*/
  • ม่อนหินไหล
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-07-09
  • จำนวนเรื่อง : 113
  • จำนวนผู้ชม : 66940
  • จำนวนผู้โหวต : 23
  • ส่ง msg :
  • โหวต 23 คน
วันอาทิตย์ ที่ 20 มกราคม 2556
Posted by ม่อนหินไหล , ผู้อ่าน : 1172 , 22:21:19 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน สาวโบ....ราณ , เพียงลำพัง โหวตเรื่องนี้

เช้าวันรุ่งขึ้นทันทีที่กลับถึงบ้านพัก นิคก็โทรศัพท์ไปที่อพาร์ตเมนท์ของเจิดจรัส เมื่อแม่บ้านมารับโทรศัพท์เขาก็ขอพูดกับพราวพราย และได้คำตอบว่าหญิงสาวผู้นั้นไม่อยู่ ออกจากอพาร์ตเมนท์ไปตั้งแต่เช้าแล้ว ไม่ทราบว่าจะกลับมาเมื่อไหร่ ชายหนุ่มที่กำลังร้อนใจขอพูดกับเจิดจรัสเมื่อรู้ว่าเธออยู่บ้าน พี่สาวของพราวพรายรู้สึกแปลกใจที่เขาถามถึงน้องสาวของเธอที่เขาไม่น่าจะ รู้จัก

“เอ๊ะ คุณไปรู้จักกับน้องสาวฉันตั้งแต่เมื่อไหร่คะ?”
“เรื่องมันยาว แต่ตอนนี้บอกผมก่อนได้ไหมครับว่าเขาไปไหน เพิ่งมาจาก ลอนดอนไม่ใช่หรือครับ?”
“ค่ะ เขามาถึงเมื่อคืนตอนดึก เอานิกกี้มาส่งแล้วไปหาเพื่อนที่ซานฟรานฯ ไปตั้งแต่เช้ามืดแล้ว เห็นว่าจะไปสักสองสามวัน อาจจะบินกลับไปลอนดอนจากที่นั่นเลย” ระหว่างที่ตอบเจิดจรัสก็ครุ่นคิดสงสัยไปด้วย
นิคนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่งแล้วก็ตัดสินใจ “ถ้างั้นผมขอไปพบคุณเจิดที่อพาร์ตเมนท์ได้ไหมครับ ผมมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย จะสะดวกไหมครับ?”
“เชิญสิคะ มาได้เลย”

ประโยคแรกของเจิดจรัสเมื่อพบหน้าเขาคือ “คุณรู้จักกับยายพราวด้วยหรือคะ นิค?”
นิคห ยิบสำเนาสูติบัตรของนิกกี้ ที่ยึดมาจากพราวพรายส่งให้อีกฝ่ายแทนคำตอบ เจิดจรัสรับไปแล้วก้มลงอ่าน พออ่านจบก็เงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจ “ใบเกิดนิกกี้นี่คะ มีอะไรหรือ?”,
“คุณเจิดเคยเห็นเอกสารฉบับนี้มาก่อนหรือเปล่าครับ?”
เจิด จรัสซึ่งยังถือเอกสารฉบับนั้นอยู่ในมือก้มลงมองอีกครั้ง ก่อนจะตอบว่า “จำได้ว่าเคยเห็นตอนที่นิกกี้เกิดได้ไม่นาน” แล้วเธอก็ถามซ้ำว่า “มีอะไรเกี่ยวกับใบเกิดของนิกกี้หรือคะ?”
“คุณเจิดลองดูตรงชื่อพ่อของนิกกี้อีกครั้งสิครับ” นิคบอกอย่างใจเย็น

อีกฝ่ายก้มลงมองเป็นครั้งที่สามแล้วก็ใจหายวาบ “เอ๊ะ ชื่อคุณไม่ใช่หรือ ใช่หรือเปล่าคะ?”
“ครับ”
“มิ น่าล่ะ ตอนที่จูดี้แนะนำชื่อเต็มของคุณ ฉันถึงได้รู้สึกคลับคล้ายคลับลา เหมือนเคยได้ยินมาก่อน แต่ก็ไม่ได้นึกสะกิดใจอะไร เพราะที่เห็นใบเกิดของนิกกี้นั่นก็แค่ครั้งเดียวแล้วก็ตั้งนานมาแล้วด้วย อีกอย่างนิกกี้ใช้นามสกุลแม่ นี่หมายความว่าคุณเป็นพ่อของนิกกี้จริงๆหรือคะ เอ๊ะ..ก็ไหนพราวบอกว่าพ่อของนิกกี้ตายไปแล้ว ตั้งแต่ก่อนที่เขาจะเกิด”
“ครับ ใครๆก็เข้าใจยังงั้น แม้แต่พ่อแม่ผม”

หลัง จากนั้นชายหนุ่มก็เล่าเรื่องทั้งหมดให้เจิดจรัสฟัง ฟังจบแล้วหญิงสาวก็มีสีหน้าทั้งตื่นเต้นตกใจและดีใจ ที่ในที่สุดผู้ชายคนที่เธอเคยอยากได้มาทำหน้าที่พ่อให้นิกกี้ ก็กลายเป็นพ่อผู้ให้กำเนิดเขาจริงๆ

“คุณคิดจะทำยังไงต่อไป” พอนึกถึงหมอสาวคนนั้นขึ้นมาได้ เจิดจรัสก็รีบถามทันทีว่า “เรื่องจูดี้กับคุณล่ะคะจะทำอย่างไร เห็นเขาบอกฉันว่าคุณกับเขาอาจจะลงเอยกันเร็วๆนี้”
“เรื่องของผมกับจูดี้ก็คงต้องจบ”
“แล้วยายพราวเขาว่ายังไง”
“ผมยังไม่แน่ใจ รู้สึกว่าพราวจะยังคิดมากอยู่ รวมทั้งเรื่องที่เกี่ยวกับทางบ้านด้วย"”

เจิด จรัสนิ่งคิดว่าจะช่วยคนทั้งสองได้อย่างไรเรื่องมารดา ในที่สุดก็บอกนิคว่า “เรื่องทางบ้านก็คงติดที่แม่คนเดียวเท่านั้น พ่อน่ะคงไม่มีปัญหาหรอก แต่เรื่องมันก็ผ่านมาตั้งสี่ปีแล้ว แม่อาจจะปล่อยวางบ้างแล้วก็ได้ ที่สำคัญคือเรื่องนิกกี้ ท่านคงต้องเห็นแก่หลานบ้างหรอก ส่วนเรื่องจูดี้ ถ้าคุณตัดสินใจจะกลับมาอยู่กับยายพราวแน่นอนแล้ว ก็ต้องจัดการเรื่องจูดี้ให้เรียบร้อยเสียก่อน ถ้าจบได้จริงๆยายพราวก็ไม่น่าจะตั้งแง่อะไรอีก ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่เขาเปลี่ยนไปมาก เขาคิดอะไรทำอะไรแบบผู้ใหญ่มากขึ้น สุขุมรอบคอบคิดหน้าคิดหลังมากกว่าแต่ก่อน อาจจะเพราะเจอเรื่องหนักๆมามาก ทั้งเรื่องแม่ป่วยและเรื่องที่คิดว่าคุณตายไปแล้ว ไหนจะเรื่องท้องนิกกี้โดยไม่มีคุณ การเป็นแม่ก็มีส่วนสำคัญที่ทำให้เขาต้องเปลี่ยนตัวเอง”

“ครับ ผมเองก็รู้สึกว่าพราวเปลี่ยนไปมาก เป็นผู้ใหญ่ขึ้น แต่ผมก็ยังไม่แน่ใจว่าพราวคิดยังไงเรื่องที่จะกลับมาอยู่ด้วยกัน"

“เรื่อง คงไม่ยากนักหรอกค่ะ นิค เพราะความจริงคุณกับเขาก็ยังเป็นสามีภรรยากันอยู่ตามกฏหมาย แต่จากกันไปตั้งสี่ปี พราวเขาก็คงต้องคิดมากหน่อย เขาคงยังกลัวแม่อยู่ รวมทั้งเรื่องจูดี้กับคุณด้วย แต่ฉันก็เชื่อว่าเขายังรักคุณอยู่นะคะ ไม่งั้นป่านนี้เขาคงแต่งงานใหม่กับใครไปเสียนานแล้ว มีคนมาชอบเขาตั้งหลายคน แต่ก็ไม่เห็นเขาสนใจใคร เขาคงยังลืมคุณไม่ได้ อีกอย่างก็คงเรื่องนิกกี้ด้วย เขาคงคิดหนักกลัวว่าผู้ชายคนใหม่จะรังเกียจ แต่เมื่อเรื่องราวพลิกผันมาเป็นแบบนี้ ปัญหาทุกอย่างก็คงจะจบได้ด้วยดี”

“พราวไปหาเพื่อนทำไมหรือครับ?”

“เขา คงหลบไปคิดเรื่องต่างๆสักสองสามวัน พอคิดได้แล้วเขาก็จะกลับมา คุณอยู่เฉยๆปล่อยเขาไปก่อน คุณคงจะรู้ว่าเวลายายพราวเขาคิดเขามักจะชอบคิดคนเดียว ไม่ชอบให้ใครไปกวนใจจนกว่าเขาจะคิดตก ตอนนี้คุณควรจะรีบจัดการเรื่องระหว่างคุณกับจูดี้ให้เรียบร้อย ถ้าคุณแน่ใจแล้วว่าจะกลับมาอยู่กับเขาและนิกกี้”

“ผมแน่ใจครับ คุณเจิด บอกตรงๆว่าผมไม่ถึงกับรักจูดี้ เพียงแต่ไม่รู้เรื่องอะไรต่ออะไรหลายเรื่อง ถ้ารู้ก่อนหน้านั้นผมก็คงไม่มีจูดี้ ผมจะคุยกับจูดี้ให้เรียบร้อยเมื่อเขากลับจากอังกฤษ คิดว่าคงไม่มีปัญหาอะไร เพราะผมยังไม่ได้ขอเขาแต่งงาน อีกอย่างเขาก็เป็นคนเข้าใจอะไรง่าย ที่ผมห่วงก็เรื่องทางบ้านของพราวเท่านั้น ไม่ทราบว่าคุณแม่จะใจอ่อนลงบ้างหรือยัง รู้สึกว่าพราวกังวลเรื่องนี้มาก”

“เอา เถอะค่ะ นิค เรื่องทางบ้านฉันจะช่วยคุณเอง พ่อน่ะไม่มีปัญหาหรอก ท่านเป็นคนมีเหตุมีผล ฉันคงต้องเข้าทางท่าน เล่าเรื่องทั้งหมดให้ท่านฟังแล้วขอให้ท่านพูดกับแม่”
“นิกกี้อยู่บ้านใช่ไหมครับ ขอผมพบเขาหน่อยได้ไหม?”
“นิกกี้รู้หรือยังคะว่าคุณเป็นพ่อเขา”
“ยังหรอกครับ ทั้งผมทั้งพราวยังไม่ได้บอกอะไรเขาเลย มันกระทันหันไปหน่อย กลัวเขาจะตกใจ ผมจึงอยากจะเอาเขาไปอยู่กับผมสักพัก"

“บอก ตรงๆนะคะนิค ฉันดีใจมากเลยที่คุณกลายมาเป็นน้องเขยฉัน ที่สำคัญคือเป็นพ่อของนิกกี้ ฉันว่าสัญชาติญาณระหว่างพ่อแม่ลูกนี่แรงไม่ใช่เล่น นิกกี้ชอบคุณตั้งแต่พบกันครั้งแรก คุณเองก็เอ็นดูเขามากตั้งแต่วันนั้น ฉันสงสารนิกกี้มาก เกิดมาก็ไม่เคยรู้จักพ่อ ใครๆก็คิดว่าพ่อนิกกี้ตายไปตั้งแต่เขายังไม่เกิด ฉันช่วยเลี้ยงเขามาตั้งแต่เล็กๆเพราะพราวเขาต้องทั้งเรียนทั้งทำงาน นิกกี้ได้ยินริกกี้เรียกฉันกับแฟรงค์ยังไงเขาก็เรียกตามบ้าง ใครๆที่นี่เลยคิดว่าเขาเป็นลูกคนเล็กของเรา ตอนย้ายมาที่นี่เขาอายุขวบกว่าแล้ว”

ชายหนุ่มรีรออยู่อึดใจหนึ่งก่อนจะถามเจิดจรัสตรงๆว่า “คุณพ่อคุณแม่ของคุณเจิดทราบไหมครับว่านิกกี้เป็นลูกของพราว”
“รู้ ค่ะ ท่านรู้ว่าพราวมีลูก แต่คุณแม่ยังไม่เคยเห็นนิกกี้ มีแต่คุณพ่อที่เห็นตอนแวะมาเยี่ยมพวกเราที่นี่ ยายพราวเขาเคยกลับไปเยี่ยมบ้านเหมือนกัน สักสองครั้งมั้ง แต่ไม่ได้เอานิกกี้ไปด้วย ไม่รู้เขาคิดยังไงของเขา ถามอะไรก็นิ่ง แต่ตอนนี้ฉันคิดว่าถ้าแม่รู้ว่าคุณยังไม่ตาย แม่ก็คงไม่ขัดขวางเรื่องพราวกับคุณอีกหรอกค่ะ เพราะคงสงสารนิกกี้”

นิ คลอบถอนใจยาวอย่างโล่งอก แต่ก็อดถามไม่ได้ว่า “คุณเจิดคิดว่าผมควรจะทำอย่างไรบ้างเรื่องคุณแม่ ความจริงผมอยากไปพบคุณพ่อคุณแม่คุณ อยากจะขอโทษเรื่องที่ผมกับพราว แอบจดทะเบียนกันโดยที่ท่านไม่ได้อนุญาต ผมอยากให้พวกท่านเห็นความจริงใจของผมต่อพราว”

“ดีเหมือนกันนะคะถ้า คุณจะไปพบพวกท่าน แต่คงต้องให้ท่านรู้เรื่องที่คุณยังมีชีวิตอยู่เสียก่อน หลังจากท่านรู้แล้วคุณกับยายพราวค่อยไปพบท่านจะดีกว่า เอาเถอะ เรื่องนี้ไว้ค่อยปรึกษากันอีกที เดี๋ยวจะไปเรียกนิกกี้ให้ คงดีใจตายเลยถ้ารู้ว่าคุณเป็นพ่อแท้ๆของเขา”

ทันทีที่เห็นนิค เด็กชายก็สลัดมือเจิดจรัสที่จูงอยู่แล้ววิ่งเข้าหาเขา ปีนขึ้นไปบนตักแล้วจีบปากจีบคอต่อว่าต่อขานเขา “อังเคิลนิคหายไปหนายตั้งนาน นิกกี้กะมอมมี้แม่ไปหาที่โรงแรม แต่อังเคิลนิคไม่เห็น มอมมี้แม่ไม่ให้นิกกี้วิ่งไปหา บอกว่าอังเคิลนิคมีแขก อย่าเข้าไปรบกวน ม่ายช่ายแขกซักกาหน่อยเนอะ อังเคิลนิคเนอะ อ้านตี้จูดี้ตังหาก แล้วมอมมี้แม่ก็พานิกกี้ขึ้นเรือบินบรื๋อ กลับมาหาแดดดี้กับมอมมี้ละ”

นิ คซึ่งกำลังกอดนิกกี้อยู่หน้าเจื่อนไป เล็กน้อย หมดข้อสงสัยไปทันที พราวพรายพาลูกไปหาเขาที่โรงแรม เมื่อเห็นเขากับจูดี้เธอก็เลยพานิกกี้กลับอเมริกา ป่านนี้เธอคงเข้าใจผิดไปใหญ่โต เขาชักกลุ้มใจขึ้นมาอีกแล้ว

เจิดจรัส มองสองพ่อลูกอย่างตื้นตันใจ เธอคิดว่าถึงเวลาแล้วที่นิกกี้ควรจะได้รู้ความจริงเสียที “นิกกี้รักอังเคิลนิคไหม บอกมอมมี้หน่อยสิ”
“ร๊ากซิ นิกกี้ร๊ากอังเคิลนิคที่สุดเลย” พอพูดจบเขาก็ดึงหน้าชายหนุ่มลงมาจูบสองสามฟอด เป็นการยืนยันว่ารักจริงๆ
“นิกกี้ไม่รักมอมมี้แล้วใช่ไหม?”
“นิกกี้รักอังเคิลนิค รักมอมมี้ รักแดดดี้แล้วก็รักมอมมี้แม่ด้วยละ รักหมดทุกคนเลย อ้อ..รักริกกี้ด้วย นิดนึง” มีข้อแม้เสมอสำหรับริกกี้
“นิกกี้อยากไปอยู่กับอังเคิลนิคไหม เอามอมมี้แม่ของนิกกี้ไปด้วย”
เด็กชายทำหน้าตื่นเต้น แหงนขึ้นถามผู้ชายคนที่กอดเขาอยู่ว่า “อังเคิลนิคจาให้นิกกี้ไปอยู่ด้วยจริงๆเหรอ”
นิคน้ำตาซึมเมื่อบอกลูกว่า “อยากสิ อยากให้ไปอยู่ด้วยทั้งนิกกี้ทั้งมอมมี้แม่เลย”

นิกกี้ทำหน้าครุ่นคิดก่อนจะถามต่อว่า “เอาแดดดี้กะมอมมี้กะริกกี้ไปด้วยนะ”
“ให้นิกกี้ไปก่อนแล้วแดดดี้กับมอมมี้ค่อยตามไปทีหลังดีไหม?”
“ก็ด้าย ต้องตามไปจริงๆนะ งั้นนิกกี้ไปนอนกะอังเคิลนิควันนี้เลยนะ”
“ได้สิ” เจิดจรัสหันไปถามนิคว่า “คุณจะสะดวกหรือเปล่าคะ?”
“สะดวก ครับ มะรืนตอนเย็นผมจะมาส่งนิกกี้” ชายหนุ่มอึ้งไปเล็กน้อยก่อนจะพุดต่อว่า “อีกสองสามวันจูดี้คงกลับ ผมจะพูดกับเขาให้จบๆไป หลังจากนั้นผมจะมารับนิกกี้ไปค้างด้วยใหม่”

ตอนแรกนิคตั้งใจว่าจะไป พบจูดี้ที่อพาร์ตเมนท์ของเธอ แต่ต่อมาหลังจากที่คิดอย่างรอบคอบแล้วชายหนุ่มก็เปลี่ยนใจ อีกสองวันต่อมาเมื่อหญิงสาวเดินทางกลับมาจากอังกฤษ เขาก็โทรศัพท์ไปนัดพบเธอ ที่ห้องอาหารในโรงแรมแห่งหนึ่งแทน

จูดี้ซึ่งคืนนี้แต่งตัวสวยเป็น พิเศษมาพบเขาตามนัด เธอมีท่าทางดีอกดีใจที่พบเขา ประโยคแรกของแพทย์สาวหลังจากนั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้ามกับเขา ตรงโต๊ะเล็กมุมห้องห่างไกลจากโต๊ะอื่นๆที่มีคนนั่งอยู่ประปรายก็คือ

“นึกยังไงคะ นิค อยู่ๆก็เปลี่ยนมานัดฉันที่นี่”

ชาย หนุ่มไม่ตอบ เขาเลี่ยงที่จะไม่ตอบคำถามนั้น ด้วยการซักถามเรื่องการ สัมนาของเธอ ที่เมืองบาร์ทอยู่ครู่หนึ่ง ระหว่างที่ฟังเธอเล่านิคก็เตรียมคำพูดที่จะพูดเรื่องสำคัญกับจูดี้ คำพูดที่จะไม่ทำร้ายจิตใจของเธอมากนัก แต่เขาก็รู้ว่าไม่ว่าเขาจะระวังอย่างไร ก็เป็นไปไม่ได้ที่จูดี้จะไม่ตกใจ เสียใจและผิดหวัง แม้เขาจะยังไม่ได้ขอเธอแต่งงานเป็นเรื่องเป็นราว แต่การเดินทางไปแสดงตัวกับพ่อแม่ของเธอที่มิชิแกนตอนคริสต์มาส ก็คงทำให้เธอคาดหวังว่าเขาจะต้องขอเธอแต่งงานในไม่ช้า แม้แต่การนัดเธอมาดินเนอร์คืนนี้ จูดี้ก็มีสิทธิจะคิดว่าเขากำลังจะขอเธอแต่งงาน

“ไปสัมมนาคราวนี้ได้ อะไรมาแยะเหมือนกัน” หญิงสาวอึ้งไปอึดใจหนึ่งก่อนจะบอกเขาว่า “ทุกอย่างดีหมด มีไม่ค่อยดีอยู่หน่อยเดียว ตรงที่ฉันเกิดป่วยกระทันหัน ต้องไปนอนให้น้ำเกลืออยู่หนึ่งคืน”
ชายหนุ่มทำหน้ากังวล “ไม่สบายเป็นอะไรไป?”
“ก็ไม่มีอะไรมากหรอกค่ะ สงสัยว่าจะเหนื่อยไปหน่อย”
“ตอนนี้โอเคแล้วหรือ แต่หน้าคุณยังเซียวๆอยู่นะ”
“หาย แล้วละค่ะ แล้วคุณล่ะคะเป็นยังไงบ้าง เรื่องธุระของคุณทางโน้นเรียบร้อยไหม?” จูดี้รู้สึกดีใจที่เขากังวลแม้กับการเจ็บป่วยเล็กๆน้อยๆของเธอ

นิคอึ้งไปทันที เวลาที่จะพูดเรื่องสำคัญกับจูดี้มาถึงแล้ว จากการเปิดโอกาสให้โดยไม่ได้ตั้งใจของหญิงสาว
“จูดี้ เรามีเรื่องสำคัญต้องคุยกัน”
“ค่ะ ฉันก็กำลังรออยู่นี่แหละว่าเมื่อไหร่คุณจะพูดกับฉันเสียที ว่าไงคะนิค พูดได้หรือยัง ฉันอยากรู้เต็มทีแล้ว แต่หวังว่าเรื่องสำคัญของคุณจะไม่ทำให้ฉันเครียดนะคะ”

จูดี้พูดกลั้ว หัวเราะ ก่อนจะยกเหล้าผสมที่พนักงานห้องอาหารเพิ่งจะนำมาเสิร์ฟให้ ขึ้นจิบช้าๆ มองหน้าเขาอย่างล้อๆ เมื่อเห็นเขาทำท่าซีเรียส

“จูดี้ คุณจำเรื่องที่ผมเล่าให้คุณฟัง ตอนที่ไปมิชิแกนได้ใช่ไหม?” นิคเริ่มต้น
“เรื่องอะไรคะ?” แต่แล้วเธอก็นึกออก “อ๋อ เรื่องอดีตของคุณสมัยทำงานอยู่ในเวียตนามใช่ไหมคะ”
ชายหนุ่มผงกหน้ารับแล้วพูดต่อว่า “เรื่องที่ผมเคยแต่งงานกับผู้หญิงคนหนึ่ง”
จูดี้ทำหน้าสงสัย “ค่ะ ฉันจำได้ แต่คุณกับเขาก็เลิกกันไปตั้งหลายปีแล้วนี่คะ? ทำไมวันนี้มาพูดถึงเขาอีกล่ะคะ นิค?”
“ผมกับเขาพบกันแล้ว”
“พบกันแล้ว? หมายความว่ายังไงคะ นิค ไปพบกันที่ไหน?”
นิคอึกอักเล้กน้อยก่อนจะตอบว่า “ที่นี่แหละ”

หญิงสาวมีสีหน้าครุ่นคิดอยู่แว่บหนึ่ง ก่อนจะยิ้มให้เขาเหมือนเข้าใจ “แสดงว่าเขาอยู่หรือมาเที่ยวที่นี่ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกไม่ใช่หรือคะนิค ที่คนที่หย่ากันไปแล้วจะกลับมาพบกันใหม่อีกครั้ง อ๋อ..คุณคงกลัวว่าถ้าฉันรู้ฉันจะเข้าใจผิดคิดว่ากลับไปติดต่อกันอีก ไม่มีปัญหาอะไรนี่คะ ฉันไม่ใช่คนคิดมาก ฉันเข้าใจดีว่าคนเราแม้จะหย่ากันไปแล้วก็ยังเป็นเพื่อนกันได้”

นิคมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างสงสาร กับการมองโลกในแง่ดีของเธอ “จูดี้ ไม่ใช่อย่างที่คุณคิด ผม..” เขานิ่งอั้นพูดไม่ออก จนต้องยกแก้ววิสกี้ขึ้นดื่มย้อมใจ ไม่ให้หวั่นไหวไปกับความสงสารที่เริ่มก่อตัวขึ้น
เห็นเขานิ่งไปจูดี้ก็ ถามต่อว่า “มีอะไรหรือคะ นิค เงียบไปเลย” แล้วเธอก็พยายามช่วยเขาด้วยการถามนำทางว่า “ภรรยาเก่าคุณแต่งงานใหม่ไปหรือยังคะ?”
ชายหนุ่มนิ่งไปครู่ก่อนจะตัดสินใจตอบว่า “เขาไม่ได้แต่งงานใหม่ จูดี้ ผมเพิ่งรู้ว่าผมกับเขามีลูกด้วยกันคนนึง”
“มีลูกด้วยกัน? หมายความว่ายังไงคะ ตอนที่คุณเล่าให้ฉันฟังวันนั้น คุณไม่เคยบอกนี่คะว่ามีลูก” แพทย์สาวมีสีหน้างงๆ ไม่เข้าใจ

“ตอน ที่เราหย่ากัน เราไม่รู้ว่าเรากำลังจะมีลูก” ตอนนี้นิคเริ่มพูดคล่องขึ้น “หลังจากหย่ากันไม่นานผมก็ถูกจับเป็นเชลยของพวกเวียตกง ไปติดคุกอยู่นานเกือบสองปีอย่างที่เล่าให้คุณฟัง ส่วนเขาก็มาอยู่ที่นี่กับพี่สาวเขา ผมกับเขาไม่เคยเจอกันเลย ผมถึงไม่รู้เรื่องลูก แต่ตอนนี้ผมได้เจอลูกแล้ว”
นิคมองสีหน้าตกใจของจูดี้อย่างอึดอัด ก่อนจะบอกต่อว่า “นิกกี้เป็นลูกผม”

จู ดี้เบิกตากว้าง ใจหายวาบไปแล้วแต่ก็ยังไม่เชื่ออยู่ดี “นิกกี้เป็นลูกคุณ? เป็นไปได้ยังไงคะ ก็นิกกี้เป็นลูกเจิดกับแฟรงค์นี่คะ คุณล้อฉันเล่นหรือไงคะ นิค” แล้วเธอก็หัวเราะเบาๆออกมา
ชายหนุ่มรู้สึก สงสารจูดี้ แต่ก็จำเป็นต้องบอกให้เธอรู้ความจริง “นิกกี้ไม่ใช่ลูกของสองคนนั่น เขาเป็นลูกของผมกับน้องสาวคุณเจิด เราเข้าใจผิดกันไปเอง”
“น้องสาวเจิด? คุณหมายถึงน้องเจิด คนที่ตอนนี้ไปทำงานอยู่ในอังกฤษหรือเปล่าคะ”
“ใช่ คุณเจิดมีน้องสาวคนเดียวที่เป็นแม่นิกกี้”

จู ดี้นิ่งอั้นไป พยายามย่อยข้อมูลที่ได้รับอย่างรวดเร็ว ตอนนี้เธอยังนึกไม่ออก ว่านิคมีเจตนาอย่างไรจึงเล่าเรื่องลูกของเขาให้เธอฟัง “มิน่าล่ะ คุณถึงได้รักนิกกี้มากขนาดนั้น รักจนฉันอิจฉาเลยล่ะคะ แล้วก็ไม่เข้าใจด้วยว่าใครจะรักลูกคนอื่นได้มากอย่างนั้น แต่ตอนนี้ฉันชักจะเชื่อแล้วละว่านิกกี้คงเป็นลูกคุณ เขากับคุณมีอะไรหลายอย่างคล้ายๆกัน ทั้งหน้าตาท่าทาง นิกกี้เองก็ติดคุณมากผิดปกติด้วย คงจะเป็นเพราะสัญชาติญาณระหว่างพ่อกับลูกนะคะ นิค”

เห็นนิคนี่ งเงียบดื่มเหล้าไปเรื่อยๆไม่พูดอะไรต่อ หญิงสาวซึ่งกำลังเข้าใจผิดคิดว่าเขาคงกังวลเรื่องระหว่างเธอกับลูกของเขา ก็รีบพูดขึ้นมาอย่างใจกว้างว่า “ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ นิค ฉันไม่รังเกียจเด็ก โดยเฉพาะเด้กหน้าตาน่ารักแล้วก็ฉลาดเป็นกรดอย่างนิกกี้ เอ้อ..ฉันหมายความว่าถ้าเราจะแต่งงานกัน ฉันก็รับนิกกี้ได้อยู่แล้ว ยกเว้นว่าแม่เขาจะไม่ยอมให้มาอยู่กับคุณเท่านั้น”

อีกฝ่ายทอดถอนใจ กับความหวังของจูดี้ ที่ตอนนี้ก็เงียบไปเหมือนกันเพราะกำลังใช้ความคิดอยู่ แล้วในที่สุดเธอก็ถามขึ้นมาใหม่เมื่อนึกขึ้นมาได้ “เอ๊ะ งั้นก็หมายความว่าคุณกับเจิดเคยรู้จักกันมาก่อนสิคะ นิค”
ชายหนุ่มส่าย หน้าเป็นเชิงปฏิเสธ “เปล่า ผมเพิ่งรู้จักเขาตอนที่คุณพาผมไปดินเนอร์ที่บ้านเขาคืนนั้น เพราะคุณเจิดมาอยู่อเมริกาหลายปีแล้ว ไม่ค่อยได้กลับไปเยี่ยมบ้าน”

จู ดี้นิ่งคิดอีกอึดใจหนึ่งก่อนจะเลียบเคียงถามข้อสงสัยของเธอ “ฉันเข้าใจว่าตอนนี้แม่ของนิกกี้อยู่ในอังกฤษ งั้น..งั้นก็หมายความว่าที่คุณไปลอนดอนคุณไปพบกับเขาหรือคะ ที่ว่าธุระส่วนตัวก็คงเรื่องนี้ใช่ไหมคะ?”
นิคไม่ตอบรับหรือปฎิเสธ แต่กล่าวต่อไปว่า “จูดี้ มีเรื่องสำคัญกว่านั้นอีก ผมกับแม่นิกกี้ยังเป็นสามีภรรยากันอยู่ตามกฏหมาย เรา..”

เขา พูดยังไม่ทันจบหญิงสาวที่กำลังตกใจกับข้อมูลใหม่เอี่ยม ร้องขัดขึ้นมาว่า “เอ๊ะ ไหนวันนั้นคุณบอกฉัน ว่าคุณกับเขาหย่าขาดกันไปแล้ว ตั้งแต่ก่อนที่คุณจะตกเป็นเชลยของพวกเวียตกง ฉันคงไม่ได้ฟังผิดหรอกนะคะ?”

“จู ดี้ ผมจะพูดยังไงดี เรื่องมันสลับซ้ำซ้อนกว่าที่คุณคิด ทั้งเขาและผมต่างก็เข้าใจผิดเรื่องการหย่า ความจริงมันยังไม่ครบขั้นตอนของกฏหมาย เพราะผมถูกจับไปเป็นเชลยของพวกเวียตกงเสียก่อน”

แล้วชายหนุ่มก็เล่า ให้จูดี้ฟังคร่าวๆถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ฟังแล้วหญิงสาวที่ตอนนี้สีหน้าไม่ค่อยจะดีนัก แต่ก็ยังไม่ได้เฉลียวใจถึงผลที่จะกระทบต่อความสัมพันธ์หว่างเธอกับนิค ถามว่า “สรุปว่าตอนนี้มีสองเรื่องที่คุณกังวลไช่ไหมคะ เรื่องแรกคือเรื่องนิกกี้ซึ่งคงไม่มีปัญหาอะไร อีกเรื่องคือเรื่องที่คุณกับแม่ของนิกกี้ ยังเป็นสามีภรรยากันอยู่ตามกฏหมาย ฉันเข้าใจถูกไหมคะ?”

เมื่อนิคไม่ตอบรับหรือปฎิเสธ จูดี้ก็กล่าวว่า “คุณคงกลุ้มใจมาก มิน่า..หลังๆนี้ฉันถึงได้รู้สึกว่าคุณมีอะไรแปลกๆไปไม่เหมือนเดิม คงเป็นเรื่องแม่นิกกี้นี่เอง” แล้วเก็ถามต่อทันทีว่า “คุณคิดจะทำยังไงต่อไปคะ นิค?”
“หมายความว่ายังไง?”
“ฉันเข้าใจว่าที่ คุณไปพบแม่นิกกี้ที่ลอนดอน ก็คงไปคุยกันเรื่องทะเบียนสมรสที่ยังคาราคาซังอยู่ ฉันถามได้ไหมคะว่าสุดท้ายแล้วคุณกับเขาตัดสินใจว่าอย่างไร คุณคงไม่หาว่าฉันก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของคุณหรอกนะคะ ฉันจำเป็นต้องรู้ค่ะนิค เพราะเรากำลังคบกันอยู่”

“ผมต้องบอกคุณอยู่ แล้วละ” ชายหนุ่มใช้เวลาเรียบเรียงคำพูดอยู่อึดใจหนึ่งก่อนจะบอกเธอว่า “ผมกับเขาคงจะต้องกลับไปอยู่ด้วยกันเหมือนเดิม”

ความนิคอยากจะใช้ คำว่า ‘จะกลับ’ มากกว่า ‘คงจะต้อง’ เพราะมันฟังคล้ายๆกับว่าเขาจำเป็นจำใจต้องกลับไปอยู่กับพราวพรายเพราะกฏหมาย ไม่ได้กลับไปเพราะหัวใจเรียกร้องอย่างที่เป็นอยู่ แต่ก็ไม่อยากจะทำร้ายจิตใจของจูดี้ผู้น่าสงสารมากเกินไป

“ถ้าคุณ ตัดสินใจจะกลับไปอยู่กับแม่นิกกี้ ก็หมายความว่าเราต้องเลิกกัน" หน้าของหญิงสาซีดเผือด "คุณแน่ใจแล้วหรือคะ นิค การที่คนสองคนจำใจต้องอยู่กันต่อไป เพียงเพราะมีกฏหมายผูกติดกันเอาไว้ จะเป็นชีวิตที่มีความสุขหรือคะ ถ้าเป็นฉันๆเลือกที่จะไปหย่ากันใหม่อีกครั้งให้ถูกต้องมากกว่า แทนที่จะต้องทนอยู่กันไปเพื่อรอวันเลิกกันอีกครั้งหนึ่ง อย่างเรื่องสามีเก่าของฉันก็เหมือนกัน เราแต่งงานกันเพราะความรัก แต่หลังจากแต่งงานได้ไม่กี่เดือนฉันกับเขาก็เริ่มมีปัญหากัน แล้วความรักมันก็ค่อยๆหมดไป ต้องทนอยู่ด้วยกันแบบจำใจ แม้จะยังพยายามดึงรั้งกันเอาไว้ต่อไปเรื่อยๆ แต่ท้ายที่สุดก็ต้องเลิกกันอยู่ดี ฉันจึงอยากถามว่าคุณแน่ใจแล้วหรือคะนิค ที่จะยอมให้กฏหมายมารั้งถ่วงเอาไว้ให้จำใจต้องอยู่ด้วยกัน”

“จูดี้ ที่ผมจะกลับไปอยู่กับแม่นิกกี้เพราะผมรักเขามาก” ในที่สุดชายหนุ่มก็ไม่มีทางเลือก นอกจากพูดความจริงในหัวใจ “ไม่ว่าเราจะมีทะเบียนสมรสค้างคากันอยู่หรือไม่ก็ไม่สำคัญ ผมเลือกที่จะกลับไปหาเขา ไปอยู่กับเขาเหมือนเดิมเพราะผมรักเขามาก ขาดเขาไม่ได้ ความจริงผมก้ไม่อยากให้เรื่องออกมาแบบนี้เลย ผมขอโทษคุณด้วยนะ จูดี้ แต่ผมก็รู้ว่าคุณเป็นผู้หญิงที่เข้มแข็ง แม้จะเจ็บปวดบ้างแต่คุณก็จะอยู่ต่อไปได้”

ความจริงถ้าสามารถพูดได้ อย่างเต็มปากเต็มคำ โดยไม่ต้องเกรงใจใคร ชายหนุ่มก็คงพูดออกไปตรงๆแล้วว่า เขาเสียใจที่สุดในชีวิตวันที่จำใจต้องปล่อยพราวพรายกลับไปหาครอบครัวของเธอ และในทำนองเดียวกันเขาก็ดีใจที่สุดในชีวิต เมื่อรู้ว่าเธอยังไม่ได้แต่งงานใหม่ไปกับใคร ทำให้เขามีโอกาสจะได้กลับไปอยู่กับเธอเหมือนเดิม

หญิงสาวที่ตอนนี้ แววตาปวดร้าว หน้าขาวเผือดมากกว่าเก่า เพราะความสะเทือนใจ พูดขัดขึ้นมาว่า “ตอนนี้ฉันรู้แล้วละว่าทำไมตลอดเวลาหลายเดือนที่คบกัน คุณถึงไม่เคยเอ่ยปากบอกว่าคุณรักฉันเลยแม้แต่ครั้งเดียว ฉันก็มัวไปคิดว่าคนขรึมๆอย่างคุณคงไม่ชอบพูดอะไรหวานๆแบบนั้น แต่ฉันคงเข้าใจผิดไปเอง คุณไม่เคยรักฉันเลยใช่ไหมคะ ที่ไม่รักเพราะคุณยังรักเมียเก่าของคุณอยู่”

นิคซึ่งสีหน้าไม่ค่อยดี เท่าไหร่ได้แต่พึมพำว่า “จูดี้ ผมเสียใจ ผมขอโทษ แต่ผมก็ไม่เคยคิดจะหลอกอะไรคุณ ผมเคยคิดที่จะขอคุณแต่งงานเสียด้วยซ้ำ แต่พอรู้ว่าแม่นิกกี้ยังไม่ได้แต่งงานกับใครและรู้เรื่องนิกกี้ ผมก็ไม่อาจจะแต่งงานกับคุณหรือผู้หญิงคนไหนได้ ผมหวังว่าคุณจะเข้าใจและให้อภัยผม”

จูดี้ไม่มองหน้าเขา เธอยกแก้วเหล้าผสมที่ตอนนี้คงจะชืดชาหมดรสชาดแล้ว ขึ้นดื่มต่อจนหมดแก้ว นั่งคิดอะไรอยู่ครู่หนึ่ง แล้วในที่สุดเหมือนตัดสินใจได้ หญิงสาวเงยหน้าขึ้นสบตาเขา มีรอยยิ้มนิดๆที่นิคอ่านไม่ออกปรากฏอยู่บนริมฝีปากบางงาม

“นิคคะ เรื่องของคุณจบแล้วใช่ไหมคะ ถ้างั้นฉันอยากให้คุณลองฟังเรื่องของฉันดูบ้าง” เธอหยุดสังเกตสีหน้าเขาก่อนจะพูดต่อไปด้วยเสียงเรียบๆ แต่ดังสะท้อนกึกก้องเข้าไปในหัวใจของนิค “ฉันท้องค่ะ นิค”

ชายหนุ่ม สะดุ้งสุดตัว ตกตะลึงพรึงเพริดกับข่าวที่ไม่ได้คาดฝัน หน้าของเขาซีดเผือดราวกับปราศจากเลือดหล่อเลี้ยง จูดี้มองอาการของเขาอย่างสะเทือนใจ เขาไม่ได้มีท่าทางดีใจสักนิด มีแต่ตกใจและกระอักกระอ่วน เหมือนกลืนไม่เข้าคายไม่ออก

จูดี้เพิ่ง รู้แน่ว่าตั้งครรภ์ได้ประมาณสี่สัปดาห์ ก่อนเดินทางไปหานิคที่ลอนดอน ตอนแรกก็เพียงแต่สงสัยเท่านั้น ที่ประจำเดือนของเธอขาดหายไปเดือนกว่า แต่ก็คิดว่าคงไม่มีอะไร เพราะปกติมันก็ไม่ค่อยสม่ำเสมออยู่แล้ว ก่อนเดินทางไปลอนดอนได้เพียงหนึ่งวัน หญิงสาวก็ตรวจตัวเองด้วยอุปกรณ์ทดสอบการตั้งครรภ์ถึงสองครั้งด้วยกัน ผลออกมาเป็น “โพสิทีฟ” เหมือนกันทั้งสองครั้ง วันรุ่งขึ้นเธอจึงเดินทางไปลอนดอนด้วยความสุขความสมหวัง ที่จะได้มีลูกสักคนกับผู้ชายที่เธอรัก เธอตั้งใจจะบอกนิคถึงข่าวดีนี้ แต่ก็ไม่มีโอกาสได้บอกเพราะเขากลับมาอเมริกาเสียก่อน




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
สาวโบ....ราณ วันที่ : 24/01/2013 เวลา : 19.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pusujarit
วัยกำลัง อยากรู้ ...อยากเห็น

กลายเป็นรักสามเศร้า งานเข้าแล้วพ่อนิคเอ๋ย

หวัดดีค่ะคุณม่อน

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน