแบอาจจะมีหลายอย่างแต่ทั้งหมดทั้งมวลคือการนำเข้ามาสู่ Threshold Light (ไฟเส้นแนวนอนสีเขียว ตามภาพด้านบน) เพื่อบอกว่าจุดนี้คือจุดเริ่มต้นของพื้นรันเวย์แล้วนะ นักบินสามารถเอาเครื่องลงได้หลังจากจุดนี้เป็นต้นไป เพราะเข้าเขตรันเวย์แล้ว
 
ซึ่งไฟเหล่านี้มีประโยชน์กับนักบินมากครับ ในเวลากลางคืนหรือเวลาที่ทัศนวิสัยในการมองเห็นต่ำเช่นหมอกลงจัด หรือเมฆหนา ถ้าหากก่อนลงสนามแล้ว ไฟApproach Light เกิดหายไป (loss contact) เนื่องจากเจอหมอกบังเป็นบางจุด (Fog patches) นักบินก็ต้องทำการ Go-Around เพื่อไปบินวนรอให้ทัศนะวิสัยดีขึ้นจึงกลับมาลงใหม่ได้แบบนี้เป็นต้นครับ
 
Runway Centre Line Light เครดิตภาพประกอบจาก internet ครับ
Runway Centre Line Light ก็นับเป็นพระเอกอีกอันของไฟในสนามบิน มีสีขาวบนหลอดไฟดวงเดียว เรียงต่อกันตั้งแต่ หัวสนามไปยังท้ายสนามบิน เพื่อบอกว่าเครื่องบินกำลังลงจอดตรงกลางรันเวย์หรือไม่ เพราะเครื่องบินพาณิชย์ ขนาดใหญ่มีปีกที่ค่อนข้างยาว หากเครื่องบินเกิดไม่ลงตรงกลาง Runway แล้วก็มีโอกาสที่ปีกของเครื่องบิน จะไปเกี่ยวกับสิ่งกีดขวางอื่นๆด้านๆข้างของ Runway ได้ครับ แต่เจ้า Ranway Center Line Light นั้นก็ไม่ได้มีประโยชน์เพียงบอกนักบินว่าลงตรงกลางรันเวย์หรือไม่เท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์อื่นด้วย
 
คือการบอกระยะที่เหลือของ Runway ในขณะที่นักบินทำการ Takeoff ในเวลากลางคืนด้วยเช่นกัน
พูดให้เห็นภาพง่ายๆครับ ไฟ Runway Center Line Light นั้นปรกติเป็นสีขาว แต่จะเปลี่ยนเป็นหลอดไฟ สีแดงสลับกับสีขาว เมื่อrunway ที่เครื่องบินกำลังจะวิ่งขึ้นนั้น เหลืออีก 3,000 feet และจะเป็นเปลี่ยนเป็นสีแดงล้วน เมื่อเหลือพื้นที่ของรันเวย์ 1,000 feet สุดท้ายก่อนจะสุดรันเวย์ เพื่อเป็นการเตือนให้นักบินว่ารันเวย์จะไม่พอในการวิ่งขึ้นแล้วประมาณนี้ครับ
 
เวลาเครื่องขึ้นจากดอนเมืองฝั่ง Runway 21R นั้นขณะนำเครื่องขึ้นเคยได้ยินไหมครับ ก่อนที่เครื่องจะยกตัวลอยเหนือพื้น จะมีเสียง กึกกัก กึกกัก กึกกัก ดังอยู่สักครู่ก่อนจะเงียบหายไป เมื่อเครื่องบินเริ่มยกตัวแล้ว นั่นแหละครับคือเสียงที่นักบินเค้าพยายามบังคับเครื่องบินให้อยู่บน Runway Center Line Light (มันจะเป็นลักษณะไฟฝังลงไปตรงกลางของพื้นรันเวย์ และมีตุ่มแก้วนูนๆโผล่ขึ้นมา เหมือนไฟกลางถนนที่เราขับรถนั่นแหละครับ)
 
นั่นคือนักบินบังคับได้อยู่บน Center Line ได้ตลอด แต่ก็จะมีพี่ๆบางคนอาจจะให้ชอบ takeoff หลบไฟนิดหน่อย คือเบี่ยงออกไปเล็กน้อยเพื่อไม่ให้ทับหลอดไฟจะได้ไม่เกิดเสียงดังข้างต้น เพื่อให้ผู้โดยสารเกิดความรำคาญหากกำลังพักผ่อนครับ
 
ขอบพระคุณภาพประกอบสวยๆจากอินเตอร์เน็ทครับ
มาถึงตรงนี้ขออณุญาตนอกเรื่องนิดนึงครับ เรื่องไฟในสนามบินเป็นสิ่งที่สำคัญในการมองเห็นของนักบิน จะลงสนามได้หรือไม่ได้นั้นไฟก็มีความสำคัญอยู่มากทีเดียวในการตัดสินใจของนักบิน ดังนั้นบางครั้งไฟของแต่ละสนามบิน ดันสว่างไม่เท่ากัน บางที่สว่างน้อยไปนิด หรือบางที่ก็สว่างจ้ามากจนแสบตา นักบินอาจจะตาพร่าไปชั่วคราวได้ นักบินเราสามารถแจ้งหอยังคับการบินได้ครับ ว่าให้ปรับหรือลดไฟต่างๆ ให้สว่างเพิ่มขึ้น หรือลดลง ได้โดยการแจ้งผ่านวิทยุ หอบังคับการบินก็จะทำการ dim ไฟ เพิ่มหรือลดให้ตามความต้องการของนักบิน
 
สมัยพวกผมเป็นศิษย์การบินใหม่ๆ ครูการบินมักจะชอบแกล้งพวกเราศิษย์การบินครับ คือตอนฝึกบินเนี่ยส่วนใหญ่เราจะทำการฝึกในช่วงเช้า-บ่าย หรือก่อนพระอาทิตย์ตกดินนั่นเอง นานๆทีจะได้ฝึกในช่วงกลางคืน หรือพวกศิษย์การบินเราจะเรียกกันว่า บินNight ซึ่งนับเป็นเรื่องตื่นเต้นของพวกเราศิษย์การบินอยู่พอสมควร ที่จะได้ไปเห็นแสงสีในเมืองเมื่อมองลงมาจากท้องฟ้าขณะบินผ่าน รวมถึงการปรับสภาพสายตาเพื่อมาบินในช่วงที่แสงมีน้อย รวมถึงความงามของแสงไฟในบริเวณสนามบินด้วย
 
ครูการบินมักจะชอบแกล้งพวกผม สมันตอนที่ยังบินอยู่สนามบินดอนเมือง(ฝึกบิน) ครูจะถามว่าเห็น Runway ไหม(ในช่วงกลางคืน) ร้อยละ 80 ตอบว่า “เห็น” ครูก็จะถามต่อว่า Runway อยู่ไหน พวกเราศิษย์ก็จะชี้ไปที่แสงสว่างที่เห็นได้ชัดที่สุดเมื่อมองลงมาจากบนเครื่องบินก่อนทำการลงสนามบินที่ดอนเมือง
 
“โป๊ก!!! ครูการบิน ก็เขกหัวด้วยอุปกรณ์ที่หาได้แถวนั้น เช่นกระบอกไฟฉาย สันหนังสือ หรืออะไรก็ตามที่อยู่ใกล้มือ” นั่นมันทางด่วนโว้ยยยย!!! ครูการบินมักจะโวยศิษย์อย่างพวกผมเสมอๆ เพราะอะไรรู้ไหมครับ ก็ไฟทางด่วนมันจ้าาาา และยาวเด่นกว่าไฟสนามบินดอนเมืองอีก มันเป็นแว๊ปแรกที่เห็นก่อนแล้วสะดุดตา อย่าทำเป็นเล่นไปนะครับ มีคนเคยเกือบลงผิดที่ทางด่วนดอนเมือง นึกว่าเป็น Runway มาแล้วนะครับ 555
 
ขอบพระคุณภาพประกอบสวยๆจากอินเตอร์เน็ทครับ
กลับมาที่เรื่องของเราต่อครับ น้องๆพระเอกอีกตัวคือเจ้า Runway Edge Light หรือภาษาไทยเรียกว่า ไฟขอบรันเวย์นั่นเองครับ สำหรับเจ้าไปนี้ก็ชื่อตรงตามหน้าที่ครับ คือให้นักบินสามารถรู้ได้ว่าความกว้างของ Runway นั้นขนาดไหนเราจะได้ไม่เผลอ เอาเครื่องลงชิดฝั่งใดฝั่งหนึ่งมากเกินไป พยายามเลี้ยงตัวให้อยู่ใน Runway นั่นเองครับเพื่อไม่ให้ปีกของเครื่องบินไป ชนกับสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ รอบๆรันเวย์
 
ขอบพระคุณภาพประกอบสวยๆจากอินเตอร์เน็ทครับ
ซึ่งดูเหมือนเจ้าไฟ runway edge light จะดูไม่ค่อยมีบทบาทซักเท่าไหร่ ใช่ไหมครับ แต่เปล่าเลย? นี่แหละครับคือผู้ช่วยพระเองตามท้องเรื่องอย่างลับๆ เพราะในเวลากลางคืนนั้น นักบินอาจจะเกิดภาพลวงตาได้ง่ายๆ หากมีแค่เพียงไฟ Runway Center Line Light เพียงอย่างเดียว เพราะสายตาของมนุษย์จะไม่มีจุดอ้างอิงสายตาได้ หากมี Refference แค่เพียงไฟ Center Line Light เพียงอย่างเดียว เช่นถ้าสนามบินนั้นเป็นสนามบินต่างจังหวัด ไม่มีไฟใดๆเลย อยู่ดีๆ บินมามืดๆ มาเจอไฟเส้นกลางรันเวย์อย่างเดียว มันจะเหมือนหลุมดำขนาดใหญ่ ที่มีไฟอยู่ตรงกลางเพียงเท่านั้น นักบินจะไม่รู้ความชัดลึกของ Runway เลย ทำให้ไม่รู้ว่าเราอยู่สูงกว่าความเป็นจริง หรือต่ำกว่าความเป็นจริงครับแบบนี้น่าจะพอเห็นภาพนะครับ
 
และอีกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกันบ่อยครับ คือบางครั้งนักบินก็มีโอกาส Taxi เพื่อไปวิ่งขึ้นบนรันเวย์ แต่บางครั้งการกะระยะมุมเลี้ยวของแต่ละแบบอาจจะไม่เท่ากัน และนักบินเองห้องนักบินอยู่สูงจากพื้น และล้อNOSE ที่เป็นตัวเลี้ยว มันไม่ได้อยู่ตรงกับตัวนักบินเหมือนรถยนต์ หรือบางครั้งการออกแบบสนามบินและติดตั้งไฟไม่ดีพอ จึงทำให้กระชั้นชิดกับขอบ รันเวย์มากเกินไป นักบินก็ไปทับเจ้าไฟเนี่ยเสียหาย โดนเรียกเก็บเงินมาที่สายการบินก็หลายครั้งอยู่ สนนราคาต่อดวงราวๆ 30,000 บาท(เท่าที่ผมเคยได้ยิน หากผิดพลาดประการใดขออภัยด้วยครับ) เอาง่ายๆ taxi ไปทับ 3 ดวงก็ร่วมแสนแหละครับ
 
 
ขอบพระคุณภาพประกอบสวยๆจากอินเตอร์เน็ทครับ
พระรองตัวต่อมาครับ Taxiway Light จะเป็นสีฟ้าติดอยู่ที่ขอบทางขับครับ เพื่อแสดงให้นักบินรู้ว่า นี่คือทางขับนะ ห้าม takeoff จากตรงนี้ สามารถใช้ Taxi ได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ความเร็วก็มีกำหนดไว้ด้วยนะว่าไม่ควร Taxi เร็วมาก เพราะอาจจะทำให้เกิดอันตรายกับเครื่องที่อยู่ทางขับอื่นๆได้เช่นกัน
 
 
ขอบพระคุณภาพประกอบสวยๆจากอินเตอร์เน็ทครับ
 
และนี่แหละครับ เป็นเพียงบางส่วนของไฟในสนามบิน ที่ผมหยิบยกขึ้นมาให้เห็นภาพกันคร่าวๆ เพราะถ้ายกมาทั้งหมดเล่าจริงๆแล้วมีไฟอีกเยอะมากเลยครับ เล่าให้ฟังเป็น 10 หน้าก็ไม่หมดครับ ไฟสีต่างๆ เมื่อมันมารวมอยู่ในสนามบิน ที่มืดสนิท และมีความกว้างใหญ่แล้วนั้น มันก็ก่อให้เกิดเป็นแสงที่ดูมีควางดงามเหลือเกิน และยิ่งถ้ามองลงมาจากฟากฟ้าด้วยแล้วยิ่งสวยขึ้นอีกมากที่เดียวครับ อยากให้มาเห็นด้วยตาทุกท่านเองครับ
 
ขอบพระคุณภาพประกอบสวยๆจากอินเตอร์เน็ทครับ
 
“แต่ดูรวมๆแล้วมีเสน่ห์ เหลือเกิน ไม่ต้องมาเขิล์ล ตัวชั้นพูดเจงๆ” สวยไหมละครับสนามบินยามค่ำคืน ต่อไปนี้คงรู้คร่าวๆแล้วนะครับ ว่าไฟแต่ละแบบในสนามบินแตกต่างกันอย่างไรครับ
 
Next---> เรื่องสนุกต่อไปฉลองวันแม่ “เลี้ยงลูกอย่างไร? ถ้าอยากให้ลูกๆเป็น...นักบิน”
 
 
http://board.postjung.com/983092.html

โดย อิศรา

 

กลับไปที่ www.oknation.net