วันที่ เสาร์ สิงหาคม 2559

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

จับตาระเบิดป่วนประเทศ สัญญาณเกมใต้ดินเปิดศึกแตกหัก


 

 

 

 

 

 

 

 

 

เหล่าทาสรับใช้ขบวนการเพื่อแม้วทั้งในคราบนักการเมือง นักเคลื่อนไหว นักวิชาการ หรือแม้แต่นักคิดบางคนบางกลุ่มยังอารมณ์ค้างที่ผลประชามติไม่ได้ดังใจตัวเองนั่นคือ ประชาชนเสียงส่วนใหญ่หนุนร่างรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกงและคำถามพ่วง ทำให้ขบวนการขี้แพ้ชวนตีทั้งแช่งทั้งขู่ป่วนเมือง

ก่อนหน้านี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯหุ่นเชิด ส่อเจตนาไม่ยอมรับผลประชามติดูถูกเสียงประชาชนส่วนใหญ่ด้วยการให้สัมภาษณ์สำนักข่าวต่างชาติว่า รัฐธรรมนูญที่ผ่านการทำประชามติทำให้ไทยถอยหลังห่างจากเส้นประชาธิปไตยและผลประชามติไม่เป็นไปตามมาตรฐานสากลเพราะการแสดงความเห็นก่อนลงประชามติไม่อิสระและยุติธรรม ทั้งๆ ที่ตัวเองและเหล่าแกนนำเพื่อแม้วออกมาโหมประโคมแทบปากฉีกหวังบ่อนทำลายคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ

ล่าสุด นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานคนเสื้อแดงกล่าวเชิงข่มขู่ว่า อยากให้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) ภายใต้การนำของ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ มีอายุที่ยืนยาวเพื่อจะได้เห็นในสิ่งที่ตัวเองเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะทำให้เกิดวิกฤติและความหายนะของประเทศในอนาคต

สำหรับขบวนการขี้แพ้ชวนตีคิดจ้องป่วนหลังการทำประชามติซึ่งมีขบวนการเพื่อแม้วเป็นหัวหอกและมีชาติมหาอำนาจจอมอันธพาลโลกอย่างมะกันอันตราย รวมทั้งกลุ่มประชาคมยุโรป(อีซี)คอยให้ท้าย โดยมีสื่อทั้งไทยและเทศตลอดจนนักเคลื่อนไหว นักวิชาการประเภทโสเภณีขำประจำกลุ่มหนึ่งที่มีเบื้องหลังผลประโยชน์ทั้งทางตรงทางอ้อมเกื้อกูลกันมาตลอดสุมหัวกันเคลื่อนไหวโดยพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อบ่อนทำลายคสช.ให้พ้นจากอำนาจโดยเร็วที่สุด ขณะเดียวกัน สนับสนุนให้ขบวนการเพื่อแม้วกลับมามีอำนาจอีกครั้งเพื่อที่จะได้รวมหัวกันรุมกินโต๊ะประเทศแชร์ผลประโยชน์กันอย่างอิ่มหมีพีมัน

ขณะที่ขบวนการตีรวนป่วนเมืองหลังการทำประชามติเคลื่อนไหวบนดินก็เกิดเหตุร้ายบ่อนทำลายเศรษฐกิจและความมั่นคงของชาติเหมือนเหตุการณ์ในอดีต โดยมีการลอบวางระเบิดในจังหวัดแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ 3 จังหวัดในเวลาไล่เลี่ยกันคือที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่ตลาดเซ็นเตอร์พอยต์กลางเมืองตรัง และที่จ.สุราษฎร์ธานีทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ จำนวนมาก

เหตุการณ์แรกเกิดในช่วงบ่าย 3 โมงของวันที่ 11 ส.ค. โดยคนร้ายลอบนำระเบิดแสวงเครื่องวางไว้ในกระถางต้นไม้บริเวณตลาดเซ็นเตอร์พอยต์กลางเมืองตรังจนเกิดระเบิดทำให้มีผู้เสียชีวิตเบื้องต้น 1 ราย บาดเจ็บอีกนับสิบราย ส่วนเหตุการณ์ที่สองเกิดขึ้นถัดมาอีกเพียงไม่กี่ชั่วโมงโดยกลุ่มป่วนเมืองลอบวางระเบิดแสวงเครื่อง 2 จุด ในเวลาไล่เลี่ยกันกลางดึกของวันที่ 12 ส.ค.ในย่านบาร์เบียร์ของ อ.หัวหิน ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงจนมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติถูกสะเก็ดระเบิดเสียชีวิตเบื้องต้น 1 ราย และบาดเจ็บอีกหลายสิบรายซึ่งในจำนวนนี้อาการสาหัส และเหตุการณ์ที่ 3 เกิดเมื่อเช้าวันที่ 12 ส.ค. มีการลอบวางระเบิดที่หน้าสถานีตำรวจน้ำ จ.สุราษฎร์ธานี ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บอีกจำนวนหนึ่ง ขณะเดียวกัน ก็เกิดระเบิดที่หน้าสถานีตำรวจภูธร อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี

จากการวิเคราะห์ของหน่วยงานด้านความมั่นคงเชื่อว่าการลอบวางระเบิดทั้งสามเหตุการณ์ไม่ใช่กาก่อการร้าย แต่น่าจะทำเป็นขบวนการหวังสร้างสถานการณ์มุ่งแหล่งท่องเที่ยวและหวังผลเอาชีวิตเพื่อสร้างความหวาดกลัวและความระส่ำระสายอันเป็นการบ่อนทำลายเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศ โดยอาจเกี่ยวข้องกับการทำประชามติที่เพิ่งผ่านมา

ข้อน่าสังเกตก็คือการลอบวางระเบิดใน 3 จังหวัดเกิดขึ้นคงไม่ใช่เหตุการณ์บังเอิญแน่โดยเกิดขึ้นหลังจากที่แผนของขบวนการเพื่อแม้วในการคว่ำร่างรัฐธรรมนูญจากการทำประชามติเมื่อวันที่ 7 ส.ค. ที่เพิ่งผ่านมาล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง และทุกอย่างกำลังเดินหน้าไปสู่การปฏิรูปประเทศภายใต้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ซึ่งมีกติกาที่เข้มข้นในการขจัดธุรกิจการเมืองทุนสามานย์ในคราบประชาธิปไตยจอมปลอมอันเลวร้าย

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกรัฐบาล แถลงว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) สั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องล่าตัวคนร้ายให้ได้โดยเร็วที่สุด

เพราะฉะนั้นต้องจับตาสถานการณ์จากนี้เพราะมีแนวโน้มว่าขบวนการป่วนเมืองที่กำลังอยู่ในภาวะเพลี่ยงพล้ำเลือดเข้าตาและผิดหวังจากผลการลงประชามติอาจโหมเกมใต้ดินเปิดศึกแตกหักเหมือนเหตุการณ์ในอดีต ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจที่ พล.อ.ประยุทธ์ แถลงในรายงานทีวีรวมการเฉพาะกิจเมื่อค่ำวันพุธที่ผ่านมาว่า ยังจำเป็นต้องคงมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวไว้จนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่ เพราะยังมีขบวนการที่คิดร้ายจ้องบ่อนทำลายป่วนประเทศ

ทีมข่าวการเมือง

http://www.naewna.com/creative/230188

 

โดย อิศรา

 

กลับไปที่ www.oknation.net