*/
  • ม่อนหินไหล
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-07-09
  • จำนวนเรื่อง : 113
  • จำนวนผู้ชม : 67053
  • จำนวนผู้โหวต : 23
  • ส่ง msg :
  • โหวต 23 คน
วันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤศจิกายน 2556
Posted by ม่อนหินไหล , ผู้อ่าน : 665 , 12:48:03 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน ชบาตานี โหวตเรื่องนี้

“ ผมเรียกคุณมาวันนี้เพื่อจะคุยกันเรื่องนายเคน ” นายแพทย์ประสพชัยพูดขึ้นทันทีโดยไม่มีอารัมภบท เมื่อหนานคำเข้ามาหาเขาในห้องแพทย์ ห่างจากครั้งก่อนที่มาโรงพยาบาลประมาณหนึ่งเดือน

“ ผลการสแกนสมองของเขาออกมาแล้ว ถึงจะได้รับความกระทบกระเทือนบ้าง แต่ก็ไม่มีอะไรผิดปกติ เรายังไม่รู้แน่ว่าทำไมเขาถึงยังจำอะไรไม่ได้ อาจเป็นกลไกทางจิตก็ได้ที่ปิดกั้นเขาไม่ให้จำเรื่องร้ายๆที่เกิดขึ้นได้ ”

นายแพทย์หนุ่มมีท่าทีไตร่ตรอง ในขณะที่หนานคำทำหน้าไม่เข้าใจ
“ แล้วต้องทำยังไงต่อไปครับคุณหมอ” หนานคำซัก

“ คงต้องใช้เวลาสักระยะอย่างที่ผมบอกนั่นแหละ เขาอาจจะจำอะไรไม่ได้ชั่วคราวเท่านั้น ร่างกายของคนเรามีกลไกฟื้นฟูหรือปกป้องตัวเอง บางคนที่มีเรื่องกระทบกระเทือนจิตใจอย่างรุนแรง ก็อาจจะจำสิ่งร้ายๆที่เกิดขึ้นไม่ได้ เพราะจิตใจจะบล้อคมันเอาไว้ เพื่อหลีกเลี่ยงความเจ็บปวด มันมีหลายกรณี แต่ในกรณีของนายเคนนี่ ผมมั่นใจว่าอาการของเขาจะค่อยๆดีขึ้น แล้วเขาก็จะจำทุกอย่างได้ในไม่ช้า แต่ก็ขึ้นอยู่กับคนไข้แต่ละคนด้วย ” นายแพทย์หนุ่มอธิบาย

“ ตอนนี้เขาเริ่มจำชื่อจำบ้านเขาได้บ้างหรือยังครับ มีญาติมาติดต่อบ้างไหม”

“ เขาว่าเขายังจำไม่ได้นะ ญาติก็ไม่เห็นมีมาติดต่อนี่ ”

“ แล้วเราจะทำยังไงกับเขาดีล่ะครับ คุณหมอ ” หนานคำรู้สึกกลุ้มใจ “ คุณหมอยังต้องรักษาเขาต่ออีกหรือเปล่า”

“ ร่างกายเขาหายเป็นปกติแล้ว แต่คงต้องพักฟื้นต่ออีกสักพัก ส่วนความจำก็น่าจะดีขึ้นเรื่อยๆ ให้เวลาเขาหน่อยเถอะ ”

“ เขาจะต้องอยู่โรงพยาบาลต่ออีกหรือครับ” หนานคำถาม

ประสพชัยโบกมือ “ ไม่ต้องแล้ว ไม่จำเป็น จะได้เอาเตียงให้คนไข้อื่นด้วย ถ้ายังไงหนานคำก็พาเขากลับไปเวียงพุกามด้วยกันวันนี้เลย ”

หนาน คำทำสีหน้าตกใจ “โอ๊ะ..ผมต้องพาเขากลับไปด้วยหรือครับนี่ จะดีหรือครับ ความจริงพวกเราก็ไม่ได้รู้จักมักจี่อะไรกับเขาเลย ไม่รู้หัวนอนปลายเท้า เจ้านายผมจะว่ายังไงล่ะนี่” เขาโอดครวญ

นายแพทย์หนุ่มนิ่งคิดนิด หนึ่งก่อนปลอบว่า “ ก็ให้เขาอาศัยอยู่ที่นั่นสักพักหนึ่งพอให้ฟื้นตัว ถ้าเขายังไม่มีที่ไปก็หางานอะไรให้เขาทำก็ได้นี่นา ที่โน่นก็มีงานให้ทำเยอะแยะไม่ใช่หรือ”

“ โธ่! คุณหมอ เขาเป็นใครมาจากไหนก็ไม่รู้ ถ้าเขาเกิดเป็นคนร้ายล่ะครับ เรามิแย่หรือ ”

หนาน คำยังกังวลไม่เลิก เพราะถึงเวียงพุกามจะมีบริวารที่รับใช้อยู่บนตึก และคนงานในไร่และโรงบ่มจำนวนหลายสิบคน แต่ส่วนใหญ่ก็อยู่กันมานานเกินสิบปี ทั้งนี้เพราะคุณดนัยมักจะเลี้ยงทั้งครอบครัว ตั้งแต่รุ่นแรกๆที่มาช่วยกันบุกเบิก ส่วนใหญ่จึงไว้ใจได้ มีเด็กหนุ่มๆที่เพิ่งมาอยู่บ้างเหมือนกัน แต่คนเหล่านี้ก็มักเป็นคนที่บริวารเก่าๆของคุณดนัยพามาทั้งสิ้น จึงไม่มีปัญหาเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต

“ เท่าที่ดูทั่วๆไป ผมว่าเขาคงไม่ใช่คนร้ายหนีตำรวจหรือหนีคดีมาหรอกน่า หนานคำก็ช่วยดูๆเขาไปก่อนก็แล้วกัน ถ้าเห็นไม่ชอบมาพากล ก็ให้เขาออกจากเวียงพุกามไปเสีย ”

เมื่อเห็นความวิตกของหนานคำ นายแพทย์หนุ่มจึงเลิกล้มความคิดที่จะบอกหนานคำว่า ตามร่างกายที่อยู่ในร่มผ้าของชายหนุ่มผู้นั้น มีรอยแผลเป็นที่เกิดจากกระสุนปืนและอาวุธมีคมอยู่หลายแห่ง ซึ่งเขาไม่แน่ใจว่าคนที่ช่วยเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ ตอนที่ยังอยู่ที่เวียงพุกามจะสังเกตเห็นหรือไม่ นอกจากนี้ ตอนตรวจร่างกายของชายผู้นั้นโดยละเอียดเมื่อแรกมาถึงโรงพยาบาล นายแพทย์หนุ่มพบว่าข้อมือทั้งสองข้างของเขา มีรอยเหมือนเคยถูกใส่กุญแจมือ รอยนั้นจางลงไปมากแล้วจากการชะล้างของกระแสน้ำและระยะเวลาที่แช่อยู่ในน้ำ แต่ก็ยังทิ้งร่องรอยไว้อยู่ดี

ประสพชัยสันนิษฐานว่า ชายนิรนามผู้นี้คงจะถูกจับมัดมือไพล่หลังแล้วใส่กุญแจมือ หลังจากทำร้ายเขาจนหมดสติ คนร้ายคงจะนำเขาไปโยนทิ้งน้ำจากที่ใดที่หนึ่งในเขตป่าเปลี่ยว ที่อยู่ไม่ไกลจากเวียงพุกามนัก ก่อนจะโยนเขาลงไปในลำธารคงจะได้เอากุญแจมือออกแล้ว เพื่ออำพรางหลักฐานให้ดูประหนึ่งว่าเขาจมน้ำตายเอง นายแพทย์หนุ่มกลัวว่าถ้าเปิดเผยเรื่องเหล่านี้ออกไป จะยิ่งทำให้หนานคำวิตกมากยิ่งขึ้น

“ นี่ผมก็ถ่ายรูปเขาเอาไว้แล้ว ว่าจะเอาติดบอร์ดโรงพยาบาลประกาศหาญาติ ถ้ามีใครติดต่อมาผมก็จะแจ้งไปที่คุณก็แล้วกัน ตอนนี้ก็ช่วยๆกันไปก่อน ส่วนเรื่องประวัติอาชญากรรม ผมกำลังขอให้ผู้กองชาตรีที่กองกำกับฯ ช่วยอยู่ แต่มันยากตรงที่เราไม่รู้ชื่อจริงของเขา อาจจะต้องใช้วิธีตรวจสอบลายนิ้วมือ ผมจะลองคุยกับผู้กองดูอีกที หนานคำก็รายงานคุณดนัยให้ทราบตามนี้ก็แล้วกัน ”

กล่าวจบนายแพทย์ประสพชัยก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้ “ไปเถอะ เคนคอยอยู่แล้วที่หน้าตึก ”

คน ทั้งสองออกจากห้องแล้วเลี้ยวซ้าย ผ่านบริเวณที่จัดไว้ให้คนไข้นั่งรอเข้ารับการตรวจจากแพทย์ ในห้องตรวจเล็กๆที่เรียงรายกันอยู่หลายห้อง ลงบันไดสองสามขั้นที่นำไปสู่ลานปูนหน้าตึก เคนนั่งรออยู่แล้วบนม้าหินยาว ที่อยู่ตรงกันข้ามกับลานนี้ ข้างตัวเขามีถุงกระดาษขนาดใหญ่มีหูหิ้ว ซึ่งมีของบรรจุอยู่จนโป่งออกมา เมื่อเดินใกล้เข้าไปหนานคำสังเกตว่า ชายแปลกหน้าผู้นั้นดูแปลกไปจากวันแรกที่เห็น และแม้แต่วันที่เขาเข้าไปเยี่ยมถึงห้องคนไข้

ตอนแรกหนานคำคิดว่าคง เป็นเพราะเสื้อผ้าที่สวมอยู่ ชายหนุ่มผู้นั้นอยู่ในเสื้อเชิร์ตแขนยาวสีขาวพับแขนขึ้นมาถึงข้อศอกและ กางเกงขายาวสีดำ ซึ่งคงจะเป็นเสื้อผ้าที่นายแพทย์ประสพชัยจัดหามาให้ หรือได้รับบริจาคมา แม้เสื้อกางเกงชุดนั้นจะดูสะอาดหมดจด แต่ก็เห็นได้ชัดว่าเป็นของใช้แล้วและไม่พอดีกับขนาดตัวของเขา อาจเป็นท่านั่งกอดอกหลังตรง ดวงหน้าก้มต่ำตาจ้องนิ่งไปที่ปลายเท้า ที่ทอดยาวออกไปและไขว้กันอยู่ก็เป็นได้

ประสพชัยร้องเรียกชื่อเขาสอง สามครั้งและเดินเข้าไปจนถึงตัว เคนจึงเงยหน้าขึ้น พร้อมกับชักเท้ากลับเข้าเข้าหาตัว คลายมือที่กอดอกอยู่ออก เป็นตอนนั้นเองที่หนานคำตระหนักว่า ที่เขาเห็นชายหนุ่มผู้นั้นดูแปลกตาไปไม่ใช่เพราะเสื้อผ้า แต่เป็นอะไรบางอย่างในลักษณะท่าทีของเขา ที่โดดเด่นออกมาจนสะดุดตา หน้าคมคายที่ขณะนี้ปราศจากหนวดเครารกรุงรัง ดูมีสง่าราศี ผิดแผกแตกต่างไปจากชายนิรนาม คนที่ถูกหามขึ้นไปนอนแน่นิ่งเหมือนตายอยู่บนตั่งใหญ่ในตึกหน้าของเวียงพุกาม เมื่อประมาณสองเดือนที่ผ่านมา สีหน้าเฉยเมยของเขาดูสุภาพ แต่แววตาที่แลมาสบตาของหนานคำขณะนี้ช่างขรึมเศร้าและอ้างว้าง

“ เคน! หนานคำมารับแล้วละ ไปพักที่เวียงพุกามก่อนนะ อย่าเพิ่งไปทำอะไรที่หนักแรงล่ะ นายยังต้องพักฟื้นอีกสักพัก เรื่องญาติไม่ต้องห่วง ทางเราจะช่วยสืบหาให้ เรื่องที่นายยังจำอะไรไม่ได้น่ะก็ไม่ต้องกังวลมากนัก มันคงจะดีขึ้นเรื่อยๆแหละ ว่างๆฉันจะเข้าไปเยี่ยม ถ้ามีปัญหาอะไรก็บอกหนานคำก็แล้วกัน ”

นายแพทย์ประสพชัยสั่งเสียเสร็จก็ตบไหล่เคน พยักหน้ากับหนานคำ แล้วเดินกลับขึ้นตึกไป

“ไปกันเถอะ” หนานคำกล่าวกับเคน

เมื่อ ชายหนุ่มคนนั้นหยิบถุงกระดาษข้างตัวมาถือแล้วลุกขึ้นยืน หนานคำก็ได้เห็นเป็นครั้งแรกว่าเขาสูงมาก สูงกว่าตัวเขาเองซึ่งสูงประมาณ 168 ซ.ม. เขากะคร่าวๆว่าเคนคงสูงไม่ต่ำกว่า 180 ซ.ม. ท่ายืนตัวตรงอกผายไหล่ผึ่งโดยไม่รู้ตัว ซึ่งดูเป็นธรรมชาติเฉพาะตัวของเขานั้น สะกิดใจหนานคำขึ้นมาครามครัน เขาไม่รู้ว่าเคนเป็นใครมาจากไหนหรือมีจุด ประสงค์อะไร แต่ผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขานี้ มีอะไรบางอย่างที่ทำให้หนานคำวางตัวไม่ถูก ไม่รู้ว่าควรจะปฏิบัติต่อคนแปลกหน้าผู้นี้อย่างไร จะกดเขาลงไปเท่ากับพวกลูกน้องก็รู้สึกขัดๆ จะยกย่องเขาเท่าพวกแขกที่มาเยือนเวียงพุกามก็รู้สึกแปลกๆ

แต่ในที่ สุดหนานคำก็ตัดสินใจว่า ไม่ว่าเคนจะเป็นใครมาจากไหน แต่ตราบที่เขายังไม่สามารถแสดงสถานภาพที่แท้จริงของเขาออกมาได้ ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น คือตราบเท่าที่เขายังต้องพึ่งพาอาศัยเวียงพุกามอยู่ ในกรณีที่คุณดนัยตกลงที่จะให้งานเขาทำ ตามคำขอร้องของนายแพทย์ประสพชัย เขาก็จะต้องอยู่ในฐานะคนงานหรือลูกจ้างคนหนึ่งเท่านั้น เมื่อยินยอมรับเงื่อนไขของการเป็นลูกจ้าง เขาก็ต้องปฏิบัติตนและได้รับการปฏิบัติต่อ เหมือนลูกจ้างคนอื่นๆในเวียงพุกามโดยไม่มีข้อยกเว้น

พอตัดสินใจได้ แล้ว หนานคำก็เดินนำหน้าพาเคนไปขึ้นรถจิ๊ป ที่จอดคอยอยู่แล้วในลานจอดรถของโรงพยาบาล เขาขึ้นนั่งด้านหน้าคู่กับคำปัน ปล่อยให้เคนปีนขึ้นไปนั่งด้านหลัง ตลอดเวลากว่าสองชั่วโมงที่รถวิ่งแยกจากทางหลวง ลัดเลาะไปตามถนนสายเล็กๆที่วกวนขึ้นๆลงๆ ไปตามลาดเขาที่ค่อยๆทอดตัวสูงขึ้นไปเรื่อยๆ หนานคำเห็นจากกระจกมองหลังว่าชายหนุ่มที่โดยสารมาด้วย ตั้งอกตั้งใจเหลียวมองดูภูมิประเทศสองข้างทาง ที่บางตอนรกครึ้มไปด้วยดงไม้ทึบ บางตอนก็เป็นหน้าผาสูงชัน มองลงไปเห็นลำธารเล็กๆ ที่ทอดตัวยาวเหมือนงูตัวผอมๆลับหายไปตามไหล่เขาที่มองเห็นอยู่ลิบๆ แล้วกลับวกเวียนโผล่ออกมาใหม่ พื้นที่บางตอนเป็นไร่ชาไร่อ้อยและไร่กล้วยของชาวบ้าน นานๆจะเจอหมู่บ้านเล็กๆสักแห่งหนึ่ง

บางครั้งเมื่อหนานคำหันไปมอง ตรงๆ เขาก็ได้พบดวงตาซื่อแกมครุ่นคิดที่มองกลับมา ชายแปลกหน้าผู้นี้ท่าทางจะเป็นคนไม่ช่างพูด เพราะตั้งแต่พบกันมาเขาพูดน้อยมาก ถ้าถามเขาก็ตอบอย่างประหยัดถ้อยคำ

“ อ้อ..ในถุงที่เอามาด้วยนั่นมีอะไรหรือ”

ใน ที่สุดหนานคำก็ถามขึ้นมา เมื่อนึกขึ้นมาได้ว่าเคนถือถุงใหญ่มาด้วยใบหนึ่ง ซึ่งขณะนี้เขากอดมันไว้แนบอกราวกับสมบัติล้ำค่า คำถามนี้มีนัยสำคัญที่จะตรวจสอบ เพราะเขายังหวาดระแวงชายแปลกหน้าผู้นี้อยู่ ใครจะไปรู้ว่าในถุงใบนั้นมีอะไรบ้าง ถ้ามีปืนหรือมีดอยู่ในนั้นล่ะ?

ชายหนุ่มก้มลงมองถุงดังกล่าวก่อนตอบด้วยเสียงและสีหน้าเรียบๆว่า “เสื้อผ้าที่คุณหมอให้ผมไว้ใช้แล้วก็พวกของใช้ส่วนตัว”

หนานคำถือโอกาสนั้นซักถามต่อไป “ คุณเคยมาที่แม่ฮ่องสอนนี่ไหม ผมหมายถึงก่อนหน้านี้น่ะ ”

เคน นิ่งไปอึดใจเต็มๆ “ ที่นี่คือแม่ฮ่องสอนหรือ ผมไม่แน่ใจ ผมจำไม่ได้” แล้วเขาก็ถามหนานคำบ้างว่า “คุณหมอบอกว่าผมถูกทำร้าย แต่มีคนมาช่วยผมไว้ ไม่ทราบว่าใครที่ช่วยผม คุณหรือเปล่า ”

หนานคำอึกอัก ไม่แน่ใจว่าควรจะตอบอย่างไร แต่ในที่สุดเขาเลือกตอบว่า “ ก็คนในเวียงพุกามของเรานั่นแหละ เขาไปทำธุระแถวนั้นแล้วพบคุณนอนหมดสติอยู่กลางลำธาร คุณโชคดีมากนะ เพราะปกติแถวนั้นเป็นที่เปลี่ยวไม่ค่อยมีใครเข้าไปถึงหรอก ”

ชายหนุ่มทำท่าเหมือนพยายามรวบรวมข้อมูลที่ได้รับเอาไว้

“ ว่าแต่ทำไมคุณถึงไปอยู่แถวนั้นได้ล่ะ ท่าทางคุณไม่ใช่คนทางนี้ มาจากกรุงเทพฯหรือเปล่า ? ”

คราว นี้หนานคำตะแคงหันหน้ามาทางหลังรถ ตั้งคำถามหลายคำถามติดๆกัน เขาคิดว่าควรจะต้องหาทางจับพิรุธให้ได้ เพราะถึงอย่างไรเขาก็ยังเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง ว่าเคนจำอะไรที่ผ่านมาไม่ได้

ชายหนุ่มนิ่งคิดก่อนจะตอบว่า “ ผมไม่รู้ ถึงคุณจะถามอะไรผมก็คงตอบได้แค่นี้แหละ ”

เขา หยุด แต่แล้วก็รีบพูดต่อไปโดยเร็วด้วยเสียงที่แสดงถึงความกังวล เมื่อเห็นสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัยของอีกฝ่าย “ ผมไม่ได้โกหก ผมจำได้ตั้งแต่ตอนที่ฟื้นขึ้นมาในโรงพยาบาล จนถึงตอนนี้ที่เดินทางมากับคุณเท่านั้น”

เมื่อเห็นหนานคำนิ่งอึ้ง เขาก็กล่าวต่อว่า “ ผมไม่มีเหตุผลที่จะต้องหลอกลวงคุณ ผมเองก็อยากจะรู้เหมือนกัน ว่าผมเป็นใครมาจากไหน ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ ”

ตอน นี้น้ำเสียงของเขา มีวี่แววของความอัดอั้นตันใจและวิงวอน “โปรดเชื่อผมเถอะ ถึงผมจะยังไม่รู้ว่าผมเป็นใคร มาจากไหน แต่ผมก็เชื่อว่าผมคงไม่ใช่คนร้าย ”

หนาน คำหันกลับไปทันได้เห็นสายตาของคำปัน ที่เหลือบมาสบตาเขาพอดี แววตานั้นแสดงความไม่เชื่อถือในคำพูดของชายหนุ่มแปลกหน้าโดยสิ้นเชิง แววตานั้นเหมือนจะสื่อสารอย่างเงียบๆกับหัวหน้าของเขาว่า 'ผู้ร้ายที่ไหนมันจะยอมรับว่าเป็นผู้ร้ายล่ะ'

เขาก็เหมือนกับหนานคำนั่นแหละ ที่ไม่ไว้ใจชายแปลกหน้า ที่เรียกกันว่านายเคนเลย

หนาน คำซึ่งมีสีหน้ากังวลพูดเบาๆกับคำปันว่า “ ยังบ่ฮู้เล๊ยว่าจะเอาจั๋งใด เจ้านายก็บ่อยู่เสียด้วยซิ ไปกรุงเทพฯกับคุณหนู เห็นว่ามีธุระกับคุณใหญ่ คงอีกหลายวันกว่าจะกลับ ”

คำปันถามว่า “ นายท่านฮู้เฮื่องนี้บ่ครับ หัวหน้า”

“ ยังบ่ฮู้ดอก เฮาเองก็เพิ่งฮู้จากหมอประสพชัยวันนี้เอง ว่าให้พาเปิ้นมาด้วย แต่เห็นคุณหมอบอกว่าจะคุยกับท่านเองนี่ ”

“ แล้วหัวหน้าจะให้เปิ้นไปอยู่ตี้ใดล่ะ ห้องพักคนโสดก็ดูเหมือนจะไม่มีว่างเลยนี่ครับ ”

คำ ถามของคำปันทำให้หนานคำนิ่งอึ้งไป เวียงพุกามมีคนงานจำนวนไม่น้อย มีทั้งคนที่มีครอบครัวแล้วและคนโสด พวกคนโสดซึ่งเป็นชายล้วน พักอาศัยอยู่ห้องละสองคนในเรือนแถวยาว ใกล้กับบริเวณโรงบ่มใบยาสูบและอยู่ห่างกันคนละทิศกับตึกใหญ่ ซึ่งเป็นที่พักอาศัยของเจ้านาย ส่วนผู้ที่มีครอบครัวแล้วมีบ้านพักเป็นสัดส่วนต่างหากแยกเป็นหลังๆ เล็กบ้างใหญ่บ้างตามจำนวนของสมาชิกในครอบครัว

บ้านพักเหล่านี้ค่อน ข้างมีความเป็นส่วนตัว เพราะตั้งกระจัดกระจายกันอยู่ห่างๆ ทุกหลังปลูกในลักษณะกึ่งกระท่อมที่กลมกลืนกับสภาพแวดล้อม บางหลังซ่อนอยู่หลังสุมทุมพุ่มไม้ใบดกหนา บางหลังอยู่บนเนินเตี้ยๆแต่มีต้นไม้ใหญ่บังเอาไว้ บางหลังก็อยู่ใกล้กับลำห้วยเล็กๆที่ไหลผ่านมาจากภูเขาสูง ที่อยู่ห่างไกลและไหลผ่านไปเรื่อยๆเพื่อไปลงลำน้ำใหญ่

“ เดี๋ยวคงต้องดูอีกทีว่าจะเอาจั๋งใด จะให้เปิ้นไปอยู่บ้านรับรองแขกก็คงบ่ดี ” หนานคำพึมพำ

นิ่ง กันไปพักหนึ่ง คำปันซึ่งทำหน้าที่ขับรถไปเรื่อยๆ ก็เอ่ยขึ้นมาเมื่อนึกขึ้นได้ว่า “ให้เปิ้นไปอยู่กับตาเป็งก่อนดีไหมครับ ตั้งแต่ที่แม่เฒ่าตายไปเมื่อต้นปีแกก็อยู่คนเดียวมาตลอด ถ้าคุณท่านกลับมาก็ค่อยว่ากันอีกที”

“เออ จริงของแก”

หนานคำรู้สึกโล่งใจที่ปัญหาดังกล่าวมีทางออก และเมื่อคิดไปคิดมาแล้วเขาก็ยิ่งรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่เข้าท่า เขาไม่อยากปล่อยชายหนุ่มผู้นี้ให้อยู่ตามลำพัง อย่างน้อยตาเฒ่าเป็งซึ่งชราภาพแล้ว แต่ก็ยังแข็งแรงเพราะการทำงานหนักอยู่ตลอดเวลา ก็เป็นคนเก่าคนแก่ที่จงรักภักดีต่อคุณดนัยและคุณหนูแบบมอบกายถวายชีวิต มาตั้งแต่หนุ่มจนแก่ปานนี้ นอกจากนี้แกยังเป็นคนฉลาดมีไหวพริบ การให้เคนไปอยู่ด้วยจะทำให้ความเคลื่อนไหวทุกอย่างของเขา ไม่รอดพ้นสายตาของแกไปได้ หนานคำผ่านชีวิตมานานมีประสพการณ์มามาก เขายึดมั่นในหลักการที่ว่า “ รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้งชนะทั้งร้อยครั้ง“ มาตลอดตั้งแต่สมัยที่เป็นทหาร

ตลอดเวลาที่คนทั้งสองพูดคุยกันด้วย เสียงที่เบาบ้างดังบ้าง เป็นภาษาท้องถิ่นบ้าง ภาษาภาคกลางบ้างเกี่ยวกับตัวเขา ราวกับว่าเขาไม่มีตัวตน เคนนิ่งฟังอยู่เงียบๆ เขาจะรู้สึกอย่างไรไม่มีใครเข้าใจหรือแม้แต่จะสนใจ ทั้งหนานคำและคำปันต่างก็เห็นพ้องต้องกันอยู่ในใจ ว่าเขาไม่มีสิทธิเลือกว่าอยากจะอยู่ตรงไหน อย่างไร เพราะเขาเหมือนคนจรที่มาขอพึ่งพิงเวียงพุกาม ถ้าเขาอยากอยู่ที่นี่เขาจะต้องทำตัวให้ง่ายเข้าไว้ ไม่มีปากมีเสียง ไม่งั้นก็ควรจะไปเสีย



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ม่อนหินไหล วันที่ : 28/11/2013 เวลา : 12.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/proudproud

อย่าลืมย้อนไปอ่านบทที่ 4 ที่อัพเมื่อวานนี้ก่อนนะคะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน