*/
  • ม่อนหินไหล
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-07-09
  • จำนวนเรื่อง : 119
  • จำนวนผู้ชม : 81880
  • จำนวนผู้โหวต : 23
  • ส่ง msg :
  • โหวต 23 คน
วันจันทร์ ที่ 4 ตุลาคม 2564
Posted by ม่อนหินไหล , ผู้อ่าน : 317 , 13:07:01 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

 

 

 

แพรวโพยมเงยหน้าขึ้นจากตารางสอนเด็กนักเรียนชั้นประถมสาม ที่เธอเป็นครูสอนวิชาภาษาไทย เมื่ออาจารย์ใหญ่วัยกลางคนที่ชื่อสุมิตรา เปิดประตูเข้ามาในห้องพักครูในตอนสายของวันหนึ่ง อาจารย์ใหญ่ผู้นี้เป็นเพื่อนสนิทกับคุณนวลจิตมารดาของเธอ ทันทีที่เรียนจบปริญญาตรีศึกษาศาสตร์เมื่อหลายปีที่แล้ว คุณสุมิตราก็ขอให้เธอมาทำงานที่นี่ในตำแหน่งที่ว่างลง ปีนี้แพรวโพยมอายุครบ 26 ปี กำลังเป็นสาวสะพรั่งเต็มที่ เธอเป็นหญิงสาวที่สวยเรียบๆ กิริยามารยาทแช่มช้อยเหมือนกุลสตรีสมัยก่อน ผิวสองสีนวลละเอียด ตัดผมทรงบ็อบสั้นแค่คอ แต่ก่อนเธอเคยไว้ผมยาวประบ่า แต่เมื่อมาทำงานในตำแหน่งครู เธอก็จำเป็นต้องสละผมยาวทิ้งไป เพราะผมยาวสยายปรกหน้าปรกตาคงไม่เหมาะกับอาชีพแม่พิมพ์ของชาติ ความจริงแพรวโพยมมีทางเลือกที่จะไม่ต้องตัดผม นั่นคือปล่อยให้ยาวเช่นเดิมแต่เกล้าเป็นมวยเรียบร้อย แต่แพรวพรรณพี่สาวของเธอคัดค้านเรื่องเกล้ามวย โดยให้เหตุผลว่าเธอจะดูแก่เกินอายุและอาจจะดูสูงวัยกว่าสรคมณ์ซึ่งเกิดปีเดียวกัน

 

“หนูออกข้อสอบวิชาเสร็จหรือยัง?” นั่นคือคำถามของคุณสุมิตรา

 

“เสร็จเรียบร้อยแล้วละค่ะ อาจารย์ น้อยกะว่าจะเอาไปให้อาจารย์พิจรณาตอนบ่ายนี้แหละค่ะ” เธอตอบอย่างเรียบร้อย มีรอยยิ้มนิดๆอยู่บนริมฝีปากบางยาวที่ทาลิปสติกสีอ่อน

 

“ดีแล้ว ครูจะได้เอาไปทบทวนที่บ้านเสาร์อาทิตย์นี้” แล้วเธอก็ทำหน้ายิ้มๆเมื่อถามต่อไปอย่างเป็นกันเองว่า “แฟนเป็นไงบ้าง เมื่อไหร่จะย้ายเข้ากรุงเทพฯเสียที เจอแม่หนูทีไรเห็นบ่นแต่เรื่องนี้ ไปอยู่ชายแดนหลายปีแล้วไม่ใช่หรือ”

 

แพรวโพยมยิ้มอายๆให้อาจารย์ใหญ่ที่เห็นเธอมาแต่เล็กแต่น้อย

“ สามปีกว่าแล้วค่ะ”

 

ท่านอาจารย์มใหญ่ถือเอาความสนิทสนมส่วนตัวถามต่อไป “เมื่อไรจะแต่งงาน หนูก็อายุไม่น้อยแล้ว แม่หนูก็อยากให้แต่งไม่ใช่หรือ? เจอกันทีไรพุดเรื่องนี้ทุกที”

 

คราวนี้หญิงสาวยิ้มเจื่อนๆ อ้อมแอ้มตอบว่า “ตอนนี้คมณ์เขายังไม่พร้อมค่ะ คงต้องอีกสักพักนึง”

 

“อย่าปล่อยไว้นานเกินไปล่ะ หนูกับเขาก็คบหากันมาหลายปีแล้วไม่ใช่หรือ อยู่ห่างกันคนละทิศละทางแบบนี้ระวังจะมีปัญหา”

 

คุณสุมิตราพุดอย่างผู้ใหญ่ที่ผ่านโลกมานาน รู้ซึ้งถึงความผันแปรที่สามารถเกิดขึ้นได้เสมอ ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหนักแน่นไม่พอหรือรักอีกฝ่ายหนึ่งไม่มากพอ หลังจากพูดคุยกับผู้ใต้บังคับบัญชาเกี่ยวกับเรื่องทั่วไปอีกสองสามประโยค เธอก็เดินออกจากห้องนั้นไป

 

เย็นนั้นหลังเลิกงาน แพรวโพยมขับรถโฟค์กเต่าคันเล็กๆสีเหลืองอ่อนของเธอออกจากโรงเรียน มุ่งหน้าไปศูนย์การค้าแห่งหนึ่งที่นัดไว้กับพี่สาว เพื่อไปรับประทานอาหารเย็นนอกบ้านด้วยกัน หลังจากนั้นก็จะแวะซื้อของใช้ส่วนตัวตามประสาผู้หญิง ระหว่างที่ขับรถไปเรื่อยๆหญิงสาวก็อดนึกถึงคำพูดของอาจารย์ใหญ่ ที่เธอรักเคารพเหมือนญาติผู้ใหญ่คนหนึ่งไม่ได้

 

สรคมณ์กับเธอคบกันมาหลายปีแล้ว เธอกับเขารู้จักกันตั้งแต่ตอนที่ไปเรียนกวดวิชาเพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัย หลังจากรู้จักกันได้ไม่นานแพรวโพยมก็เริ่มชอบเขา สรคมณ์ในตอนนั้นเป็นหนุ่มน้อยอารมณ์ดีหน้าตาคมสัน เขาทำให้คนที่อยู่ใกล้เขาหัวเราะสนุกสนานได้เสมอ เธอชอบทุกอย่างที่ประกอบขึ้นเป็นตัวเขา รูปร่างที่สูงใหญ่ ท่าเดินตัวตรง หน้าตาคมคายแบบชายแท้ ดวงตาสีเข้มที่มีประกายระยิบระยับแต่แฝงไว้ด้วยการมองโลกในแง่ดี ทักษะด้านกีฬาที่โดดเด่น ฯลฯ แม้เธอกับเขาจะมีอายุเท่ากัน แต่แพรวโพยมก็สังเกตเห้นได้ไม่ยากว่าหนุ่มน้อยคนนั้น ไม่ค่อยคุ้นชินกับผู้หญิงสักเท่าไหร่ ทั้งๆที่บุคลิกลักษณะและท่าทางของเขา ช่วยเสริมให้เขาดูน่าสนใจในสายตาของเพศตรงข้ามก็ตาม

 

 

ความสัมพันธ์ของเธอและสรคมณ์กระชับแน่นขึ้นเรื่อยๆ หลังจากที่เขาสอบเข้าโรงเรียนนายร้อยตำรวจได้เธอและเขาก็ไม่ค่อยมีโอกาสได้พบกันนัก อย่างมากที่สุดก็ประมาณสัปดาห์ละครั้ง ตอนที่เขาถูกปล่อยกลับบ้าน ยกเว้นแต่ว่าเขาจะต้องเข้าเวรยาม หรือไม่ก็ถูกกักบริเวณไม่ให้กลับบ้าน เนื่องจากประพฤติผิดระเบียบวินัยของโรงเรียน แพรวโพยมยอมรับกับตัวเองว่าเธอรักเขา แต่เธอไม่ค่อยแน่ใจนักกับควมรู้สึกของเขาต่อเธอ เพราะแม้จะคบกันมาหลายปีคล้ายๆคู่รักทั่วไป แต่สรคมณ์ก็ยังไม่เคยเอ่ยปากเป็นเรื่องเป็นราวว่ารักเธอ แต่หญิงสาวก็เชื่อว่าเขาก็คงรักเธอด้วยเช่นเดียวกัน ถ้าไม่ได้คิดอะไรกับเธอเกินเพื่อน เขาคงจะไม่มาหาเธอเกือบทุกครั้งที่ออกจากโรงเรียน และคงไม่ยอมให้เธอพาเขาไปรู้จักกับบิดามารดาและพี่ๆน้องๆของเธอ

 

นอกจากนี้หญิงสาวก็เชื่อว่าสรคมณ์ไม่ได้คบผู้หญิงคนอื่นนอกเหนือไปจากเธอ แม้ใครหลายคนจะมองว่าเขาเป็นคนเจ้าชู้ เนื่องจากลักษณะประจำตัวของเขาที่ดูแพรวพราวและขี้เล่น แต่แพรวโพยมก็รู้ดีกว่าคนอื่นว่าทีท่าของเขาเป็นอย่างนั้นเอง แม้แต่เพื่อนของเขาหลายคนที่เธอรู้จัก ก็เคยบอกเธอว่าสรคมณ์ไม่เคยจีบผู้หญิง เขาอาจจะพูดเล่นพูดล้อด้วยบ้างแต่ก็เพียงแค่นั้น เวลาส่วนใหญ่นอกโรงเรียนของเขามักจะหมดไปกับเพื่อนฝูง ซึ่งก็มักจะชวนกันกินเหล้า บางครั้งก็อาจจะไปเที่ยวกันตามประสาผู้ชาย ส่วนเวลาที่อยู่ในโรงเรียนนายร้อยตำรวจ เขาก็ต้องเรียนหนัก ทั้งภาคทฤษฏีในห้องเรียนและการฝึกภาคสนาม เมื่อจบการเรียนการฝึกเขายังต้องลงสนามซ้อมรักบี้ทุกเย็นด้วย

 

 

ระหว่างที่สรคมณ์กำลังเรียนอยู่ในโรงเรียนนายร้อยตำรวจ แพรวโพยมถือเป็นหน้าที่ในฐานะคนรู้ใจ ที่จะต้องไปดูการแข่งขันกีฬาระหว่างมหาวิทยาลัยทุกประเภททุกครั้งที่สรคมณ์ลงเล่น เธอสนับสนุนให้กำลังใจเขาด้วยการเขียนจดหมายถึงเขาอย่างน้อยสัปดาห์ละฉบับ ส่งการ์ดและของขวัญวันเกิดและวันปีใหม่ให้เขาทุกปี จนเป็นที่ล้อเลียนของเพื่อนร่วมรุ่นของสรคมณ์ แต่สิ่งที่แพรวโพยมไม่รู้ก็คือ บางครั้งจดหมายที่เธอเขียนถึงเขาและส่งไปที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ จะมีมือดีมาฉกเอาไปอ่านก่อนเจ้าของแล้วเอาไปแปะไว้บนบอร์ด ทำให้ใครต่อใครแห่กันมาอ่านและวิจารณ์กันอย่างครื้นเครง กว่าสรคมณ์จะเห็นจดหมายฉบับนั้นบนบอร์ดและยึดคืนมาได้ เพื่อนทุกคนของเขาก็ได้อ่านกันหมดแล้วโดยถ้วนหน้า เพื่อนๆพากันเข้าใจว่าแฟนของเขาชื่อ “น้อย” ตามที่ปรากฏอยู่ในจดหมายที่มีมาถึงเขาบ่อยที่สุด แม้ชายหนุ่มจะไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ

 

หลังจากซื้อสิ่งของเครื่องใช้และเดินดูเสื้อผ้าสวยๆกันพักใหญ่ พี่น้องสองสาวก็ชวนกันเข้าไปหาอาหารมื้อเย็นทานกันในร้านเล็กๆแห่งหนึ่งแถวศูนย์การค้า ระหว่างนั้นก็พูดคุยกันไปเรื่อยๆถึงเรื่องในที่ทำงานของแต่ละฝ่ายบ้าง เรื่องอื่นๆตามประสาผู้หญิงบ้าง

 

“เมื่อกี้เห็นเธอซื้อไหมพรม จะถักเสื้อใส่หรือ? อากาศไม่เห็นหนาวสักหน่อย” แพรวพรรณถามน้องสาว

 

“อ๋อ ไหมพรมนั่นหรือคะ น้อยจะถักเสื้อหนาวส่งไปให้คมณ์น่ะค่ะ เห็นเขาว่าปีนี้อีสานจะหนาวจัด หมวดของคมณ์อยู่ในป่าใกล้ภูเขา คงจะยิ่งหนาวใหญ่”

 

“เธอถักให้เขาหลายตัวแล้วไม่ใช่หรือ เขาเคยใส่มั่งหรือเปล่าก็ไม่รู้ ทำไมไม่เปลี่ยนเป็นของอื่นบ้างล่ะเช่นพวกอาหารกระป๋องหรืออาหารแห้ง”

 

“ของพวกนั้นน้อยส่งประจำอยู่แล้วละค่ะ แต่คมณ์เขาเคยบอกว่าไม่ต้องส่ง ไม่อยากให้น้อยลำบาก หลังๆนี่ก็เลยส่งมั่งไม่ส่งมั่ง แต่เสื้อที่จะถักเนี่ย น้อยกะว่าจะให้เขาเป็นของขวัญปีใหม่ด้วยน่ะค่ะ”

 

พี่สาวพยักพะเยิดเห็นด้วย “ความจริงเสื้อหนาวก็โอเค แต่ก่อนที่เธอเคยส่งพวกเสื้อกล้าม กางเกงในไปให้เขาน่ะ พี่ไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไหร่”

 

“ทำไมล่ะคะ พี่นิด ของพวกนั้นถึงยังไงคมณ์เขาก็ต้องใช้อยู่แล้วนี่คะ” อีกฝ่ายทำหน้าสงสัย

 

เห็นสีหน้าไม่เข้าใจกึ่งไม่เห็นด้วยกับคำพูดของเธอ แพรวพรรณก็เลยจำเป็นต้องบอกน้องสาวไปตรงๆ ทั้งๆ ที่ความจริงก็ไม่อยากพูดเท่าไหร่

 

“ก็ของพวกนั้นน่ะ ผู้หญิงส่วนใหญ่เขาไม่ซื้อให้ผู้ชายหรอกถ้ายังเป็นแค่แฟนกัน ถ้าแต่งงานกันแล้วก็อีกเรื่องนึง”

 

“ทำไมล่ะคะ” แพรวโพยมยังตั้งคำถามเดิม

 

“แหม ก็ของพวกนั้นมันค่อนข้างเป็นส่วนตัว เหมาะสำหรับคนที่รู้จักกันจนถึงแก่นแล้วน่ะสิ เอายังงี้” พี่สาวจำเป็นต้องพูดลึกลงไปอีก “ถ้าคมณ์เขาเกิดซื้อบราเซียร์หรือกางเกงในให้เธอ เธอไม่อายหรือ คนที่เขาเห็นเขาจะเข้าใจว่ายังไงล่ะจ๊ะ ถ้าไม่เข้าใจว่าแต่งงานกันแล้ว หรือไม่ก็มีอะไรกันแล้ว ทีนี้เข้าใจหรือยัง”

 

หน้าของแพรวโพยมแดงขึ้นมาทันทีด้วยความตกใจและความอาย เพราะเธอเคยซื้อของดังกล่าวให้สรคมณ์หลายครั้งแล้ว โดยที่คิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับคนที่เป้นแฟนกัน มิน่าเล่าสรคมณ์ถึงได้บอกเธอว่าไม่ต้องซื้อให้เขา เขาซื้อเองได้ เมื่อเธอยังยืนยันที่จะดูแลเรื่องนี้ให้เขา เขาก็ทำหน้ายิ้มๆมองเธอด้วยแววตาขำๆ ทุกครั้ง เขาเคยถามด้วยซ้ำว่าเธอรู้หรือว่าเขาใส่กางเกงในยี่ห้ออะไร เบอร์อะไร

 

ระหว่างที่พี่น้องสองสาวนั่งกินกันไปคุยกันไป แพรวโพยมก็เหลือบไปเห็นเพื่อนสนิทคนหนึ่งของสรคมณ์ ซึ่งกำลังเดินเข้ามาในร้านอาหารที่เธอกับพี่สาวนั่งอยู่และมองมาที่เธอพอดี

 

“อ้าว คุณอัสดา” หญิงสาวร้องทักอย่างดีใจ เธอรู้ว่าเขาทำงานอยู่ในอุบลฯเช่นเดียวกับสรคมณ์ คิดว่าเขาอาจจะมาด้วยกัน ถ้าไม่ได้มาเธอก็ยังอาจจะถามข่าวคราวของชายหนุ่มผู้นั้นได้ เพราะพักนี้เขาเงียบหายไป จดหมายที่เธอเขียนถึงเขาหลายฉบับก็ไม่มีการตอบกลับจากสรคมณ์

 

“สวัสดีครับ คุณน้อย สวัสดีครับ พี่นิด”

 

แพรวพรรณรับไหว้แล้วเชิญให้เขานั่งร่วมโต๊ะ แต่ชายหนุ่มผู้นั้นปฏิเสธด้วยการบอกว่านัดเพื่อนไว้ แต่เพื่อนยังไม่มา

 

“งั้นนั่งคุยกันสักประเดี๋ยวนะคะ”

 

พี่สาวของแพรวโพยมเป็นคนเชิญชวน เพราะรู้ใจน้องสาวว่าคงอยากถามข่าวคราวของสรคมณ์

 

“สรคมณ์ไม่มาด้วยหรือคะ” แพรวพรรณถามต่อไปเมื่ออัสดานั่งลงตามคำเชิญ “แล้วนี่คุณอัสดาลงมาธุระที่กรุงเทพฯ หรือไง ปกติต้องอยู่ที่โน่นตลอดไม่ใช่หรือ?”

 

“ครับ” เขามองเลยไปที่แพรวโพยมอย่างสงสัย “คมณ์ไม่ได้บอกคุณน้อยหรอกหรือว่าเราจะต้องไปฝึกทบทวนกระโดดร่มประจำปีกันที่หัวหิน มาตั้งแต่เมื่อวานซืนแล้วครับ พรุ่งนี้ก็ต้องออกเดินทางไปเข้าค่ายที่โน่น”

 

วาบแรกหญิงสาวรู้สึกดีใจที่ได้ยินว่าสรคมณ์ก็มากรุงเทพฯด้วย แต่แล้ววาบต่อมาเธอก็รู้สึกผิดหวัง เขามาสองวันแล้ว! เขาไปทำอะไรอยู่ที่ไหนถึงไม่มาหาเธอที่บ้าน ไม่มีแม้แต่โทรศัพท์ส่งข่าวเช่นคนที่รักกัน แต่แล้วต่อมาหญิงสาวก็พยายามปลอบใจตัวเองว่าทำไมเธอจะต้องคิดมากให้เกินเหตุ ที่ผ่านมาเขาก็ทำอย่างนี้อยู่เป็นประจำ แต่ถึงจะพยายามหเหตุผลมาปลอบใจตัวเองอย่างไร แพรวโพยมก็อดน้อยใจไม่ได้ ว่าดูเหมือนว่าเธอต้องเป็นฝ่ายขวนขวายหาทางติดต่อ หรือนัดหมายกับเขาอยู่เป็นประจำ มีน้อยครั้งที่เขาจะเป็นฝ่ายเริ่มต้น

 

ระหว่างนั่งรถกลับบ้านไปด้วยกัน แพรวพรรณเห็นสีหน้าครุ่นคิดของน้องสาวก็เข้าใจว่รู้สึกอย่างไร

 

“คมณ์ไม่ได้ส่งข่าวมาล่วงหน้าเลยหรือว่าจะไปฝึก?”

“เอ้อ..” แพรวโพยมอึกอัก ไม่รู้จะแก้ตัวแทนเขาว่าอย่างไร “อาจจะกะทันหันมั้งคะ”

 

“เหรอ” แพรวพรรณพูดได้แค่นั้น นิ่งไปอึดใจหนึ่งก็ถามต่อ “แล้วนี่เธอจะได้เจอเขาเมื่อไหร่ล่ะ พรุ่งนี้เขาก็จะไปหัวหินแล้ว ฝึกกันทีก็หลายเดือนไม่ใช่หรือ?”

 

น้องสาวของเธออ้อมแอ้มว่า “เดือนเดียวเท่านั้นค่ะ ช่วงวันหยุดที่ไม่มีการฝึกเขาคงจะมากรุงเทพฯบ้าง ถ้าเขามาไม่ได้จริงๆ น้อยอาจจะชวนเพื่อนไปหาเขาที่ค่าย ถือโอกาสไปพักผ่อนชายทะเลกันเลย"

 

หญิงสาวตอบแกนๆ ไม่อยากจะพูดเรื่องนี้อีกแล้ว อยากให้ถึงบ้านเร็วที่สุด จะได้อยู่ลำพังกับตัวเอง ส่วนแพรวพรรณนั้นก็กำลังคิดเหมือนกัน เธอรู้สึกมานานแล้วว่าชายหนุ่มผู้นั้นไม่ค่อยสนใจน้องสาวของเธอเท่าที่ควร เขาไม่ค่อยแสดงอะไรออกมา มีแต่แพรวโพยมเท่านั้นที่แสดงทุกอย่างๆชัดเจน คอยอนาทรร้อนใจกับทุกข์สุขของเขาตลอดมา อีกคนคือคุณนวลจิตผู้มารดา ที่เมื่อไหร่ก็ตามที่สรคมณ์มาที่บ้าน จะคอยเอาอกเอาใจเขาจนออกนอกหน้า บางครั้งถึงกับยกเหล้าฝรั่งราคาแพงของสามีออกมาเลี้ยง ตามมาด้วยการลงมือเข้าครัวทำอาหาร ที่รู้จากลูกสาวว่าเขาชอบมาปรนเปรอเขา เพราะลูกสาวสองคนของเธอทำกับข้าวไม่เป็น

 

ทันทีที่ถึงบ้านและพูดคุยกับมารดาอยู่ครู่หนึ่ง แพรวโพยมก็ปลีกตัวเข้าห้องนอน สิ่งแรกที่เธอทำหลังล้อคประตูห้องก็คือคว้าโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ามาต่อหาสรคมณ์ เธอไม่กล้าโทรหาเขาตอนที่อยู่ในรถเพราะไม่อยากให้พี่สาวได้ยิน หญิงสาวพยายามโทรหลายครั้งแต่ก็ไม่มีสัญญาณตอบรับ คิ้วของเธอเริ่มขมวดเข้าหากัน ตอนนี้เขาอยู่กรุงเทพฯ ซึ่งมีสัญญาณโทรศัพท์เหลือเฟือ ไม่เหมือนในหมวดฯ ที่เขาเคยอ้างว่าเขามักจะไม่เปิดมือถือ เพราะสัญญาณมีน้อยมาก บางวันก็ไม่มีเลย ในที่สุดเมื่อแน่ใจว่าสรคมณ์ปิดมือถือ แพรวโพยมก็ต้องยอมแพ้ ลุกจากริมเตียงที่นั่งอยู่เข้าไปอาบน้ำ คืนนั้นเธอนอนไม่หลับ นึกทบทวนถึงเรื่องต่างๆระหว่างเธอกับสรคมณ์แล้วก็เกิดความน้อยใจ แม้จะพยายามบอกตัวเองไม่ให้คิดมาก แต่ก็ช่วยไม่ได้ เพราะถึงอย่างไรเธอก็เป็นเพียงผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง ที่ต้องการความรักความมั่นใจจากผู้ชายที่เธอรัก

 

 

 

 

 

 

 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน