*/
  • พรายพิลาศ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-03-13
  • จำนวนเรื่อง : 86
  • จำนวนผู้ชม : 544835
  • จำนวนผู้โหวต : 180
  • ส่ง msg :
  • โหวต 180 คน
<< มิถุนายน 2011 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 12 มิถุนายน 2554
Posted by พรายพิลาศ , ผู้อ่าน : 2867 , 23:26:37 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน arattikron , แม่ยายมากับตามี และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

,

.

ปราณี ธีรวิเศษไกร

.
จาก ‘แม่บ้าน’ สู่ ‘บัณฑิตเกียรตินิยม’ 
จาก ‘ปริญญาบนฝาผนัง’ สู่ ‘ปริญญาชีวิต’

.

.

     ชีวิตที่รับหน้าที่คอยดูแลรับส่งลูกชาย 2 คน เตรียมอาหาร และจัดการความเรียบร้อยภายในบ้านตามแบบฉบับของแม่บ้านที่ดีในครอบครัวเล็กๆ ซึ่งสามีรับราชการ ข่าวการเปิดรับสมัครนักศึกษาระดับปริญญาตรีในโครงการมหาวิทยาลัยชีวิต ที่มีเพื่อนมาบอกกล่าวชักชวนให้ไปเรียนด้วยกัน (เมื่อประมาณปี 49-50) จึงถือเป็นโอกาสสำคัญของพี่ปราณี ที่จะทำความฝันของตนเองให้เป็นจริง ในการที่จะได้มีใบปริญญามาใส่กรอบแขวนประดับไว้บนฝาผนังบ้านเหมือนกับคนอื่นๆ บ้าง

.

     “ไปเรียนเถอะ .. ดีกว่าปล่อยให้ชีวิตผ่านไปวันๆ หายใจเข้าออกทิ้งไปเฉยๆ”

.

     ไฟเขียวจากหัวหน้าครอบครัว ที่ยังคงทิ้งร่องรอยของความรู้สึก ‘เต็มปลื้ม’ ให้ผู้เขียนสัมผัสได้จากดวงตาของพี่ปราณีขณะพูดถึงเรื่องราวในตอนนั้นให้ได้ฟัง ซึ่งก็ได้กลายมาเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตการศึกษาในระดับอุดมศึกษา ด้วยวัย 44 ปี (ขณะนั้น) ที่แม้แต่ตัวพี่ปราณีเองก็ไม่คาดคิดมาก่อนว่า ผลของการตัดสินใจในครั้งนั้นจะทำให้ชีวิตของตัวเองและครอบครัวต้องเปลี่ยนแปลงไปจากที่เคยเป็นมา

.

.

.

.

     เรื่องราวชีวิตในฐานะนักศึกษาของพี่ปราณี ค่อยๆ ถูกเรียบเรียงและถ่ายทอดออกมาในการสนทนาอย่างละเอียด ไล่เรียงมาตั้งแต่ช่วง 3 อาทิตย์แรกที่พี่ปราณีรู้สึก ‘เป็นกังวล’ เพราะการเรียนในมหาวิทยาลัยชีวิตที่ ‘ใช้ชีวิตเป็นตัวตั้ง’ ซึ่งเน้นการปฏิบัติมากกว่าท่องอ่านจากในตำรา ดูค่อนข้างจะแตกต่างกับสิ่งที่คิดเอาไว้แต่แรกอย่างมากมาย ทำให้หลายครั้งพี่ปราณีรู้สึกท้อเพราะไม่แน่ใจว่าตนเองจะสามารถทำได้ จนเริ่มปรับตัวได้และรู้สึกสนุกไปกับการเรียน หลังจากพบว่าตัวเองเริ่มเปลี่ยนแปลงไป ด้วยความรู้ที่กำลังศึกษาเล่าเรียนอยู่นั้นสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในชีวิตของเธอได้อย่างเห็นผลจริงๆ

.

     จากคนขี้อายที่ไม่กล้าพูดกล้าแสดงออก และมักจะนั่งฟังเงียบๆ ในห้องเรียน ก็เริ่มที่จะกล้าคิด กล้าแลกเปลี่ยนความเห็นกับเพื่อนๆ ในชั้นเรียนมากขึ้น หลังจากที่ต้องออกไปร้องเพลง ‘ช้าง’ หน้าชั้นเรียน ตามคำเชิญของอาจารย์ท่านหนึ่ง ซึ่งพี่ปราณีบอกว่า “ฝืนร้องไปจนจบเพลงด้วยความประหม่า” แต่ถึงอย่างนั้นก็ได้ทำให้พี่ปราณีเริ่มรู้สึกว่าการพูด หรือแสดงออกต่อหน้าคนหมู่มาก ไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัว หรือเป็นสิ่งที่ตนเองไม่สามารถทำได้อีกต่อไป

.

     กับลูกชายทั้ง 2 คน ที่เริ่มจะโตเป็นหนุ่ม ซึ่งพี่ปราณีมักรู้สึกว่าความสนิทสนิทสนมที่เคยมีเริ่มทอดระยะห่างขึ้นเรื่อยๆ ก็กลับมาใกล้ชิดกันเหมือนเดิม จะต่างไปก็แต่เพียงสถานะที่จากเดิมเคยเป็นคนสอนการบ้านลูก ครั้งนี้กลับกลายมาเป็นลูกๆ ช่วยกันสอนการบ้านภาษาอังกฤษ และการใช้คอมพิวเตอร์ให้กับพี่ปราณีแทน ซึ่งบรรยากาศของการสอนการบ้าน มักจะอบอวลไปด้วยเสียงหัวเราะสนุกสนานของทั้งผู้เรียนและผู้สอนเสมอ ด้วยความที่ไม่ค่อยประสาในเรื่องการออกเสียงภาษาอังกฤษของตัวเธอ

.

     การทำบัญชีครัวเรือน การวางแผนชีวิต ที่แต่เดิมมองว่าเป็นเรื่องที่หยุมหยิมวุ่นวาย น่าเบื่อ แต่ทันทีที่ได้เห็นตัวเลขค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นในแต่ละเดือนที่ต้องเสียไป จึงได้รับรู้ถึงความสำคัญและทำให้พี่ปราณีเริ่มหันมาจัดระเบียบทางการเงินและชีวิตเสียใหม่อย่างจริงจัง ซึ่งก็ช่วยให้ลดภาระค่าใช้จ่ายหลายอย่างภายในบ้านลงไปได้อย่างมาก

.

     ทั้งๆ ที่มีที่ดินรอบๆ บ้านกว่า 100 ตารางวา บวกกับที่ในสวนอีกเกือบ 2 ไร่ แต่ถึงอย่างนั้นอาหารที่นำมาปรุงส่วนใหญ่กลับล้วนแล้วแต่ต้องไปซื้อหามาจากตลาดทั้งสิ้น จนได้มาทำโครงงาน ‘ผักอินทรีย์’ ในวิชา สปช.1 จึงทำให้พี่ปราณีได้รับรู้คุณค่าของทุนรอบๆ บ้านตนเองว่า สามารถปลูกผักเพื่อนำมารับประทานโดยไม่ต้องเสียเงินซื้อหาได้มากมายหลายชนิดขนาดไหน

.

.

.

.

     ปัจจุบันแม้พี่ปราณีจะได้รับปริญญาในสาขาศิลปศาสตร์บัณฑิตเกียรตินิยมอันดับ 2 (ซึ่งเพิ่มความรู้สึกพิเศษอีกเล็กน้อยตรงที่เป็นปริญญาที่เธอได้รับพร้อมกับลูกชายคนโต) สมความปรารถนาที่ต้องการจะมีใบปริญญาบัตรใส่กรอบแขวนประดับอยู่บนผนังบ้านของตนเอง แต่ก็ดูว่าสิ่งนั้นจะไม่ใช่สาระสำคัญอะไรอีกต่อไป มากไปกว่าความรู้ต่างๆ ที่ได้ศึกษาเล่าเรียนมานั้น ถูกแปรสภาพให้กลายเป็น ‘ปัญญา’ ที่สามารถนำมาสานต่อเพื่อทักทอความสุขให้กับชีวิตและครอบครัวของพี่ปราณีได้อย่างไม่รู้จบ บนพื้นฐานของการใช้ชีวิตตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพีย

. 

     ที่ดินรอบบ้านอุดมไปผักสารพัดชนิด รวมถึงโรงเห็ดที่สามารถเก็บผลผลิตได้ทุกวัน จนบ่อยครั้งที่บ้านของเธอกลายเป็นที่จ่ายตลาดของเพื่อนบ้านในละแวกนั้น ที่มาขอแบ่งปันซื้อหาไปรับประทาน เป็นสถานที่อบรมดูงานให้กับเพื่อนบ้านที่สนใจอยากจะทำได้อย่างเธอ บนพื้นที่เกือบ 2 ไร่ในสวน เพิ่มบ่อเลี้ยงปลาขึ้นมา 2 บ่อ แถมด้วยไม้ผลอีกสารพัดชนิด ที่พี่ปราณีคุยให้ฟังว่าบ้านเธอมีผลไม้ให้รับประทานตลอดทั้งปี โดยไม่ต้องเสียเงิน เสียเวลาออกไปซื้อหาแต่อย่างใด กลายมาเป็นฟิตเนสส่วนตัวของสามีในวัยเกษียณ ให้ได้ออกกำลังกายไปกับกิจวัตรประจำวันในการดูแลต้นไม้ ใส่ปุ๋ย และให้อาหารปลา

.

.

.

.

     “พี่รู้สึกว่าตัวเองโชคดีอยู่ 3 เรื่อง อย่างแรกพี่โชคดีที่มีสามีดี อย่างที่สองคือพี่มีลูกดี ลูกพี่ไม่เกเร สุดท้ายคือโชคดีที่ตัดสินใจมาเรียนที่ ม.ชีวิต .. ชีวิตพี่มีความสุขอย่างทุกวันนี้เพราะมหาวิทยาลัยชีวิต”

.

     คำพูดสรุปในช่วงท้ายของการสนทนากับพี่ปราณี ที่ละอองความสุขจากรอยยิ้มของผู้เล่า ถ่ายทอดแบ่งปันมาถึงผู้ฟัง จนผู้เขียนอดที่จะรู้สึกมีความสุขไปกับผู้หญิงธรรมดาอย่างพี่ปราณี บัณฑิตจากมหาวิทยาลัยชีวิตผู้นี้ไปด้วยไม่ได้จริงๆ

.

.

.

“สังคมไทยไม่ได้ขาดเงิน  หากแต่ขาด ‘ปัญญา’
ที่จะทำให้มองเห็นคุณค่าของสิ่งที่มีอยู่รอบตัว”

รศ.ดร.เสรี พงศ์พิศ
อธิการบดีสถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชน

.

.


.

บทความโดย

พรายพิลาศ

ขึ้น ๑๑ ค่ำ เดือน ๗

พ.ศ. ๒๕๕๔

.

.


หมายเหตุ : ปัจจุบันพี่ปราณี ยังคงพักอยู่ที่หมู่บ้านดงสันเงิน ต.บ่อแห้ว อ.เมือง จ.ลำปาง ซึ่งนอกบทบาทแม่บ้านที่ยังคงทำหน้าที่อย่างไม่บกพร่องแล้ว เธอยังมีส่วนในการลงพื้นที่บนดอยเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวเขาเผ่าต่างๆ ใน จ.ลำปาง เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการหมู่บ้าน โดยเป็นผู้ชักนำโครงการต้นกล้าอาชีพเข้าสู่หมู่บ้าน จนเกิดเป็นวิสาหกิจชุมชนขนาดย่อมที่ผลิตของใช้ในครัวเรือนใช้กันเองภายในหมู่บ้าน และกำลังจะเข้าทำงานในตำแหน่งอาจารย์ประจำวิชากระบวนทัศน์พัฒนาของศูนย์การเรียนรู้เพื่อปวงชนลำปาง ซึ่งเธอวางเป้าหมายไว้ว่าจะทำงานด้านการศึกษาระยะเวลาหนึ่งก่อนที่จะกลับไปศึกษาต่อในระดับปริญญาโทต่อไป
.

.

.



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
เพียงลำพัง วันที่ : 13/06/2011 เวลา : 22.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/palnglampung
"เขียนมาเถอะ..เราจะอ่านข้างๆ กัน"

ขอบคุณ..ทุกถ้อยคำที่ร้อยเรียง
ด้วยความสุขที่พอเพียง

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
พิชช่า วันที่ : 13/06/2011 เวลา : 19.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lovelearnlife

ความสุขที่เพียงพออยู่ที่จิตสำนึกด้วย...
ถ้าไร้จิตสำนึกที่จะแบ่งปัน....เขาไม่เคยพอหรอกค่ะ...

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ชบาตานี วันที่ : 13/06/2011 เวลา : 17.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chabatani

ชื่นชมค่ะ ขอปรบมือให้ดังๆค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
แม่ยายมากับตามี วันที่ : 13/06/2011 เวลา : 17.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/domyasalob
บ้านเล็กบ้านน้อยอีกหลังหนึ่ง http://www.oknation.net/blog/jankapor

ขอบคุณที่ร้อยผ่านตัวอักษร ให้เป็น เรื่องราวดีดี เรื่องนี้
โหวตด้วยความรู้สึกค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
khunphai วันที่ : 13/06/2011 เวลา : 15.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khunphai
<<<.ตัวคนเดียว สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องเที่ยวไป...ตามใจเรา>>>

น่าชื่นชมจังเลย
อยากทำแบบนี้จัง
แต่คนเราก็มีอะไรหลายอย่างที่แตกต่างกัน

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ยิหวา วันที่ : 13/06/2011 เวลา : 14.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jiwa
- - - You make my life fill with hope.- - - 

เรียกได้มั้ยว่า การศึกษาเปลี่ยนคนได้
อยากรู้จัง มีแต่ ม.นี้ที่เดียวหรือคะ
ที่จัดหลักสูตรแบบนี้ ????

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน