*/
  • ม่อนหินไหล
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-07-09
  • จำนวนเรื่อง : 120
  • จำนวนผู้ชม : 82259
  • จำนวนผู้โหวต : 23
  • ส่ง msg :
  • โหวต 23 คน
วันอังคาร ที่ 6 พฤศจิกายน 2555
Posted by ม่อนหินไหล , ผู้อ่าน : 765 , 17:15:04 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน สาวโบ....ราณ โหวตเรื่องนี้

พราว พรายกับดิ๊กนั่งคุยกันอยู่ที่ล้อบบี้อีกพักใหญ่ ดิ๊กซึ่งเห็นว่าใกล้เวลาสองทุ่ม ที่ควรจะเริ่มรับประทานอาหารกันได้แล้ว แต่ยังมีเรื่องสำคัญอย่างน้อยก็อีกสองเรื่องที่เขาจะต้องพูดกับเธอ ถ้าจะพูดกันให้จบตรงนี้ก่อนจึงค่อยเข้าไปในห้องอาหารก็คงจะต้องใช้เวลาอีก นาน เธออาจจะหิวเกินไปก็ได้ พูดกับพราวพรายว่า “สองทุ่มแล้ว เราย้ายเข้าไปในห้องอาหารดีกว่าจะได้ทานกันไปคุยกันไป ดึกเกินไปเดี๋ยวคุณจะหิว”

ความจริงพราวพรายไม่รู้สึกหิวเลย แม้จะเลยเวลาอาหารเย็นของเธอมานานแล้ว ความตื้นตันใจที่เกิดขึ้นทำให้แทบจะกลืนอะไรไม่ลงคอ แต่ก็รู้ว่าควรจะหาอะไรรองท้องเอาไว้บ้าง และอีกอย่าง ดิ๊กอาจจะหิวแล้วก็ได้

ระหว่างรับประทานอาหารดิ๊กก็วกกลับเข้า เรื่องเดิมที่ตั้งใจมา “คุณพราว ขอถามอะไรสักอย่างได้ไหม คงไม่หาว่าผมละลาบละล้วงเรื่องส่วนตัวของคุณหรอกนะ”

หญิงสาวซึ่งสี หน้ายังไม่ค่อยดีเท่าไหร่เมื่อนึกถึงเรื่องระหว่างเธอกับนิค ที่ตอนนี้แม้จะดีใจมากที่รู้ว่าเขายังไม่ตาย แต่ก็อดนึกเสียใจไม่ได้ที่เธอหมดสิทธิแม้แต่จะพบเขาอีกแล้ว มองดิ๊กอย่างสงสัย กลัว่าว่าเขาจะมีเรื่องน่าตกใจอะไรมาให้เธออีก “จะถามอะไรหรือคะ?”

“คุณไม่เคยบอกนิคเรื่องลูกหรอกหรือ” เขาโยนระเบิดให้เธอ
พราวพรายตกใจจนช้อนในมือตกลงบนตัก เสียงของเธอสั่นเมื่อถามเขาว่า “คุณรู้เรื่องลูกฉันได้ยังไง”
“คุณเคยบอกมันบ้างหรือเปล่าว่าคุณมีลูกกับมัน” ดิ๊กไม่ตอบแต่กลับถามคำถามเดิม
หญิง สาวอึ้งไปอึดใจหนึ่งก่อนจะส่ายหน้า “เขาไม่รู้ว่าฉันท้อง ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน มารู้ก็หลังจากรู้ข่าวว่าเขาตายสักพัก พอรู้แล้วฉันก็ทำอะไรไม่ถูก หย่าก็หย่ากันไปแล้ว เขาก็ยังมาตายเสียอีก ฉันก็เลยต้องดั้นด้นไปหาพี่สาวที่อเมริกา อยู่กับเขาจนคลอดลูก” เสียงของเธอเศร้าสร้อยน่าสงสาร

“ถ้าคุณรู้ว่าท้องก่อนที่ทางบ้านคุณจะขอให้หย่ากับนิค คุณยังจะหย่ากับมันอีกไหม?”
พราว พรายตอบทันทีโดยไม่ลังเลว่า “ถ้าตอนนั้นฉันรู้ว่าท้อง ฉันคงไม่หย่ากับเขา ถึงยังไงฉันก็ต้องการให้ลูกฉันมีพ่ออย่างถูกต้อง ฉันคงต้องคิดถึงลูกของฉันก่อนคนอื่น”
คำตอบแบบตรงไปตรงมาของเธอทำให้ดิ๊กยิ้มอย่างพอใจ แล้วบอกหน้าตาเฉยว่า “นิคกับนิกกี้พบกันแล้วละ”
พราวพรายเบิกตากว้างอย่างตกใจ “พบกันแล้ว? นิครู้เรื่องนิกกี้แล้วหรือคะ เขารู้ได้ยังไง ”

“มันยังไม่รู้หรอกว่านิกกี้เป็นลูกมัน มันเชื่อตามที่พี่สาวคุณบอก ว่านิกกี้เป็นลูกคนเล็กของเขากับสามี”
“พี่ สาวฉัน? เอ๊ะ นิครู้จักพี่สาวฉันด้วยหรือคะ” แต่ทันใดนั้นเธอก็นึกออก นิคคนที่เจิดจรัสพยายามเชียร์ให้เธอคนนั้น ก็คือนิคที่เป็นพ่อของนิกกี้นี่เอง เธอไม่ได้เฉลียวใจว่าจะเป็นนิคคนเดียวกัน ก็เพราะคิดว่าพ่อของนิกกี้ตายไปนานแล้ว

“เมื่อเดือนที่แล้วผมไปกิน เหล้ากับมัน มันเอานิกกี้มาค้างในค่ายด้วย ท่าทางนิกกี้ติดนิคมากเลย มันเองก็คงติดนิกกี้ด้วยเหมือนกัน ปรนนิบัติกันยังกะพ่อกับลูก เห็นมันเล่าว่าไปหานิกกี้ที่บ้านพี่สาวคุณบ่อยๆเ”
“พี่สาวฉันเคยเล่าให้ ฟังเหมือนกัน แต่ตอนนั้นฉันไม่รู้ว่าผู้ชายคนนั้นคือนิค” สีหน้าของพราวพรายทั้งตื่นเต้นและเศร้าสร้อยไปพร้อมๆกัน แต่พอนึกขึ้นได้ก็ถามอย่างสงสัยว่า “คุณบอกว่านิคเองก็ไม่รู้ว่านิกกี้เป็นลูกเขา แต่ทำไมคุณรู้ล่ะคะ”

ดิ๊ก ยิ้มกริ่ม “ไอ้นิคมันมีตาแต่ไม่มีแวว ผมน่ะเห็นหน้านิกกี้แวบเดียวก็สงสัยแล้ว ตากับจมูกเหมือนคุณมาก ส่วนคิ้วกับปากก็ถอดจากเจ้านิคมาชัดๆ ผมเผ้าก็เหมือนกัน พอผมบอกนิคว่านิกกี้หน้าเหมือนมันมาก บอกว่าเป็นพ่อลูกกันใครๆก็ต้องเชื่อ มันกลับหาว่าผมบ้าซะอีก” แล้วเขาก็ถามต่อว่า “คุณคิดจะทำอย่างไรต่อไป จะไม่บอกให้มันรู้หรือ ผมว่าถ้ารู้ว่านิกกี้เป็นลูกมัน มันคงดีใจมาก ทุกวันนี้มันก็รักและดูแลนิกกี้ราวกับลูกของมันอยู่แล้ว ที่สำคัญคือนิกกี้จะได้รู้จักพ่อแท้ๆของเขาเสียที ทุกวันนี้เขาเรียกพี่เขยคุณว่าพ่อไม่ใช่หรือ” แล้วเขาก็สงสัยจนต้องถามว่า “หรือว่าคุณยกนิกกี้ให้พี่สาวพี่เขยคุณไปแล้ว”

พราวพรายยิ้ม เฝื่อนๆ ส่ายหน้าเป็นเชิงปฏิเสธ “เปล่าหรอกค่ะ ไม่ได้ยกให้ใคร นิกกี้อยู่กับพี่สาวพี่เขยฉันมากกว่าอยู่กับฉัน เขาเลยเรียกตามริกกี้น่ะค่ะ ส่วนฉันก็เลยกลายเป็นมอมมี้แม่ของเขาไป”
ดิ๊กตัดสินใจถามออกไปตรงๆว่า “คุณคิดจะทำยังไงต่อไป ผมหมายถึงเรื่องเพื่อนผม”

หญิง สาวทำท่าอึกอักเมื่อนึกถึงคำบอกเล่าของเจิดจรัส ว่าผู้ชายคนนั้นเป็นแฟนของหมอจูดี้ เธอนิ่งไปเป็นครู่ก่อนกล่าวอย่างไม่ค่อยเต็มเสียงว่า “เวลาสี่ปีกว่าที่ผ่านมานี่ นอกจากเรื่องที่อยู่ในคุกที่เวียตนามแล้ว ฉันยังไม่รู้เลยว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับเขาอีกบ้างหรือเปล่า เอ้อ..ฉันไม่แน่ใจว่าเขา...”

พราวพรายพูดไม่ออก แต่ดิ๊กเข้าใจดี ว่าเธอคงอยากรู้ว่านิคแต่งงานใหม่หรือยัง “คุณพราว เมื่อสักครู่ที่ผมถามว่าคุณพราวแต่งงานใหม่หรือยัง แล้วคุณตอบว่ายังไม่ได้แต่งน่ะ คุณรู้มั้ยว่าผมดีใจเกือบตาย เพราะอะไรรู้มั้ย” เมื่อเธอส่ายหน้าว่าไม่รู้ ชายหนุ่มก็กล่าวต่อว่า “เพราะแสดงว่าคุณยังลืมนิคไม่ได้ ส่วนเจ้านิคน่ะ มันไม่มีทางลืมคุณได้หรอก ทุกวันนี้มันก็ยังรักคุณอยู่ สีหน้ามันเศร้าหมองเวลาเผลอตัว เมาทีไรมันก็ต้องพูดถึงคุณทุกที”

“แต่เขาก็ไม่เคยคิดจะมาหาฉันเลย นี่คะ เขากลับมาทำงานเกือบสองปีแล้วไม่ใช่หรือ” พราวพรายแย้งอย่างน้อยใจตามประสาผู้หญิง แม้จะรู้ว่าไม่มีสิทธิ รวมทั้งรู้อีกด้วยว่าคนทรนงอย่างเขาที่ถูกเมียขอหย่า คงไม่เสียเวลามาตามง้อเธออีกหรอก คนที่จะต้องง้อคือเธอไม่ใช่เขา คำพูดประโยคสุดท้ายของนิคก่อนจากกันในวันนั้นยังก้องอยู่ในหู ‘ หวังว่าเราคงไม่ต้องพบกันอีก’

ดิ๊กยิ้มกว้างให้เธอ “มันไม่กล้ามาหรอก ทั้งๆที่มันเป็นคนบอกผมเองว่าคุณอยู่ที่นี่ คงรู้จากพี่สาวคุณน่ะแหละ”
“ทำไมถึงไม่กล้ามาล่ะคะ”
“เพราะพี่สาวคุณบอกมันว่าคุณแต่งงานจนมีลูกแล้วน่ะสิ”
“พี่ เจิดบอกนิคว่าฉันแต่งงานมีลูกแล้ว? เอ๊ะ..ทำไมพี่สาวฉันบอกเขายังงั้น ในเมื่อ..” พราวพรายงงไปชั่วอึดใจเดียวก็นึกออก “อ๋อ..เข้าใจแล้วละ พี่เจิดไม่รู้หรอกว่าพ่อของนิกกี้ที่ฉันจดทะเบียนสมรสด้วยเป็นใคร ชื่ออะไร เขาอาจจะเคยเห็นผ่านๆตาในใบเกิดของนิกกี้ แต่ก็นานมากแล้ว คงจำไม่ได้ พี่สาวกับพี่เขยฉันรู้แต่เพียงว่า พ่อของนิกกี้ตายด้วยอุบัติเหตุก่อนเขาเกิดเท่านั้น พอนิคถามเขาก็เลยบอกข้อมูลเท่าที่เขารู้”

“ตกลงคุณคิดจะพบกับนิคแล้วใช่มั้ย” ชายหนุ่มคาดคั้นอย่างมีความหวัง

พราว พรายอึกอักอีก แม้จะรู้จากพี่สาวว่านิคกำลังคบหาดูใจกันอยู่ กับหมอสาวลูกน้องของแฟรงค์ ซึ่งก็หมายความว่าเขาคงยังไม่ได้แต่งงานกับใคร แต่เธอก็ยังไม่แน่ใจว่าเขาจะมีใครอื่นอีกหรือเปล่า จำเป็นต้องถามเพื่อนสนิทของเขาตรงๆให้หายข้องใจ “นิคยังไม่ได้แต่งงานใหม่หรอกหรือคะ”
คราวนี้ดิ๊กหัวเราะร่า “ยัง มันยังไม่ได้แต่งงานใหม่ คงคอยให้คุณพราวเลิกกับคนที่พี่สาวคุณบอกว่าคุณแต่งงานด้วย กลับไปหามันอีกครั้งละมัง”

ชายหนุ่มไม่คิดว่าเขาโกหกพราวพราย ก็เธอไม่ได้ถามสักหน่อยว่านิคกำลังคบใครอยู่หรือเปล่า เธอถามแต่เรื่องแต่งงานใหม่ เขาก็ตอบเรื่องจริงแล้วไง เพราะเพื่อนเขายังไม่ได้แต่งงานกับหมอผู้หญิงคนนั้น

“ฉันอาจจะขอพบกับนิคสักครั้ง อย่างน้อยก็เพื่อขอโทษเขา ”
ดิ๊ก ซึ่งกลัวว่าจะเสียเรื่อง ถามว่า “จะแค่ขอโทษเท่านั้นน่ะหรือ? พบกันแล้วก็ตกลงกลับไปอยู่ด้วยกันเหมือนเดิมก็สิ้นเรื่อง ถ้าเจ้านิครู้ว่าคุณยังไม่ได้แต่งงานใหม่ มันคงเผ่นมาหาคุณถึงที่นี่แทบไม่ทัน หรือคุณพราวเห็นว่าหย่ากันไปแล้วก็ให้แล้วๆกันไป ต่างคนต่างก็ไปหาคนใหม่เอาดีกว่า คิดยังงั้นหรือเปล่า”

พราวพราย อึกอักพูดไม่ออกอีก ถึงจะอยากกลับไปหาเขา ไปอยู่กับเขาเหมือนเดิม แต่เธอก็รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ ในเมื่อหย่าขาดกันไปตั้งนานแล้ว มารดาของเธอน่ะหรือจะยอมให้เรื่องกลับไปเหมือนเดิม อีกอย่างตอนที่จากกันวันนั้นนิคแค้นใจเธอมาก เขาหรือจะยังอยากเห็นหน้าผู้หญิงคนที่บอกเขาอย่างเลือดเย็น ว่าเลือกเขาไม่ได้เพราะครอบครัวของเธอต้องมาก่อน

“ผมไม่รู้ว่ามี เรื่องอะไรอีกหรือเปล่าที่คุณไม่ได้เล่าให้ผมฟัง แต่ผมอยากจะบอกว่าถ้าคุณหรือเพื่อนผมคิดจะแต่งงานใหม่กับใครสักคน ไม่ว่าตอนนี้หรือในอนาคต คุณกับมันก็ต้องไปหย่ากันให้เรียบร้อยเสียก่อน” ดิ๊กค่อยๆทิ้งไพ่ใบสำคัญลงบนโต๊ะ
หญิงสาวตกใจขึ้นมาอีก ไม่เข้าใจความหมายของเขาด้วย “เอ๊ะ..ทำไมต้องไปหย่าอีกล่ะคะ ก็ฉันกับนิคหย่าขาดกันไปตั้งสี่ปีแล้วนี่คะ”
“นั่น เป็นความเข้าใจผิดของทั้งคุณทั้งนิค” ดิ๊กทำหน้ายิ้มๆอธิบาย “คุณคงเคยรู้มาบ้างจากนิค ว่าผมทำงานด้านการข่าวมาตลอด รู้จักพวกข้าราชการไทยหลายคน แหล่งข่าวของผมในเมืองไทย ตรวจสอบข้อมูลของคุณกับเพื่อนผมแล้ว หลักฐานการจดทะเบียนสมรสของคุณกับมัน ยังครบถ้วนสมบูรณ์ยังมีผลตามกฏหมาย”

“เอ๊ะ..ก็ทั้งฉันทั้งนิคเซ็น ชื่อในเอกสารหย่าเรียบร้อยแล้วนี่คะ” เธอแย้งอย่างมืดแปดด้าน แต่แล้วก็นึกขึ้นมาได้ถึงเอกสารฉบับนั้น ที่มารดาของเธอยึดเอาไปเก็บไว้เอง

“คุณ กับมันไปหย่ากันที่ไหน ตามหลักในกรณีของคุณกับเจ้านิค ต้องหย่ากันที่อำเภอหรือที่สถานทูตอเมริกันไม่ใช่หรือ ต้องไปด้วยตัวเองด้วย” ดิ๊กชี้แจงอย่างใจเย็น “ผมสอบถามทั้งเจ้าหน้าที่ที่ทำเรื่องการจดทะเบียนแต่งและทะเบียนหย่า รวมทั้งนักกฏหมายทางเมืองไทยแล้ว เขาบอกว่าไอ้ที่คุณกับเพื่อนผมเซ็นต์น่ะ อาจจะเป็นแค่หนังสือหย่าโดยความยินยอมเท่านั้น เจ้าหน้าที่ทะเบียนยังไม่ได้รับเรื่อง จะมีผลตามกฏหมายได้ก็ต่อเมื่อทั้งคุณและนิค ต่างฝ่ายต่างนำหนังสือตกลงหย่าขาดจากกันที่คุณสองคนเซ็นต์แล้ว ไปยื่นจดทะเบียนหย่าต่อนายทะเบียน คุณคงต้องไปยื่นที่อำเภอ ส่วนนิคก็ต้องไปยื่นที่สถานทูตอเมริกัน จึงจะมีผลสมบูรณ์ตามกฏหมายทั้งสองฝ่าย แต่ในกรณีของคุณเราพบแต่หลักฐานการจดทะเบียนสมรสเท่านั้น ไม่มีหลักฐานการหย่ามาลบล้าง ตามกฏหมายก็ต้องถือว่าคุณกับเพื่อนผมยังเป็นสามีภรรยากัน ตั้งแต่วันที่จดทะเบียนสมรสจนถึงปัจจุบัน ผมถึงได้บอกว่าถ้าคุณหรือเจ้านิคจะแต่งงานใหม่กับใครก็ตาม จะต้องไปทำเรื่องหย่าขาดจากกันให้เรียบร้อยก่อน จึงจะไปจดทะเบียนใหม่กับคนใหม่ได้”

พูดจบดิ๊กก็หยิบซองเอกสารที่ถือ ติดมือมาด้วยส่งให้พราวพราย “นี่คือหลักฐานทั้งหมดที่ผมหามาได้ ผมอยากให้คุณดูเอกสารพวกนี้ เพื่อความแน่ใจว่า เรื่องทั้งหมดที่ผมพูดเกี่ยวกับการหย่าของคุณกับเจ้านิค ว่าไม่มีผลทางกฏหมายเป็นความจริง ผมเข้าใจว่าทั้งคุณทั้งมันไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน”

พราวพรายรับซอง ที่ดิ๋กส่งให้มาเปิด หยิบเอกสารข้างในออกมาดูทุกแผ่น รวมทั้งเอกสารที่เกี่ยวข้องกับนิกกี้ด้วยจนแน่ใจ แล้วน้ำตาของเธอก็ไหลออกมาอีก สีหน้าของเธอเปลี่ยนไปเรื่อยๆ จากตกใจเป็นดีใจ จากดีใจเป็นสับสนแล้วกลับมาตกใจอีก เมื่อได้ฟังคำอธิบายของดิ๊กเธอก็นึกถึงหนังสือหย่าโดยความยินยอม ที่เซ็นต์โดยเธอและนิคที่คุณจิตรายึดเอาไป เธอไม่รู้ว่ามารดาเอาไปทำอะไรต่อหรือไม่ หญิงสาวเคยคิดจะถามมารดาหลายครั้งหลังจากนั้น แต่ต่อมาก็คิดว่าเอกสารฉบับนั้นไม่น่าจะสำคัญอะไรอีกต่อไปแล้ว เพราะเขาซึ่งเป็นคู่สมรสของเธอตายไปแล้ว พราวพรายจึงนอนใจเรื่อยมา คิดว่าทุกอย่างจบสิ้นลงไปแล้ว เพราะกฏหมายถือว่าการสมรสสิ้นสุดลง เมื่อคู่สมรสคนใดคนหนึ่งเสียชีวิต

“หมายความว่า..ว่าฉันกับ..” เสียงของเธอสั่น
ดิ๊ก พยักหน้า มองเธอยิ้มๆ “ใช่ คุณกับเพื่อนผมยังเป็นสามีภรรยากันตามกฏหมาย ถ้าจะแต่งงานใหม่กับใคร ก็ต้องไปหย่ากันให้ถูกต้องเสียก่อน”
“เอ้อ..แล้วนิครู้เรื่องนี้มั้ยคะ”
ชายหนุ่มปฏิเสธด้วยการส่ายหน้า “ยังไม่รู้หรอก ผมเองก็เพิ่งรู้ก่อนเดินทางมาพบคุณไม่กี่วัน ถ้ารู้เรื่องนี้มันคงดีใจแทบตายเลย”
“คุณรู้ได้ยังไงคะ ดิ๊ก ว่าเขาจะดีใจ เขาอาจจะผิดหวังมากก็ได้”

“ไม่ มีทางหรอก เชื่อผมเถอะ มันรักคุณมาก ผมกับมันคบกันมาตั้งแต่เด็กๆ แทบจะเรียกได้ว่าโตมาด้วยกัน ผมรู้จักมันดี ทุกวันนี้มันก็ยังเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่เลย” เขาพยายามกล่อมเธอต่อว่า “อย่าคิดมากเกินกว่าเหตุเลยนะ คุณพราว ถ้าไม่คิดถึงตัวเองหรือเจ้านิค ก็คิดถึงนิกกี้มั่ง เด้กมันจะดีใจแค่ไหน ที่คนที่มันเรียกว่าลุงกลายมาเป็นพ่อแท้ๆของมัน”

“ค่ะ ดิ๊ก ขอบคุณมากสำหรับคำแนะนำและทุกสิ่งทุกอย่าง ที่ทำให้ฉันกับนิค” เธอพูดอย่างตื้นตันใจต่อความหวังดี ของผู้ชายคนที่เธอเคยนึกไม่ชอบหน้า เพราะคิดว่าชอบชวนนิคไปจีบผู้หญิง “คุณจะบอกเรื่องทั้งหมดนี่กับนิคหรือเปล่าคะ”
“ผมกะว่ากลับไปนี่จะบอกมัน ให้รู้เรื่อง มันจะได้ดีใจหายเศร้าซะที ที่ผมยังเก็บเรื่องไว้ไม่ได้บอกมัน ก็เพราะต้องการมาคุยกับคุณก่อนด้วยเรื่องข้อมูลบางอย่าง ตอนนี้ทุกอย่างเคลียร์หมดแล้ว ผมก็บอกมันได้แล้ว"

“ดิ๊กคะ คุณอยากจะบอกอะไรเขาก็บอกไปเถอะ ขอเรื่องนิกกี้เรื่องเดียวได้ไหมคะ” สีหน้าสงสัยของดิ๊กทำให้หญิงสาวต้องพูดต่อโดยเร็ว “คือฉันอยากบอกเรื่องนิกกี้กับเขาด้วยตัวเองน่ะค่ะ”
“ดีเหมือนกัน เอาตามนี้ก็ได้ คุณคิดว่าจะกลับไปอเมริกาเมื่อไหร่ล่ะ”
“ช่วง คริสต์มาสที่จะถึงนี่แหละค่ะ อีกไม่กี่วันเอง ฉันบอกพี่เจิดไปแล้วว่าจะกลับอเมริกาไปฉลองคริสมาตส์ด้วยกัน” อึ้งไปอึดใจเธอก็กล่าวต่อว่า "ฉันคิดว่าคงจะมีโอกาสได้พบนิคตอนนั้น"

ดิ๊ กลาพราวพรายกลับไปด้วยความรู้สึกอิ่มอกอิ่มใจ ที่ได้ทำหน้าที่ทูตพิเศษช่วยให้คนสองคนที่รักกันมาก ได้กลับมาเข้าใจกันอีกครั้งหนึ่ง และทำให้เด็กตัวเล็กๆคนหนึ่งได้มีพ่อมีแม่พร้อมหน้าเสียที


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
สาวโบ....ราณ วันที่ : 20/11/2012 เวลา : 20.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pusujarit
วัยกำลัง อยากรู้ ...อยากเห็น

หายไปไหนน้า นานจัง
รออ่านตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อนะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
bene วันที่ : 08/11/2012 เวลา : 02.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bene

เจ๋ง เจ๋ง เอาแต๋ม เอาแต๋ม

อยากรู้จัง นิคจะว่าไงบ้างน๊าาาา

ความคิดเห็นที่ 1 bene ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สาวโบ....ราณ วันที่ : 06/11/2012 เวลา : 20.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pusujarit
วัยกำลัง อยากรู้ ...อยากเห็น

ดิ๊กนายแน่มาก สมควรตบรางวัลอย่างหนัก

หวัดดีค่ะคุณม่อน

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน