*/
  • ชาวชลยลธรรม
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-07-23
  • จำนวนเรื่อง : 21
  • จำนวนผู้ชม : 100843
  • จำนวนผู้โหวต : 11
  • ส่ง msg :
  • โหวต 11 คน
เสียงหนูตอน 3 เดือน

หนูอ้อแอ้ได้บ้างแล้ว เลยฝากเสียงมาให้ฟัง

View All
<< มกราคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันแม่ปีนี้จะทำอะไรให้แม่
หอมสักฟอดแล้วพาไปเลี้ยงข้าว
3 คน
ให้ดอกมะลิแทนใจ
2 คน
ไปเที่ยวกันพร้อมหน้า
2 คน
แบ่งเงินเดือนก้อนโตให้
0 คน
อยากทำทุกอย่างเลย...
4 คน

  โหวต 11 คน
วันพฤหัสบดี ที่ 24 มกราคม 2551
Posted by ชาวชลยลธรรม , ผู้อ่าน : 1781 , 13:00:50 น.  
หมวด : Blog Kids

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เจาะลึก...เรื่องวัคซีนใหม่ๆ

เลี้ยงเจ้าหนูตอนอุแว้ จะมาช่วยคลายความสงสัยเรื่องวัคซีนของลูกวัยเบบี๋ให้ทุกท่าน เมื่อสองสามวันก่อนเปิดอินเตอร์เน็ตเข้าไปทักทายชาว
www. planpublishing.com เจอคำถาม ของคุณพ่อ คุณแม่ที่อยากรู้เรื่อง วัคซีนเข้าอย่างจัง เลยเก็บข้อสงสัยนี้ไปถาม ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์ชิษณุ พันธุ์เจริญ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ช่วยอธิบายจนหายข้องใจ สุดท้ายก็ตาม ประสาคนคุ้นเคย จึงลงเอยด้วยการ ขอเก็บมาเล่าให้แฟนๆ ดวงใจพ่อแม่อีกต่อหนึ่งนี่แหละค่ะ

Q: วัคซีนเผื่อเลือกอย่าง อีสุกอีใส ไวรัสตับอักเสบเอ ไทฟอยด์ จำเป็นแค่ไหน ควรฉีดตอนลูกอายุเท่าไหร่กันแน่

A: วัคซีนเผื่อเลือกคือวัคซีนที่ทางรัฐไม่ได้กำหนดให้เด็กทุกคนต้องฉีด ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของพ่อแม่และคุณหมอ เป็นหลัก เนื่องจากเป็นโรคที่ไม่ได้มีความรุนแรงจนมีความสำคัญมากพอ เพราะรัฐเองก็มีงบประมาณจำกัด
อีสุกอีใส เป็นโรคที่มีอาการไม่รุนแรงในเด็กเล็ก แต่จะมีอาการรุนแรงในเด็กโตและผู้ใหญ่ เวลาน้องหนูเป็น ก็จะมีไข้และตุ่มน้อย โอกาสที่จะเกิดผลข้างเคียงทางปอดและสมองก็น้อยตามไปด้วย ยกเว้นในเด็ก แรกเกิด **ที่อาจได้รับอันตรายจากโรคนี้ได้

ข้อแนะนำ
* อย่าตื่นเต้นกับอีสุกอีใสมากนัก ชมรมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทยแนะนำให้ฉีดตอนอายุ 10 ปี เพราะก่อน หน้านั้นถ้าเด็กติดเชื้อโดยธรรมชาติ จะยังไม่มีอาการรุนแรง และเป็นการเปิดโอกาสให้เด็กติดโรค โดยธรรมชาติ และทำให้ร่างกายของลูกสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาเอง
* หากฉีดวัคซีนหลังอายุ 13 ปี จำเป็นต้องฉีดวัคซีน 2 เข็ม เพื่อให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกัน ได้อย่างเต็มที่และเพียงพอ กับการป้องกันโรค วัคซีนไวรัสตับอักเสบเอ ถือเป็นวัคซีนเผื่อเลือกอีกตัวหนึ่ง เพราะเป็นโรคที่มีอาการไม่รุนแรงในเด็กเล็ก ในเด็กโต
และผู้ใหญ่จะมีอาการรุนแรงกว่า ทำให้ต้องนอนพักในโรงพยาบาลและขาดเรียนหลายวันทีเดียว แต่ก็ยังถือว่ารุนแรง น้อยเมื่อเทียบกับโรคไวรัสตับอักเสบบี เพราะโรคหลังนี้ บางคนจะไม่แสดงอาการแต่กลับเป็นพาหะของโรค และยังทำให้เกิดตับวายหรือมะเร็งตับได้ด้วย

ข้อแนะนำ
* ฉีดตอนโตก็ได้ ไม่ต้องรีบร้อนนัก วัคซีนไทฟอยด์ ควรจัดอยู่ในประเภทวัคซีนพิเศษมากกว่า ยิ่งในช่วง 20-30 ปีที่ผ่านมาพบผู้ป่วยน้อยมาก เพราะสุข ลักษณะความเป็นอยู่ของคนไทยดีขึ้นนั่นเอง ในโรงพยาบาลของรัฐขนาดใหญ่มีผู้ป่วยที่พิสูจน์ว่าเป็น ไทฟอยด์ ประมาณแห่งละ 1-2 รายต่อปีเท่านั้น ข้อแนะนำ
* ชมรมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทยจัดให้วัคซีนไทฟอยด์เป็นวัคซีนที่ใช้ในกรณีพิเศษเท่านั้น เช่นเดียวกับ วัคซีนพิษสุนัขบ้าที่ใช้เมื่อถูกสุนัขกัด

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ใช้สำหรับเด็กที่เป็นโรคหัวใจหรือโรคปอดเรื้อรัง และผู้ใหญ่ ที่อายุเกิน 60 ปีขึ้นไป ดังนั้นวัคซีนไทฟอยด์ควร จะใช้สำหรับผู้จะเดินทางไปยังประเทศ หรือพื้นที่ซึ่งยัง มีการระบาด ของไทฟอยด์อยู่ อย่าง อินเดีย อินโดนีเซีย เวียดนาม เม็กซิโก เป็นต้น

Q: มีข่าวว่าสาร thimerosal ที่เป็นตัว preservative ในวัคซีนอาจทำให้เด็กเป็น Autism ได้ ข้อเท็จจริง เป็นอย่างไรคะ

A : ออทิสซึมเป็นโรคที่มีผลต่อพฤติกรรมและสมองเด็ก พ่อแม่จึงกังวลใจมาก ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด จึงมีการศึกษาทุกปัจจัยที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตามจากข้อมูลทางการแพทย์ปัจจุบัน ยังไม่มีข้อพิสูจน์ หรือสนับสนุนให้เห็นได้ชัดเจนว่าวัคซีนมีการเกี่ยวข้องกับโรคออทิสซึม

ข้อแนะนำ
* คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรกังวลมากนัก เพราะการฉีดวัคซีนนั้นคุ้มค่ากับการป้องกันโรคให้ลูกน้อยแน่นอนอยู่แล้ว
* ติดตามข้อมูลข่าวสารต่อไป

Q: วัคซีนรวมหลายโรคในเข็มเดียว บางแห่งราคาถูก บางแห่งราคาแพง อยากทราบว่า วัคซีนใน สถานพยาบาลต่างๆ เป็นยี่ห้อเดียวกันหรือไม่

A : การตั้งราคาวัคซีนจะพิจารณาจากหลายอย่าง **อย่างในสหรัฐอเมริกาวัคซีนจะราคาแพงมากเมื่อเทียบกับบ้านเรา นอกจากนั้นถึงแม้จะเป็นวัคซีนตัวเดียวกัน แต่ต่างยี่ห้อกัน ราคาก็ต่างกันได้ จุดขายของวัคซีน รวมก็เพื่อทำให้เจ็บ น้อยที่สุดและมาโรงพยาบาลน้อยที่สุด ซึ่งมีความปลอดภัยเท่ากับวัคซีนแบบเดี่ยว แต่กลไกและวิธีการผลิต จะค่อน ข้างยุ่งยาก จึงมีราคาสูง แต่วัคซีนแบบเดี่ยวจะสร้างภูมิคุ้มกันที่สูงกว่าแบบฉีดรวมเล็กน้อย สรุปโดยรวมคือไม่ว่า จะเป็นแบบรวมหรือฉีดแยกก็มีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคให้ได้อย่างเพียงพอแน่นอน

ข้อแนะนำ
* เด็กเล็กอายุต่ำกว่า 1 ปี จะไม่สามารถจำความเจ็บปวดจากการฉีดวัคซีนได้ ซึ่งแตกต่างจากในเด็กโต ส่วนใหญ่คน ที่เจ็บมากคือพ่อแม่ที่เห็นลูกร้องมากกว่า
* โดยทั่วไปสามารถฉีดวัคซีนต่างบริษัทต่างยี่ห้อได้ เพราะร่างกายของเด็กไม่ได้จำว่ารับวัคซีนยี่ห้ออะไรเข้าไป เมื่อพาลูกไปฉีดวัคซีนต่างคลินิก คุณหมอดูประวัติน้องหนูในสมุดสุขภาพแล้ว ก็จะสามารถจัดวัคซีนให้ได้อย่าง ปลอดภัย
* วัคซีนที่ใช้ตามสถานพยาบาลทั่วประเทศในขณะนี้ มีความปลอดภัยและประสิทธิภาพพอๆ กัน ขึ้นอยู่กับการ ตัดสินใจของคุณแล้วล่ะ โดยที่กุมารแพทย์และคุณหมอทั่วไปมีหน้าที่ให้ข้อมูลที่โปร่งใส
* คุณพ่อคุณแม่ควรทราบว่า
1. ถ้าเป็นโรคที่มีอาการรุนแรงควรจะฉีดตามกำหนด เช่น วัคซีนป้องกันเยื่อหุ้มสมองอักเสบฮิบ เนื่องจากมักเป็นในเด็กเล็ก ส่วนไข้สมองอักเสบJE มักเป็นในเด็กโตและแนะนำให้ฉีดเมื่ออายุ 1-2 ปี ถ้าหากจำเป็นต้องเลื่อนการฉีดออกไปก็ได้
2. การเว้นระยะห่างฉีดของวัคซีนเข็มที่ 2 ควรฉีดตามกำหนด อย่างกรณีวัคซีนไข้สมองอักเสบเข็มที่ 1 และ 2 จะกำหนดให้ห่างกัน 1-4 สัปดาห์ กรณีฉีดเข็มที่ 1 ตอนอายุ 1 ขวบแล้วเกิดลืมไปนาน พาน้องหนูมาฉีดเข็มที่ 2 อีกทีตอนอายุ 2 ขวบ ภูมิคุ้มกันของโรคนี้จะถูกสร้าง**ขึ้นจนอยู่ในระดับปลอดภัยจากโรคหลังจากฉีดเข็มที่ 2 แล้ว 30 วัน นั่นก็คือตอนน้องหนู**อายุ 2 ขวบ 1 เดือนนั่นเอง หวังว่าคงจะเป็นข้อมูลที่ช่วยดับความสงสัยในใจได้นะคะ แล้วหยิบปากกามาวงปฏิทินตัวโตๆ ด้วยล่ะ จะได้พาน้องหนูไปรับวัคซีนตรงเวลายังไงล่ะคะ

TIP
* ถ้าลูกเป็นไข้สูงในวันครบกำหนดฉีดวัคซีนพอดี ควรรอให้หายดีแล้วค่อยพาไปฉีด
* ถ้าเจ้าตัวน้อยมีอาการแพ้วัคซีน เช่น มีผื่น ไข้ขึ้นสูงมาก หรือชักขณะมีไข้ รีบบอกคุณหมอนะคะ คราวหน้าจะได้ปรับเปลี่ยนวัคซีนให้เหมาะสมกับน้องหนู
* ถ้าลูกกินยาประเภท เพรดนิโซโลน เดซาเมตาโซน ควรหยุดยาก่อนฉีดวัคซีน
* ติดของเล่นเอาไว้ปลอบใจ ยามลูกงอแงหลังฉีดวัคซีน
* อย่าลืมพกสมุดสุขภาพของลูกเชียวนะ เพราะจะช่วยให้คุณหมอทราบรายละเอียดการฉีดวัคซีนครั้งก่อนๆ โรคประจำตัว และพัฒนาการของน้องหนูค่ะ

ตารางวัคซีน  
แรกเกิด- วัคซีนบีซีจีป้องกันวัณโรค
- วัคซีนตับอักเสบบี ครั้งที่ 1
2 เดือน - วัคซีนตับอักเสบบี ครั้งที่ 2
- วัคซีนคอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน ครั้งที่ 1
- หยอดวัคซีนโปลิโอ ครั้งที่ 1
- วัคซีนเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อฮิบ ครั้งที่ 1 (เผื่อเลือก)
4 เดือน- วัคซีนป้องกันคอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน ครั้งที่ 2
- หยอดวัคซีนโปลิโอ ครั้งที่ 2
- วัคซีนเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อฮิบ ครั้งที่ 2 (เผื่อเลือก)
6 เดือน
- วัคซีนตับอักเสบบี ครั้งที่ 3
- วัคซีนคอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน ครั้งที่ 3
- หยอดวัคซีนโปลิโอ ครั้งที่ 3
- วัคซีนเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อฮิบ ครั้งที่ 3 (เผื่อเลือก)
9-12 เดือน- วัคซีนหัด-หัดเยอรมัน-คางทูม ครั้งที่ 1 1 ปีขึ้นไป - วัคซีนไข้สมองอักเสบ ครั้งที่ 1 และ 2 ห่างกัน 1-4 สัปดาห์
18 เดือน - วัคซีนคอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน ครั้งที่ 4
- หยอดวัคซีนโปลิโอ ครั้งที่ 4
2 ปีขึ้นไป
- วัคซีนไข้สมองอักเสบ ครั้งที่ 3 ฉีดห่างจากสองครั้งแรก 1 ปี
4-6 ปี- วัคซีนคอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน ครั้งที่ 5
- หยอดวัคซีนโปลิโอ ครั้งที่ 5
- วัคซีนหัด-คางทูม-หัดเยอรมัน ครั้งที่ 2
10-12 ปี - วัคซีนคอตีบ-บาดทะยัก และทุก 10 ปี

หมายเหตุ - ไม่ควรใส่ชื่อวัคซีนเผื่อเลือกลงในตารางวัคซีนได้แก่ ฮิบ ถ้าจะระบุไว้ ควรเขียนคำว่าเผื่อเลือก ไว้ และควรมีชื่อวัคซีนเผื่อเลือกอื่นด้วย เช่น อีสุกอีใส ฉีดครั้งเดียว อายุ 1 ปีขึ้นไป และตับอักเสบเอ ฉีดสองครั้งห่างกัน 6-12 เดือน อายุ 2 ปีขึ้นไป หมายเหตุ - ไม่ควรใส่ชื่อวัคซีนเผื่อเลือกลงในตารางวัคซีนได้แก่ ฮิบ ถ้าจะระบุไว้ ควรเขียนคำว่าเผื่อเลือก ไว้ และควรมีชื่อวัคซีนเผื่อเลือกอื่นด้วย เช่น อีสุกอีใส ฉีดครั้งเดียว อายุ 1 ปีขึ้นไป และตับอักเสบเอ ฉีดสองครั้งห่างกัน 6-12 เดือน อายุ 2 ปีขึ้นไป
 ที่มา: กองบรรณาธิการนิตยสารดวงใจพ่อแม่ Modern Mom

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน