*/
  • พรายพิลาศ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-03-13
  • จำนวนเรื่อง : 86
  • จำนวนผู้ชม : 544149
  • จำนวนผู้โหวต : 180
  • ส่ง msg :
  • โหวต 180 คน
<< มีนาคม 2009 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 18 มีนาคม 2552
Posted by พรายพิลาศ , ผู้อ่าน : 4119 , 07:50:58 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

 

 

          คนหนึ่ง .. ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่า กระทำความผิดฐานใช้ตำแหน่งหน้าที่ในการแสวงหาประโยชน์ แต่ได้หลบหนีไปในระหว่างการประกันตัว ก่อนที่ศาลจะมีคำพิพากษา


          อีกคนหนึ่ง .. ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดในคดีหมิ่นฯ   ก่อนจะหลบหนีไปอยู่ต่างประเทศ ระหว่างการให้ประกันตัวในชั้นสอบสวน


          ภายหลังการหลบหนี .. ทั้งสองคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ..


 

"ไม่ได้รับความยุติธรรมในกระบวนการทางกฎหมาย

 
.. แ ล ะ .. การใช้กฎหมายนั้น ..

 
ขัดกับหลักการแห่ง .. ป ร ะ ช า ธิ ป ไ ต ย"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

         

 

 

          จากข้อโต้แย้งของบุคคลทั้งสองที่ยกขึ้นมาอ้าง เพื่อปฎิเสธความรับผิดทางกฎหมายดังที่กล่าวมานั้น ก่อให้เกิดประเด็นที่ชวนให้คิดตามมาว่า

 

          การปฏิเสธไม่ยอมรับผลทางกฎหมาย โดยอ้างว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากผู้มีอำนาจปกครอง หรือตัวบทกฎหมาย ตามหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ..


          เป็นหลักการที่ได้รับการยอมรับกันโดยทั่วไปหรือไม่ .. ???

 

          ซึ่งคำตอบสำหรับคำถามนี้ คงต้องเริ่มค้นหากันตั้งแต่หลักการของกฎหมายที่ใช้บังคับกับผู้คนในสังคมก่อนเป็นลำดับแรก

 

          ในมุมมองของกฎหมายที่มีลักษณะเป็น 'สัญญาประชาคม’ ซึ่งผู้คนในสังคมยินดีสละสิทธิบางประการของตนเองให้กับรัฐหรือผู้ปกครอง เพื่อออกกฎหมายมาใช้บังคับ ทำให้ทุกคนมีพันธะผูกพันธ์ที่จะต้องปฏิบัติตามกฏหมายนั้นอย่างเคร่งครัด

 
          ดังนั้น การกระทำใดๆ ก็ตามแต่ ในลักษณะที่เป็นการไม่เคารพเชื่อฟัง หรือปฏิเสธที่จะปฏิบัติตามกฎหมาย ย่อมถือได้ว่าบุคคลนั้นกระทำตนเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองและกฎหมายของรัฐอย่างแน่นอนที่สุดตามแนวคิดนี้


          แต่กระนั้นก็ดี .. ในมุมมองของ โธมัส ฮ็อบส์ (Thomas Hobbes) นักปรัชญาทางการเมืองคนสำคัญคนหนึ่งที่เห็นว่า มนุษย์ทุกคนมีสิทธิเฉพาะตัวบางประการที่ไม่สามารถโอนให้กับผู้ใดได้ (Inalienable Right) อันได้แก่   สิทธิในการมีชีวิตอยู่ สิทธิในการมีอิสระภาพ และสิทธิในบรรดาสิ่งที่ทำให้ชีวิตมีค่าควรแก่การดำรงอยู่ ซึ่งเมื่อใดก็ตามที่สิทธิดังกล่าวถูกคุกคามโดยรัฐหรือกฎหมายประชาชนย่อมมีสิทธิที่จะโต้แย้ง และปฏิเสธที่จะเคารพเชื่อฟังกฎหมายที่ไม่เป็นธรรมนั้นได้ หรือตามศัพท์ทางกฎหมายที่ว่า 'การดื้อแพ่งทางกฎหมาย' (Civil Disobedience) นั่นเอง

 
          ดังตัวอย่างที่เห็นได้จาก นักต่อสู้เพื่ออิสรภาพและประชาธิปไตยที่มีชื่อเสียงหลายท่านไม่ว่าจะเป็น  มหาตมะ คานธี    มาร์ติน ลูเธอร์ คิง    เนลสัน แมนเดลล่า หรืออองซาน ซูจี ที่ได้เคยลุกขึ้นมาต่อสู้กับผู้มีอำนาจปกครอง และปฏิเสธที่จะปฏิบัติตามกฎหมายที่ไม่ชอบธรรมของรัฐ .. เมื่อในอดีตที่ผ่านมา

 
          ด้วยมุมมองในลักษณะนี้ การดื้อแพ่งทางกฎหมายของประชาชนจึงเป็นสิ่งที่สามารถกระทำได้ในสังคมประชาธิปไตย   โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากกฎหมายนั้นไม่มีความเป็นธรรม .. ดังสุภาษิตกฎหมายละตินที่ว่า

 
.. Lex  Injusta Non Est Lex ..

‘ก ฎ ห ม า ย ที่ ไ ม่ เ ป็ น ธ ร ร ม  ไ ม่ ใ ช่ ก ฎ ห ม า ย’

 
          ในเมื่อได้คำตอบแล้วว่าการปฏิเสธไม่ยอมรับผลทางกฎหมาย โดยอ้างว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากผู้มีอำนาจปกครอง หรือตัวบทกฎหมายเป็นหลักการที่ได้รับการยอมรับในหลักการปกครองตามระบอบประชาธิปไตย ประเด็นที่ชวนให้ขบคิดต่อไปเพื่อสร้างความชัดเจนในเรื่องนี้ก็คือ

 
การกระทำของบุคคลทั้งสอง จะถือว่าเป็นการต่อสู้เพื่อ

 

สิทธิอันชอบธรรมของตนเองในระบอบประชาธิปไตย

 

.. ไ ด้ ห รื อ ไ ม่ ..  ???

 
          เรื่องนี้ สามารถค้นหาคำตอบได้จากทัศนะของนักวิชาการด้านกฎหมาย ที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับ  ซึ่งได้เคยแสดงความคิดเห็นเอาไว้ผ่านงานเขียน  ดังเช่นที่จะยกขึ้นมากล่าวอ้างไว้ในที่นี้ 2 ท่านด้วยกันคือ

 
          ทัศนะของ  Prof. Rawls จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด นักวิชาการด้านนิติปรัชญา ผู้สนับสนุนหลักการดื้อแพ่งทางกฎหมายของประชาชนคนสำคัญ ที่ได้เคยให้ความเห็นที่น่าสนใจในประเด็นนี้เอาไว้ว่า

 
          การดื้อแพ่งทางกฎหมายของประชาชนเ  ป็นสิ่งที่สมควรทำได้ในสังคมประชาธิปไตย แต่การดื้อแพ่งนั้นจะเกิด 'ความชอบธรรม' ได้ก็ต่อเมื่อ

 

          เป็นการระทำโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเป็นธรรมในสังคม

 
          เป็นการกระทำที่แข็งขืนต่อกฎหมายที่ไม่มีความเป็นธรรมอย่างมาก

 
          เป็นการกระทำที่เป็นทางเลือกสุดท้ายหลักจากการแก้ไขปัญหาตามระบบล้มเหลว

 
          และ ต้องกระทำโดยสันติวิธี เปิดเผย

 

          โดยการกระทำทั้งหมดนั้น ผู้ที่ดื้อแพ่งต้องทำด้วยมโนธรรมสำนึกที่เปี่ยมไปด้วยความซื่อสัตย์และยึดมั่นต่อสถาบันกฎหมาย และพร้อมที่จะรับโทษทัณฑ์จากการกระทำนั้น อันเป็นสิ่งที่ต่างจากผู้กระทำผิดกฎหมายทั่วไป

 
          ซึ่งทัศนคติในประเด็นนี้สอดคล้องกับทัศนะของ Prof. Dworkin จากมหาวิทยาลัยอ๊อกฟอร์ด นักวิชาการอีกท่านหนึ่งที่ให้การสนับสนุนแนวคิดนี้ที่ว่า จะอย่างไรเสีย การดื้อแพ่งต่อกฎหมายยังคงต้องถือว่าเป็น การกระทำที่ผิดกฎหมาย ซึ่งผู้กระทำต้องยอมรับผิดในผลของการกระทำนั้น

 
          จากหลักการตามทัศนคติที่ยกขึ้นมากล่าวอ้างนี้  เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับการกระทำของบุคคลทั้งสอง ที่แสดงออกมาอย่างชัดเจนถึงท่าทีที่ไม่ยอมรับหลักการ การดื้อแพ่งทางกฎหมายโดยชอบธรรม ด้วยการปฎิเสธที่จะยอมผลของการกระทำตามกฎหมาย และหลบหนีความผิด หรือคดีความ ไปหลบซ่อนตัวอยู่ในต่างประเทศ ทำให้ไม่มีเหตุผลอันชอบธรรมอันใดมารองรับได้ว่า เขาทั้งสองต่อสู้เพื่อสิทธิและเสรีภาพตามหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตยเลย

 
          ในอดีต นักต่อสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพที่ได้รับการยกย่อง ไม่ว่าจะเป็น  มหาตมะคานธี   เนลสัน แมนเดลล่า  หรืออองซาน ซูจี ที่ใครคนหนึ่งนิยมนำมาแอบอ้างยกตนขึ้นไปเทียบเคียง  ไม่เคยมีใครหลบหนีความผิด เพื่อนำตัวเองให้พ้นไปจากคุกตาราง ทุกท่านที่กล่าวมาต่างยืนยันที่จะต่อสู้ตามอุดมการณ์ของตน โดยไม่หวั่นไหว หรือคิดหลบเลี่ยงจากผลทางกฎหมายที่ต้องเผชิญ

 
          แม้แต่กลุ่มพันธมิตรฯ ที่บุคคลทั้งสองคนกล่าวอยู่เสมอว่า เป็นพวกทำลายระบอบประชาธิปไตย และสร้างความเสียหายกับประเทศ โดยการดื้อแพ่งทางกฎหมายผ่านการกระทำอย่าง การชุมนุมประท้วง การยึดทำเนียบฯ หรือปิดสนามบิน ถามว่าวันนี้มีแกนนำคนไหนหลบหนีความผิด ดังเช่นที่เขาทั้งสองคนปฏิบัติบ้างหรือไม่

 
          การหลบหนีไปซุกอ้อมอกแห่งอำนาจอธิปไตยของประเทศอื่น แล้วเที่ยวให้สัมภาษณ์โจมตี หรือออกแถลงการณ์ตอบโต้ คงมิอาจถือได้ว่าเป็นการเคลื่อนไหวอย่างเปิดเผยเพื่ออุดมการณ์ที่เขาทั้งสองยึดมั่น  แต่เป็นการใช้อำนาจของผู้อื่นช่วยซ่อนเร้นอำพรางตนเองสำหรับเคลื่อนไหว ซึ่งไม่ได้ต่างจากคนขลาดที่ใช้อุดมการณ์เป็นสิ่งบังหน้า เพื่อทำให้ตนเองหลุดพ้นจากความผิดที่ก่อขึ้น โดยที่มิได้มุ่งหวังจะสร้างประโยชน์ใดๆ ให้เกิดขึ้นแก่สังคม

 
          อุดมการณ์ทางการเมืองที่ทั้งสองใช้เท้าขีดเขี่ยขึ้นมาอย่างหวัดๆ ในสาระหยาบๆ บนหลักการของ 'ประชาธิปไตย (ฉบับคนหนีคดี)’ ที่บิดเบือนคูณค่าของความหมายที่แท้จริงออกไป  เพื่อใช้ปลุกระดมมวลชนให้มาสนับสนุน เพียงหวังจะรอดพ้นจากประสบการณ์

 

 

.. ค รั้ ง ห นึ่ ง ข อ ง ชี วิ ต ใ น คุ ก .. เ ท่ า นั้ น เ อ ง ..

 

 

          หาได้ทำใช่เพื่อสิทธิและเสรีภาพ ตามหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริงแต่อย่างใด ดังนั้นข้ออ้างใดๆ ก็ตามที่หลุดออกมาจากปากของบุคคลทั้งสอง เพื่อสร้างความชอบธรรมในการเคลื่อนไหวรูปแบบต่างๆ    จึงเป็นได้แต่เพียง  'หลักกู'  ที่ปราศจาก  'หลักการ'  ใดๆ มารองรับทั้งสิ้น

 
          และสำหรับนักวิชาการทั้งหลาย ที่ออกมาให้การสนับสนุนการกระทำของบุคคลทั้งสองว่าสมควรได้รับการยกเว้นโทษ  รวมถึงการเข้าไปเป็นแนวร่วมในการวิพากษ์วิจารณ์ให้มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลง หรือออกกฎหมายใดๆ เพื่อยกเว้นโทษสำหรับบุคคลทั้งสอง

 
   .. ด้วยความเคารพในหลักการของกฎหมายที่ว่า ..

 

 

          กฎหมายที่ดี .. ย่อมสามารถถูกวิพากษ์วิจารณ์ได้

 

 

          การวิพากษ์วิจารณ์ที่กระทำโดยเจตนาบริสุทธิ์ และอยู่เพียงในกรอบทางวิชาการโดยไม่ละเมิดกฎหมายย่อมเป็นสิ่งที่สามารถยอมรับได้  แต่หากเมื่อใดหรือบุคคลใดก็ตาม วิพากษ์วิจารณ์จนเกินเลย เข้าข่ายที่เป็นการกระทำความผิด พวกท่านก็สมควรที่จะยอมรับในอำนาจบังคับตามกฎหมายที่ยังคงมีผลบังคับใช้อยู่ในขณะนั้น ด้วยเช่นกันมิใช่หรือ

 
          ดังเช่นที่  Prof. Griswold อดีตคณะบดีนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ได้เคยแสดงความไม่เห็นด้วยกับการเรียกร้องของอาจารย์มหาวิทยาลัยจำนวนมากในสหรัฐอเมริกา  ที่ต้องการให้ผู้ต้องหาในคดีความผิดต่อการดื้อแพ่งทางกฎหมายในช่วงสงครามเวียดนามให้ได้รับการปล่อยตัว

 

   .. ดังปรากฎอยู่ในข้อเขียนที่ว่า ..

 

          แก่นสาระสำคัญของกฎหมาย ได้แก่การปรับใช้กฎหมายโดยเสมอภาคแก่ทุกคน ในลักษณะที่ทุกคนต้องอยู่ภายใต้การผูกมัดของกฎหมาย โดยไม่คำนึงถึงมูลเหตุจูงใจส่วนตัว ด้วยเหตุนี้บรรดาคนที่คิดว่าการดื้อแพ่งทางกฎหมายของประชาชน เป็นเรื่องที่เกิดจากความเชื่อมั่นทางศีลธรรมจึงไม่ควรประหลาดใจ และรู้สึกขื่นขม เมื่อมีการพิพากษาลงโทษทางอาญาต่อการดื้อแพ่งนั้น โดยเขาต้องยอมรับความจริงว่าสังคมที่มีระเบียบแบบแผนไม่อาจยอมทนให้มีการกระทำใดๆ ที่อยู่เหนือกฎเกณฑ์แห่งกฎหมายได้ ..

 

          ดังนั้นกรุณาหยุดอ้างกันเสียทีเถอะครับว่า ..

 
          สิ่งที่พวกท่านกำลังเรียกร้องให้ยกเลิกความผิดให้กับใครก็ตาม ที่ได้ละเมิดกฎหมายไปก่อนหน้านี้นั้น เป็นบรรทัดฐานทางวิชาการที่บรรดาอารยประเทศยึดถือปฏิบัติกัน เพราะไม่ใช่นักวิชาการต่างประเทศทุกคนจะเห็นด้วยไปกับหลักการของพวกท่านหรอกครับ

 

 

บทความโดย


พรายพิลาศ


พุธ แรม ๘ ค่ำ เดือน ๔

พ.ศ. ๒๕๕๒

 

 

เอกสารอ้างอิง

 
Burton M. Lieser, “Liberty Justice and Morals”, (Mac Millan Publishing, 1979)

Ronald Dworkin, “Talking Right Seriously”, (Duckworth, 1978)

Erwin N. Griswold, “Philosophical Issues In Law : Cases and Material”,

(Prentice-Hall, 1977)

John Rawls, “A Theory of Justice”, (Oxford University Press, 1973)

 

 

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
chalee วันที่ : 19/03/2009 เวลา : 20.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chalee
This land taught me the value of life.

ฮา
ชอบเหรอ
ง้านเดี่ยวเอาไปโพสในบล็อกกลอน
ตามไปดู ไปแลด้วยนะเพื่อนพราย

คิคิ

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
พรายพิลาศ วันที่ : 19/03/2009 เวลา : 08.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/prypilas

สวัสดีครับคุณมะอึก

โอว์ ขอบคุณมากๆ เลยขอรับสำหรับคำนิยมที่กรุณามอบไว้ให้กับสมาชิกหน้าใหม่อย่างกระผมเป็นที่ระลึก
แต่ที่มากกว่านั้นคือน้ำใจของท่านที่มีให้ ทำให้บ้านใหม่ที่กระผมเพิ่งจะเข้ามาอยู่หลังนี้ ดูอบอุ่นขึ้นมากที่เดียวเชียวครับ

ขอบคุณอีกครั้ง ขอให้ท่านมีความสุขมากๆ นะขอรับ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
พรายพิลาศ วันที่ : 19/03/2009 เวลา : 08.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/prypilas

สวัสดีจร้าคุณหนูไฮโลว์

แหมๆๆ ทำเปงคุยว่าไม่รอดสายตา มีจิ้งจกไป จุ๊ๆๆ ให้ได้ยินอ่ะป่าว ถึงได้รู้อ่ะ เหอๆๆ

คงมิมีใครบังอาจว่าคุณหนูไฮโลว์ผู้นี้ว่าเป็นสาวดื้อละกระมังครับ เพราะถ้าขืนพูดออกไปเช่นนนั้น คงโดนวีน เม้งแตกกันมั่งล่ะ คริ คริ คริ

ขอบคุณสำหรับ 1 โหวต ที่มอบให้นะครับ ถ้ากระผมได้เป็นผู้แทนเมื่อไหร่รับรองว่า จะไม่โกงกินปลิ้นปล้อน เหมือนนักโกงเมืองกะหลั่วๆ แถวๆ นี้อย่างแน่นอน ขอแวบไปจิกซักนิดเพื่อความสบายใจ อุอุอุ

ส่วนยัยนรกจะลองไปชวนๆ ดูให้นะ แต่สงสัยว่าเจ้าหล่อนคงจะไม่สนใจเท่าไหร่ เพราะงานยุ่งซะเหลือเกิน

ขอบคุณที่แวะเข้ามาให้กำลังใจนะขอรับ ขอบอกว่ากระผมซาบซึ้งจนท้องร้องจ๊อกๆ หิวข้าวขึ้นมาตะหงิดๆ เชียวแหล่ะ ฮ่าๆๆ (แบบว่ามีสารเร่งความหิวปนมาในกำลังใจของคุณหนูไฉโลว์ด้วยงัย เอิ๊กๆๆ)

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
มะอึก วันที่ : 19/03/2009 เวลา : 08.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom

คารวะท่านพรายพิลาศ
.
นำเสนอได้ดีมากครับ...
ต้อนรับท่านด้วย 1 โหวต
.

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
พรายพิลาศ วันที่ : 19/03/2009 เวลา : 08.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/prypilas

สวัสดีคุณเพื่อนสาวของกระผม

ก็เพื่อนกระผมหายไปนิ เลยต้องตามมาอยู่ใกล้ๆ จะได้หายคิดถึง (อนุญาติให้อ้วกได้จร้า ฮ่าๆๆ)

น้ำใจที่มีให้เป็รที่รู้กันอยู่แล้ว ถึงคุณเพื่อนสาวจะไม่มาเปิดป้ายบ้านใหม่หลังนี้ให้ก็เหอะ

ชอบกลอนที่แต่งไว้ให้นี้จริงๆ นะเนี่ย
โดนใจมั่กๆ ตอนแรกคิดจะต่อกลอนด้วยแล้วเชียว แต่ดูไปดูมา กระผมว่าที่คุณเพื่อนสาวแต่งให้เนี่ยสมบูรณ์อยู่ในตัวที่สุดแล้ว (ทำเป็นพูดดีปายยย เรื่องของเรื่องก็คือ สมองทึบแต่งต่อไม่ได้ตะหากเล่า คริ คริ คริ)

ขอบคุณนะคุณเพื่อนสาวสำหรับกำลังใจ และสิ่งดีๆ ที่มอบให้ตลอดมา :)

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
พรายพิลาศ วันที่ : 19/03/2009 เวลา : 08.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/prypilas

สวัสดีครับคุณ chiranee

สำหรับกฎหมาย บางครั้งเราคงจะไปมองแต่ในแง่อรรถประโยชน์ ในการนำมาใช้มิได้ไปเสียทั้งหมด กฎหมายบางฉบับอาจดูเกินความจำเป็น หรือด้อยในเชิงประโยชน์ที่จะนำมาบังคับใช้ แต่คุณค่าแท้จริงที่ซ่อนอยู่กลับเป็นการรักษาอัตลักษณ์ ตัวตนของผู้คนในสังคม ให้ระลึดไว้อยู่เสมอว่าเราเป็นใคร และเพื่อรักษาจารีตปฏิบัติอันดีงามเอาไว้ไม่ให้สูญสลายหายไปพร้อมกับเวลา และใจของคนที่เปลี่ยนแปลงไป

ขอบคุณมากๆ นะครับที่เข้ามาทักทายพูดคุยในวันนี้

มีความสุขมากๆ นะครับ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
พรายพิลาศ วันที่ : 19/03/2009 เวลา : 08.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/prypilas

ขอบพระคุณอาจารย์มากครับ ที่กรุณาเข้ามากล่าวต้อรับเป็นท่านแรก

หลายๆ ครั้งที่คนเราก็มองไปข้างหน้า โดยละเลยที่จะนึกถึงหลักพื้นฐานอันควรคำนึง

เรามองไปที่การพัฒนาด้านวัตถุ โดยลืมนึกภึงไปว่าจริงๆ แล้วสิ่งที่ควรสร้างควบคู่ไปด้วยคือมโนธรรมพื้นฐานทางสังคม ที่จะเป็นรากแก้วคอยยึดให้สังคมมีรากฐานที่แข็งแรง

บางคนพูดถึงความชอบธรรมในการกระทำโดยที่ละลเยที่จะคิดไปว่า จริงๆ แล้วความชอบธรรมที่ตนเองชูขึ้นมานั้น มันมีอยู่จริงหรือไม่

เพราะหลายๆ เหตุ ที่นอกเหนือไปจากที่กล่าวถึงนี้กระมังครับ ที่ทำให้สังคมบ้านเราทุกวันนี้ดูสับสนวุ่นวายอย่างที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้

ขอบพระคุณอาจารย์อีกครั้งนะครับ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
chalee วันที่ : 19/03/2009 เวลา : 01.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chalee
This land taught me the value of life.

แต่โหวตที่ 3 แบ๊ะๆๆๆ ไม่รู้อะ คิคิ
ไงก็มาให้กำลังใจละกันนะเพื่อนนะ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
chalee วันที่ : 19/03/2009 เวลา : 01.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chalee
This land taught me the value of life.

ยัยความเห้น 6 คาเมนตีลังกา
โหวต 1 ช้านกดเอ๊ง
เพื่อนพรายยังทำไรไม่ถูกเล๊ย แม่คุ๊ณ คิคิ
กว่าจะโพสได้ก็บ่นซ๊าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
pukpik วันที่ : 19/03/2009 เวลา : 00.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pukpik
Love is not measured by how you feel.. but , how you make the other person feel..

เราไม่รู้เรื่องกฏหมายหรอก

เรารู้แต่ว่าเราไม่ดื้อเหมือนอีตาไม่มีที่ซุกหัวนอนสองคนนั่น

ผิด แต่ไม่ยอมรับผิด

พวกไม่ยอมรับกฏหมายในประเทศของตัวเอง

ก็ไปอยู่ที่อื่น ไป๊

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
pukpik วันที่ : 19/03/2009 เวลา : 00.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pukpik
Love is not measured by how you feel.. but , how you make the other person feel..

หวอดที่สอง ของข้าพเจ้านะ

หวอดแรก น่าจะหวอดให้ตัวเองดิ กิ๊วๆ


ความคิดเห็นที่ 5 (0)
pukpik วันที่ : 19/03/2009 เวลา : 00.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pukpik
Love is not measured by how you feel.. but , how you make the other person feel..

คุณหนูไฮโลว์ยินดีต้อนรับ

ถึงแม้จะแอบมา แต่ไม่คลาดสายตาเดี๊ยนนะฮ๊า

ว่างๆ ชวนยัยนรกแตกมาด้วยนะ คงหนุกหนาน


ความคิดเห็นที่ 4 (0)
chalee วันที่ : 18/03/2009 เวลา : 21.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chalee
This land taught me the value of life.

สวัสดี เพื่อนพรายของข้าพเจ้า

ดีใจจัง เพื่อนเปิดบ้านที่นี่ แหม ไม่รู้จะได้มาเปิดป้ายน๊าเนี่ย

ยินดีต้อนรับสู่บางโอเคนะจ๊ะ

มีความสุขกับการแบ่งปันเรื่องราวน้า


ความคิดเห็นที่ 3 (0)
chalee วันที่ : 18/03/2009 เวลา : 21.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chalee
This land taught me the value of life.

คนทำผิด คิดยึดครอง ปองอำนาจ
จึงหมายมาด วาดกฎ กบฏชั่ว
เปลี่ยนกฎหมาย ให้เข้าข้าง เข้าทางตัว
หน้าตามัว มืดดำ ระยำคน

เลือดเข้าตา หนทางรอด จอดสนิท
จึงหนีผิด ติดคดี ที่รู้ผล
ออกประจาน หาญท้า ประชาชน
สองเดนคน จึงจนตรอก อยู่นอกเมือง

“ชาลี”
๑๘ มีนาคม ๒๕๕๒

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
kkkk วันที่ : 18/03/2009 เวลา : 10.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jjjj
ช่วยกันคิด วันละนิด จิตแจ่มใส                                                                                                             


กฏหมายเขียนไว้...แต่ปฏิบัติอยู่ที่คนทำ...เมื่อไม่เหมาะสมกับนิสัยคนไทย...ก็ไม่ทราบจะดันทุรังไปทำไม....นะเจ้าคะ
"ทุกคนก็ตระหนักรู้ รอบรู้ พิจารณา ไตร่ตรอง...ความจริงก็คือความจริง ไม่ควรอายหรือกลัวขายหน้า....แค่นี้ก็ช้ำพอแล้วล่ะ.."

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ปฐม_มณีโรจน์ วันที่ : 18/03/2009 เวลา : 08.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/DrPatom

ยินดีต้อนรับสู่ประชาคม oknation blogger ครับ เป็นการยกประเด็นที่เป็นหัวใจ และตั้งคำถามระดับรากฐานมโนธรรมของของคนไทยเลยทีเดียว

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน