*/
  • พรายพิลาศ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-03-13
  • จำนวนเรื่อง : 86
  • จำนวนผู้ชม : 544209
  • จำนวนผู้โหวต : 180
  • ส่ง msg :
  • โหวต 180 คน
<< มีนาคม 2012 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 16 มีนาคม 2555
Posted by พรายพิลาศ , ผู้อ่าน : 2299 , 08:34:27 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน ซันญ่า , อิมกุดั่น และอีก 2 คนโหวตเรื่องนี้

   ภาพผู้สูงอายุประมาณ 4-5 คน    จับกลุ่มยืนคุยกันอย่างออกรส
ชาติระหว่างรอพระสงฆ์เข้ามารับบิณฑบาตรในหมู่บ้าน เป็นสิ่งที่เห็น
จนเป็นเรื่องปกติธรรมดาในเช้าของทุกวันกับทุกครั้งที่พาเจ้าลูกชาย
ขนปุยออกมาเดินเล่นรับอากาศบริสุทธ์

     ตัวผู้เขียนเองแม้โดยปกติจะตื่นเช้าเป็นประจำ  แต่กับเรื่องที่จะ
ออกไปร่วมใส่บาตรสะสมบุญกับคุณลุงคุณป้ากลุ่มนั้น        ถือเป็น
พฤติกรรมที่กระทำนับครั้งได้ ยิ่งในวันธรรมดาที่ไม่มีวาระพิเศษใดๆ
ในชีวิตด้วยแล้ว   การใส่บาตรสักครั้งอาจถึงขั้นที่เรียกว่าต้องอาศัย
แรงบันดาลใจเข้ามากระตุ้นต่อมบุญกันเป็นพิเศษเลยทีเดียว



     ดังเช่นเรื่องราวในเช้าวันหนึ่ง ..    ขณะที่กิจวัตรประจำวันกำลัง
ดำเนินไปตามปกติ      จากสายตาที่บังเอิญเหลือบไปเห็นภาพของ
ภิกษุหนุ่มหน้าตาสดใส        บ่งบอกถึงวัยที่เพิ่งย่างก้าวสู่ความเป็น
ผู้ใหญ่มาไม่นาน      ซึ่งแลดูไม่ค่อยจะคุ้นหน้าคุ้นตามาก่อนรูปหนึ่ง
กำลังเดินสำรวมมาพร้อมกับภิกษุชรารูปเดิม        ได้ก่อให้เกิดเป็น
แรงบันดาลใจแรกเห็น    ที่ทำให้เช้าวันนั้นกลายมาเป็นเป็นหนึ่งใน
ไม่กี่วันของการใส่บาตรในรอบปี
 
     ได้โปรดอย่าเพิ่งเข้าใจผิด    ชวนคิดกันไปว่าแรงบันดาลใจนั้น
เกิดจากความแปรปรวนของจิตใจ   ที่ปุ๊ปปั๊ปเกิดหันไปรักชอบอะไร
ใหม่ๆ ขึ้นมา หากแต่ภาพของภิกษุหนุ่มรูปนั้นนำผู้เขียนให้ประหวัด
หวนนึกย้อนกลับไปถึง ชีวิตวันแรกภายใต้ร่มเงาผ้ากาสวพัสตร์ของ
ตนเอง ซึ่งเหตุการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตลูกผู้ชาย (ที่ต้องห่างหายจาก
กกน.) ในครั้งนั้น  ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างจริงจังภายหลังได้รับฟังคำพูด
ที่มอบสติและกำลังใจจากคุณลุงท่านหนึ่ง   ที่บรรจงหยิบยื่นให้กับ
ภิกษุหน้าใหม่อย่างผู้เขียน .. แม้ว่าจะเป็นด้วยเหตุแห่งความเข้าใจ
ผิดก็ตาม ..
 
     เรื่องราวคราวนั้นยังจำได้ดีว่า ..



  ภายหลังจากเสร็จสิ้นพิธีการปลงผมบวชเข้าวัดได้ไม่นาน  ภิกษุ
หน้าใหม่อย่างผู้เขียนต้องรับกิจนิมนต์ขึ้นศาลาสวดฌาปนกิจศพใน
บ่ายของวันนั้นทันที
 
     เครียดซิครับแบบนี้ ..   เพิ่งมีฐานะเป็นพระได้ไม่ถึง 2 ชั่วโมงก็
ต้องออกปฏิบัติกิจแล้ว
 
     ความรู้สึกละอายใจที่ต้องขึ้นไปนั่งให้ผู้คนกราบไหว้     ทั้งๆ ที่
ตัวเองยังสวดอะไรไม่ได้เลยนอกจากตั้งนะโม 3 จบ  กับบทสวดขอ
อุปสมบทที่เพิ่งสวดไปเมื่อตอนเช้า ทำให้พระใหม่อย่างผู้เขียนรู้สึก
กระดากใจอย่างมาก     กับความรู้สึกที่เหมือนกำลังจะกระทำสิ่งซึ่ง
เป็นการหลอกลวงผู้คนตั้งแต่วันแรกที่เป็นพระ      แต่ถึงอย่างนั้นก็
เลี่ยงไม่ได้จำต้องกัดฟันไปทั้งๆ ที่สมองว่างเปล่าแบบนั้น     ยังดีที่
เจ้าภาพนิมนต์พระจากวัดอื่นมาด้วย    ทำให้รวมๆ แล้วบ่ายวันนั้นมี
ภิกษุอยู่บนศาลาไม่ต่ำกว่า 50 รูป   ซึ่งน่าจะมากพอที่จะทำให้ไม่มี
ใครหันมาสนใจภิกษุท้ายแถวที่สวดอะไรยังไม่เป็นเช่นผู้เขียน   ขึ้น
ไปได้ก็ทำตัวเป็นพระใบ้นั่งปิดปากสนิทหลับตานิ่งสงบ   เพราะกลัว
ต้องประสบกับสายตาที่เผอิญเหลือบมาทางท้ายแถว   และเมื่อทุก
อย่างเสร็จสิ้นก็รีบจ้ำอ้าวลงจากศาลาทันทีด้วยความโล่งอก
 
     แต่หลบลงมานั่งปลอดโปร่งโล่งใจได้ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง    ความ
เครียดของชีวิตใหม่ในวันแรกที่อาศัยผ้าเหลืองคลุมกาย   ก็กลับมา
เยือนอีกครั้ง ..   ทันทีที่หลวงพี่ท่านหนึ่งในวัดเดินมาบอกให้เตรียม
ตัวไปสวดพระอภิธรรมศพที่บ้านหลังหนึ่งในคืนนี้   ซึ่งเจ้าภาพจะส่ง
รถมารับเวลาหกโมงครึ่ง
 
     ‘อีกแล้วเหรอ (วะ) เนี่ย ..    จะเสียชีวิตกันในวันที่กระผมสึกไป
แล้วไม่ได้หรืองัยครับ’

     เสียงตัดพ้อที่แว้บเข้ามาในสมองซีกหนึ่ง    ขณะที่สมองอีกซีก
หนึ่งครุ่นคิดหาวิธีเอาตัวรอดจากวิกฤต  ที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่ถึง
60 นาทีข้างหน้า ..    นี่ก็ 5 โมงเย็นเข้าไปแล้ว ไอ้จะรีบไปนั่งท่อง
หรือก็คงจะไม่ทันแน่ๆ   เพราะภาษาบาลีอันยาวเหยียดขนาดนั้นมัน
ไม่ใช่สิ่งที่ดาวน์โหลดลงสมองได้ง่ายซะด้วย  แม้จะพอเดาคำตอบ
ได้อยู่บ้างแล้ว  แต่ก็ยังอดที่จะอ้อมแอ้มถามหลวงพี่ท่านนั้นไปเพื่อ
หวังเอาตัวรอดอีกครั้งไม่ได้ว่า     “ผมไม่ไปไม่ได้หรือครับหลวงพี่”
ซึ่งคำตอบก็เป็นไปตามที่คิดไว้จริงๆ  “ไม่ได้”  นี่เป็นกิจของสงฆ์ที่
ท่านไม่สามารถปฏิเสธได้

(เหมือนข้อเสนอของ ดอน วิโต้ คอร์เลโอเน่ แห่ง The Godfather
อย่างงัยอย่างงั้นเลย)
 
     เอาละซิทีนี้ ..      ไอ้ครั้นจะหลบไปเป็นภิกษุหางแถวอีกครั้งดัง
เช่นเมื่อตอนบ่าย ก็เห็นทีจะช่วยอะไรไม่ได้  เพราะวัดที่ผู้เขียนบวช
อยู่มีพระอยู่ด้วยกันแค่เพียง 7 รูปเท่านั้น  ยังงัยซะไม่ว่าจะไปนั่งอยู่
ตรงไหนของแถว ก็คงไม่พ้นระยะโฟกัสของสายตาของญาติโยมอยู่
ดี .. 'ไม่ไปก็ไม่ดี จะหนีออกจากวัดก็ไม่ได้' เลยตัดสินใจเด็ดขาดว่า
ขอใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงให้คุ้มค่าที่สุดก็แล้วกัน ท่องได้แค่ไหนก็เอา
ไปสวดมันแค่นั้นแหล่ะ (วะ)

     และแล้วก็ได้กำหนดเวลาที่ไม่ต้องการให้มาถึง ..
 
     พาหนะจากเจ้าภาพแล่นฉิวพาภิกษุทั้ง 7 รูป      มาถึงจุดหมาย
ปลายทางที่เป็นบ้านไม้สองชั้นหลังหนึ่ง      เหงื่อเริ่มแตกซิกบนใบ
หน้าที่พยายามปั้นออกมาให้สำรวมดูสุขุมคัมภีรภาพมากที่สุด   เท้า
ค่อยๆ ก้าวลงจากรถเดินตรงขึ้นบันไดบ้าน      สายตาคอยจับจ้องดู
ภิกษุรูปอื่นๆ ว่าทำกันอย่างไรเพื่อจะได้ทำตามบ้าง   และเมื่อนั่งลง
บนอาสนะที่ทางเจ้าของเรือนจัดเตรียมไว้ให้เป็นที่เรียบร้อย .. เวลา
ของพิธีกรรมทางศาสนาก็ได้เริ่มต้นขึ้น
 
     เสียงสวดมนต์ถูกเปล่งออกจากปากของภิกษุหน้าใหม่ด้วยความ
แผ่วเบาเคล้าไปกับเสียงภิกษุแก่พรรษารูปอื่น  ด้วยเกรงว่าจะเป็นที่
สังเกตุในเวลาที่เสียงนั้นหายไป ภาษาบาลีที่พยายามซึมซับมาเมื่อ
ตอนเย็น  ถูกอัพโหลดออกจากศีรษะที่เกลี้ยงเกลาภายในระยะเวลา
อันรวดเร็ว .. ได้เวลาสวมบทภิกษุใบ้อีกครั้งหนึ่งแล้ว ...
 
     เพียงแต่ครั้งนี้ผู้เขียนเลือกที่จะไม่นั่งหลับตาดังเช่นที่กระทำไป
เมื่อตอนบ่าย  แค่นั่งก้มหน้าลงเล็กน้อยเพื่ออาศัยศีรษะที่เพิ่งสัมผัส
กับใบมีดโกนมาหมาดๆ เมื่อเช้านี้ ส่งเสียงแทนคำพูดไปยังเจ้าของ
บ้านและแขกเหรื่อทั้งหลายให้พอเข้าใจและให้อภัยว่า ..

     “ขออย่าได้ถือสาหาความกับภิกษุใบ้บวชใหม่รูปนี้เลยนะครับ”



     ช่วงหนึ่งในขณะที่ไม่มีบทสวดให้อัพโหลดออกไป ..    ผู้เขียน
ลองเหลือบตาขึ้นมองเพื่อสังเกตุดูว่า   มีใครให้ความสนใจกับภิกษุ
หนุ่มไร้เสียงที่นั่งอยู่ตรงนี้หรือไม่  แค่เพียงแวบแรกที่เหลือบขึ้นไป
เท่านั้น สายตาก็ไปประสานเข้ากับดวงตาของชายที่ค่อนข้างมีอายุ
ท่านหนึ่งซึ่งประนมมืออยู่ไม่ห่างออกไปนัก  ที่กำลังจับจ้องมองมา
พอดี พร้อมกับรอยยิ้มอย่างมีเลศนัยบนใบหน้า ..

     ความละอายใจที่มีอยู่แล้ว ยิ่งพุ่งปรี้ดสูงขึ้นมาอีกเป็นเท่าทวีคูณ
จนอดที่จะตำหนิตัวเองในใจว่า ‘จะเหลือบตาขึ้นไปมองทำไมวะตรู’

     แต่ก็เหมือนกับฟ้าไม่ปิดหนทางให้กับผู้ละลายต่อบาป      เป็น
ความโชคดีที่บังเอิญว่าในจังหวะนั้น บดสวดอันคุ้นหูจากพระรูปอื่นๆ
วนกลับมาให้ได้ยินอีกครั้ง   ผู้เขียนไม่รอช้ารีบขยับปากสวดตามใน
ทันที  และเช่นเดิมบทสวดที่มีอยู่เล็กน้อยในสมองถูกปล่อยออกไป
จนหมดแม็กภายในเวลาอันสั้น  คราวนี้ผู้เขียนไม่กล้าที่จะเหลือบตา
ขึ้นไปมองใครอีกแล้ว   นั่งก้มหน้าอยู่กับความละอายใจของตนเอง
เช่นนั้นจนเสร็จสิ้นพิธี

     เจ้าของเรือนจัดแจงเรียกญาติพี่น้อง   ให้เข้ามาร่วมประเคนสิ่ง
ของแก่พระสงฆ์ตามธรรมเนียมปฏิบัติ และคุณลุงคนที่ส่งยิ้มให้เมื่อ
สักครู่ก็ขยับเข้ามาคุกเข่าอยู่ตรงหน้าของผู้เขียนทันที

     ‘เอ้า !! คุณลุง .. พระมีตั้ง 7 รูป     ทำไมต้องเลือกมาถวายให้
กระผมด้วยล่ะ’ .. แบบนี้ไม่ใช่เหตุบังเอิญแน่ๆ  ผู้เขียนคิดในขณะที่
นั่งสงบทำใจดีสู้เสือ แล้วก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ   เมื่อคุณลุงท่านนั้นได้
ขยับปากถามขึ้นพร้อมรอยยิ้มว่า
 
     “พระเพิ่งบวชใหม่หรือครับ”
 
     “เพิ่งบวชเมื่อเช้านี้เองครับ โยมลุง”    ผู้เขียนตอบกลับไปด้วย
ใบหน้าที่พยายามทำให้นิ่งสงบที่สุด
 
     คุณลุงยิ้มกว้างกว่าเดิมแล้วเอ่ยตอบกลับมาอีกว่า
 
     “เก่งนะครับ ผมเห็นพระพอสวดได้บ้างแล้วอีกหน่อยก็คงจะเก่ง
กว่านี้       พระหนุ่มๆ เดี๋ยวนี้หาที่บวชเข้ามาแล้วตั้งใจเข้ามาศึกษา
อย่างจริงๆ จังๆ ยากเต็มที”

     ผู้เขียนเพียงยิ้มรับคำพูดของคุณลุงท่านนั้น   หากแต่ในใจรู้สึก
อุ่นระอุขึ้นมาในทันทีเมื่อนึกถึงความหมายในถ้อยคำ ที่สะท้อนออก
มาให้พระใหม่อย่างผู้เขียนได้รับรู้ว่า  คุณลุงท่านนั้นหรืออาจจะรวม
ถึงชาวบ้านทั่วๆ ไป ความต้องการของพวกเขาก็เพียงแค่หวังจะให้
พระภิกษุตั้งใจศึกษาพระธรรมอย่างจริงจัง   เพื่อที่จะกราบไหว้บูชา
เป็นการระลึกถึงพระพุทธองค์          และนำพระธรรมคำสั่งสอนอัน
ประเสริฐของพระองค์กลับไปใช้ส่องนำทาง เพื่อดำเนินชีวิตเท่านั้น
เอง หาใช่ศาสนวัตถุ หรือศาสนสถานที่โอ่อ่าใหญ่โต  ซึ่งเป็นเพียง
แต่สัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงความเป็นพุทธศาสนาเท่านั้น

     เรื่องกลับกลายเป็นว่าบทสวดที่ผู้เขียนพยายามท่องจำในเวลา
อันสั้นเพราะละอายใจที่จะไปนั่งอยู่เฉยๆ  ทำให้คุณลุงท่านนั้นเกิด
เข้าใจผิด        คิดว่านั่นคือการแสดงออกถึงความตั้งใจที่จะศึกษา
พระธรรมของผู้เขียนในปลงผมบวชครั้งนั้น    ซึ่งจริงๆ แล้ว 'ไม่ใช่
เลย'     ผู้เขียนก็เพียงแค่ต้องการทำหน้าที่ของลูกชายคนเดียวใน
บ้านเพื่อสร้างความสุขทางใจให้กับบิดามารดา   ด้วยการบวชตาม
ประเพณีเท่านั้นเอง
 
     แต่ความเข้าใจผิดของคุณลุงในครั้งนั้น  ก็ได้มอบช่วงชีวิตหนึ่ง
ที่มีคุณค่าความหมายอย่างมากให้กับผู้เขียน   ทำให้รู้ว่าควรปฏิบัติ
ตัวต่อไปอย่างไรกับช่วงเวลา 1 เดือนนับแต่นี้   ที่จะครองตนอยู่ใน
ผ้าเหลือง โดยไม่ต้องละอายใจในตัวเองอีกต่อไป    เป็นกำไรชีวิต
ที่ได้รับมาอย่างคุ้มค่ากับการบวชเรียนครั้งหนึ่งในชีวิตของผู้เขียน

     คืนนั้น .. ผู้เขียนเดินกลับไปขึ้นพาหนะคันเดิม    พร้อมมุมมอง
ใหม่ในวิถีปฏิบัติตนที่ต่างไปจากเดิมที่คิดเอาไว้  ความละอายใจที่
ติดตัวมาตั้งแต่ตอนบ่ายถูกโยนทิ้งเอาไว้อยู่แถวนั้น   เจ้าภาพขยับ
ตามมาที่รถเพื่อส่งพระภิกษุทั้งหมดตามมารยาท

     นาทีนั้น .. ผู้เขียนนึกอยากจะเดินไปบอกท่านเจ้าภาพจริงๆ ว่า
 
     “รับรองนะโยม งานหน้าอาตมาจะสวดให้เสียงดังฟังชัดทีเดียว”
 
     แม้คำว่า  ‘งานหน้า’  ในความหมายของผู้เขียนจะหมายถึงงาน
บุญอื่นๆ ที่ไม่ใช่งานแบบนี้ แต่ก็คาดได้ว่าถ้าขืนพูดออกไปก่อนที่จะ
อธิบายอะไรให้กระจ่าง   ท่านเจ้าภาพก็คงจะประเคนอะไรบางอย่าง
มาให้พระใหม่อย่างผู้เขียนเป็นพิเศษกว่าพระรูปอื่นๆ       เป็นแน่แท้
อย่ากระนั้นเลย    เพียงแค่ยิ้มให้แล้วกลับไปจำวัดดูเป็นสิ่งที่สมควร
ปฏิบัติกว่ากันเยอะ ..  อย่าให้ท่านเจ้าภาพต้องมาทำบาปเพราะปาก
พระใหม่เลย



     นั่นล่ะครับคือที่แรงบันดาลใจที่เกิดขึ้นในเช้าวันนั้น ..

     เพราะเมื่อเห็นพระภิกษุหนุ่มรูปนั้น    โดยพิจารณาจากศีรษะที่
เกลี้ยงเกลาเป้นพิเศษทำให้พอจะคาดเดาได้ว่าท่านน่าเพิ่งบวชได้
ไม่นาน ผู้เขียนจึงอดไม่ได้ที่จะคิดไปเองว่า ..

     บางที ..  ท่านอาจต้องการกำลังใจเล็กๆ น้อยๆ     จากการใส่
บาตรของกระผมบ้างเช่นกัน


พรายพิลาศ


ขอบคุณภาพประกอบบทความจาก : www.tulfolio.multiply.com

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ซันญ่า วันที่ : 30/09/2012 เวลา : 09.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SonyaUAS
เส้นทางเดินที่...ยาวไกลในแผ่นดินอื่น  http://www.booking.com/hotel/th/comon-bungalow-haadchaophao.html_ www.comonbungalow.com www.OmoneyCenter.com/805941/G  

โอ้ .....กราบ กราบ กราบ
อ่าน แล้ว ระลึกเห็น ภาพ จากตัวอักษร เลยที่เดียว
ตื่นตา ตื่นใจ ในการมองพุทธโอรส ...........แรงบันดาลใจ จาก พุทธโอรสช่าง เป็นบารมี เหลือเกิน แผ่ให้ คน ลูกชาวบ้าน หรือลูก เศรษฐี กลายเป็น ชั้น สมมุมตติเทพ ผู้คน กราบไหว้ ..........สาธุ
.
.
อ่านไป ยิ้มไป ระยะ ใกล้ หมด อายุ อ่านธรรมะ เป็นสุขใจ มากค่ะ
ด้วยจิตคาราวะ
.
.

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
อิมกุดั่น วันที่ : 11/07/2012 เวลา : 18.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/im
คลิกชื่อ "  อิมกุดั่น " เลือก "สารภาพ" แล้วพบกันที่.. http://www.oknation.net/blog/canvas 

หายไปเลยค่ะ สงสัยจะไปช่วยบริหารฟาร์มงานยุ่งนะคะ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
พรายพิลาศ วันที่ : 18/03/2012 เวลา : 07.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/prypilas

สวัสดีครับป้าอิม .. ลิปซิงค์เพลงอ่ะมั่วไหวอยู่ครับ แต่เจอบาลีเข้าไปนี่ต้องยอมมอบตัวกับญาติโยมโดยไม่ขัดขืน เผื่อว่าจะได้ลดโทษน่ะครับ ^^

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
อิมกุดั่น วันที่ : 17/03/2012 เวลา : 20.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/im
คลิกชื่อ "  อิมกุดั่น " เลือก "สารภาพ" แล้วพบกันที่.. http://www.oknation.net/blog/canvas 

อ่า... พ่อพรายไม่ค่อยเคยลิปซิ้งค์ละซี ... เอิ๊กๆ
ทำแบบที่ว่าช้ากว่าคำที่ได้ยินนิดนึงอ่ะนะ

ท่องบทสวดมนต์ ง่ายอยู่เมื่อไหร่ล่ะเนาะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
พรายพิลาศ วันที่ : 16/03/2012 เวลา : 14.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/prypilas

สวัสดีครับคุณยามครับ .. ขอร่วมอนุโมทนาบุญในการบวชที่กำลังเตรียมตัวอยู่นี้ด้วยนะครับ ผมว่าได้บวชโดยไม่มีกิจนิมนต์มารบกวนเช่นนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้ปฏิบัติธรรมอย่างเต็มที่จริงๆ ไม่ว่าเวลาจะสั้นยาวเท่าไหร่ หากมีความตั้งใจเชื่อว่าการบวชครั้งนี้ของท่านจะนำมาซึ่งกุศล และประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตในช่วงต่อๆ ไปอย่างมากมายเลยครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
พรายพิลาศ วันที่ : 16/03/2012 เวลา : 14.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/prypilas

สวัสดีครับคุณจิตราภรณ์ .. ตอนนั้นผมกลับไปบวชที่บ้านเกิดที่ต่างจังหวัดน่ะครับ เป็นวัดในตัวอำเภอแต่ก็ยังไม่ได้เจริญอะไรมากมาย วิถีผู้คนก็ยังมีกลิ่นอายความเป็นชนบทอยู่บ้าง คนที่นั่นจะทำบุญกันที่วัดในชุมชนของตัวเองไม่ข้ามไปทำบุญที่วัดของชุมชนอื่น ประมาณว่าวัดใครวัดมันน่ะครับ ความสัมพันธ์ของคนในชุมชนกับวัดเลยค่อนข้างใกล้ชิดกันพอสมควร ซึ่งนั่นอาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดความคาดหวังในตัวคนที่เข้ามาบวชเป็นพระที่วัดของพวกเขากระมังครับ อย่างตอนผมไปบิณฑบาตรหลายคนเลยจะถามผมว่าบวชนานมั้ย สึกเมื่อไหร่ ตอบไปโดยที่ไม่ได้คิดว่าพวกเขาจะจำได้เหมือนกัน แต่พอใกล้จะถึงกำหนดสึกก็เริ่มเจอคำถามที่ว่า ไม่บวชต่ออีกหน่อยเหรอพระ จะรีบสึกไปทำไม อย่างนั้นเลยล่ะครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ยามครับ วันที่ : 16/03/2012 เวลา : 13.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yamkrub
สารพันเรื่องราวชักชวนให้ทุกท่านน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและธรรมะ มาประยุกต์ใช้ 

>>@ บางที .. ท่านอาจต้องการกำลังใจเล็กๆ น้อยๆ จากการใส่
บาตรของกระผมบ้างเช่นกัน


ผมล่ะชอบประโยคทิ้งท้ายจริงๆ

นี่ผมกำลังท่องคำขานนาคอยู่ครับ อายุเกินวัยบวชมานานแล้ว แต่กำลังจะไปบวช ครั้งที่ 2 แม้ว่าจะบวชสั้นๆ แต่ผมตั้งใจบวชครับ อุปัชฌาย์ซึ่งเป็นผู้ปกครองผม ท่านเคร่งเหลือเกิน เรื่องบทสวดมนต์ ผมก็เองแทบไม่ได้แตะลึกๆเลยเหมือนกัน คือ พอเข้าใจความหมายว่า แต่ละบทนั้น หมายถึงอะไร อย่าง อภิธรรม ก็เคยอ่านคำแปล แต่ให้ท่อง ก็คงไม่สามารถจำได้ภายในวันสองวันครับ

แต่บวชคราวนี้เรียบง่าย คาดว่า ไม่มีกิจนิมนต์ใด แต่ผมก็จะพยายามท่องให้พอจำได้ และเข้าใจความหมาย เพราะแต่ละบทมีความหมายในตัวครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
จิตราภรณ์ วันที่ : 16/03/2012 เวลา : 10.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jitrapon
ครั้นว่าได้ฮัก.....ฮักแล้วบ่ขืน....ครั้นว่าได้ลืน....บ่คืนออกได้....หมายถึง....รักแล้วรักเลย...ไม่มีทางเปลี่ยนแปลงเด็ดขาด

โมทนา สาธุ กับจิตอันมากด้วยเมตตา ปราณี ค่ะ

ความจริง ก็ไม่เคยมองในแง่นี้มาก่อนเลยค่ะ
เพราะเวลาฟังพระสวดก็ก้มหน้าก้มตาไหว้พระอย่างเดียวเลย



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน