วันที่ เสาร์ สิงหาคม 2559

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ครบรอบ 29 ปีแล้วนะคะ


        ปีนี้เป็นปีที่ 29 ของการใช้ชีวิตคู่ของพ่อหมีกับแม่หมีค่ะ  ปีที่แล้วครอบครัวของเราไปฉลองกันเงียบๆที่ชายทะเลหาดบางเสร่  แต่ปีนี้แม่หมีบอกพ่อหมีว่า ขอไม่ไปไหนนะ  ขออยู่ในกรุงเทพฯนี่แหล่ะ  เพราะสุขภาพอันไม่อำนวยเลยไม่กล้าห่างจากโรงพยาบาล  ความจริงที่เขียนในเอ็นทรี่ว่าไปนอนโรงพยาบาลนั้นเขียนไม่ครบทุกครั้งนะคะ  เพราะถ้าเขียนทุกครั้งมันจะดูเยอะและทำให้เพื่อนๆชาวบล็อกจะเป็นห่วงกันเปล่าๆ  เราอย่าไปพูดถึงเรื่องการเจ็บไข้เลยนะคะ   เรามาพูดกันเรื่องที่ทำให้เราอมยิ้มกันดีกว่า

      ความจริงแม่หมีกับพ่อหมีน่ะเจอกันครั้งแรกตั้งแต่เป็นเด็กๆแล้วค่ะ   คุณแม่ของแม่หมีมีบ้านเดิมอยู่ในซอยโรงน้ำแข็งเก่าใกล้มัสยิดยะวา  แต่พอคุณแม่ออกมาแต่งงานกับคุณพ่อจึงย้ายมาอยู่บ้านของคุณพ่อในซอยใกล้ๆกัน   ส่วนคุณน้าของแม่หมีก็ยังอยู่ที่บ้านเดิมของคุณตาคุณยาย  ชาวมุสลิมมักจะมีกิจกรรมร่วมกันตลอด  ไม่ว่าจะเป็นวันตรุษทางศาสนา   ทำบุญบ้าน  แต่งงาน  ฯลฯ ต่างก็จะมาช่วยกัน  สมัยก่อนนี่ถ้าบ้านใครทำบุญก็จะเชิญเพื่อนบ้านมาร่วมงาน   ก่อนวันงานก็มาช่วยกันทำอาหารเรียกว่าไม่ต้องจ้างร้านอาหาร  ทำอาหารกันเอง  ช่วยกันปอกหอม ปอก  กระเทียม  โขลกพริกแกง  คั้นมะพร้าว ฯลฯ ถ้างานใหญ่ๆก็จะล้มวัว  ถ้าต้องใช้ไก่นี่ก็เชือดกันสดๆเลย   เพราะมุสลิมต้องมีวิธีการเชือดโดยต้องมีการอ่านดุอาด้วย(อาหารจึงจะเรียกว่าฮาล้าล)  การมาช่วยกันในงานบุญทำให้ความสัมพันธ์จึงแน่นแฟ้นในหมู่ชาวมุสลิมและชาวพุทธที่เป็นเพื่อนบ้านกัน   ตอนเด็กๆแม่หมีก็เคยไปงานทำบุญที่บ้านของพ่อหมีนะคะ (ตรงแถวนั้นเราเรียกว่า กำปงยะหวา  เพราะคนส่วนใหญ่จะเป็นชาวอินโดนีเซีย  ส่วนคุณตาคุณยายแม่หมีเป็นมุสลิมจีนบ้าบ๊า) เพราะเมื่อแม่หมีถามพ่อหมีว่า "ตอนเด็กๆอ้อมจำได้ว่าเคยไปกินบุญที่บ้านนึงหลังมัสยิด   ไปกับคุณแม่พอกินอาหารเสร็จก็เดินทะลุหลังบ้านงานมายังบ้านของคุณน้า  จำได้ว่าบ้านนั้นเขาแจกข้าวเหนียวกับไข่ต้ม  ใช่งานบ้านพี่ต่อรึเปล่าคะ" (ซึ่งเดี๋ยวนี้การแจกข้าวเหนียวกับไข่ต้มเขาไม่ค่อยทำกันแล้วค่ะ  วิธีทำคือ เขาจะใช้ไข่เป็ดต้มไปย้อมสีสวยๆเป็นสีผสมอาหารนะคะ  แต่ตอนทำบุญหลานชายเราใช้ไข่ไก่  จะได้ไม่ต้องย้อมสี  แล้วหุงข้าวเหนียวเหลือง  ข้าวเหนียวหุงโดยใช้น้ำขมิ้นให้มีสีเหลืองสวยแล้วห่อด้วยใบตองให้เป็นรูปสามเหลี่ยม  ใช้ไม้เสียบไข่ต้มและข้าวเหนียวให้ติดกันส่วนด้านบนของไม้จะมีดอกไม้ที่ทำด้วยกระดาษย่นสวยๆติดอยู่   ซึ่งเอาไว้แจกเด็กๆที่มาในงาน  หรือผู้ใหญ่ที่อยากนำกลับไปฝากลูกหลาน  รสชาติไม่ได้อร่อยมากมาย  แต่มันมีสีสันสวยงาม  เด็กๆที่ได้รับแจกก็จะดีใจมากอย่างแม่หมีนี่ดีใจสุดๆ (เด็กโบราณเนอะ)  นี่ถ้าแม่หมีมีหลานเป็นของตัวเอง  แล้วทำบุญก็จะทำแจกเด็กๆบ้าง  ส่วนใหญ่จะทำแจกในงานตัมมัรกุรอ่าน (งานฉลองเมื่อเด็กๆอ่านคัมภีร์อัลกุรอ่านจบ) หรืองานคอตั่น(ขลิบอวัยวะเพศของเด็กชาย))

             พ่อหมีบอก "น่าจะเป็นงานตัมมัรกุรอ่านของพี่เองนะ" นั่นน่าจะเป็นครั้งแรกที่แม่หมีไปบ้านของพ่อหมี   แล้วครั้งที่สองที่เจอกันก็คือ  การไปรำศรีนวลในงานเมาลิดของมัสยิดยะวา  ตอนนั้นพอรำเสร็จเขาก็มีการประกวดเด็ก  คุณอาก็พาแม่หมีไปประกวดแล้วก็ได้รางวัลที่1 ส่วนน้องของพ่อหมีได้รางวัลที่ 2  พ่อหมียืนลุ้นน้องอยู่หน้าเวที  เขาเล่าให้ฟังว่า"พี่โมโหมากเลย  ที่เด็กซอยอื่นมาชนะเด็กซอยโรงน้ำแข็งแถมชนะน้องสาวของพี่ด้วย"  พ่อหมีพูดเล่นๆว่า  "พี่เลยแค้นฝังหุ่น  จำฝังใจเลยมาแต่งงานกับอ้อมไง"  555 พ่อหมีนี่ตลกจริงๆ   สุดท้ายแค้นก็ไม่ได้ถูกชำระ  เพราะต้องคอยดูแลแม่หมีที่มักจะป่วยบ่อยๆหลังจากที่เป็นโรคร้าย  กระบวนการรักษาได้ทำให้แม่หมีกลายเป็นคนที่ป่วยง่าย   แต่พ่อหมีก็ไม่เคยบ่น(ก้มหน้าก้มตารับกรรมดูแลแม่หมี)  คงเป็นเพราะความรักที่เขามีให้มั๊งคะ

       แล้วเราก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย (หรือเจอก็ไม่รู้นะคะ) ต่างคนก็ต่างมีทางเดินของตน   แต่เมื่อพระเจ้าเลือกที่จะให้เราเป็นคู่กัน  เราก็ต้องเป็นคู่กันอยู่ดี  พ่อหมีบอกได้ยินชื่อ "ครูอ้อม" บ่อยๆ  จากปากของเด็กแถวบ้านเขาที่มาเรียนที่โรงเรียนบำรุงศึกษาซึ่งเป็นโรงเรียนของบ้านแม่หมี  โดยเฉพาะจากน้องชายของคู่รักเก่าเขา  จนเขาบอกอยากเห็นหน้าครูอ้อมมาก  น้องชมทุกครั้งว่าครูอ้อมใจดี  ครูอ้อมอย่างโน้นอย่างนี้   จนในที่สุดพระเจ้าก็จัดสรรมาให้เราเจอกัน (แต่เราก็หากันจนเจอ....ยืมเพลงโปรดของกบ ทรงสิทธิ์มาใช้เพื่อได้บรรยากาศ 555)  คุณอาของพ่อหมีซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของคุณแม่ของแม่หมี  ท่านชอบมาคุยกับคุณแม่บ่อยๆ  แม่หมีเป็นคนที่ชอบฟังผู้ใหญ่เขาคุยกัน  มันรู้สึกสนุกดี   แม่หมียกน้ำท่าไปบริการคุณอาแล้วก็นั่งแปะฟังเขาคุยทุกครั้ง   จนคุณอาของพ่อหมีคงนึกเอ็นดูและอยากให้หลานชายมาทำความรู้จัก  งานนี้เมื่อมีผู้ใหญ่สนับสนุนและประกอบกับพ่อหมีหัวใจยังว่างๆอยู่ (เพราะอกหักมั๊ง)  ส่วนแม่หมีก็ยังว่างๆอยู่ (เพราะเพิ่งไปหักอกเขามา  เขาไม่ผิดหรอกค่ะ  แต่แม่หมีเองน่ะที่เยอะ  สงสารเขาถ้าเขาจะต้องเปลี่ยนศาสนา  แล้วเราเป็นใครกัน   เขาเป็นลูกชายคนเดียวจะมาเปลี่ยนศาสนามันใช่เรื่องมั๊ย  แล้วบ้านเราก็เคร่งมากยิ่งคุณอานี่ไม่ยอมเลย   ถ้าเขามาแต่งงานกับเราเขาจะมีความสุขมั๊ย  ตัดใจโดยไม่ถามเขาสักคำ  คิดเองเออเองแล้วก็เลยทิ้งเขาซะงั้น!!  ใจร้ายจริงๆยัยอ้อมเนี่ย...) หลังจากหัวใจว่างอยู่ไม่นาน  ก็มีหนุ่มมุสลิมด้วยกันมาคุยๆอยู่ซึ่งพ่อแม่เขาเชียร์เหลือเกิน   แต่ตอนนั้นแม่หมีก็ยังไม่อยากมีใคร   พอมีพ่อหมีมาเพิ่มอีกหนึ่งเลยกลายเป็นสองหนุ่มแวะเวียนมาคุย(ตอนนี้ชักมีหวั่นไหว) ไอ้เราก็เป็นประเภทช่างคุย  มีคนมานั่งฟังเราเม้าท์ก็เพลิน (อิชั้นไม่ได้มั่วแต่ก็ทั่วถึง 555) เราอยู่ในสายตาผู้ใหญ่มาตลอด   ผู้ใหญ่ก็ลุ้นว่ายายอ้อมจะเลือกใคร  แต่ใจเริ่มเอนเอียงมาทางพ่อหมี   เขาบอกเขาไม่หล่อแต่คุยด้วยแล้วสนุก   มุขเยอะ  แถมหอบกีต้าร์มาร้องเพลงให้ฟัง (ใช่ค่ะ   นายคนนั้นหล่อกว่ามากแต่จืดๆชืดๆอ่อนด๊อย) ส่วนพ่อหมีมาคุยแล้วทำให้เราหัวเราะและสนุกได้ทุกครั้ง (แม่หมีไม่ได้เลือกคนที่ฐานะนะคะ   เลือกที่เราคิดว่าเราอยู่ด้วยแล้วเราสบายใจมีความสุข  เลือกเพราะเรารัก  คนๆนี้ทำให้เรายิ้มได้และคนๆนี้จะเป็นผู้นำเราได้) บางทีรถไฟชนกันนะคะ  แต่แม่หมีก็นั่งดู  พ่อหมีเขาก็ทำคะแนนนำตามเคย  ส่วนนายคนนั้นออกอาการโมโหหงุดหงิด  พ่อหมีเขามีวิธีสะกดหนุ่มคนนั้นแบบเนียนๆ

       และสุดท้ายนางรจนา(แม่หมี)ก็โยนพวงมาลัยให้พ่อหมีเพราะเขาตามเรื่องตลอดๆ  ส่วนนายคนนั้นก็เลยถอยหายไป ( 555 ป๊อดนี่หว่า)  นั่นแหล่ะค่ะ   ที่สุดก็มีการหมั้นหมายเกิดขึ้นเพราะลูกสาวบ้านนี้  ผู้ใหญ่เฮี๊ยบมากๆมาทำเป็นจีบเล่นๆไม่ได้  สมัยมีแฟนซึ่งไม่ใช่พ่อหมี  คนที่แม่หมีหักอกเขานั่นแหล่ะ  (บาปกรรมจริงๆเรา)ตอนนั้นยังใช้โทรศัพท์บ้าน   พอได้เวลาสักสี่ทุ่มจะมีเสียงโทรศัพท์ดังมา (นัดเวลากันแล้ว  พอดังปุ๊บแม่หมีจะรีบรับ  แต่ก็จะรู้ว่าโทรศัพท์ที่พ่วงสายไปบ้านคุณอาถูกคุณอาแอบฟัง  555 แต่คุณอาคงงงล่ะค่ะ  เพราะแม่หมีจะไม่คุยสวีทวี๊ดวิ่วอะไรเล่านิทานให้หนุ่มคนนั้นฟังเหมือนนิทานอาหรับราตรีซะงั้น  คุยกันเป็นสอง-สามชั่วโมงยันเที่ยงคืน  เอาซี้...คุณอาไม่ง่วงให้มันรู้ไป (พอแม่หมีวางหูตอนเที่ยงคืน  น้องชายใช้โทรศัพท์โทรถึงสาวต่อ  แบ่งเวลากันอย่างชัดเจน 555 )แล้วเวลาคุยกัน  เราก็มีภาษาที่เรารู้กันสองคนเพื่อนัดแนะไปเที่ยวกันในวันหยุด  นี่คือความแก่นแก้วของแม่หมี  

        29 ปีที่ใช้ชีวิตคู่กับพ่อหมีมา  เราผ่านเรื่องราวหลายๆอย่าง  แม้ชีวิตรักเราจะราบรื่นมีง้องแง้งกันบ้างแต่ก็เรื่องความเยอะของแม่หมี (กับคนอื่นเราจะกล้างอแงมั๊ยเล่า  ก็แค่พ่อหมีคนเดียวแหล่ะ)  แต่พอมีลูกเราก็มีปัญหา  ลูกป่วยบ่อยมากพี่หมีใหญ่เข้าโรงพยาบาลเป็นประจำ  ตอนนั้นพี่หมีใหญ่ผอมมาก  เราพยายามดูแลเขาอย่างดีที่สุด  เราใช้ความรักความเอาใจใส่ของเราถ่ายทอดสู่ลูก  เราตั้งใจที่จะสอนลูกของเราให้เป็นคนดี   แม่หมีเชื่อว่า  "การศึกษาและสติปัญญาจะนำพาลูกของเราให้ประสบความสำเร็จในชีวิต"  ไม่ว่าเขาจะเจอปัญหาหนักหนาแค่ไหน  ก็จะฝ่าฟันไปได้   ดังนั้นเมื่อแม่หมีมี "หมีน้อย" และรู้ว่าเขาเป็นเด็กพิเศษ   แม่หมีและพ่อหมีจึงใช้พลังทั้งหมดที่มี   เพื่ออบรมดูแลและพัฒนาหมีน้อย  เราใช้ "พลังแห่งรัก" นี่ล่ะค่ะ   คอยนำทางเราตลอดมา  เราไม่เคยทิ้งใครในครอบครัวให้หงอยเหงา  เราจูงมือไปด้วยกัน  แม้บางครั้งอาจมีบกพร่องไปบ้าง  แต่เราจะรีบกลับมาเข้าที่เข้าทาง  "ทางเดินแห่งรัก"ของเรา                 

        29 ปี ไม่ใช่มีแค่พ่อหมีกับแม่หมีเท่านั้น  แต่เพราะเรามี "พี่หมีใหญ่กับหมีน้อย"  ที่เรารักและให้ความอบอุ่น เราถ่ายทอดความรักให้กับพวกเขา  และคิดว่าสักวัน  "ความรักที่บ่มเพาะมาตลอดเวลา 29 ปี  จะถูกถ่ายทอดส่งผ่านไปสู่คู่ชีวิตของเขา  และลูกหลานของเราที่จะตามมา  เราจะดูแลครอบครัวใหญ่ของเราด้วยความรักนี้ล่ะค่ะ"  แม่หมีตั้งใจไว้อย่างนี้นะคะ

  มาดูภาพกันก่อนนะคะ


            แม่หมีกับพ่อหมีเจอกันในงานของมัสยิดยะวา แม่หมีถูกสั่งให้ไปรำศรีนวลโชว์แขกที่มาในงาน น่าจะอายุสัก 7-8 ขวบมั๊ง  แล้วคุณอาก็ให้ขึ้นไปประกวดเด็กอีก ส่วนพ่อหมียืนลุ้นน้องสาวเด็กผู้หญิงที่ตัวเล็กที่สุดในภาพอยู่หน้าเวที   แม่หมีได้ที่ 1 ส่วนน้องสาวพ่อหมีได้ที่ 2  พ่อหมีบอกแค้นนี้ต้องชำระ 555


                                             วันที่  29 มีนาคม  2530  งานหมั้นของเรา


                            งานวันนิกะห์  (งานพิธีแต่งตามศาสนาอิสลาม)วันที่ 8 สิงหาคม 2530


                                 งานวันฉลองพิธีสมรส  วันที่ 11  สิงหาคม 2530

       มาดูคลิปที่หมีน้อยทำให้เป็นของขวัญครบรอบ28 ปีของการแต่งงาน   ทำตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปี 2558  แต่ตอนนั้นยังสับสนกันมากเรื่องลิขสิทธิ์  เลยไม่กล้าลงเก็บไว้ดูกันเองแต่ตอนนี้เอามาลงเพื่อแบ่งกันดู   เอาน่า....ฝีมือของ"หมีน้อย"  เด็กออทิสติกที่ตั้งใจทำผลงานนี้เพื่อเป็นของขวัญให้พ่อกับแม่ (อย่ามาเก็บค่าลิขสิทธิ์เลยนะ   เก็บไว้ดูให้หัวใจพ่อแม่ของเด็กพิเศษคนนี้พองโต)   หมีน้อยทำไปก็บ่นไป  รูปเยอะจริงๆคุณแม่  (นี่ขนาดตัดทิ้งบางรูปออกไปแล้วนะคะ)
                                    
                                     

หมายเหตุ     
              เรื่องที่เล่าเพื่อนๆชาวบล๊อกอาจจะติว่า  ยัยนี่เอาเรื่องส่วนตัวมาเผย  แต่แม่หมีคิดว่าแม่หมีเขียนเรื่องราวเพื่อให้ลูกๆได้อ่านในยามที่แม่ไม่อยู่บนโลกนี้แล้ว  จะได้รู้ว่าพ่อกับแม่รักกันอย่างไร   แม่แสบมากแค่ไหน (ไม่ได้สวยเลิศเลอ  แต่ก็กินอร่อยนะคะคุ๊ณณณณ..... 555) ส่วนคุณ Torsak น่ะเขาเคยบอกว่า "เขาไม่หล่อ แต่เร้าใจ" 555  ซ่าพอๆกัน
              ขอบคุณเพลง  "Nothing's Gonna Change My Love For You" is a popular song by Gerry Goffin and Michael Masser.It was originally recorded by George Benson for
 his 1985 album 20/20.

โดย แม่หมี

 

กลับไปที่ www.oknation.net