*/
  • ม่อนหินไหล
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-07-09
  • จำนวนเรื่อง : 113
  • จำนวนผู้ชม : 67035
  • จำนวนผู้โหวต : 23
  • ส่ง msg :
  • โหวต 23 คน
วันจันทร์ ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2556
Posted by ม่อนหินไหล , ผู้อ่าน : 2753 , 16:16:43 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน สาวโบ....ราณ โหวตเรื่องนี้

นิคตกตะลึงจังงัง จ้องหน้าจูดี้เขม็งโดยไม่รู้ตัว เสียงของเธอก้องเข้าไปในหู วนเวียนทำให้หูอื้ออึงอยู่อึดใจหนึ่งแล้ววิ่งผ่านเข้าไปในสมอง ที่เริ่มรับรู้แล้วชะงักงันไปชั่วครู่ ยังสับสนจับต้นชนปลายไม่ถูก ไม่รู้จะส่งผ่านข้อมูลนี้ไปที่ไหนต่อ แต่เมื่อรู้สึกตัว เขาก็ถามเร็วปรื๊อว่า

“ท้อง! คุณท้องจริงๆหรือ จะท้องได้ยังไง คุณกินยาคุมกำเนิดอยู่ไม่ใช่หรือ”

จู ดี้ยิ้มเยื้อนอย่างมีความหมาย “ค่ะ ฉันก็กินมาตลอดนี่คะ แต่หลังๆนี่กินบ้างไม่กินบ้าง เพราะบางทีก็ลืม อีกอย่างกินแล้วน้ำหนักขึ้น คุณก็รู้นี่คะว่าฉันพยายามจะควบคุมน้ำหนัก สองเดือนหลังก็เลยตัดสินใจเลิกกินไปเลย”

ชายหนุ่มซึ่งมีสีหน้าเผือด ขาว มองหน้าเธอเฉยอยู่ ยังพูดอะไรไม่ออกเหมือนเดิม ในที่สุดเมื่อรู้สึกตัวเขาก็ถาม ด้วยเสียงที่แหบพร่าจากแรงกดดันว่า “แต่เราเคยตกลงกันตั้งแต่แรกแล้วไม่ใช่หรือ ว่าระหว่างที่กำลังคบหาดูใจกันอยู่เราจะไม่มีลูก ความจริงเรื่องนี้เป็นข้อเสนอของคุณเองด้วยซ้ำ คุณบอกผมว่าถ้าจะเลิกคุมกำเนิดเมื่อไหร่คุณจะปรึกษาผมก่อน”

“ฉันจำ ได้ค่ะ นิค” จูดี้ตอบด้วยเสียงปกติเหมือนพูดกันด้วยเรื่องทั่วๆไป “แต่ฉันก็บอกคุณไปแล้วนี่คะ ว่าฉันเพิ่งจะเลิกกินได้สองเดือนเอง”
“ก่อนจะเลิกกินทำไมคุณไม่คุยกับผมก่อน” เสียงของเขาห้วนจัด
“นิคคะ ถ้าฉันบอกคุณว่าจะเลิกกินยา คุณจะตอบฉันว่ายังไงหรือคะ?”

ชาย หนุ่มอึ้งไปเป็นครู่ เพราะไม่อยากตอบอะไรให้เธอเสียใจมากไปกว่านี้ เพราะถ้าสามารถตอบได้ตามใจคิด เขาก็คงจะตอบเธอว่า 'ผมยังไม่นึกอยากจะมีลูกกับผู้หญิงคนไหนทั้งนั้น' แต่เขาก็ตอบจูดี้ได้เพียงว่า “ผมคงจะบอกคุณว่าผมไม่เห็นด้วย เพราะผมไม่อยากให้เราต้องรีบร้อนแต่งงานกัน เพราะคุณเกิดท้องขึ้นมา”
“ก็เพราะยังงี้สิคะ ฉันถึงไม่ได้ปรึกษาคุณก่อน”

นิ คทอดถอนใจอย่างหนักอก ไม่เข้าใจเธอเลยจริงๆ ตอนนี้เขาชักจะสงสัยขึ้นมาบ้างแล้วว่าจูดี้คงจงใจที่จะท้อง ทั้งๆที่ปกติเธอไม่ใช่คนที่มีเล่ห์เหลี่ยมอะไรแบบนี้ แต่ในที่สุดเขาก็ตัดบทว่า “เอาเถอะ ไหนๆเขาก็เกิดมาแล้ว คุณคิดจะทำอย่างไรต่อไป”

“คุณควรจะเป็นคนบอกฉันไม่ใช่หรือคะ ว่าเราควรจะทำอย่างไรต่อไป”
นิ คอึ้งไปนาน เติมเหล้าลงในแก้วตรงหน้าแล้วยกเข้าปาก “จูดี้ ผมคงต้อง บอกคุณตามตรง ว่าผมคงทำอะไรไม่ได้มากนัก อย่าลืมว่าผมยังแต่งงานอยู่กับแม่ของนิกกี้”

จูดี้เลิกคิ้ว ทำหน้ายิ้มๆเหมือนเรื่องที่เธอกำลังจะพูด เป็นเรื่องปกติธรรมดาที่ใครๆเขาก็ทำกัน “ก็ไม่เห็นยากนี่คะ ถ้าคุณคิดจะรับผิดชอบฉันกับลูกจริงๆ คุณก็หย่ากับแม่นิกกี้เสียสิคะ ง่ายจะตาย เรื่องนิกกี้ก็ไม่ต้องห่วง ถ้าแม่เขาไม่เอาฉันก็จะช่วยดูแลเขาเอง”

ชายหนุ่มนิ่งอึ้งพูดไม่ออก ไปอีกครู่ใหญ่ ยังไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป เขาได้ตัดสินใจไปแล้วว่าจะกลับไปอยู่กับพราวพรายและลูก แล้วอยู่ๆผู้หญิงอีกคนหนึ่งก็มาบอกว่าเธอกำลังจะมีลูกกับเขา จูดี้กำลังเรียกร้องความรับผิดชอบจากเขาอยู่ใช่ไหม ถ้าเขายอมรับผิดชอบจูดี้เพื่อลูกที่กำลังจะเกิดมา แล้วพราวพรายกับลูกอีกคนหนึ่งของเขาล่ะ หมายความว่าความหวังที่จะได้อยู่กับพราวพรายและนิกกี้ จะต้องถูกยกเลิกไปอย่างนั้นหรือ นิกกี้ผู้น่าสงสารก็จะไม่มีโอกาส ได้อยู่กับพ่อแม่พร้อมหน้าพร้อมตาต่อไปเหมือนเดิมใช่ไหม

“ผมคงทำ อย่างที่คุณว่าไม่ได้” นิคอึ้งไปอีกอย่างอัดอั้นตันใจก่อนจะกล่าวต่อว่า “ส่วนเรื่องลูก ถึงอย่างไรผมก็ต้องรับผิดชอบเขาอยู่แล้ว คลอดแล้วคุณจะยกเขาให้ผมก็ได้ ผมเชื่อว่าแม่นิกกี้คงไม่รังเกียจที่จะช่วยเลี้ยง หรือถ้าคุณอยากจะเลี้ยงเอง ผมก็จะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดของเขา”

อีก ฝ่ายแค่นหัวเราะขณะที่หน้าซีดขาวด้วยความสะเทือนใจ “ขอบคุณค่ะ นิค ดูเหมือนคุณจะต้องการแต่ลูกเท่านั้นนะคะ แม่ของลูกเล่าคะ ไม่มีความหมายอะไรบ้างเลยหรือ ลองคิดดูดีดีสิคะ ถ้าจะพูดอย่างเห็นแก่ตัวฉันก็พูดได้ว่า ตลอดเวลาสามสี่ปีที่ผ่านมา นิกกี้กับแม่ของเขาอยู่กันมาได้โดยไม่ต้องมีคุณ พูดง่ายๆก็คือนิกกี้ต้องการพ่อน้อยกว่าเด็กในท้องฉัน นิคคะ ขอถามอีกครั้งว่าที่คุณไม่เลิกกับแม่นิกกี้ ก็เพราะเรื่องทะเบียนสมรสอย่างเดียวหรือเปล่าคะ”

ชายหนุ่มเลิกคิ้ว กับคำถามที่ได้ตอบไปก่อนหน้านี้แล้ว ไม่เข้าใจว่าเธอจะถามย้ำไปเพื่ออะไร เพราะสำหรับเขา คำตอบนั้นไม่มีทางจะเปลี่ยนแปลง “ผมก็บอกคุณแล้วนี่ว่าเรื่องทะเบียนไม่สำคัญ ที่สำคัญคือผมรักเขา อยากอยู่กับเขา แต่เรื่องลูกเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ผมหวังว่าคุณคงจะเข้าใจ”

“สรุปว่าคุณยืนยันแน่นอน ว่าคุณเลือกนิกกี้กับแม่ของเขา ใช่หรือเปล่าคะ?”

เมื่อ อีกฝ่ายไม่ยอมตอบ เอาแต่กรอกเหล้าเข้าปาก หญิงสาวก็ลุกขึ้นยืน หยิบกระเป๋าราตรีใบเล็กๆที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาถือไว้ มองหน้านิคแน่วแน่เมื่อพูดด้วยเสียงเรียบๆว่า “โอเคค่ะ นิค ฉันเข้าใจทุกอย่างแจ่มแจ้งแล้ว งั้นฉันขอลาคุณตรงนี้เลยก็แล้วกัน เราคงไม่จำเป็นต้องพบกันอีก”

พอเห็นเธอทำท่าจะก้าวออกเดิน ชายหนุ่มก็ลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ที่นั่งอยู่ “เดี๋ยวก่อน จูดี้ แล้วเรื่องลูกในท้องคุณจะเอายังไง เรายังพูดกันไม่จบนะ ผมบอกแล้วว่าผมจะรับผิดชอบเขาเอง คุณจะว่ายังไง"
“ขอบคุณค่ะ นิค แต่ไม่จำเป็นหรอกค่ะ คุณไม่จำเป็นต้องมารับผิดชอบอะไรทั้งนั้น”

“ทำไม พูดแบบนี้ล่ะ ถึงยังไงเขาก็เป็นลูกผมเหมือนนิกกี้เหมือนกัน จูดี้ ใจเย็นๆก่อน อย่าใช้อารมณ์ได้ไหม ผมขอร้องละ เราควรจะพูดเรื่องนี้กันให้จบไม่ใช่หรือ ว่าจะทำอย่างไรต่อไป อย่างน้อยก็เพื่อลูกในท้อง”

“นิคคะ ฟังฉันให้ดีดีนะคะ” จูดี้หยุดนิดหนึ่ง ก่อนจะเน้นหนักกับประโยคต่อไป “ที่ฉันบอกว่าคุณไม่ต้องมารับผิดชอบอะไรทั้งนั้น ก็เพราะไม่มีอะไรจะให้คุณต้องฝืนใจมารับผิดชอบ”
“หมายความว่ายังไง” คิ้วของนิคเริ่มขมวดเข้าหากัน
“หมายความว่าฉันไม่ได้ท้องค่ะ” น้ำเสียงของเธอเด็ดขาด

ชาย หนุ่มตกตะลึงอย่างไม่คาดฝันไปอีกครั้งหนึ่ง เมื่อรู้สึกตัวก็ย้อนถามเสียงแข็งว่า “แล้วทำไมเมื่อกี้คุณบอกว่าคุณท้องกับผม คุณกำลังเล่นอะไรอยู่เนี่ย”

แพทย์ สาวยิ้มนิดๆเมื่อตอบว่า “เกมทดสอบหัวใจค่ะ นิค ฉันเป็นคนที่ไม่ชอบอะไรที่คลุมเครือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความรู้สึกที่แท้จริงของคุณต่อฉัน ฉันจึงจำเป็นต้องทดสอบหัวใจคุณเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนตัดสินใจว่าควรจะทำอย่างไรต่อไป ตอนนี้ฉันรู้ชัดเจนแล้วว่าคุณไม่ได้รัก ไม่ได้มีเยื่อใยอะไรกับฉันเลย คุณจำใจต้องรับผิดชอบเด็กถ้าฉันเกิดท้องขึ้นมาจริงๆ ฉันจะไม่บอกความจริงกับคุณก็ได้เรื่องที่ฉันไม่ได้ท้อง คุณจะได้รู้สึกผิดไปตลอดชีวิตว่ามีลูกคนหนึ่งที่คุณทอดทิ้งไป แต่ฉันก็ทำอย่างนั้นไม่ลง ทั้งๆที่อยากจะทำ ก็เลยต้องบอกความจริงให้คุณสบายใจว่าฉันไม่ได้ท้อง แค่จะลองใจคุณเท่านั้น ตอนนี้เมื่อเรื่องทั้งหมดชัดเจนแล้วก็ถึงเวลาที่เราควรจะลาจากกัน ลาก่อนค่ะ นิค เราคงไม่จำเป็นต้องพบกันอีก ขอให้มีความสุขกับชีวิตที่คุณเลือกแล้ว”

จู ดี้เดินออกห้องอาหารหายไปแล้ว ปล่อยให้นิคมองตามหลังไปอย่างงงัน ไม่เข้าใจผู้หญีงคนนั้นเลย ว่าทำไมอยู่ๆก็ลุกขึ้นมาแต่งเรื่องที่แสนจะอ่อนไหวเช่นนี้ เพื่อลองใจเขาได้หน้าตาเฉย แต่พร้อมกันนั้นก็อดรู้สึกโล่งใจไม่ได้ที่จูดี้ไม่ได้ท้อง เพราะถ้าเธอท้องจริง เขาจะทำเฉยเมยไม่รับผิดชอบบ้างเลยคงเป็นไปไม่ได้ หารู้ไม่ว่าสิ่งที่หญิงสาวผู้นั้นบอกเขามีความจริงอยู่เพียงครึ่งเดียวเท่า นั้น ยังมีความจริงอีกครึ่งหนึ่งที่เธอไม่ได้บอกเขา

จูดี้กลับถึง อพาร์ตเมนท์ได้ก็ตรงรี่ไปที่บาร์เล็กๆมุมห้อง คว้าได้วิสกี้ที่เหลืออยู่เพียงครึ่งขวดพร้อมแก้วเหล้า ก็ถือติดมือไปนั่งลงที่เก้าอี้ตัวหนึ่งในห้องนั่งเล่น รินเหล้าใส่แก้วยกขึ้นดื่ม ตอนนี้เมื่อได้อยู่ตามลำพังกับตัวเอง น้ำตาที่เก็บกักเอาไว้ไม่ยอมให้หลั่งไหลออกมาต่อหน้าเขา ก็พลันพร่างพรูลงอาบหน้า หญิงสาวสะอื้นฮักๆ เจ็บปวดเสียยิ่งนักกับการรักเขาข้างเดียว เธอดื่มไปร้องไห้ไป พร้อมกับนึกทบทวนถึงเรื่องที่เกิดขึ้นไปด้วย

ตอนที่ตกลงเริ่มคบกับ นิคใหม่ๆ จูดี้ซึ่งยังไม่แน่ใจว่าความสัมพันธ์ครั้งนี้จะมั่นคงจริงจังยาวนานแค่ไหน เป็นฝ่ายยื่นเงื่อนไขต่อนิคเรื่องการคุมกำเนิด ที่จะไม่ปล่อยให้เด็กเกิดมานอกสมรส เพราะเธอไม่ประสงค์จะผูกมัดตัวเองกับเขาหรือผู้ชายคนไหน ที่ผ่านมาหลังเลิกรากับอดีตสามี หญิงสาวก็เคยคบหาดูใจมาแล้วกับผู้ชายสองสามคน แต่ละคนก็คบกันเพียงไม่กี่เดือนแล้วแยกทางกันไป ทุกคนยอมรับเงื่อนไขของเธอด้วยดีรวมทั้งนิคด้วย ทุกครั้งจูดี้เสนอขอเป้นฝ่ายคุมกำเนิดเองด้วยการกินยาคุมกำเนิด เพราะไม่ไว้ใจว่าถ้าปล่อยให้ฝ่ายชายเป็นผู้คุมกำเนิด เธอจะไม่พลาดพลั้งท้องขึ้นมา

หลังจากกินยาคุมกำเนิดอย่างสม่ำเสมอมา ได้สามเดือนกว่า แม้ตอนนี้จะมีความมั่นใจมากขึ้นกว่าเดิม กับความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับนิค ความเอาใจใส่ดูแลเธออย่างดีของเขา รสนิยมต่างๆและแนวความคิดที่สอดคล้องกัน ความเหมาะเจาะลงตัวกันในอีกหลายเรื่อง ที่สำคัญคือเธอรักและผูกพันกับนิคมากขึ้นเรื่อยๆ เขาเป็นผู้ชายอบอุ่นแบบที่เธอต้องการและหวังจะได้แต่งงานด้วย แต่ถึงอย่างไรสิ่งๆต่างๆเหล่านี้ก็ไม่ได้ทำให้จูดี้คิดเรื่องการมีลูก

แต่ แล้วความคิดดังกล่าวนี้ก็ต้องมีอันเปลี่ยนแปลงไป หลังจากที่สังเกตเห็นความรักความผูกพันที่ไม่ธรรมดา ของนิคต่อนิกกี้ตลอดเวลาสามเดือน นับตั้งแต่วันที่เธอพาเขาไปรู้จักกับแฟรงค์และเจิดจรัส ก่อนหน้านี้เขาเคยแคร์ต่อความรู้สึกของเธอเสมอ เขาทำให้เธอรู้สึกว่าไม่มีใครมีความสำคัญต่อเขามากกว่าเธอ แต่ต่อมาหญิงสาวก็พบว่าเธอลดความสำคัญลงไป เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ต้องเลือกระหว่างเธอกับเด็กชายวัยสามขวบคนนั้น มีหลายครั้งที่นิคขอยกเลิกหรือเลื่อนนัดกับเธอ เพื่อที่จะไปอยู่หรือไปหานิกกี้ แม้เขาจะพยายามหาทางชดเชยให้เธอภายหลังก็ตาม เรื่องเหล่านี้ทำให้หญิงสาวหงุดหงิดมากขึ้นเรื่อยๆ แต่เมื่อไม่สามารถพูดอะไรได้ เพราะจะกลายเป็นว่าเธออิจฉาแม้กระทั่งเด็กตัวเล้กๆคนหนึ่ง ในที่สุดจูดี้ก็ตัดสินใจจะแก้ปัญหาด้วยการมีลูกให้เขาสักคนหนึ่ง โดยไม่รอให้แต่งงานกันเสียก่อนอย่างที่เคยตั้งกฏเกณฑ์เอาไว้

นอก จากเรื่องนิกกี้แล้วที่จูดี้ตัดสินใจจะมีลูกสักคนในตอนนี้ ก็เพราะคำนึงถึงอายุที่เริ่มมากขึ้น เธออายุสามสิบกว่าแล้ว โอกาสที่จะมีลูกก็ลดน้อยลงไปเรื่อยๆ หลังจากไตร่ตรองทุกอย่างโดยรอบคอบแล้ว จูดี้ก็ตัดสินใจเลิกกินยาคุมกำเนิดโดยไม่ได้ปรึกษานิคก่อน ตามเงื่อนไขที่เคยตกลงกันไว้ก่อนหน้าที่จะเริ่มคบหากันจริงจัง เธอคิดแต่เพียงว่าเขาคงไม่ปฏิเสธความรับผิดชอบถ้าเธอท้องขึ้นมา เพราะทุกวันนี้เขาก็แสดงความจริงใจมาตลอด และเขาก็คบหากับเธอแต่เพียงคนเดียว ไม่มีใครอื่นให้ต้องเคลือบแคลงระแวงว่าจะไม่ได้แต่งงานกัน

หลังจาก เลิกกินยาคุมกำเนิดได้ไม่นาน จูดี้ก็พบว่าประจำเดือนของเธอขาดหายไป แต่เธอก็ยังไม่มั่นใจเท่าไหร่นัก ต่อมาเมื่อผลจากการทดสอบด้วยอุปกรณ์ทดสอบการตั้งครรภ์ด้วยตัวเองถึงสองครั้ง ยืนยันว่าเธอตั้งครรภ์จริง และความรู้ในฐานะแพทย์บอกเธอว่า อายุครรภ์ของเธอประมาณสี่สัปดาห์แล้ว หญิงสาวก็รู้ว่าถึงเวลาที่จะบอกข่าวดีนี้แก่นิคเมื่อเดินทางไปหาเขาที่ ลอนดอน มั่นใจเกือบร้อยเปอร์เซ็นว่าเขาจะต้องดีใจไม่น้อยไปกว่าเธอ แต่แล้วก็ไม่มีโอกาสได้บอก เขารีบร้อนกลับไปอเมริกาเสียก่อน แม้จะผิดหวังที่นิคยังไม่ได้รับรู้เรื่องนี้แต่หญิงสาวก็ไม่คิดอะไรมาก เพราะตั้งใจเอาไว้แล้วว่าเธอจะรีบบอกเขาโดยเร็วที่ สุดหลังจากจบการสัมมนากลับไปพบเขา

แต่แล้วในที่สุดจูดี้ก็ต้องผิด หวังครั้งยิ่งใหญ่ วันที่สามของการสัมมนาที่เมืองบาร์ท เธอต้องเข้าโรงพยาบาลกระทันหัน เมื่อเกิดอาการแท้งคุกคาม แม้หมอที่ดูแลเธอจะพยายามช่วยเก็บรักษาก้อนเลือดที่ยังไม่ครบเดือนนั้น เอาไว้จนสุดความสามารถ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มาก ในที่สุดเธอก็ต้องแท้งลูกไปอย่างน่าเสียดาย โชคดีที่การแท้งของเธอเป็นไปอย่างง่ายดาย ไม่จำเป็นต้องขูดมดลูกเพราะการแท้งเป็นไปอย่างสมบูรณ์ ไม่มีอะไรตกค้างอยู่ข้างใน จูดี้นอนโรงพยาบาลแค่หนึ่งวันแล้วกลับเข้าไปร่วมการสัมมนาได้จนจบ

ความ จริงการแท้งลูกครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกของจูดี้ สมัยที่ยังแต่งงานอยู่กินกับสามีคนแรก เธอเคยท้องมาแล้วครั้งหนึ่งแต่ก็แท้งไปเมื่ออายุครรภ์ได้หกสัปดาห์คล้ายๆกับ ครั้งนี้ เมื่อเธอปรึกษาสูตินรีแพทย์ที่ดูแลเธอ ที่โรงพยาบาลในเมืองบาร์ทด้วยความกังวล ถึงสาเหตุของการแท้งบุตรทั้งสองครั้ง ก็ได้รับคำอธิบายว่ายังไม่มีใครสามารถชี้ชัดได้ ถึงสาเหตุที่แท้จริงของการแท้ง แต่ส่วนใหญ่แล้วจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของหน่วยพันธุกรรม หรือโครโมโซมของตัวอ่อน ทำให้ตัวอ่อนไม่สามารถเจริญเติบโตได้และแท้งออกมาในที่สุด

ความผิด ปกติในการผลิตฮอร์โมนจากรังไข่ของมารดา ก็เป็นสาเหตุสำคัญอีกสาเหตุหนึ่งของการแท้ง เพราะฮอร์โมนโปรเจสเตอรอน มีความสำคัญต่อการฝังตัวและการเจริญเติบโตของตัวอ่อน ความผิดปกติของฮอร์โมนตัวนี้ ทำให้ตัวอ่อนไม่สามารถฝังตัวในมดลูกของมารดาและเจริญเติบโตได้ตามปกติ แล้วก็จะแท้งไปในที่สุด นอกจากนี้ก็ยังมีสาเหตุอีกหลากหลายที่ทำให้แท้งบุตร

สูตินรีแพทยผู้นั้นได้แนะนำจูดี้ ให้เข้ารับการตรวจวินิจฉัยค้นหาสาเหตุ และรับการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญต่อไปเมื่อกลับไปสหรัฐฯ เพื่อที่จะสามารถตั้งครรภ์ที่สมบูรณ์ได้ต่อไปในอนาคต มิฉะนั้นเธอมีโอกาสที่จะแท้งซ้ำซากได้เกือบทุกครั้งที่ตั้งครรภ์ ซึ่งเรื่องนี้หญิงสาวซึ่งผิดหวังครั้งยิ่งใหญ่กับการแท้งครั้งนี้ ไม่คิดจะยอมแพ้ ตั้งใจว่าเมื่อกลับไปอเมริกาเธอจะรีบปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านนี้โดยเร็ว ที่สุด เพื่อที่จะรีบมีลูกให้นิคสักคน

ความจริงจูดี้ไม่คิดจะเล่า เรื่องการท้องและแท้งครั้งนี้ ให้นิคฟังเมื่อกลับไปพบเขา เธอตั้งใจจะเก็บมันไว้เป็นความลับ เพราะเธอเป็นฝ่ายละเมิดเงื่อนไขที่เคยตกลงกันไว้ ถ้าการละเมิดนั้นทำให้เธอให้ลูกแก่เขาได้ ไม่แท้งไปเสียก่อนก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่เมื่อเหตุการณ์เกิดพลิกผันไม่เป็นไปดังหวัง นิคก็ไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องนี้ เธอจะพยายามตั้งครรภ์ครั้งใหม่กับเขาต่อไปเมื่อพร้อมแล้ว แต่แล้ววันนี้เมื่อรู้แน่ชัดว่านิคขอเลิกกับเธอเพื่อกลับไปหาลูกเมียของเขา เหมือนไม่เคยมีเยื่อใยใดใดกับเธอเลย หญิงสาวจึงคิดจะหลอกนิคว่าเธอท้องกับเขา ซึ่งเป็นความจริงเพียงครึ่งเดียว เก็บความจริงครึ่งที่เหลือเรื่องการแท้งเอาไว้ไม่ให้เขารู้ เพื่อจะทดสอบเขาเป็นครั้งสุดท้าย ว่านิคคิดจะรับผิดชอบเธอและลูกในท้อง มากพอที่จะสละลูกเมียทางโน้นไหม แต่แล้วก้ได้รับรู้อย่างเจ็บปวดว่าเขาจะรับผิดชอบเหมือนกัน แต่ไม่ใช่รับผิดชอบเธอ เขาจะรับผิดชอบเฉพาะลูกเท่านั้น

ตอนแรกเมื่อ ได้ยินเช่นนั้น หญิงสาวคิดจะลงโทษนิค โดยจะไม่บอกความจริงแก่เขาว่าตอนนี้เธอไม่ได้ท้องแล้ว เธอต้องการจะทำให้เขารู้สึกผิดไปตลอดชีวิต ที่ไม่มีโอกาสจะได้อุ้มชูเลี้ยงดูลูกที่เขาคิดว่าเกิดกับเธอ ให้เขาเข้าใจว่าเธอจากไปพร้อมด้วยลูกของเขา แต่อีกเพียงครู่ต่อมา คุณธรรมและมโนธรรมที่มีอยู่ไม่ยอมให้เธอทำอย่างนั้นได้ ในที่สุดก่อนลาจากกัน เธอก็ต้องบอกให้นิครู้ความจริงเท่าที่เขาสมควรรู้ ว่าเธอไม่ได้ท้อง เธอเพียงแต่ต้องการลองใจเขาเท่านั้น ตอนนี้เมื่อแน่ใจแล้วว่าจะไม่มีเขาในชีวิตของเธออีกต่อไป หญิงสาวก็ไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องบอกให้นิครู้ว่า เธอเคยท้องลูกของเขา แต่ได้แท้งไปแล้วอย่างน่าเสียดาย เพื่อที่เมื่อจากกันไปแล้วเขาจะได้ไม่ต้องรู้สึกผิด กับทั้งการท้องและการแท้งของลูกที่เขาไม่ต้องการ

หลังจากนั้นอีกสอง สามวัน หญิงสาวก็ยื่นใบลาออกซึ่งจะมีผลในวันรุ่งขึ้น ให้แฟรงค์ซึ่งเป็นหัวหน้างานโดยตรง สามีของเจิดจรัสยอมอนุมัติการลาออกของจูดี้โดยไม่ท้วงติง แม้จะกระทันหันไปหน่อย เพราะรู้เรื่องที่เกิดขึ้นดีอยู่แล้ว หลังจากนั้นแพทย์สาวก็เดินทางออกจากวอชิงตัน ดี.ซี กลับไปพักผ่อนที่บ้านในมิชิแกนระยะหนึ่ง ก่อนจะไปรับงานในโรงพยาบาลแห่งใหม่ หนึ่งในสองแห่งที่เคยทาบทามเธอเอาไว้นานแล้ว จูดี้ผู้เข้มแข็งและทรนงในคุณสมบัติของตัวเองไม่คิดจะยอมแพ้กับเกมรัก เมื่อไหร่ที่ได้พบผู้ชายดีดีที่มีคุณสมบัติถูกใจ เธอก็พร้อมที่จะเริ่มต้นใหม่อีกครั้งหนึ่ง ผู้แพ้ใช่ว่าจะต้องแพ้ไปเสียทุกครั้งมิใช่หรือ





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
สาวโบ....ราณ วันที่ : 13/02/2013 เวลา : 19.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pusujarit
วัยกำลัง อยากรู้ ...อยากเห็น

สงสารจูดี้จัง เสียทั้งลูกเสียทั้งคนรัก เศร้าเลย

หวัดดีค่ะคุณม่อน หายไปนานเชียว

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
bene วันที่ : 11/02/2013 เวลา : 20.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bene


ลองใจกันแบบ แทบฆ่ากัน ทิ้ง เชียวนะเนี่ย

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน