*/
  • ชมพู่แก้มแหม่ม
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-07-07
  • จำนวนเรื่อง : 819
  • จำนวนผู้ชม : 1365987
  • จำนวนผู้โหวต : 4087
  • ส่ง msg :
  • โหวต 4087 คน
<< ธันวาคม 2009 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 19 ธันวาคม 2552
Posted by ชมพู่แก้มแหม่ม , ผู้อ่าน : 28312 , 21:23:52 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สยามานุสสติ

สยามานุสสติ เป็นคำโคลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชนิพนธ์ไว้ ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน เมื่อวันเสาร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2461 และได้พระราชทานแก่ทหารอาสาสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 ต่อมาได้มีการนำโคลงนี้มาแต่งเป็นเพลงปลุกใจ ซึ่งประพันธ์ทำนองโดยนารถ ถาวรบุตร

พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชนิพนธ์โคลงสยามานุสสติมาจาก คำขวัญปลุกใจของอังกฤษในช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่งที่ว่า "What stands if Freedom fall? Who dies if England live?"



คำโคลงพระราชนิพนธ์เดิม



๏ รักราช จงจิตน้อม ภักดี ท่านนา
รักชาติ กอบกรณีย์ แน่วไว้
รักศาสน์ กอบบุญตรี สุจริต ถ้วนเทอญ
รักศักดิ์ จงจิตให้ โลกซร้องสรรเสริญฯ
๏ ยามเดินยืนนั่งน้อม กะมล
รำลึกถึงเทศตน อยู่ยั้ง
เป็นรัฎฐะมณฑล ไทยอยู่ สราญฮา
คนถนอมแน่นตั้ง อยู่เพี้ยงอวสานฯ
๏ ใครรานใครรุกด้าว แดนไทย
ไทยรบจนสุดใจ ขาดดิ้น
เสียเนื้อเลือดหลั่งไหล ยอมสละ สิ้นแล
เสียชีพไป่เสียสิ้น ชื่อก้องเกียรติงามฯ
๏ หากสยามยังอยู่ยั้ง ยืนยง
เราก็เหมือนอยู่คง ชีพด้วย
หากสยามพินาศลง ไทยอยู่ ได้ฤๅ
เราก็เหมือนมอดม้วย หมดสิ้นสกุลไทยฯ

[แก้] เพลงสยามานุสติ
นารถ ถาวรบุตรได้ประพันธ์เพลงสยามานุสติขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2482 เพื่อใช้ประกอบภาพยนตร์เรื่อง "ค่ายบางระจัน" ของบริษัทศรีกรุงภาพยนตร์ ซึ่งส่วนของเนื้อร้องนั้น ได้ตัดเอาบทพระราชนิพนธ์สยามานุสสติบทที่ 3 และบทที่ 4 มาใช้ โดยสลับเอาบทที่ 4 มาร้องก่อนแล้วจึงค่อยร้องบทที่ 3 ในลำดับถัดไป ดังนี้

หากสยามยังอยู่ยั้ง ยืนยง
เราก็เหมือนอยู่คง ชีพด้วย
หากสยามพินาศลง ไทยอยู่ ได้ฤๅ
เราก็เหมือนมอดม้วย หมดสิ้นสกุลไทยฯ
ใครรานใครรุกด้าว แดนไทย
ไทยรบจนสุดใจ ขาดดิ้น
เสียเนื้อเลือดหลั่งไหล ยอมสละ สิ้นแล
เสียชีพไป่เสียสิ้น ชื่อก้องเกียรติงามฯ


สยามานุสสติ..ร่วมรักชาติ จากเพลง รำลึกอดีตด้วยสิ่งพิมพ์คลาสสิคชิ้นเล็กๆ







พระราชลัญจกรประจำพระองค์ อ้างอิง วิกิพีเดีย

พระราชลัญจกรประจำรัชกาลที่ 6พระราชลัญจกรประจำพระองค์พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้แก่ พระวชิระ ซึ่งมาจากพระบรมนามาภิไธยก่อนทรงราชย์ นั่นคือ "มหาวชิราวุธ" ซึ่งหมายถึง สายฟ้าอันเป็นศาตราวุธของพระอินทร์ พระราชลัญจกรพระวชิระนั้น เป็นตรางา รูปรี กว้าง ๕.๕ ซ.ม. ยาว ๖.๘ ซ.ม. มีรูปวชิราวุธเปล่งรัศมีที่ยอด ประดิษฐานบนพานแว่นฟ้า ๒ ชั้น มีฉัตรบริวารตั้งขนาบทั้ง ๒ ข้าง

เสด็จสวรรคต เมื่อเวลา ๗ ทุ่ม ๔๕ นาที (๑ นาฬิกา ๔๕ นาที) ของวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ปีฉลู พ.ศ. ๒๔๖๘ หลังจากที่ทรงพระประชวรด้วยอาการพระอันตะ (ลำไส้) ทะลุ จากแผลผ่าตัดพระนาภีที่เกิดอาการอักเสบขั้นทะลุบริเวณพระนาภี (ผิวหนังหน้าท้อง)


พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กำหนดวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน เป็นวันคล้ายวันสวรรคตในรัชกาลที่ ๖ และทรงกำหนดให้วันที่ ๒๖ พฤศจิกายน เป็นวันคล้ายวันเถลิงราชย์ของพระองค์

พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงบรรจุพระบรมราชสรีรางคารพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ไว้ใต้ฐานพุทธบัลลังก์ พระพุทธชินสีห์ พระประธานในพระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร และใต้ฐาน พระร่วงโรจนฤทธิ์ ณ พระวิหารด้านทิศเหนือ พระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม เมื่อ ๓๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๖๙

ใน พ.ศ. ๒๕๒๔ องค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ได้ยกย่องพระเกียรติคุณของ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ว่าทรงเป็นบุคคลสำคัญของโลก ผู้มีผลงานดีเด่นด้านวัฒนธรรม ในฐานะที่ทรงเป็นนักปราชญ์ นักประพันธ์ กวี และนักแต่งบทละครไว้เป็นจำนวนมาก

อ้างอิง วิกิพีเดีย




« SEA Games and SEAP Games Historyพระราชอัจฉริยภาพ ประติมากรรม ร.๙ »สมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า สยามานุสสติ
By dcopywriter



สยามานุสสติ เป็นคำโคลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ทรงพระราชนิพนธ์ไว้ ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน เมื่อวันเสาร์ที่ ๒๗ เมษายน พ.ศ. ๒๔๖๑

๏ รักราช จงจิตน้อม ภักดี ท่านนา
รักชาติ กอบกรณีย์ แน่วไว้
รักศาสน์ กอบบุญตรี สุจริต ถ้วนเทอญ
รักศักดิ์ จงจิตให้ โลกซร้อง สรรเสริญฯ
๏ ยามเดินยืนนั่งน้อม กะมล
รำลึกถึงเทศตน อยู่ยั้ง
เป็นรัฎฐะมณฑล ไทยอยู่ สราญฮา
คนถนอมแน่นตั้ง อยู่เพี้ยง อวสานฯ
๏ ใครรานใครรุกด้าว แดนไทย
ไทยรบจนสุดใจ ขาดดิ้น
เสียเนื้อเลือดหลั่งไหล ยอมสละ สิ้นแล
เสียชีพไป่เสียสิ้น ชื่อก้อง เกียรติงามฯ
๏ หากสยามยังอยู่ยั้ง ยืนยง
เราก็เหมือนอยู่คง ชีพด้วย
หากสยามพินาศลง ไทยอยู่ ได้ฤๅ
เราก็เหมือนมอดม้วย หมดสิ้น สกุลไทยฯ

ต่อมาได้พระราชทานแก่ทหารอาสาสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๑ ด้วยและต่อมาครูนารถ ถาวรบุตร นำโคลงนี้มาแต่งเป็นเพลงมาร์ช หรือเพลงปลุกใจ ที่เราๆท่านๆคุ้นเคยกันดี โดยเอามาเฉพาะบทที่ ๓ และ ๔ มาสลับตำแหน่งใหม่

พระราชวังสนามจันทร์ที่พระองค์ท่านได้สร้างไว้เผื่อเป็น เมืองหลวงใหม่ถ้ามีสงคราม และใช้ฝึกรบเสือป่า ทหารหรือลูกเสือชาวบ้าน ที่จะทรงใช้งานในภาระกิจบางอย่างที่ทหารทำไม่ได้ และประเด็นที่สองคือต้องการให้มี “สติ” สำหรับเหล่านักเลือกตั้งเมืองไทยและผู้ที่จะต้องไปเลือกตั้งกัน

อันที่จริงพระคุณ พระราชกรณียกิจของพระองค์ท่านมีมากมาย เหลือคณานับเหมือนๆกับพระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์ไทยทุกๆพระองค์ นอกจากนี้พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงริเริ่มหลายๆ อย่างในเมืองไทย ที่หลายๆ ท่านที่รู้และอาจยังไม่รู้ เช่น พระทรงเป็นกษัตริย์นักรบและนักปราชญ์ ทรงก่อกำเนิดแสนยานุภาพกองทัพไทย บก เรือ อากาศ ทรงนำทัพไทย สู่สงครามโลกครั้งที่ ๑ จนประสบชัยชนะ ร่วมกับกองทัพฝ่ายพันธมิตร ทรงให้กำเนิดธงไตรรงค์ ที่เรายืนเคารพกันเสมอๆในทุกวันนี้ แทนธงช้างก่อนเข้าร่วมสงคราม ที่บ้างครั้งชักผิดเอาหัวช้างกลับลงบ้าง




ดังนั้นทรงเห็นสมควรที่จะเปลี่ยนธงชาติไทยให้เป็นธงสามสี คือ สีขาว สีแดง และน้ำเงิน ตามลักษณะธงชาติของประเทศที่เป็นสัมพันธมิตรกับกรุงสยาม และเพื่อเป็นเครื่องหมายให้เห็นว่าได้ร่วมสุขทุกข์และเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับสัมพันธมิตรหมู่ใหญ่ อนึ่ง ธงสามสีดังกล่าวได้พระราชทานให้เรียกว่า “ ธงไตรรงค์” ทั้งนี้พระองค์ได้ทรงพระราชนิพนธ์ถึงความหมายของสีทั้งสามว่า

ขอร่ำรำพรรณบรรยาย ความคิดเครื่องหมาย
แห่งสีทั้งสามงามถนัด
ขาวคือบริสุทธิ์ศรีสวัสดิ์ หมายพระไตรรัตน์
และธรรมะคุ้มจิตไทย
แดงคือโลหิตเราไซร้ ซึ่งยอมสละได้
เพื่อรักษะชาติศาสนา
น้ำเงินคือสีโสภา อันจอมประชา
ธ โปรดเปนของส่วนองค์
จัดริ้วเข้าเปนไตรรงค์ จึ่งเปนสีธง
ที่รักแห่งเราชาวไทย
ทหารอวตารนำไป ยงยุทธ์วิชัย
วิชิตก็ชูเกียรติสยามฯ
(จากหนังสือดุสิตสมิตฉบับพิเศษ พ.ศ.๒๔๖๑ สะกดตามต้นฉบับ)

จากความหมายจะเห็นถึงพระปรีชาญาณอันลึกซึ้งของรัชกาลที่ ๖ ในการนำสถาบันที่สำคัญของชาติ คือ ชาติ ศาสนา (ซึ่งข้าพเจ้าคิดว่าจากคำว่า พระไตรรัตน์ ทรงหมายถึง ศาสนาพุทธ คือต้องการให้ประเทศของพระองค์ ทรงมีศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ แต่ให้ทรงมีธรรมะคุ้มจิตไทย ซึ่งศาสนาใดๆก็มีธรรมทั้งนั้น ดังนั้นศาสนาใดๆก็ทรงอยู่ร่วมในขอบเขตอาณาบริเวณดินแดนสยามนี้ได้อย่างเป็นสุขเท่าเทียมกัน) และพระมหากษัตริย์ มาเป็นสัญลักษณ์บนผืนธงได้อย่างงดงามเป็นศรีสง่าและเป็นความภูมิใจของชาวสยามได้ตลอดไป สิ่งนี้เป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้อีกประการหนึ่ง

ทรงให้กำเนิดเสือป่าและลูกเสือไทย ทรงให้กำเนิด พรบ.โรงเรียนราษฎร์ พรบ.การประถมศึกษา ทรงสถาปนาจุฬาฯ โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ร.๕ พระผู้พระราชทานกำเนิดจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้เป็นโอรสมาสืบต่อสร้างให้เป็นมหาวิทยาลัย เป็นพระผู้ทรงสถาปนาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดังเห็นได้จากพระบรมรูปทั้งสองรัชกาลในจุฬาฯ

โปรดเกล้าฯให้ตั้ง บริษัทปูนซีเมนต์ไทย ในปี พ . ศ. ๒๔๕๖ ซึ่งปัจจุบันคือ SCC ในตลาดหุ้น ทรงให้กำเนิดกระทรวงพาณิชย์ ทรงให้กำเนิดนามสกุล พระราชทานไว้มีทั้งสิ้น ๖๔๖๔ นามสกุล พระราชทานคำนำหน้าที่เราใช้ๆกัน ทรงให้กำเนิดกรมชลประทาน การออมสินและการสหกรณ์ ทรงเป็นกวีเอก ผู้ให้กำเนิดกรมศิลปากร ทรงริเริ่มคำว่า “ไชโย” “จังหวัด” “พุทธศักราช” และเปลี่ยนคำอื่นๆมาเป็นคำเช่นที่เราใช้ๆกันอยู่อีกมากมาย และทรงมีพระกรณียกิจอื่นๆอีกเยอะครับ

และที่สำคัญพระผู้ทรงให้กำเนิดดุสิตธานี ต้นแบบการปกครองแบบประชาธิปไตย ซึ่งแนวทางประชาธิปไตยได้ริเริ่มมาตั้งแต่รัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ เพราะทรงเริ่มเห็นทิศทางการพัฒนาตามฝั่งตะวันตก (จะเห็นได้ว่าทรงเป็นโหรชั้นเอก ที่รู้ล่วงหน้า ถึงขนาดทรงวางหลักเมืองใหม่ รองรับเหตุการณ์ไว้ด้วย) ต่อมาเสด็จพ่อ ร.๕ ก็ทรงตั้งสภาที่ปรึกษาราชกาลแผ่นดิน และสภาที่ปรึกษาในพระองค์ (ซึ่งเป็นที่มาขององคมนตรี ในปัจจุบัน) นอกจากนี้ยังทรงโปรดให้มีการเลือกตั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งจัดว่าเป็นการปูพื้นฐานประชาธิปไตยที่ชัดเจน และต่อมาถึงสมัยรัชกาลที่ ๖ ทรงตั้งดุสิตธานี ให้เป็นเมืองจำลอง การปกครองแบบประชาธิปไตย และต่อมาเมื่อมีปฎวัติยังทรงอภัยโทษให้แก่ผู้ก่อการกบฏ ร.ศ. ๑๓๐ ด้วย

และต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๗ พระองค์ถึงกับทรงเตรียมการที่จะพระราชทานรัฐธรรมนูญให้แก่ประชาชนไทยแต่ถูกสภาที่ปรึกษาและขุนนางชั้นผู้ใหญ่ทูลทัดทานว่ายังไม่ควรปกครองประเทศในระบบรัฐสภา เนื่องจากประชาชนยังไม่พร้อมเป็นผลให้เกิดการปฏิวัติในเวลาต่อมา จากบัดนั้นจนบัดนนี้ซึ่งผ่านมาก็หลายปีแล้วแล้ว ก็ยังมีการปฏิวัติกันอีก จนถ้าที่ไหนมีปฏิวัติกันจะต้องยกประเทศไทยนี้ เป็นข้อเปรียบเทียบ จนมีสำนวนภาษาอังกฤษเกี่ยวกับเรื่องนี้เหมือนเรื่องวิกฤติต้มยำกุ้งไปแล้ว ไม่รู้ควรจะภูมิใจดีหรือเปล่า

พระราชสมัญญาในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว “สมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า” พระสารประเสริฐ (ตรี นาคะประทีป) เป็นผู้ผูกคำถวายให้ภายหลัง

เพลงสยามานุสสติ ( บรรเลง )




เพลงความฝันอันสูงสุด สยามานุสสติอนุสรณ์



ข้อมูลบางส่วนนำมาจาก ; http://dcopywriter.wordpress.com/2007/12/02
และ ; http://th.wikipedia.org/wiKI

ทุกๆ เช้าวันเสาร์ เวลา 06..00 - 07.00 น. เชิญฟังรายการ " เพลงหวานตำนานเก่า " ได้ทางสถานีวิทยุ FM. 89.5 mhz. ดำเนินรายการโดย " คุณคีตะรัตน์ " นำเสนอเพลงลูกกรุง เพลงสุนทราภรณ์ เพลงหนัง เพลงละครรวมทั้งเพลงละครเวทีในอดีตที่โด่งดังมาแล้ว ในช่วงกลางของรายการมีช่วง " ลำนำเพลง " ซึ่งมีกลอนที่แฟนๆ รายการส่งเข้ามาร่วมสร้างสีสรรให้กับรายการประกอบบทเพลง และยังเล่าใหฟังถึงเกร็ดประวัติเพลงที่ไปที่มาของเพลง และครูเพลงให้ฟังกันในรายการ ซึ่งเป็นความรู้พร้อมกับความเพลิดเพลินในการฟังเพลง นับว่าคุ้ม

นอกจากนี้สามารถคลิกเข้าไปฟังรายการย้อนหลังได้ที่ ; http://www.theoldsweetsong.com


 




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ชมพู่แก้มแหม่ม วันที่ : 21/12/2009 เวลา : 17.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/prisanasweetsong
" ที่นี่มีเพลง ที่นี่มีเพื่อน รักเพื่อนไม่ขาดเพลง รักเพลงไม่ขาดพื่อน "  สโลแกนของครูชาลี  อินทรวิจิตร ...บ้านหลังที่ 2 : http://www.oknation.net/blog/prisanasweetsong2

สวัสดีค่ะ คุณภานุมาศ

ความรัก ความเข้าใจ ความอบอุ่นของครอบครัว เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดของชีวิตค่ะ นอกเหนือจาก ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ แผ่นดินเกิด และถึงจะเป็นครอบครัวค่ะ

ที่บ้านดิฉันมีเพลงสุนทราภรณ์ เพลงลูกกรุง เช่นกันค่ะล้วนแล้วแต่เป็นต้นฉบับเดิมทั้งนั้นค่ะ

รักษาสุขภาพด้วยนะคะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ภาณุมาศ_ทักษณา วันที่ : 20/12/2009 เวลา : 20.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/netmom
เฒ่า..เล่าเรื่อง

คุณชมพู่แก้มแหม่มครับ

ผมเพิ่งกลับจากอัมพวาเมื่อตะกี้นี้ ตรวจสอบ Blog แล้วพบว่ามี ผู้มีเกียรติเข้ามาแสดงความเห็นเพิ่มเติมหลายท่าน รวมทั้ง คุณชมพู่แก้มแหม่มด้วย

ขอบคุณอีกครั้งครับ สำหรับไมตรีจิตที่มีให้

นอกจากสยามานุสสติแล้ว ผมมีคาถาประจำตัวอยู่อย่างหนึ่ง หากคุณชมพู่แก้มแหม่มสังเกตจะเห็นนะครับ

อยู่ใกล้ ๆ โลโก้ผมนั่นแหละ(ขออภัยไม่ทราบเรียกถูกหรือเปล่า)

โศลกที่ว่า มะโน มอบพระผู้เสวยสวรรค์ / แขนมอบ ถวายทรงธรรม์เทอดหล้า / ดวงใจ มอบเมียขวัญและแม่ / เกียรติศักดิ์ รักข้ามอบไว้แก่ตัว / นั่นแหละครับ

ชีวิตคนเราก็เท่านี้แหละครับ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และครอบครัว

ทุกวันอาทิตย์ ผมจะขับรถพาลูกสองเมียหนึ่งนั่งรถไปเที่ยวเมืองต่าง ๆ รอบกรุงเทพฯ ครับ บางแห่งไปซ้ำแล้วซ้ำอีก

แต่ระหว่างทาง ผมจะคุยเรื่องข่าวสารบ้านเมืองให้ลูกเมียฟังว่าตอนนี้เป็นอย่างไร

และรับฟังปัญหาที่ลูกสาวสองคนพบมาในหนึ่งสัปดาห์ แล้วให้เมียแนะนำ หรือผมอาจจะแนะนำว่าปัญหานั้น ๆ ควรแก้อย่างไร

ในรถผมมีเพลงเย็น ๆ ของสุนทราภรณ์ เปิดให้ลูกฟังตอนกลับกรุงเทพฯ (ทุกคนฟังจนหลับ - ฮา)

นี่คือกิจวัตรของผมครับ ขอบคุณที่ติดตามงานของผมมาโดยตลอดครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
singlemom99 วันที่ : 20/12/2009 เวลา : 00.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/MotherandSon

ให้ข้อมูลละเอียดมากค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
จินตกาล วันที่ : 19/12/2009 เวลา : 23.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/JINTAKARN

แวะมาเยี่ยมชมเหมือนกัน
ขอบคุณที่แวะไปที่บ้าน
บทความนี้ข้อมูลเพียบจริงๆๆ

http://www.oknation.net/blog/GRANG-PRANG

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
หวานหวาน วันที่ : 19/12/2009 เวลา : 21.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/warnwarn
คาราโอเกะกับหวานหวาน http://www.oknation.net/blog/warnwarnsong

ขอบคุณค่ะ
http://www.oknation.net/blog/warnwarnsong/2009/12/17/entry-1

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน