*/
  • ม่อนหินไหล
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-07-09
  • จำนวนเรื่อง : 119
  • จำนวนผู้ชม : 80341
  • จำนวนผู้โหวต : 23
  • ส่ง msg :
  • โหวต 23 คน
วันอังคาร ที่ 21 กันยายน 2564
Posted by ม่อนหินไหล , ผู้อ่าน : 405 , 19:54:53 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

                                                                     บทที่ 1

 

 

ชายหนุ่มวัยไล่เลี่ยกันสามคนที่นั่งล้อมวงเล่นไพ่รัมมี่กันอยู่ ตรงโต๊ะอาหารเล็กๆในบ้านพักเก่าๆทึมๆ ในเขตกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดน ซึ่งเป็นบ้านพักประจำตำแหน่งฝอ.4 ของนายตำรวจรุ่นพี่ หรือที่เรียกเต็มว่าฝ่ายอำนวยการที่สี่ ซึ่งมีหน้าที่ในการจัดหาจัดส่งกำลังบำรุง เสบียงและอุปกรณ์ต่างๆประจำกองกำกับฯ เงยหน้าขึ้นทักทายเพื่อนที่เดินผ่านประตูที่เปิดกว้างเข้ามาสมทบ 
 
“อ้าว ไอ้คมน์ ทำไมเพิ่งมาวะ พวกกูมาถึงกันตั้งแต่ก่อนเที่ยงแล้ว” คนทักเป็นหนุ่มหน้าตาดี  ผิวคล้ำ ร่างสันทัดแต่ต็มไปด้วยมัดกล้ามเหมือนนักเพาะกาย
 
ฝ่ายที่ถูกทักยิ้มเผล่ เขาเป็นผู้ชายร่างสูง สูงกว่าเพื่อนทุกคนในที่นั้น หน้าตาของเขาดูเข้มด้วยหนวดเครา ตาแวววับมีประกายรื่นรมย์กับชีวิต  โยนเป้ที่สพายอยู่บนบ่าลงไปตรงมุมห้องที่ปูด้วยเสื่อน้ำมันสีเขียวสดบนพื้นซีเมนต์หยาบๆ ก่อนจะเข้ามายืนท้าวสะเอวมองดูไพ่ในมือของเพื่อนแต่ละคน
 
“กูเพิ่งลงรถไฟเมื่อกี้นี้เอง ตอนแรกว่าจะมารถเที่ยวเช้า แต่บังเอิญมีธุระนิดหน่อย”


“ธุระอะไรของมึงวะ”  คนที่ชื่ออัสดาซึ่งมีรูปร่างค่อนข้างท้วม ผิวขาว ร้องถามหลังจากหงายไพ่ในมือลงบนโต๊ะพร้อมด้วยคำว่า ‘น็อคแล้วโว๊ย’


อีกฝ่ายยิ้มกริ่ม  คว้าแก้วเหล้าของเพื่อนคนหนึ่งที่วางดายอยู่ข้างตัวขึ้นมาดื่ม  “กูกำลังจะขึ้นรถไฟอยู่แล้ว พอดีเจอนายอำเภอ แกชวนกินเหล้า กูก็เลยติดแหงกอยู่ตรงร้านเหล้าแถวสถานีรถไฟนั่นแหละ นานๆเจอกันทีปลีกตัวลำบาก”


“นายอำเภอคนที่มึงบอกว่าลูกสาวสวยใช่ไหมวะ?” ปรีชา นายตำรวจหนุ่มร่างสูงใหญ่ดำมืดเหมือนนักรบโบราณถามบ้าง
“เออ”
“สงสัยมึงคิดจะจีบลูกสาวเขาล่ะสิ ไอ้เวร อย่าลืมนะเว้ยว่าคุณน้อยเขาขอให้กูคุมประพฤติมึงอยู่  ขืนทำทะเร่อทะร่าไปจีบใครก็อย่าหาว่ากูปากสว่างล่ะ”  อัสดาเสริมขึ้นมาบ้าง
 
สรคมน์หรือ “ไอ้คมน์” ของเพื่อนๆทำหน้ายิ้มกริ่ม  “กูไม่เคยจีบใครโว๊ย  แค่เหล่ๆตามประสาหนุ่มโสดหัวใจยังว่าง มึงก็รู้นี่หว่าว่ากูมันประเภทท่าดีทีเหลว เห็นผู้หญิงสวยๆก็ชอบมอง หรืออาจจะเย้าเล่นสองสามคำพอหอมปากหอมคอ ไม่ตามจีบให้เสียเวลาแดกเหล้าหรอกวะ”
 
“หนอย หัวใจยังว่าง อย่ามาคุย มึงเอาคุณน้อยไปไว้ตรงไหนวะ เฮ้ย ไอ้คมน์ ไหนๆมึงก็ไม่คิดจะจีบใครใหม่อีกแล้ว ทำไมไม่แต่งงานเสียทีล่ะ คุณน้อยเขาก็คอยมึงมาหลายปีแล้วนี่หว่า”  เพื่อนสนิทที่ชื่ออัสดายังมีข้อกังขาไม่เลิก
 
อีกฝ่ายตอบแต่เพียงว่า  “เรื่องของกู ไม่ต้องเสือกมาถาม”  ไม่ใช่วิสัยของคนอย่างเขาที่จะเปิดเผยความในใจบางอย่างให้ใครฟัง แล้วเขาก็เปลี่ยนเรื่อง  “เฮียชาติไปไหนล่ะ? ป่านนี้แล้วยังไม่เลิกงานอีกหรือวะ”
 
เขาหมายถึงร้อยตำรวจเอกอภิชาติ ขาวขำ ตำแหน่งฝอ.4  หรือฝ่ายอำนวยการที่สี่ ซึ่งเป็นเจ้าของบ้านหลังน้อยที่พวกเขามาอาศัยเป็นที่ซุกหัวนอน ทุกครั้งที่ออกจากที่ตั้งหมวดตำรวจตระเวนชายแดน ซึ่งส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ในพื้นที่กันดารตามแนวเขตใกล้กับประเทศเพื่อนบ้านหรือเส้นกั้นพรมแดน เพื่อเข้ามาร่วมประชุมประจำเดือน สรุปสถานการณ์ในพื้นที่ความรับผิดชอบให้หน่วยเหนือรับทราบ รวมทั้งรับนโยบายไปปฏิบัติ และทุกครั้งเมื่อเข้ามาในเมืองหนุ่มๆพวกนี้ก็จะถือโอกาสใช้ชีวิตหนุ่มให้เต็มที่ ด้วยการดื่มเหล้าเคล้านารีกันเป็นที่สำราญให้คุ้มกับการที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ในที่ตั้งซึ่งส่วนใหญ่แห้งแล้งกันดาร ห่างไกลแสงสี
 
งานของพวกเขาเป็นงานที่เสี่ยงอันตราย ต้องเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ทุกรูปแบบ เพื่อปกป้องรักษาเขตแดนของประเทศชาติให้พ้นจากการรุกรานของอริราชศัตรู ทั้งจากการรุกล้ำเขตแดน ปัญหาในพื้นที่ทับซ้อน ปัญหาชนกลุ่มน้อยที่สู้รบอยู่ตามแนวพรมแดน รวมทั้งการลักลอบขนยาเสพติด การค้าอาวุธสงคราม และปัญหาอื่นๆอีกมากมาย ทั้งจากนอกประเทศและในประเทศ งานดังกล่าวนี้นำความเครียดมาให้อยู่ตลอดเวลา จนต้องมาระบายความเครียดทุกครั้งที่ได้เข้าเมือง เงินเดือนส่วนใหญ่และเบี้ยเลี้ยงที่หนุ่มโสดพวกนี้ได้รับ จึงมักจะหมดไปกับการหาความสำราญทั้งจากสุรา นารี พาชีและกีฬาบัตรครบเครื่อง หลังจากเงินหมดแล้วก็กลับเข้าไปกบดานอยู่ในที่ตั้งจนกว่าจะถึงเวลาเข้ามาประชุมหรือรับการฝึกที่กองกำกับฯ
 
“พาสาวไปกินข้าวละมัง”  อัสดาเป็นคนตอบหลังจากทิ้งไพ่ในมือลงบนโต๊ะ
“สาวที่ไหนวะ  หรือยายณี?” สรคมน์หมายถึงสิณี นักร้องสาวสวยประเภทใช้หน้าอกร้องเพลง คู่ขาของผู้กองอภิชาติที่มักจะมานอนค้างที่บ้านหลังนี้เป็นประจำ และทำท่าเป็น ‘คุณนาย’ เต็มที่
 
“ไม่ใฃ่ยายณีหรอก เพื่อนพี่เป๋วน่ะ มาจากกรุงเทพฯ เห็นว่าจะมาเป็นเพื่อนเจ้าสาว มาหลายวันแล้วละ” 

ดำรงค์ศักดิ์หมายถึงแสงดาว  เลขาฯส่วนตัวของผู้กำกับฯ ซึ่งกำลังจะแต่งงานกับนายตำรวจตระเวนชายแดนคนหนึ่งซึ่งเป็นรุ่นพี่ของพวกเขา ทำให้พวกนายตำรวจรุ่นน้องรียกเธอว่า ‘พี่’ ทั้งๆที่เธออายุน้อยกว่าพวกเขาสองสามปี
 
“พวกตำรวจมันลือกันว่าสวยฉิบหายเลยว่ะ นัยว่าพี่แป๋วอยากจะแนะนำให้พี่ชาติ พี่ชาติก็คงจะสนใจ ได้ข่าวว่าเทคแคร์น่าดู” อัสดาเสริมให้เพื่อนตื่นเต้น


สรคมน์ยกแก้วเหล้าในมือขึ้นดื่ม ก่อนจะพูดด้วยเสียงกลั้วหัวเราะว่า  “สงสัยพี่ชาติจะได้แต่งงานก็คราวนี้ละ”


“ยายณีได้อาละวาดตายสิวะ”  ชายหนุ่มที่ชื่อปรีชาทำท่าสยอง


“ไม่ได้มีสิทธิอะไรนี่หว่า ก็แค่คู่นอนชั่วคราวเท่านั้น จะมาทำเป็นเจ้าเข้าเจ้าของได้ยังไง” เป็นเสียงของอัสดา
 
ชายหนุ่มวัยระหว่าง 25-27 ปีทั้งสี่คนนี้เป็นนายตำรวจรุ่นเดียวกัน ที่จบจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพรานมาพร้อมๆกัน หลังจากเรียนจบต่างก็ถูกส่งแยกย้ายไปทำงานในสถานีตำรวจนครบาลในกรุงเทพฯคนละปีสองปี  หลังจากนั้นก็ถูกย้ายมาทำงานในสังกัดกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดน  ซึ่งตั้งอยู่ในเขตอำเภอเมืองตั้งแต่สามปีที่แล้ว แต่ละคนถูกส่งเข้าไปเป็นผู้บังคับหมวดตำรวจตระเวนชายแดนในอำเภอต่างๆตามแนวชายแดน  ตอนนี้ทุกคนติดยศร้อยตำรวจโทกันโดยถ้วนหน้า
 
“พี่ชาติติดภารกิจหัวใจไปแล้ว  คืนนี้พวกเราจะไปแดกเหล้ากันที่ไหนดี” สรคมน์ถามเพื่อนๆ


“ที่ไหนก็ได้ว่ะ ขอให้มีเหล้ามีผู้หญิงสวยๆก็พอแล้ว”  ดำรงค์ศักดิ์ซึ่งจัดว่าเป็นคนหน้าตาดีที่สุดในกลุ่มเป็นคนตอบ


“เฮ้ย ตามไปหาพี่ชาติไม่ดีกว่าหรือวะ กินเหล้าที่นี่แล้วไม่มีพี่ชาติเหมือนขาดอะไรไปอย่างนึง” ปรีชาเสนอ

“ไอ้บ้า” สรคมณ์ท้วง “จะไปเป็นกอขอคอทำไมวะ  นานๆพี่ชาติจะหนียายณีได้เสียที ปล่อยแกไปเถอะ ไปกันแค่พวกเราสี่คนก็โอเคนี่หว่า”


“งั้นก็เลิกเล่นไพ่ได้แล้ว จบเกมพอดี ไปอาบน้ำอาบท่าเตรียมตัวไปท่องราตรีกันดีกว่า ใครได้ใครเสียเดี๋ยวกลับมาค่อยคิดเงิน” พูดจบปรีชาก็ลุกขึ้นยืน เตรียมตัวไปอาบน้ำ
 

 
หลังจากกร่ำเหล้ากันได้ที่ในร้านอาหารแห่งหนึ่ง คณะพรรคสี่สหายก็เคลื่อนขบวนเข้าไปที่บาร์ใหญ่ในตัวเมือง นั่งลงได้ก็สั่งเหล้าสั่งเบียร์มาดื่มกันต่อ โดยมีสาวสวยที่เป็นคู่ขาประจำทุกครั้งที่เข้าเมือง นั่งสะอิ้งอยู่เคียงข้าง คู่ใครคู่มัน
 
เมื่อดื่มสุราเคล้านารีกันไปเรื่อยๆจนใกล้เวลาบาร์ปิด ชายหนุ่มทั้งสี่พร้อมคู่ขาที่จะหิ้วออกไปด้วยก็พากันเดินออกจากบาร์  อัสดา ดำรงคักดิ์ ปรีชาและหญิงสาวสามคนเดินผ่านประตุออกไปก่อน ส่วนสรคมน์หยุดคอยคู่ควงของเขาตรงใกล้ประตูด้านใน เพราะเจ้าหล่อนขอตัวไปเข้าห้องน้ำ ส่วนคนอื่นๆจะไปรอข้างนอกตรงลานจอดรถเพื่อจะไปกินข้าวต้มรอบดึก ก่อนที่จะแยกย้ายกันไปหาความสุขในโรงแรมแห่งหนึ่ง
 
ระหว่างยืนรอสาวคู่ควงอยู่ใกล้ประตูทางออก ก็มีชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งเดินผ่านมาเพื่อจะออกจากบาร์ แต่แล้วแทนที่จะเดินผ่านไปตามปกติ  คนนำหน้าท่าทางนักเลงหยุดเดิน หันมาจ้องหน้าสรคมน์เขม็ง

“เกลียดฉิบหายเลยว่ะไอ้คนไว้หนวดเนี่ย กวนตีนน่าเตะชะมัด” เขาพูดลอยๆ

สรคมน์ซึ่งดื่มเหล้าเข้าไปไม่น้อยเงยหน้าขึ้นมองผู้ชายท่าทางเมาคนนั้น 
“เอาสิวะ กูก็มีตีนเหมือนกันนี่หว่า”
“มึงท้ากูหรือวะ?”  อีกฝ่ายส่งเสียงคำรามออกมา
“ไม่ได้ท้า แต่กูก็พร้อมที่จะเตะมึงเหมือนกัน เพราะมึงกวนกูก่อน” สรคมณ์ตอบโต้
“มึงแน่จริงก็ได้เลย”
ฝ่ายนั้นย่างสามขุมเข้ามาใกล้  แต่สรคมณ์ยกมือขึ้นห้าม 
“ออกไปข้างนอกดีกว่า ขืนชกกันในนี้เข้าของเขาจะบรรลัยหมด”
“ได้” 

 

พูดขาดคำชายร่างใหญ่ท่าทางนักเลงผู้นั้นก้ควักปืนพกออกมาจากเอว พอเห็นเช่นนั้น สรคมน์ก็สะอึกเข้าใส่เพื่อแย่งอาวุธร้ายในมือของอีกฝ่าย แต่ก่อนที่จะถึงตัว ผู้ชายคนนั้นก็ยกมือขึ้นเป็นเชิงให้หยุด                 
            
“ไม่ต้องห่วง กูไม่ใช้อาวุธหรอกวะ”

เขาส่งปืนพกกระบอกนั้นให้ชายฉกรรจ์อีกคนหนึ่งซึ่งคงเป็นพวกเดียวกัน  แล้วทั้งหมดก็เดินออกจากบาร์ไปตรงลานจอดรถซึ่งค่อนข้างมืด

“พวกมึงไม่ต้องช่วย กูจะชกกับมันตัวต่อตัว”

 
ชายผู้นั้นร้องสั่งลูกน้องสี่ห้าคนที่กระจายตัวออกล้อมรอบเขา ทำให้ชายฉกรรจ์เหล่านั้นเดินออกไปตีวงอยู่ใกล้ๆ เมื่อเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อัสดา  ปรีชาและดำรงค์ศักดิ์ที่ยืนคอยสรคมณ์อยู่แถวนั้นก็เดินเข้ามาสมทบ ตั้งวงเตรียมพร้อมในกรณีที่อีกฝ่ายจะเข้ารุม  โดยมีคู่กรณีทั้งสองยืนประจัญหน้ากันอยู่กลางวงล้อม

 

ทันทีที่โอกาสเปิดและโดยไม่พูดพล่ามทำเพลง ชายร่างใหญ่ก็กระโดดเข้าชกสรคมน์เต็มแรงจนเขาเซถลาไป พอตั้งตัวได้ชายหนุ่มก็ปราดเข้าหาอีกฝ่าย จ้วงหมัดเข้าไปที่บริเวณหน้าของฝ่ายนั้นหลายหมัดติดๆกัน โดยที่ชายผู้นั้นก็รัวหมัดเข้าใส่เขาเหมือนกัน ผลัดกันรุกผลัดกันรับอยู่ครู่ใหญ่ จนในสุดสรคมณ์ที่คงจะเมาน้อยกว่าเห็นท่าที่เซซวนไปมาของคู่กรณี ก็เผด็จศึกด้วยการใช้ขาที่ยาวกว่า ถีบเข้าไปเต็มแรงตรงหน้าท้องของอีกฝ่าย แรงที่ส่งออกไปเต็มเหนี่ยวทำให้คู่กรณีกระเด็นตัวลอย ก่อนจะตกกระแทกลงกับพื้นคอนกรีตและนอนหมอบนิ่งอยู่อย่างนั้น 

 

เมื่อเห็นลูกพี่ลงไปนอนหมอบอยู่บนพื้น ชายฉกรรจ์กลุ่มนั้นที่ยืนคุมเชิงอยู่ก็กระโดดเข้ารุมสรคมณ์ทันที เสียงผลัวะผละดังลั่นขึ้นมา  โดยที่ชายหนุ่มก็ต่อสู้ป้องกันตัวอย่างสุดฤทธิ์  ดำรงศักดิ์ ปรีชาและอัสดาซึ่งยืนเตรียมพร้อมอยู่แล้วกระโดดเข้าไปร่วมวง ตะลุมบอนกันอย่างดุเดือดไม่รู้ว่าใครเป็นใครอยู่ครู่หนึ่ง จนกระทั่งผู้ชายที่หมอบอยู่พื้นยันตัวลุกขึ้นได้

 

“พอโว๊ย  เลิกแล้วต่อกัน” เขาร้องสั่งลูกสมุน  “กูบอกให้เลิกไง  ไปโว๊ย  กลับบ้าน”

 

ในที่สุดการต่อสู้ก็จบลง  โดยหนุ่มใหญ่คนนั้นซึ่งสรคมณ์มารู้ภายหลังว่าเป็นนายทหารบกยศร้อยเอก  ต้อนลูกน้องซึ่งคงเป็นทหารด้วยกัน ขึ้นรถจิ๊ปตรากงจักรขับหายไป
“ไอ้บ้าพวกนี้เป็นยังไงวะ  เที่ยวอย่างเดียวไม่มันพอหรือไง  ต้องมีเรื่องทุกครั้งสิน่า”


สี่หนุ่มหันไปตามเสียงก็เห็นรุ่นพี่ที่ชื่ออภิชาติยืนจังก้าหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่ข้างหลัง 
“อ้าว พี่ชาติ  มาตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ”  สรคมณ์ทักเก้อๆ


“กูกำลังจะกลับ ขึ้นรถแล้วด้วย พอดีเห็นพวกมึงกำลังชกต่อยกับไอ้พวกนั้นอยู่เลยลงมาดู  ใครก่อเรื่องวะ มึงใช่ไหมไอ้คมณ์  กูรู้ว่าต้องเป็นมึงแน่  ซ่าตลอดเลยนี่มึงน่ะ”


 “โธ่ พี่ชาติ  มันมาหาเรื่องผมก่อนนา มันบอกว่าอยากเตะผม แล้วพี่ชาติคิดว่าผมควรจะลงนอนยอมให้มันเตะดีดีหรือไง?” อีกฝ่ายอ้อมแอ้มแก้ตัว


“มึงก็อ้างยังงี้ทุกทีแหละว้า”  อภิชาติทำเสียงเอือมระอาก่อนจะถามว่า  “พวกมึงจะกลับเลยหรือเปล่า?”
“ว่าจะแวะไปกินข้าวต้มที่ตลาดโต้รุ่งก่อนฮะ”  อัสดาตอบแทนคนอื่นๆแล้วชวนว่า “พี่ชาติไปด้วยกันไหม?”


พอเห็นท่าทางอึกอักของรุ่นพี่ สรคมณ์ก็ถามว่า “หรือเฮียมากับใคร ถ้างั้นก็เชิญเฮียตามสบาย”
“เฮ่ย  ไม่เป้นไร  ไปด้วยกันก้ได้  ตั้งใจว่าจะพาแป๋วกับเพื่อนเขาไปกินข้าวต้มอยู่แล้ว”


ชายหนุ่มทั้งสี่เหลียวมองไปรอบๆ เพื่อหาหญิงสาวสองคนที่อภิชาติพูดถึง  แต่ก็ไม่เห็นใคร


“เขารอกันอยู่ในรถ  พวกมึงขับรถตามไปแล้วกัน เจอกันที่ร้านข้าวต้มเจ้าเก่า”
สรคมณ์ถามอ่อยๆว่า  “จะดีหรือพี่ชาติ”
“ไม่ดียังไงวะ?”


“อ้าว  ก็พวกผมมีผู้หญิงไปด้วย พี่แป๋วกับเพื่อนเขาอาจจะไม่สะดวกใจก็ได้ไม่ใช่หรือ” ความหมายของเขาคือคิดว่าผู้หญิงสองคนที่มากับอภิชาติอาจจะนึกรังเกียจ เพราะคงดูออกว่าพวกเจ้าหล่อนเป้นผู้หญิงนั่งชั่วโมงที่ถูกหิ้วออกมาเพื่อกิจเฉพาะตัวบางอย่าง

นายร้อยตำรวจเอกหนุ่มหยุดคิดอยู่แว่บหนึ่งก่อนจะบอกด้วยเสียงเรียบๆตามปกติว่า  “ไม่เห็นเป็นไรนี่หว่า กะอีแค่ไปกินข้าวด้วยกัน มึงอย่าเรื่องมากไปหน่อยเลยวะ ตามกูมาก็แล้วกัน”

.


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ม่อนหินไหล วันที่ : 24/09/2021 เวลา : 12.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/proudproud

ปัญหาที่ต้องขอความช่วยเหลือจากพวกเพื่อนๆก็เพราะติดต่อแอดมินไม่ได้เลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ม่อนหินไหล วันที่ : 24/09/2021 เวลา : 12.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/proudproud

ถ้าไม่สะดวกเขียนก็โทรได้นะคะ 081-496-4048 ต่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ม่อนหินไหล วันที่ : 24/09/2021 เวลา : 12.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/proudproud

ใครก็ได้ที่เข้ามาอ่านช่วยแนะนำทีค่ะ กำลังพยามจะอัพโหลดนิยายบทที่ 2 แต่ทำไม่ได้ (ลืมวิธีทำไปหมดแล้วค่ะ เพราะไม่ได้เข้ามานานมากแล้ว) ปัญหาคือพอสร้างเรื่อง (บทที่ 2) เสร็จก็พยามยามจะโพสต์ลงบล็อค แต่พอกด มันก็ไม่ขึ้นค่ะ มีแต่แบบฟอร์มที่ว่างเปล่า ให่เราสร้างเรื่องใหม่ทุกครั้ง ถ้าใครช่่วยแนะวิธีให้ก็จะขอบคุณมากเลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ม่อนหินไหล วันที่ : 21/09/2021 เวลา : 20.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/proudproud

สวัสดีค่ะ หายไปจากเวบนี้นานหลายปีเลยค่ะ เพราะหาเวบไม่เจอ เพิ่งเจอชื่อเวบและระหัสเเข้าบล็อคในสมุดบันทึกเล่มเก่า โอกาสนี้จึงขอนำนิยายมาลงให้อ่านกันอีกครั้งค่ะ อ่านเล้วชอบหรือไม่ชอบก็ช่วยบอกกันด้วยนะคะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน