*/
  • ชาวชลยลธรรม
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-07-23
  • จำนวนเรื่อง : 21
  • จำนวนผู้ชม : 100840
  • จำนวนผู้โหวต : 11
  • ส่ง msg :
  • โหวต 11 คน
เสียงหนูตอน 3 เดือน

หนูอ้อแอ้ได้บ้างแล้ว เลยฝากเสียงมาให้ฟัง

View All
<< มกราคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันแม่ปีนี้จะทำอะไรให้แม่
หอมสักฟอดแล้วพาไปเลี้ยงข้าว
3 คน
ให้ดอกมะลิแทนใจ
2 คน
ไปเที่ยวกันพร้อมหน้า
2 คน
แบ่งเงินเดือนก้อนโตให้
0 คน
อยากทำทุกอย่างเลย...
4 คน

  โหวต 11 คน
วันอังคาร ที่ 8 มกราคม 2551
Posted by ชาวชลยลธรรม , ผู้อ่าน : 8848 , 14:28:47 น.  
หมวด : ไดอารี่

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

.

. ไปอบรมคุณแม่ตั้งครรภ์มาเลยเอาความรู้ที่หมอแนะนำมาบอก..

จดข้อแนะนำที่คุณหมอแนะนำมาฝากคุณแม่ตั้งครรภ์ทั้งหลายนะครับ
ถูกมั่งผิดมั่งก็อาจจะเพราะจับไม่ได้ความ ฟังไม่ทัน ก็คงไม่ว่ากัน ใครรู้อะไรจะเสริมต่อก็ดีนะครับ :)

1. รองเท้าต้องมีส้นนิดหนึ่ง ใส่แคชชูจะดีมากเพราะจะทำให้คุณแม่สังเกตได้เกิดอาการบวมที่เท้า
รองเท้าแตะ คีบ จะทำให้การเดินไม่สะดวกเต็มที่เพราะบางทีรองเท้าไม่กระชับ หลุด สะดุดได้ง่าย
และใส่รองเท้าถูกต้องจะลดปัญหาการปวดหลัง ปวดเท้าได้เยอะมาก แต่ส่วนมากคุณแม่จะละเลย
(วันนี้ก็หันมองไปที่คุณแม่ที่มาพบว่า แทบทั้งหมดแตะทั้งนั้น
พอบรรยายเสร็จเลยพาแฟนที่คีบแตะไปหาซื้อรองเท้า ซึ่งมียี่ห้อ Dortmuend ทำรองเท้าสำหรับคนท้องขาย
แฟนใส่แล้วบอกว่า สบายมากๆๆ เลยซื้อมาคู่หนึ่ง)
2. คุณแม่ต้องทานแคลเซียมเยอะๆ นม ผักผลไม้ ตุนไว้ให้ลูกและตุนไว้ให้ตัวเองยามแก่ป้องกันกระดูกพรุน
ถ้านึกภาพกระดูกพรุนไม่ออกให้นึกถึงใยบวบ ประมาณนั้นเปราะหักง่ายมาก
3. เซลล์สมองลูกแบ่งตัว 2.5 แสนเซล/นาที ต้องการโปรตีน สารอาหารในการสร้างเซลล์เป็นอย่างมาก
ดังนั้นต้องครบ 5 หมู่
4. คุณแม่ควรดื่มน้ำอย่างน้อย 3.6 ลิตรต่อวัน เพราะดื่มน้ำจะทำให้ลดการท้องผูก
ช่วยในการดูดซึมสารอาหาร ผิวพรรณผ่องใส



5. อาหาร อากาศ และ อารมณ์  3 ตัวนี้สำคัญมากสำหรับลูกในท้อง
อาหารต้องครบเหมาะสม อากาศต้องดีสดชื่น อารมณ์ต้องเบิกบานแจ่มใส
6. ก่อนคลอดให้(แอบ)เตรียมผ้าอ้อม สิ่งจำเป็นไว้บ้าง (สำหรับบางบ้านที่ย่ายายห้ามเตรียม)
เพราะบางคนคลอดแล้วไปซื้อตามร้านเลย ซึ่งผ้าเหล่านั้นยังไม่ได้ซักเอาสารต่างๆ ออก
7. อย่าสัญญาเป็นมั่นเป็นหมายกับลูกหากทำตามสัญญาไม่ได้ เพราะเด็กจะถือสัญญาเป็นสิ่งสำคัญมากๆ
คุณหมอ เล่าตัวอย่างรายหนึ่งตั้งใจมีลูกคนเดียว
ก็ได้ลูกสาวก็พร่ำบอกกับลูกว่าพ่อแม่รักลูกจะมีลูกคนเดียว ๆ ๆ ๆ ๆ มาตลอด 12 ปี
แต่ด้ายผูกมดลูก หลุดทำให้ตั้งครรภ์ ลูกสาวคนแรกแอนตี้น้องและพ่อแม่อย่างรุนแรงมากๆ
บอกว่าพ่อแม่โกหกหลอกลวง ขอให้แม่แท้ง ด่าว่าสารพัด ซึ่งต้องแก้ความฝังใจได้ยากมาก
และต้องค่อยๆ แก้ไปและคุณหมอได้บอกพ่อแม่คู่นั้นว่าไม่ว่าลูกสาวจะด่าว่ากล่าวยังไง
ก็ถือว่าไม่ใช่ความผิดของเด็กเพราะพ่อแม่ได้ปลูกฝังให้ลูกรับรู้ตลอดว่าจะไม่มีน้อง
ต้องยอมรับและค่อยๆ ตล่อมไปเรื่อยๆทีละนิดๆ คุณหมอบอกว่ายากมาก
เพราะเด็ก 12 ปีแล้ว การจะแก้ไขความเข้าใจของใครคนหนึ่งซึ่งเข้าใจและปลูกฝังสิ่งนั้นในใจมาโดยตลอด 12 ปี
ต้องเข้าใจเด็กให้มากๆ และบอกฝากไปถึงคุณพ่อแม่ปัจจุบันว่าการสัญญากับลูกว่าจะพาไปนั่นไปนี่ก็ตาม
เด็กจะยึดถือเป็นสำคัญมากๆ หากพ่อแม่ไม่ทำตามสัญญาจะทำให้เกิดปมในใจเด็กและจะส่งผลไปจนโต
คุณหมอใช้คำว่าจะเกิดปมในกมลสันดานเด็ก ซึ่งไม่ดีเลย


8. วิธีทำความสะอาด ช่องคลอดและทวารหนักต้องล้างจาก บนลงล่าง อย่าล้างถูไปถูมา
เพราะจะทำให้เชื้อโรคจากสิ่งขับถ่ายเข้าไปในช่องคลอด ช่องปัสสาวะได้
และสิ่งเหล่านี้ต้องสอนเด็กตั้งแต่เขารู้ความ
9. ผ้าอนามัยชนิดสอด คุณแม่ต้องตะหนักเสมอว่า มันจะต้องสอดเข้าไปในช่องคลอด
ดังนั้นต้องดูแลรักษาความสะอาดทั้งผ้าอนามัยและมือ อย่าทิ้งๆ ขว้างๆ แล้วหยิบมาสอด
คนบ้านเราเรื่องความสะอาดมักไม่ค่อยให้ความสำคัญ
10. การขลิบปลายอวัยวะเพศของเด็กชาย
คุณหมอบอกว่านักจิตวิทยาเปรียบไว้ว่าเป็นการต้อนรับเด็กแรกเกิดด้วยความเจ็บปวด ไม่แนะนำ
เพราะเด็กแรกเกิดต้องการความรักความอบอุ่นอย่างมาก
คุณหมอบอกว่าคนที่จะขลิบจะบอกว่าไม่เจ็บเพราะเขาไม่ได้ถูกตัดเลยบอกว่าไม่เจ็บ :)
ยกเว้นมีปัญหาปลายไม่เปิดจริงๆ ค่อยขลิบ
11. ถ้ามีน้ำเดินเหมือนน้ำปัสสาวะ ต้องรีบหาหมอทันที
และจะต้องใส่ผ้าอนามัยเพื่อป้องกันเชื้อโรคเข้าช่องคลอดซึ่งอาจจะเป็นอันตรายกับเด็ก
12. คุณแม่ต้องฝึกสังเกตการดิ้นของลูกให้ดี หากลูกเงียบไปจากปกติที่ดิ้นจะต้องรีบไปพบหมอให้ทัน
คือจะสามารถช่วยเด็กได้ภายใน 12 ชม. มีกรณีที่รกพันคอเด็กคุณแม่ก็รู้สึกว่าลูกเงียบไปแต่ไม่ได้ทำอะไร
มาหาหมอก็ไม่ทันเสียแล้ว
13. ลูกในท้อง 7 เดือน จะดิ้นประมาณ 270 ครั้ง/วัน
ที่คุณแม่รู้สึกได้อาจจะไม่ถึงขนาดนี้ตัวเลขนี้นับทั้งดิ้นน้อยดิ้นมาก คุณแม่ต้องสังเกตลูกตัวเองตลอด


14. อุณหภูมิตัวแม่กับลูกจะใกล้เคียงกันมาก ปกติแม่ 37 เซลเซียส ลูกจะ 37.5 เซลเซียส
แต่หากแม่เป็นไข้ลูกจะมีอุณภูมิสูงกว่าแม่อีกเพราะเหมือนอยู่ในตู้อบความร้อน ซึ่งเป็นอันตรายกับเด็กมาก
ดังนั้นคุณแม่ต้องดูแลอย่าให้เป็นไข้
15. ไขเคลือบตัวลูกในเด็กแรกเกิดสำคัญมาก อย่ากินอะไรเพื่อล้างไขเหล่านั้น
เพราะกินยังไงก็ล้างไม่ได้ น้ำมะพร้าว จับซาไทเป้า ก็อย่ากินมากจนแทนน้ำ
คุณหมอไม่ค่อยแนะนำให้กินเกินพอดีเพราะในน้ำมะพร้าวมีฮอโมนเอสโตรเจน
กินมากๆ จะทำให้มดลูกบีบตัว น้ำมะพร้าวเหมาะกับวัยทองมากกว่าเยอะ
16. เซลของลูกในครรภ์ไวต่อสารเคมีมาก อย่ากินยาพร่ำเพรื่อ อย่าเข้าห้องฉายรังสี x-ray ต่างๆ
แต่ก็ไม่ใช่ว่าเป็นไข้แล้วไม่กินยาที่คุณหมอให้ เพราะนั่นจะอันตรายกับลูกมากกว่าการกินยาเสียอีก
คุณหมอบอกว่าสิ่งที่คุณหมอแนะนำคือ เป็น"ทางเลือก" ที่ดีที่สุดที่มีอยู่
17. คุณแม่ต้องหมั่นถามพยาบาลที่วัดความดันว่าสูง/ต่ำเท่าไหร่ด้วย เพื่อเป็นข้อมูลให้ตัวเองทราบ
คุณแม่ทั่วไปไม่ควรเกิน 120/80แต่หญิงไทยที่มีการวิจัยจะประมาณ 100/70 เพราะตัวเล็กกว่าฝรั่งเยอะ
ถ้าความดันเกิน 130 เพราะโอกาสครรภ์เป็นพิษสูง
ทำให้รกลอกตัวก่อนกำหนด
18. ไม่มีความจำเป็นต้องกินอาหารเสริมหากคุณแม่กินอาหารครบ 5 หมู่
เพราะสารสกัดยังไงก็สู้สารธรรมชาติ สดๆ ไม่ได้


19. อัลตร้าซาวมีงานวิจัยพบว่าตลอด 10 ปีที่ผ่านมาไม่พบว่ามีอันตรายกับเด็ก
20. อาหารเสริมแรกสุดสำหรับเด็กควรเป็นข้าวก่อนกล้วย เพราะกล้วยจะหวานเด็กจะไม่กินข้าว
21. 6 เดือนแรก เด็กไม่ควรทานอะไรนอกจากนมแม่ ไม่ว่าจะทั้งน้ำเปล่า นมผงเด็ก เพราะนมแม่เพียงพอหมดแล้ว
22. หลังคลอดภายใน 1/2 ชม. ควรให้ลูกมาดูดนมแม่เพื่อให้แม่กระตุ้นฮอโมนในการผลิตน้ำนม
และควรดูดบ่อยๆ ทุกๆ 1-2 ชม. แม้ไม่มีน้ำนมก็ตามและต้องให้ลูกดูดลึกจนถึงฐานนม
อย่าให้ดูดแค่หัวเพราะเด็กจะเอาลิ้นดุนปลายหัวนมแม่แล้วคุณแม่จะเจ็บ เป็นแผลแล้วพาลไม่ให้นมลูก
ซึ่งนั่นเพราะเป็นการให้ลูกดูดนมที่ผิดวิธี
23. น้ำนมแม่จะผลิตหลังคลอดภายใน 3-5 วัน
ดังนั้นวันแรกคลอดไม่มีน้ำนมก็ไม่ต้องตกใจเพราะต้องกระตุ้นการสร้างน้ำนมแม่
อย่าคิดว่า 3 วันแล้วไม่มีน้ำนม ยังไงก็คงไม่มีเลยพาลให้ลูกทานนมผง ซึ่งน่าเสียดายแทนลูกมากๆ
23. เด็กหลังคลอดสามารถอยู่ได้โดยไม่ทานนมแม่เป็นเวลาได้ถึง 3 วัน
ซึ่งจะสัมพันธ์กับการผลิตน้ำนมของแม่ดังกล่าว
24. อย่าให้เด็กแรกคลอดทานอะไรอื่นนอกจากนมแม่เพราะ
ระบบขับถ่าย ขับกรอง ใต ต่างๆ ยังไม่สมบูรณ์พอที่จะขับถ่ายสิ่งเหล่านั้นได้
ซึ่งจะเป็นภาระหนักสำหรับระบบขับถ่ายของเสียของเด็กอ่อน
25. คุณหมอบอกว่าตั้งแต่ทำงานมา 40 ปี มีคุณแม่ที่ให้นมลูกจนลูกอายุได้ 1.5 ปี
มีแค่ 6 คน(ถ้าจำไม่ผิด) คุณหมออยากให้ลูกกินนมแม่ อย่างน้อยจนถึง 6 เดือน


26. ห้ามท้องเสียระหว่างตั้งครรภ์ ที่บ้านต้องมีเกลือแร่ติดบ้านไว้ตลอดเวลา
และหาก 2-3 ครั้งแล้วไม่หายต้องรีบหาหมอให้น้ำเกลือเพราะจะมีภาวะขาดน้ำแล้วจะอันตรายกับลูกมาก
27. พยายามกินผลไม้สดสะอาด มากกว่าน้ำผลไม้เป็นกล่อง
28. หากต้องการวิตามินซี ให้กินผลฝรั่ง แต่คุณหมอไม่แนะนำน้ำฝรั่งคั้นกล่องเพราะมีสาร(จำไม่ได้)
ที่ไม่ค่อยดีกับระบบขับถ่ายของแม่
29. น้ำหนักแม่ที่เหมาะสมสำหรับคลอดเอง คือ น้ำหนักขึ้นจากก่อนคลอด 10-12 กิโลกรัมกำลังดี
30. ลูกแรกเกิดควรมีน้ำหนักไม่น้อยกว่า 2.5 กิโล 3 กิโลไปจะดี แต่ 4 กิโลจะโตเกินไปแล้ว
31. ขี้กลากหนุมานกลางหลังอย่าเกา จะอักเสบ เป็นแผล
32. เท้าบวมที่ปกติคือบวมไม่เกินข้อเท้า(อันนี้ก็ลืมถามว่าบวมแข้งลงไม่เกินข้อหรือบวมเท้าไม่เกินข้อ) กดแล้วบุ๋มคือบวม
33. ถ้าเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อย่าให้ลูกกินนมวัว เพราะจะทำให้ลูกมีโอกาสเป็นภูมิแพ้สูงมาก
ซึ่งเด็กปัจจุบันมีปัญหานี้เยอะมากๆ


34. คุณหมอแนะนำให้คลอดเอง ไม่อยากให้ block หลัง
เพราะการเจ็บคลอดนั้นเจ็บจริงๆ แต่นั่นคือการเจ็บเพื่อให้ 1 ชีวิตมาสู่โลก
35. คุณแม่ตั้งครรภ์นอนตะแคงซ้ายดีที่สุดเพราะจะไม่ไปกดเส้นเลือดที่หล่อเลี้ยงตัวเด็ก
แต่ไม่ใช่ตะบันตะแคงซ้าย
36. ลูกแรกเกิดต้องตะแคงขวาหลังจากที่ลูกกินนมแล้วเสมอ แต่ถ้าไม่ได้กินนมซ้ายขวาก็ได้  
อย่าให้ลูกนอนหงายหัวจะแบนและหากลูกเอ๊าะ(อาเจียน)ออกมาจะทำไปอุดจมูกลูก
ทำให้ลูกสำลักเอาอาเจียนเหล่านั้นเข้าปอดซึ่งไม่ดีและการนอนคว่ำที่นอนต้องแข็งห้ามนุ่มปิดจมูกลูก
และนอนคว่ำแม่ต้องหมั่นดูลูกเพราะมีเด็กที่เสียชีวิตจากการหายใจไม่ออกเยอะ นอนหงายตะแคงจะดีกว่า
37. ถ้าลูกหัวเบี้ยวต้องแก้ไขภายใน 6 เดือนซึ่งแก้ได้ แต่ต้องแก้โดยนักกายภาพบำบัด
38. อ้วกนิดๆ หน่อยๆ และสะอึกเป็นอาการปกติของเด็กแรกเกิด อย่าวิตกจนเกินไป
แต่ต้องเป็นอ้วกที่ปกติไม่ใช่มากเยอะเกิน
39. ขณะที่แม่เครียด แม่โมโห จะทำให้เลือดไปหล่อเลี้ยงกล้ามเนื้อเลี้ยงหน้าที่แดงของแม่แทนที่จะไปเลี้ยงลูก
จะส่งผลต่อลูก


40. เพลงที่แม่ฟังขณะตั้งครรภ์ เป็นเพลงอะไรก็ได้ ที่แม่ฟังแล้วสบายใจและเป็นเพลงช้าและมีจังหวะขึ้นลงจะดี
41. การพูดกับลูกให้พูดปกติพร้อมกับการลูบคลำไปด้วย และพูดด้วยคำเดิมๆ ซ้ำๆ
เพราะเด็กจะได้ยินแค่จังหวะต่ำสูงของเสียงแม่เท่านั้น เช่น xxxแม่รักลูกนะ ลูกจะได้ยินแค่ ฮือฮึฮือฮึ (เข้าใจนะครับ)
และ xxx คือชื่อลูกและควรเป็นชื่อเดิมหลังคลอด ไม่งั้นเดี๋ยวลูกไม่หัน
42. การเล่านิทานให้ลูกฟัง เล่าได้ตั้งแต่ 5 เดือน ก่อนหน้านั้นก็ลูกก็ไม่ได้ยินเพราะประสาทหูยังพัฒนาไม่เสร็จ
นิทานที่เล่าต้องสั้นๆ เรื่องเดิมๆ อย่าเปลี่ยนไปทุกวันเพราะเด็กจะจำแค่เสียงต่ำสูงดังกล่าว ซึ่งหากคลอดมาแล้ว
พอเด็กได้ยินเรื่องเดิมก็จะคุ้น หันมอง จำได้และรู้สึกอบอุ่นเมื่อได้ยินเพลงหรือคำพูด หรือนิทานเดิมๆ
43. ถ้าเจ็บท้องต้องสูดลมหายใจลึกๆ เพื่อให้เลือดไปเลี้ยงลูกได้เพียงพอ


44. ให้คุณแม่ฝึกกล้ามเนื้อฝีเย็บ(กล้ามเนื้อระหว่างทวารหนักกับช่องคลอด) เพราะจะทำให้การเบ่งคลอดมีได้
ดีกับการร่วมเพศ ดีต่อการควบคุมกล้ามเนื้อฉียามแก่ ไม่เกิดปัญหาฉี่เล็ดหรือฉี่รั่วยามแก่
วิธีคือ หายใจเข้าลึกจนสุดแล้วขมิบก้นหายใจออกระหว่างหายใจออกให้ขมิบก้นไปด้วย
ทำวันละ 200 ที่เป็นอย่างน้อยจะดีมาก
45. คุณแม่ต้องหมั่นสังเกตอุจจาระตัวเอง ถ้าอึมาแล้วกดน้ำแล้วอุจจาระเละเหมือนถูกเครื่องปั่นน้าผลไม้ปั่น
นั่นแสดงว่าคุณแม่มีการกินอาหารที่ดี แต่ถ้าแห้ง แข็ง แสดงว่าไม่ค่อยดี ให้กินน้ำเข้าไปช่วยหน่อย
46. คุณแม่ต้องสังเกตหัวนมตัวเองว่าพร้อมให้นมลูกหรือไม่ คือต้องไม่บอด ไม่จม คือเด็กต้องดูดติด
หากมีปัญหาจะมีอุปกรณ์ดึงหัวนมแม่ขาย ซึ่งต้องเตรียมตัวแต่เนิ่นๆ เพราะคลอดแล้วจะไม่ทัน
47. การทำสมาธิจะมีประโยชน์มากๆ เพราะจะทำให้ร่างกายผ่อนคลาย เลือดลมไหลได้ดี
เลือดแดงสมบูรณ์เป็นผลดีกับลูกมากห้ามเครียด ถ้าเครียดให้นึกว่าจะไม่ดีกับลูกเสมอ




ปล.
1.สิ่งที่พิมพ์มาฝากเป็นการจดมาเล่าอาจจะถูกมั่งผิดมั่งก็อยู่ที่ผมละกันนะครับ
2.ฝากอีกอย่างจากหนังสือที่อ่านก่อนไปอบรมว่า ไม่จำเป็นต้องเชื่อวิทยากรทั้งหมด หากคุณแม่ตัดสินใจอย่างไรแล้วเช่นตัดสินใจว่าจะผ่าคลอด ก็ให้ทำตามที่ตัวเองรู้สึกว่าดีกับตัวเองไปเลยจะดีที่สุด

Credit:คุณ Kamas....pantip.com/cafe/family


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
noopuk วันที่ : 08/01/2008 เวลา : 14.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konmanruk
นับหนึ่งถึงร้อย++++++เพื่อรอคอยคนๆหนึ่งให้กลับมา++++++

มาทัก

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน