วันที่ เสาร์ สิงหาคม 2559

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เที่ยวลาว กัมพูชา ๒๒...ทุ่งสังหารเจืองเอก


        ยอมรับเลยว่าเพิ่งไปรู้ที่โน่นจริงๆ ชื่อเรียกทุ่งสังหารในภาษาเขมร เรารู้แค่คิลลิ่งฟิลด์ Killing Field  เพราะเรียกตามฝรั่ง จริงๆก็คือจุดเดียวกันนั่นแหละ พอดีมีน้องที่ไปด้วยบอกว่าที่นั่นคนเขมรเรียก" เจืองเอก" ก็คือจุดที่เราจะไปกันโดยการปั่นจักรยานไปที่นั่น...เรื่องราวของยุคเขมรแดงเกิดขึ้นระหว่างปี 1975 - 1979 ฆ่าคนตายหายไปราวสี่ล้านคน

           สองคนนี้คือตัวจริงระหว่างซิดนี่ย์ แซนเบิิร์ก และดิษ ปราณ ทั้งคู่เป็นนักข่าวของหนังสือพิมพ์นิวยอร์คไทม์ ที่ให้การช่วยเหลือซึ่งกันและกันในยุคเขมรแดง ที่นำมาสร้างเป็นภาพยนต์ The Killing Field หรือทุ่งสังหาร นำแสดงโดยแซม วอเตอร์ตั้น และ ดร.เฮง ส.โฮว ชาวกัมพูชา ผู้ล่วงลับ เสียชีวิตจากโจรปล้นบ้านที่อเมริกา ภาพยนต์เรื่องนี้มีการถ่ายทำที่เมืองไทย รู้สึกจะเป็นที่ชะอำ เพชรบุรี เพราะที่นั่นมีทุ่งนา ต้นตาลเหมือนกับกัมพูชา อีกทั้งที่พังงาด้วยนะ

หลายท่านคงเคยดูแล้วกับภาพยนต์เรื่องนี้ตั้งแต่ปี 1984

ปั่นไปเจืองเอก ชานกรุงพนมเปญ

ทุกคนไม่รู้จักคิลลิ่งฟิลด์ แต่รุ้จักเจืองเอ็ก หลังจากลงไปถามทางที่จะไป ที่ศูนย์ฮอนด้าแห่งหนึ่งในกรุงพนมเปญ

Choeung Ek Genodical Center แปลเป็นไทยก็คือ.....

....ศูนย์การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เจืองเอก

           ไปเห็นที่นั่นแล้วกลับมามองบ้านเรา ในยุคสมัยเสื้อแดงเผาเมือง แม้วันนี้คงไม่มีการยอมรับก็ตาม แม้แต่การคิดต่างสี จากการยุยงปลุกปั่น มันทำให้เกิดระเบิด เกิดการฆ่ากันได้ มันจะต่างอะไรกันหละครับ..ลองนายกลุงตู่ไม่เข้ามาดูสิครับ การพัฒนาการเกลียดชังของพี่น้องไทยในระหว่างภาคก็เกิดขึ้นแล้ว....มีใครจะปฎิเสธมั้ยวว่าคุณทักษิณสามารถทำได้แม้ตัวตนของเขาจะอยุ่ต่างประเทศ...ยุคเขมรแดงผ่านไปนานแล้ว..มาถึงวันนี้ก็ไม่ได้นำมาเปรียบเทียบแต่จะพูดให้ฟังว่า ทำไมเราถึงฆ่ากันได้แค่ความเห็นต่าง...ซึ่งต่างๆเหล่านี้มันก็ไม่พ้นผลประโยชน์ ไม่มีใครคิดว่าอดีตผู้นำเขมรแดงอย่างนวลเจีย จะมีเงินฝากในธนาคารฮ่องกงราว ๒๐ ล้านดอลล่า ในขณะที่พอลพตต้องใช้ชีวิตอย่างธรรมดาสามัญ ซ้ำยังยากจน อาจจะด้วยเหตุผลของการถูกระงับการทำธุรกรรมทางการเงิน...หากมาลองคิดอีกแง่มุม ในบ้านเราก็มีมิใช่หรือที่ร่ำรวยจากการโกง แต่พอถูกจับได้ ก็นำเงินที่โกงมาเหล่านั้นไปแลกกับอิสรภาพ....เรื่องเหล่านี้เป้นอีกมุมมองว่าทำไมพอลพตจึงใช้ชีวิตอยุ่อย่างะรรมดา และตายอย่างสามัญ

จากบ้านสวนผลไม้คนจีนนอกชานกรุงพนมเปญ กลายมาเป็นทุ่งสังหาร

 

           ผู้ชายช้อคโลก..พอลพต บุรุษผู้ธรรมดาจบการศึกษาสูง แต่เอียงซ้ายสุดๆ หลงไหลในลัทธิมาร์คซิส เลนินิส หรือนิยมคอมมิวนิสต์สุดๆ เป็นเรื่องแปลกที่ทำให้คนชาติเดียวกัน สังหารกันอย่างโหดเหี้ยม ดูหน้าตาซื่อๆ แต่เขาวิวิธีการล้องสมองพวกลิ่วล้อให้ทำตามคำสั่ง ฆ่าทุกคนที่คิดต่าง...ทฤษฎีของพอลพต ไม่มีที่ไหนเขาทำกัน แม้แต่ฮิตเล่อร์ที่ว่าโหด แต่นั่นคือการเข่นฆ่าคนต่างเผ่า ต่างชาติกำเนิด.....จนปัจจุบัน การตายของพอลพตที่เป็นเรื่องธรรมดา เหมือนชายแก่คนหนึ่ง แต่สิ่งที่คนเขมรมากมายอยากรู้ความจริงว่าเกิดอะไรขึ้นกับประเทศตัวเอง...หลังหมดยุคเขมรแดง ชายแก่คนนี้ก้ไปใช้ชีวิตอย่างธรรมดาสามัญที่จังหวัดไพลิน ใกล้ชายแดนไทย เขาอยู่อย่างอิสระ ไม่มีการควบคุมแต่อย่างใด ..ฆาตกรฆ่าคนชาติเดียวกันราว ๔ ล้านคน แต่กลับใช้ชีวิตอย่างปกติ และตายอย่างธรรมดา เหล่านี้คือคำถามที่ตายไปกับการเผาศพชายธรรมดาคนหนึ่งที่ชื่อพอลพต

           โลกเขมรยุคใหม่ได้ปล่อยให้พอลพตตายไปโดยไร้ซึ่งสิ่งที่จะนำมาเป็นแบบย่างเรียนรู้แก่ชาวโลก ไม่มีใครไปถามพอลพตว่า รักเด็กๆพวกนี้มั้ย นั่นคือหลานๆของเขา..ในยุคเขมรแดงมีการฆ่าแม้แต่ทารก หรือสิ่งนี้ชายแก่คนนี้ไม่เคยสำเหนียกคิดเลยหรือ หากใครจะมาพรากเด็กๆพวกนี้ไปจากอ้อมกอดพ่อแม่ นั่นคือลูกหลานของแกนั่นเอง....พอลพตเสียชีวิตในยุคฮุนเซนเป็นผู้นำ กับคำถามมากมายในประเทศนี้ ที่คนกัมพูชามากมายอยากจะรู้แต่ไม่ได้รู้

         สิ่งที่ได้ฟังจากหูฟังที่แปลมาเป็นภาษาไทยมากมายหลายอย่าง หลายสิ่งที่ได้เรียนรู้ และทุกสิ่งคงจะมีอยุ่ในกูเกิ้ล.....แต่สิ่งหนึ่งที่ผมฟังแล้วสะเทือนใจก็คือ...."คืนหนึ่งมีการฆ่าผู้หญิงและเด็กทารก แล้วนำศพไปแขวนบนต้นไม้ เรียกว่าต้นไม่สังหาร อนิจจาไม่น่าเชื่อว่าต้นไม้ที่ทุกคนนับถือตามรอยพระพุทธศาสนา แต่คืนนั้นไม่มีปาฎิหาริย์ให้เห็น..ทุกคนตายหมด......" ทุกวันนี้ความขัดแย้งแย่งชิงอำนาจ มีเกิดขึ้นอยู่ทุกแห่งบนโลกใบนี้ ตราบเท่าที่มนุษย์ยังไม่รุ้จักพอ

ขอบคุณภาพจากกูเกิ้ล

 

 

 

 

โดย พาจรดอทคอม

 

กลับไปที่ www.oknation.net