*/
  • พรายพิลาศ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-03-13
  • จำนวนเรื่อง : 86
  • จำนวนผู้ชม : 552493
  • จำนวนผู้โหวต : 181
  • ส่ง msg :
  • โหวต 181 คน
<< มิถุนายน 2009 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 3 มิถุนายน 2552
Posted by พรายพิลาศ , ผู้อ่าน : 6739 , 01:55:16 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

โปรดทิ้งขยะลงถัง  .. สมบัติสาธารณะอย่าทำลาย โปรดช่วยกันรักษา

ขึ้นลงชั้นเดียวโปรดใช้บันได .. โปรดเอื้อเฟื้อแก่เด็ก สตรีและคนชรา

.

          สารพัดคำกระตุ้นเตือนทั้งขอความร่วมมือ ขู่ด้วยค่าปรับ หรือแม้แต่ถ้อยคำประชดประชัน อย่าง ‘ที่หมาเยี่ยว’ ซึ่งหลายครั้งหลายคราดูเหมือนว่าคำเตือนเหล่านั้นจะค่อยไม่ได้ผลซักเท่าไหร่

.

.

.

.

          ทำไมกับประเทศที่ชาวต่างชาติต่างก็ให้การยกย่องว่ามีวัฒนธรรมที่งดงาม ผู้คนมีน้ำใจโอบอ้อมอารี ในบ้านเมืองกลับเต็มไปด้วยป้ายเตือนเพื่อปลุกจิตสำนึกมากมายถึงเพียงนี้

.

.

          บ้างก็บอกว่าที่เป็นเช่นนี้เพราะสังคมเปลี่ยนไปใจคนจึงเปลี่ยนตามไปด้วย

          หรือไม่ก็เพราะโลกของเราเจริญขึ้น ทุกอย่างจึงเปลี่ยนไปไม่เว้นแม้แต่ใจคน

.

.

          ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นจริงๆ ทำไมในประเทศที่เจริญแล้ว คนของเขาจึงรู้จักคิดได้เองโดยที่ไม่ต้องอาศัยป้าย หรือข้อความใดๆ มาคอยกระตุ้นเตือนหรือบอกกล่าวให้ต้องกระทำในสิ่งที่สมควรทำเลยล่ะ

.

.

.

.

          จากความจริงที่ปรากฎอยู่ในปัจจุบัน ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่า สังคมบ้านเรากำลังอยู่ในภาวะที่เกิดความพร่องหายไปของ  ‘จิตสาธารณะ’  ในตัวผู้คนกลุ่มใหญ่ อันส่งผลกระทบถึงต้นทุนทางสังคมที่ช่วยสร้างสภาวะแวดล้อมที่น่าอยู่ให้เกิดขึ้น รวมถึงโครงสร้างทางสังคมที่เข้มแข็งสำหรับการพัฒนาประเทศในอนาคต

.

‘ทำอะไรตามใจคือไทยแท้’

.

          นิยามกึ่งประชดที่มอบให้กับคนไทย ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นค่านิยมสำหรับผู้ใหญ่กลุ่มหนึ่งที่ยึดถือปฏิบัติเพื่อปฏิเสธความรับผิดชอบต่อสังคมกับการกระทำบางอย่างที่ไม่เหมาะสม ทำให้ผมไม่คิดที่ตั้งความหวังใดๆ หรือเล็งผลที่ดีเลิศนักกับการกระตุ้นจิตสำนึกเพื่อให้ท่านเหล่านั้นปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ปฏิบัติมาตลอดชีวิตของตนเอง

.

          ดังนั้นบทความในวันนี้ของผม จึงไม่ได้มีเจตนาที่จะขีดเขียน เพื่อหวังปลุกจิตสำนึกให้กับบรรดา ‘ไม้แก่ดัดยาก’ เหล่านั้นแต่อย่างใด หากแต่ต้องการบอกเล่าถึงเรื่องราวบางสิ่งบางอย่างอันน่าชื่นชมของผู้ใหญ่บางท่าน ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของการปลูกฝัง ‘จิตสาธารณะ’ ให้กับเด็กและเยาวชนเพื่อสะสมไว้เป็นต้นทุนทางสังคมต่อไปในอนาคตข้างหน้า

.

.

.

.

          ในสายวันหนึ่งที่ตัวผมต้องเดินทางเข้าไปทำธุระในโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งของจังหวัดนนทบุรี ตะแกรงลวดหลากสีสันซึ่งภายในบรรจุไว้ด้วยขวดพลาสติกมากมาย เป็นสิ่งที่สะกิดความสนใจของผม จนอดไม่ได้ที่จะต้องเอ่ยปากสอบถามกับอาจารย์ท่านหนึ่งเพื่อให้หายข้องใจว่า

.

          ทำไมถังขยะของโรงเรียนนี้จึงดูแปลกไปกว่าที่อื่น ???

.

          ซึ่งก็ได้คำตอบกลับมาว่า  ...  นั่นเป็นความคิดของท่านผู้อำนวยการโรงเรียน ซึ่งเพิ่งจะย้ายมาประจำโรงเรียนนี้ ที่ต้องการปรับเปลี่ยนรูปแบบของการจัดกิจกรรมกีฬาสีของนักเรียนเสียใหม่ โดยจากเดิมที่จะเรียกเก็บเงินค่ากิจกรรมของนักเรียนจากผู้ปกครอง ก็ให้เด็กหันมาหาเงินกันเองด้วยการเก็บขวดน้ำพลาสติกซึ่งเคยเป็นเพียงขยะที่ไร้ค่าสำหรับเด็กๆ รวบรวมเพื่อนำไปขาย ใครอยู่สีอะไรก็ให้นำขวดพลาสติก หรือเศษกระดาษทั้งที่ซื้อในโรงเรียนและที่มีอยู่ที่บ้าน ไปทิ้งในตะแกรงสีนั้นๆ โดยทางโรงเรียนได้ติดต่อประสานงานกับร้านรับซื้อของเก่าให้นำรถมารับซื้อถึงในโรงเรียน เพื่อรวบรวมเงินไว้จัดกิจกรรมที่จะมีขึ้นในช่วงภาคเรียนที่ 2

.

.

.

.

          จากคำบอกเล่า .. เวลาเพียงแค่ 2 อาทิตย์นับจากเปิดเทอม นักเรียนแต่ละกลุ่มมีสะสมแล้วถึงกว่า 2,000 บาท ซึ่งระหว่างที่ทำธุระอยู่ในโรงเรียนแห่งนั้น ผมได้มีโอกาสพูดคุยกับนักเรียนชายหญิงกลุ่มหนึ่งที่เข้ามาช่วยกันคัดแยกขวดน้ำพลาสติกใส่ถุงดำอย่างสนุกสนานร่าเริง เด็กๆ บอกผมว่าที่ต้องค่อยๆ คัดแยกเพราะ ขวดที่มีสภาพสมบูรณ์ไม่มีรอยบุบทางร้านจะรับซื้อโดยให้ราคาเป็นขวด แต่ถ้ามีรอยบุบต้องจะนำไปชั่งกิโลขายรวมกันซึ่งราคาจะถูกกว่ามาก

.

          คำพูดหยอกล้อ รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และความตั้งอกตั้งใจในการที่จะไม่ทำให้ขวดพลาสติกเกิดรอยบุบ ทำให้ผมรู้สึกว่า พวกเด็กๆ น่าจะภาคภูมิใจในผลงานของตนเองครั้งนี้อยู่ไม่น้อยเหมือนกัน กับการแปรสภาพสิ่งที่เคยไร้ค่าในสายตาให้กลายมาเป็นเม็ดเงินสำหรับพวกเขาได้

.

.

.

.

          คุณค่าของเรื่องราวที่เกิดขึ้น คงมิได้อยู่ที่จำนวนเงินของเด็กๆ ว่าจะได้มากหรือน้อยเท่าใด หากแต่เป็นสิ่งหนึ่งซึ่งกำลังหยั่งรากลึกลงไปในจิตใจของเด็กเหล่านั้น ที่กำลังสอนให้พวกเขาได้เรียนรู้ และทำความเข้าใจถึงความหมายของ ‘การทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม’ ว่าสามารถก่อให้เกิดความภาคภูมิใจได้มากมายขนาดไหนเมื่อลงมือกระทำ 

.

          จริงอยู่ที่ระบบการศึกษาในโรงเรียน ณ ปัจจุบัน อาจจะมีโครงงานมากมายที่ริเริ่มขึ้นมา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะปลูกฝัง ‘จิตสาธารณะ’ ให้กับเด็กนักเรียน แต่กับรูปแบบการปฏิบัติที่ไม่มีความเนื่องโดยอาศัยคะแนนเป็นแรงจูงใจในการปฏิบัติ ซึ่งยังคงมีลักษณะของการศึกษาในระบบที่จำกัดกรอบในลักษณะของการบังคับให้เด็กต้องกระทำตาม จะสัมฤทธิผลมากน้อยเพียงไหน ยังคงเป็นคำถามที่ได้รับคำตอบที่ไม่ชัดเจนนัก

.

          แต่กับวิธีการเรียนรู้แบบให้เด็กคิดและสร้างขึ้นเอง โดยการปล่อยให้เด็กสร้างบางสิ่งบางอย่างที่สามารถสัมผัสได้และมีความหมายกับตนเอง ย่อมก่อให้เกิดภาวะการเรียนรู้ได้ดีที่สุด โดยความรู้ใหม่ที่ได้มานั้นเด็กสามารถที่จะนำไปต่อยอดเพื่อสร้างสิ่งต่างๆ ที่มีความสลับซับซ้อนมากขึ้นได้อีกด้วย  และจะเกิดเป็นวงจรที่เสริมรับกันภายในตัวเองอย่างไม่มีที่สิ้นสุด (Constructionism Theory / Papert, 1999)

.

         จิตสาธารณะของเด็กในโรงเรียนที่กำลังงอกงามขึ้นจากสิ่งไร้ค่าที่เรียกว่า 'ขยะ' โดยความคิดริเริ่มของผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งนั้น ด้วยการนำขวดพลาสติกซึ่งเคยไร้ประโยชน์มาแต่งเติมความหมายให้กลายเป็น 'สื่อช่วยคิด' (Object to thonk with) สำหรับปลูกฝังค่านิยมที่ดีให้กับเด็กนักเรียนในความดูแลของตนเอง ได้สร้างความรู้สึกประทับใจให้กับผมผู้ที่บังเอิญผ่านไปพบเห็นเป็นอย่างมาก

.

          .. จนอดที่จะนึกถึงคำกล่าวหนึ่งขึ้นมาไม่ได้ ..

.

.

การเรียนรู้ที่ดีกว่า  ไม่ได้มาจากการค้นพบวิธีการสอนที่ดีกว่าของครู

หากแต่เป็นการ ‘ให้โอกาส’ ในการสร้าง  ‘สิ่งที่ดีกว่า ‘  แก่ผู้เรียน

Papert (1996)

.

.

          คงเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างมากหากทุกโรงเรียนในประเทศไทย สามารถสร้างแนวทางในการปลูกฝังความคิดเรื่อง ‘จิตสาธารณะ’ ให้เด็กไทยทุกคนได้เรียนรู้และสัมผัสถึงคุณค่าของการทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวม เพื่อให้ค่านิยมดังกล่าวบานสะพรั่งและเติบโตขึ้นไปพร้อมๆ กับวัยของพวกเขา

.

          .. เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่เป็นเช่นนั้น ..

.

          ผมเชื่อแน่ว่า ต้นทุนทางสังคมที่พร่องลงไปในวันนี้ จะถูกเติมเต็มขึ้นมาอีกครั้งด้วยมือของเด็กๆ เหล่านั้น ที่กำลังจะเติบโตขึ้นไปเป็นผู้ใหญ่ผู้เปี่ยมด้วย  ‘จิตสาธารณะ’  ในอนาคตอันใกล้ .. อย่างแน่นอน

.

.

.

.

บทความโดย

พรายพิลาศ

พุธ ขึ้น ๑๑ ค่ำ เดือน ๗

พ.ศ. ๒๕๕๒

.

.

.

ขอขอบคุณภาพประกอบบทความจาก

http://seedang.com/stories/21038

http://zhongyii.multiply.com/photos/album/17/17#7

http://www.worth1000.com/

.

.



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
งานเทคโนโลยีสารสนเทศ วันที่ : 08/08/2009 เวลา : 09.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wangnuea
=========== I C T  Wangnuea============

ในประเทศเจริญอย่างเกาหลี ญี่ปุ่นจิตสาธารณะมีสูงมาก ทั้งยังมีความรับผิดชอบต่อสังคมมากด้วย
บางที การมีจิตสาธารณะอาจขึ้นกับเศรษฐกิจด้วย ประเทศที่คนมีกินมีใช้คนก็ไม่กังวน ก็คิดช่วยสังคม แต่ประเทศที่ท้องยังหิวอยู่ก็ไม่สนใจสังคม ทำทุกทางเพื่อให้ได้เงินมา

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
มะอึก วันที่ : 05/06/2009 เวลา : 21.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom

ขยะคือทองคำของคนที่รู้ค่าครับท่าน....

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
พรายพิลาศ วันที่ : 04/06/2009 เวลา : 18.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/prypilas

สวัสดีครับคุณ supawan

คงเป็นดังคำที่ว่า ไม่อ่อนดัดง่าย ไม้แก่ดัดยาก นั่นล่ะครับ
ปลูกสิ่งที่ดีให้เด็ก มันก็จะติดตัวพวกเค้าไปจนโต

มีความสุขมากๆ นะครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
พรายพิลาศ วันที่ : 04/06/2009 เวลา : 18.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/prypilas

สวัสดีครับคุณปรัตยา

ขออภัยที่เข้ามาต้อรับช้าไปซักนิดนะครับ พอดีพักนี้งานยุ่งเหลือเกิน

ท่านเป็นผู้บริหารโรงเรียนที่น่าชื่นชมมากครับ
หลายๆ อย่างที่ท่านทำ ยืนยันให้เห็นได้ว่า
ท่านยึดประโยชน์ของเด็กในปกครองเป็นหลักจริงๆ

มีความสุขมากๆ นะครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Supawan วันที่ : 03/06/2009 เวลา : 07.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

ทุกสิ่ง ... ดีหรือไม่ดี ... เริ่มจากเมื่อเยาว์วัยทั้งสิ้น

สอนให้เด็กของเรา เป็นคนที่มีคุณภาพตั้งแต่วันนี้กันนะคะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ปรัตยา วันที่ : 03/06/2009 เวลา : 04.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chief-dan
บล็อคที่หวานแหววแต๋วจ๋าที่สุดในโอเคเนชั่นนะเธอ

ผ.อ. เจ๋งเนอะ



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน