*/
  • พรายพิลาศ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-03-13
  • จำนวนเรื่อง : 86
  • จำนวนผู้ชม : 544838
  • จำนวนผู้โหวต : 180
  • ส่ง msg :
  • โหวต 180 คน
<< พฤศจิกายน 2012 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 19 พฤศจิกายน 2555
Posted by พรายพิลาศ , ผู้อ่าน : 4479 , 16:03:05 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 12 คน อิมกุดั่น , นักเดินทางตัวเขื่อง และอีก 10 คนโหวตเรื่องนี้

 

..... ดินแดนแห่งน้ำนมและน้ำผึ้ง ..  ที่ครั้งหนึ่งเมื่อ 2,000 ปีก่อนคริสตกาล พระเจ้าได้ทรงสัญญาไว้กับ ท่านอับราฮัม

ซึ่งเป็นบรรพบุรุษของทั้งชาวยิวและชาวอาหรับไว้ว่า ... .............................................................................

 


..... "เราจะให้ดินแดนที่เจ้าอาศัยอยู่นี้ คือแผ่นดินคานาอันทั้งสิ้นแก่เจ้า และเชื้อสายของเจ้าที่สืบมาให้เป็นกรรมสิทธิ์

นิรันดร์และเราจะเป็นพระเจ้าของเจ้า” ...................................................................................................

 

 

ภาพจาก wikipedia

 

 

..... ‘คานาอัน’ หรือที่ปัจจุบันรู้จักกันดีในชื่อ .. ‘ปาเลสไตน์’ .. ซึ่งในวันนี้รัฐบาลอิสาราเอล ที่นำโดย นายกรัฐมนตรี

เบนจามิน เนทันยาฮู    สั่งระดมกองหนุน จำนวน 75,000 นาย      เข้าประชิดชายแดนปาเลสไตน์    เพื่อเตียมพร้อม

เข้าสู่ภาวะสงครามกับรัฐบาลฮามาส   หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายเปิดฉากโจมตีใส่กันด้วยจรวดมาเป็นเวลา 5 วันติดต่อกัน

ส่งผลให้ในฉนวนกาซ่ามีผู้เสียชีวิตแล้ว 49 คน  และบาดเจ็บอีกกว่า 450 คน      (ในจำนวนผู้เสียชีวิต มี 9 คน ที่เป็น

เด็ก)   ขณะที่มีจรวดจากกาซาถล่มอิสราเอลกว่า 500 ลูก    ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย และบาดเจ็บหลายสิบคน  (จาก

รายงานข่าว) ..................................................................................................................................

 

 

ภาพจาก topnews

 

 

..... ไฟสงครามที่ไม่เคยจางหายไปจากดินแดนแห่งนี้ ที่หลายคนคิดกันว่ามีสาเหตุมาจาก ‘ความต่าง’ ทางศาสนา ซึ่ง

ชวนให้สงสัยต่อมาอีกว่า .. จริงหรือ ???    ที่คำสอนของทุกศาสนา ซึ่งพยายามขัดเกลาให้มนุษย์ประพฤติดี จะกลาย

มาเป็นปฐมบท’  ของความขัดแย้งจนถึงขั้นที่ทำให้คนต่างเผ่าพันธุ์ต้องหยิบอาวุธขึ้นมาห่ำหั่นฆ่ากันได้         ทั้งๆ ที่

ศาสนายูดาย  คริสต์  และอิสลาม  ต่างก็นับถือในพระเจ้าองค์เดียวกัน     จะแตกต่างกันก็แต่เพียงวิถีปฏิบัติเพื่อเข้าถึง

พระองค์ ตามพระคัมภีร์ของแต่ละศาสนาที่พระเจ้าทรงประทานมาให้ในต่างวาระกันเท่านั้น   แล้วทำไมก่อนหน้านี้ชาว

ยิวกับชาวอาหรับจึงสามารถอยู่ด้วยกันได้อย่างสงบสุข .............................................................................. 

 

..... ในกรณีนี้  ‘ศาสนา’   จึงสมควรเป็นเพียงปัจจัยที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเสริมเติมประเด็นความขัดแย้งที่เกิดขึ้นนี้ในภาย

หลังเสียมากกว่า เพราะจากประวัติศาสตร์ความขัดแย้งของมนุษยชาติที่ถูกบันทึกเอาตลอดมา สงครามที่มนุษย์ลุกขึ้น

มาพรากผลาญชีวิตเพื่อนร่วมโลก จุดเริ่มต้นมักไม่เคยไกลไปจากเรื่องของ 'ผลประโยชน์'   และ  ‘ความเกลียดชัง’

เกือบทั้งสิ้นเลย ...............................................................................................................................

 

..... และก็เช่นเดียวกันกับความขัดแย้งในตะวันออกกลางครั้งนี้      ที่   ‘ผลประโยชน์’   ของชาติ      ที่เรียกตนเองว่า

‘มหาอำนาจ’  ได้ปลูกฝังเมล็ดพันธุ์แห่ง ‘ความเกลียดชัง’  ลงบนผืนแผ่นดินคานาอัน ที่ทำให้ไฟสงครามและรอยเลือด

ไม่เคยเลือนหายไปจากดินแดนแห่งนั้น ตราบจนถึงทุกวันนี้ .........................................................................

 

 

ภาพจาก daithaic.blogspot

 

 

..... เริ่มจากปี ค.ศ. 1860 เมื่อกลุ่ม Zionism ซึ่งประกอบไปด้วยชาวยิวผู้มีฐานะได้เริ่มก่อตัวขึ้นมาในยุโรป  โดยมีจุด

มุ่งหมายเพื่อฟื้นฟูรัฐยิวให้กลับคืนมาอีกครั้ง     ด้วยการระดมเงินกว้านซื้อที่ดินในเขตปาเลสไตน์จากสุลตานแห่งแห่ง

อาณาจักรออตโตมานซึ่งเป็นผู้ครอบครองพื้นที่ดังกล่าว จากนั้นก็คอยให้การสนับสนุนชาวยิวให้ย้ายถิ่นฐานกลับไปยัง

ดินแดนซึ่งพระเจ้าเคยประทานให้ไว้ในอดีต ทำให้รัฐยิวเริ่มปรากฎเค้าลางให้เห็นเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา ....................

 

..... จนในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 เพื่อจูงใจ และตอบแทนคุณูปการของ ดร.คาอิม      (ชาวยิวโอนสัญชาติ หนึ่งใน

สมาชิก Zionism)     ซึ่งสามารถคิดค้นดินระเบิดที่มีประสิทธิภาพสูง ซึ่งสามารถผลิตได้เองจากวัตถุดิบในประเทศให้

กองทัพอังกฤษไว้ใช้ในสงคราม    รัฐบาลอังกฤษจึงได้ตกลงใจที่จะมอบดินแดนในปาเลสไตน์ให้เป็นที่พักพิงถาวรแก่

ชาวยิว โดยทำข้อตกลงขึ้นมาภายใต้สนธิสัญญา  ‘บัลฟอร์’   ซึ่งลงนามโดย ลอร์ดอาร์เธอร์ เจมส์ บัลฟอร์    รมต.

กระทรวงกลาโหมในขณะนั้น ..............................................................................................................

 

 

ภาพจาก daithaic.blogspot

 

 

..... แต่ก็เป็นเรื่องธรรมดาของชาติมหาอำนาจ ซึ่งสุดท้ายไม่วายที่จะคิดถึงแต่ผลประโยชน์ของตัวเองเท่านั้น ในขณะ

ที่กำลังเล่นบทของผู้สำนึกในบุญคุณกับชาวยิว        สนธิสัญญาอีกฉบับหนึ่งซึ่งลงนามโดย เซอร์เฮนรี่ แม็คมาฮอน

ข้าหลวงใหญ่อังกฤษประจำอียิปต์   ก็ได้ถูกทำขึ้นมาพร้อมๆ กัน    บนข้อตกลงที่จะยกดินแดนบางส่วนรวมถึงดินแดน

ปาเลสไตน์ให้กับชาวอาหรับ เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ช่วยรบในสงครามด้วยเช่นกัน ..............................................

 

..... การเล่นบทผู้ดี 2 หน้าครั้งนี้ของอังกฤษ ทำให้หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 1 จบลง   ข้อพิพาธระหว่างอาหรับและ

ยิวจึงเกิดขึ้นมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  เพราะต่างฝ่ายต่างก็อ้างสิทธิของตนเหนือดินแดนปาเลสไตน์ตามสนธิสัญญาที่

ถือคนละฉบับ      และแม้ว่าในปี ค.ศ. 1923 องค์การสันนิบาตชาติจะตกลงให้อังกฤษส่งมอบดินแดนนั้นให้กับชาวยิว

ก็ตาม      แต่อังกฤษก็ยังคงเมินเฉย   แถมยังยกเรื่องนี้ขึ้นมาเป็นเครื่องต่อรองกับประเทศอาหรับ     เพื่อให้ช่วยรบใน

สงครามโลกครั้งที่ 2 อีกครั้ง    และก็อีกเช่นเคยที่เมื่อหลังสงคราม อังกฤษก็ยังคงครอบครองดินแดนนี้ไว้ซะเอง โดย

ไม่ได้ส่งมอบให้กับฝ่ายใด      ท่ามกลางความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น จากจำนวนชาวยิวที่อพยพเข้ามาหลัง

สงครามซึ่งเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ    จนกระทั่งในปี 1947 องค์การสหประชาชาติจึงแก้ปัญหาดังกล่าวด้วยการมีมติ

แบ่งดินแดนปาเลสไตน์ออกเป็น 2 ส่วน สำหรับชาวอาหรับและชาวยิว ...........................................................

 

 

ภาพจาก levantium 

 

 

..... เป็นที่แน่นอนว่าสำหรับชาวยิวการมีแผ่นดินเป็นของตนเองย่อมเป็นสิ่งซึ่งน่ายินดีเป็นอย่างมาก แต่กับชาวอาหรับ

ซึ่งเห็นว่าตนเองสมควรได้รับสิทธิในการครอบครองดินแดนแห่งนี้แต่เพียงฝ่ายเดียว    มติเช่นนี้ย่อมไม่เป็นที่น่าพอใจ

อย่างแน่นอน ดังเช่นที่นาย Faris el-Khouri ผู้แทนซีเรียในองค์การสหประชาชาติได้ลุกขึ้นประกาศว่า ... ...............



..... “ตราบใดที่ปัญหาปาเลสไตน์ยังไม่ได้รับการแก้ไข         พวกเราจะไม่รับประกันความปลอดภัยของชาวยิวในโลก

อาหรับ ..” .....................................................................................................................................

 

..... และคำประกาศนี้ก็มิใช่เป็นเพียงคำขู่     เพราะหลังจากนั้นการจราจลต่อต้านชาวยิวได้แพร่กระจายออกไปเป็นวง

กว้างในกลุ่มประเทศอาหรับ   ส่งผลให้ชาวยิวที่อาศัยอยู่ในประเทศแถบนั้นต้องเสียชีวิตลงไปเป็นจำนวนมาก   จึงเกิด

กระแสการอพยพครั้งใหญ่ของชาวยิวจำนวนนับล้านเข้าสู่ .. อิสราเอล ..........................................................

 


ภาพจาก messianicjudaism

 

 

..... ในปีถัดมา (1948)  ความขัดแย้งที่คุกรุ่นอยู่เป็นเวลานานก็ได้เวลาประทุขึ้น สร้างรอยแผลให้กับดินแดนแห่งนี้จน

ยากที่จะเยียวยาได้อีกต่อไป    ทันทีที่อังกฤษสั่งถอนกำลังทหารออกจากภูมิภาคนี้เพื่อรักษาผลประโยชน์ในเรื่องของ

น้ำมันกับกลุ่มประเทศอาหรับเอาไว้    อันเป็นเสมือนการเปิดทางให้กับกองทัพอาหรับเข้าบดขยี้ยิวได้ตามสะดวก ควัน

ไฟของสงครามก็ได้เคลื่อนเข้ามาคลี่คลุมบนผืนแผ่นดินนี้ .. ทันที ...............................................................



..... ชาวยิวประกาศตั้งประเทศอิสราเอลขึ้นมาทันทีในวันนั้น (14 พฤษภาคม 1948)  ภายใต้บรรยากาศแห่งการเฉลิม

ฉลองเอกราชที่พวกเขารอมานานกว่า 3,000 ปี ที่จัดขึ้นพร้อมกับการเตรียมพร้อมเข้าสู่ภาวะสงคราม ก่อนที่ในเช้าวัน

รุ่งขึ้น กองทัพอาหรับ 5 ประเทศอันประกอบไปด้วย อียิปต์ อิรัค ซีเรีย จอร์แดน และเลบานอน ก็บุกเข้าสู่อิสราเอลทุก

ทิศทาง พร้อมคำประกาศกร้าวว่า .. จะขับไล่ยิวให้ตกทะเลภายใน 1 สัปดาห์ ..................................................

 

..... แต่เหตุการณ์ก็หาได้เป็นเช่นนั้น .. ..................................................................................................

 

..... วิกฤตการณ์คลองสุเอซในครั้งนั้นกลับยืดเยื้อกินเวลาไปกว่า 8 เดือน โดยที่กลุ่มประเทศอาหรับไม่สามารถบดขยี้

ยิวได้ดังที่หวัง  จนองค์การสหประชาชาติ และอังกฤษต้องออกหน้าเข้ามาไกล่เกลี่ย  และแม้จะได้ข้อสรุปที่อิสราเอล

ต้องยอมเฉือนแบ่งดินแดนในส่วนของตนออกไปให้กับประเทศอาหรับต่างๆ อีกครั้ง  แต่คราบเลือดบนความขัดแย้งที่

เกิดขึ้นมาคราวนี้ดูเหมือนว่า .. จะล้างไม่ออกเสียแล้ว .. ............................................................................

 

 

ภาพจาก topnews

 

 

..... ในปี 1967 กลุ่มประเทศอาหรับ กำลังพลรวมกันกว่า 700,000 นาย บุกเข้าโจมตีอิสราเอลอีกครั้ง .. ...............

 

..... ตูม !! ตูม !! ตูม !! ......................................................................................................................


..... สงครามจบลงภายในเวลา 6 วัน   อิยิปต์ จอร์แดน อิรัค และซีเรีย สูญเสียกองทัพอากาศไปทั้งหมด จอร์แดนเสีย

ทหารไปเกือบ 20,000 คน อียิปต์อีกหมื่นกว่าคน     ในขณะที่อิสราเอลเสียทหารไปประมาณ 600 กว่าคน และได้ดิน

แดนเพิ่มขึ้นถึง4 เท่าตัว รวมถึงกรุงเยรูซาเล็ม ฉนวนกาซ่า และเวสต์แบงก์ ......................................................

 

..... สำหรับชาวยิวในการสู้รบทั้งสองครั้งทำให้ .. ‘อิสราเอล’ .. กลายมาเป็น ..‘บ้าน’  หลังแรกของพวกเขาที่พระเจ้า

ทรงประทานให้  เป็น ‘บ้าน’  หลังสุดท้ายที่ให้พวกเขายืนหยัดทรงกายโดยที่ไม่ต้องเป็นเพียงผู้อาศัย    และจะไม่ยอม

ให้ใครมาข่มเหงรังแกอีก เป็น  ‘บ้าน’  ที่พวกเขาใช้เลือด เนื้อ ชีวิต เข้าปกปักษ์รักษาเอาไว้ สิ่งเหล่านั้นยิ่งสร้างความ

ผูกพันกับแผ่นดินนี้จากเดิมที่มีมากอยู่แล้ว ให้ยิ่งเพิ่มมากขึ้นไปอีกเป็นเท่าทวี ..................................................

 

 

ภาพจาก askmeany

 

..... แต่กับชาวอาหรับ  หยดเลือดและชีวิตที่ต้องสูญเสียในความพ่ายแพ้     ที่ได้รับจากสงครามกับอิสราเอลในครั้งนี้

ย่อมก่อให้เกิดเป็นรอยแค้นที่ยากจะลบเลือนไปจากใจ ทำให้ไม่อาจยอมรับได้ที่ต้องเห็น ‘ศัตรู’ ดำรงอยู่ท่ามกลางมวล

หมู่พวกตน    แม้ว่าต่อมา ในวันที่ 18 พฤษภาคม 1994 อิสราเอลจะตกลงให้ชาวปาเลสไตน์ในเขตเวสต์แบงก์เลือกผู้

บริหารของตนขึ้นปกครองกันเองและถอนทหารทั้งหมดออกจากฉนวนกาซ่าในปี 2005 แล้วก็ตาม     แต่นั่นก็ยังคงไม่

สามารถลบเลือนความเกลียดชังที่เกิดขึ้นมาแล้วให้หายไปได้ .....................................................................

 

..... ‘ความเกลียดชัง’   ที่ผู้คนทั้ง 2 ชนชาติไม่ได้เป็นผู้ก่อขึ้นแต่แรก แต่ต้องแบกรับเอาไว้มาเป็นเวลานาน ท่ามกลาง

เสียงระเบิด ควันไฟ น้ำตา และความสูญเสีย ...........................................................................................

 

..... นี่ล่ะ .. ผลงานของมหาอำนาจในประวัติศาสตร์ความขัดแย้ง ................................................................

 

 

ภาพจาก desertpeace

 

 

..... ใครผิด ใครถูก     คงไม่ใช่สิ่งที่สำคัญอีกต่อไปแล้วในวันนี้   ที่เขียนบทความนี้ขึ้นมาก็เพื่อต้องการจะชี้ให้เห็นถึง

สันดานมหาอำนาจที่ไม่เคยเห็นอะไรสำคัญไปกว่าผลประโยชน์ของตัวเองก็เท่านั้น         ยิ่งกับโลกทุกวันนี้ที่ประเทศ

มหาอำนาจสามารถตัดสินชี้ผิดชี้ถูกตามใจปรารถนา   และอเมริกาก็แสดงทีท่ามาโดยตลอดว่าสนับสนุนอิสราเอล ใน

ขณะที่อิหร่านก็มีความชัดเจนเช่นกันว่าพร้อมจะสนับสนุนรัฐบาลฮามาส หากเมื่อไหร่ที่ความขัดแย้งถูกขยายจนกลาย

เป็นสงคราม ก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่าจะลุกลามไปได้ถึงขนาดไหน   เพราะอเมริกาเองก็มองหาโอกาสที่จะเข้าไปตักตวง

ผลประโยชน์ในอิหร่านมานานแล้วด้วย ..................................................................................................

 

..... ชวนให้คิดสงสัยต่อไปถึงการมาเยือนของผู้นำอเมริกา  ที่ประเทศไทยให้การต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ ได้มีการพูดคุย

ตกลงด้านความร่วมมืออะไรไปบ้าง   เพราะหากยังไม่ลืมเมื่อตอนสงครามกับอิรัค เครื่องบินของกองทัพอากาศสหรัฐ

ก็เคยแวะมาจอดเติมน้ำมันที่อู่ตะเภามาแล้ว  ซึ่งครั้งนี้หากยังปล่อยให้เกิดขึ้นเช่นนั้นอีก ประเทศไทยก็คงจะสุ่มเสี่ยงที่

จะถูกไฟสงครามจากตะวันออกกลางลามมาถึงด้วยเช่นกัน เพราะอิหร่านได้ประกาศออกมาอย่างชัดเจนแล้วว่า ..... ..

 

..... ประเทศใดให้ความร่วมมือกับผู้รุกรานอิหร่าน หรือประเทศอิสลามที่เป็นพันธมิตรกับอิหร่าน     ประเทศเหล่านั้นก็

ต้องลุกเป็นไฟด้วยเช่นกัน ..................................................................................................................

 

 

 

 

พรายพิลาศ

 

 

 

ข้อมูลอ้างอิง


ยิว : ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมทย์

แหวกยิวเข้าฉนวนกาซ่า : จันทร์ ศรีจรูญ แอนเดอร์สัน

อิสราเอล-ปาเลสไตน์ : Janghuman

‘ปาเลสไตน์’ ความหมายที่ถูกแปลเปลี่ยน : เอื้องอัยราวัณ

 

 

United / Playing For Change

 

 

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
พรายพิลาศ วันที่ : 22/11/2012 เวลา : 23.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/prypilas

สวัสดีครับคุณยามครับ

วันนี้ได้ข่าวมาว่ารัฐบาลฮามาสกับรัฐบาลอิสราเอล ได้ทำข้อตกลงหยุดยิงกันแล้ว
ผู้คนบริเวณนั้นคงจะหายใจโล่งอกกันได้บ้างแล้วนะครับ
ขอบคุณคุณยามครับมากครับ

ความคิดเห็นที่ 27 พรายพิลาศ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ยามครับ วันที่ : 22/11/2012 เวลา : 12.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yamkrub
สารพันเรื่องราวชักชวนให้ทุกท่านน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและธรรมะ มาประยุกต์ใช้ 

เราคิดตรงกันครับ -- ใครผิด ใครถูก คงไม่ใช่สิ่งที่สำคัญอีกต่อไปแล้วในวันนี้ ที่เขียนบทความนี้ขึ้นมาก็เพื่อต้องการจะชี้ให้เห็นถึงสันดานมหาอำนาจที่ไม่เคยเห็นอะไรสำคัญไปกว่าผลประโยชน์ของตัวเองก็เท่านั้น--

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
พรายพิลาศ วันที่ : 21/11/2012 เวลา : 00.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/prypilas

สวัสดีครับลุงหนอน

ผมเองก็มีประสบการณ์ร่วมเช่นเดียวกับลุงหนอนมาแล้วเหมือนกันครับ หุหุ

สันดานมะกันมันก็อย่างนั้นล่ะครับลุงหนอน โปรยผลประโยชน์เข้าล่อ ประเทศไหนมีผู้นำละโมบ ก็สบายคุณมะกันไป และตราบใดที่ผลประโยชน์ยังเข้าตัวอยู่ ก็อย่าหวังเลยครับว่าคุณมะกันเขาจะออกมาชี้หน้าด่ารัฐบาลที่ให้ผลประโยชน์กับตัวเองว่าเลว อย่างซุจี ที่รัฐบาลมะกันหนุนนักหนุนหนาอยากให้ขึ้นเป็นผู้นำในพม่าซะจริงๆ เรื่องของเรื่องก็ไม่ใช่รักประชาธิปไตยอะไรหรอกครับ ก็แค่หวังว่าถ้าซูจีขึ้นไปมีอำนาจตัวเองจะได้เข้าไปแชร์ผลประโยชน์กับจีน กับฝรั่งเศส กับเยอรมัน ในพม่าบ้าง เพื่อผลประโยชน์ทั้งนั้นล่ะครับรัฐบาลมะกันชน (เรื่องซูจีนี่ เป็นอารมณ์ความรู้สึกส่วนตัวล้วนๆ น่ะครับลุง เหอๆๆ )
ขอบคุณลุงหนอนมากครับ .. ก่อนโพสต์ copy ความเห็นที่พิมพ์ไว้ก่อนดีกว่า 55

ความคิดเห็นที่ 25 พรายพิลาศ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
driftworm วันที่ : 20/11/2012 เวลา : 12.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

แหม อาการเดิมกลับมาอีกแล้ว ล็อกอินหลุดเร็วเกินไป ทำให้แสนท้อ เพราะพิมพ์ความเห็นไปเยอะ
เอานะ ยอมเสียเวลาทำมาหากินอีกสักหน่อย (แม๋ม งานค้างหน้าร้านนะเนี่ย)
เขียนที่บล๊อกนี้เสร็จก็ปิดเครื่องละ
......................
คห. ๑๕ มันดีจังครับ ๕๕๕๕

กรณีนี้ ผมไม่รู้อะไรลึกซึ้ง ได้แต่อ่านเก็บ และรู้สึกคันเขี้ยวอยากกัดเล่นเมื่ออ่านเรื่องลัทธิประชาธิปไตยของตะวันตก
กับคำหมายหน้าของชาติอาหรับ
จนอยากพูดว่า (พวกทักษิณน่ะ) ก็ริกรี้เอาลัทธิประชาธิปไตยแบบฝรั่งมาแบบไม่กรองสิ มันพ่วงมาด้วยไฟสงครามทุกที่ไป
พ่วงมาโดยไม่ใช่ที่เนื้อหาสวยหรู แต่จะเรียกว่าโดยอะไรละ อย่างเช่นที่จะมาขอใช้อู่ตะเภาก็ชักศึกเข้าบ้านชัด ๆ
นี่เห็นกระดี๊กระด๊านำเสนอตัวเองเข้า TPP จนโอบาม่ายังตกใจต้องรีบโบกมือ เฮ้ย ยูศึกษาให้ดีก่อน
ใช่ ศึกษาให้ดีนะ เพราะงานนี้ต้องอุทิศตัวจนเหลือแต่กระดูก

นั่นผมก็พูดไป แบบเอามัน
แต่ที่ไม่ใช่เอามันคือ พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาส พูดในเนชั่นสุดสัปดาห์ เล่มล่าสุด หน้า ๗ ว่า "วันนี้ไม่มีใครรู้ว่าอเมริกา
มาตั้งฐานทัพเรืออยู่ที่ประเทศไทย ก่อนหน้านี้ขอมายังกองทัพเรือไทย แต่เราไม่อนุญาต กองทัพสหรัฐจึงใช้บริษัท
เอกชนบังหน้า เข้ามาเช่าที่ในท่าเรือแหลมฉบัง แล้วขนเรือรบมาจอดประจำการในฝั่งไทย สหรัฐอ้างว่าเป็นเรือเพื่อ
ใช้สำหรับช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม แต่รู้หรือไม่ว่านั่นคือเรือรบนิวเคลียร์ที่มีอยู่แค่ ๑ ใน ๖ ลำของโลก เป็นเรือที่สามารถ
บรรทุกเครื่องบินรบได้ ผมถามว่า สหรัฐเอาเรือที่ใช้ในการสงครามมาจอดในประเทศไทยได้อย่างไร"

รัฐบาลยิ่งงักไม่รู้ไม่เห็น ? แค่ระยองนี่เอง ใกล้กรุงเทพมาก
ประเด็นนี้ก็เหมือนครั้งขบวนการนักศึกษาขับไล่ฐานทัพอู่ตะเภา ฐานทัพตาคลี ที่ใช้บินไปบอมบ์เวียดนาม เขมร
และประเด็นนี้ สามารถล้มรัฐบาลยิ่งงักได้เลยนะ จะบอกให้
.

(เห้อออออออออ เหนื่อยวะ ไปแระ ทำงานหาตังค์หน่อย)

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
พรายพิลาศ วันที่ : 20/11/2012 เวลา : 11.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/prypilas

สวัสดีครับคุณไผ่
เรื่องผลกระทบคงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้หรอกครับ
เพราะด้วยความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจบนโลกที่เล็กลงด้วยเทคโนโลยีอย่างทุกวันนี้
แต่จะมากหรือน้อย ก็ขึ้นอยู่กับตัวเราเองแล้วว่า จะเข้าใจและวางตัวอย่างไร กับความขัดแย้งที่เกิดขึ้นมา
ความขัดแย้งที่ไม่ใช่ของเรา หากเราเข้าไปก้าวก่ายยุ่งเกี่ยว ก็เท่ากับเราถูกม้วนเข้าไปอยู่ในภาคีความขัดแย้งนั้นด้วย
ขอบคุณคุณไผ่มากครับ

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
พรายพิลาศ วันที่ : 20/11/2012 เวลา : 11.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/prypilas

สวัสดีครับครูแดง

จริงๆ ก็ไม่ค่อยจะเชื่อเรื่องของคำสาปแช่งอะไรทำนองนี้ซักเท่าไหร่เลยครับ
แต่สำหรับกรณีของดินแดนคานาอันแห่งนี้ อดที่จะสงสัยในเรื่องนี้ไม่ได้เหมือนกันว่า
จะใช่เพราะคำสาปแช่งตามที่ระบุไว้ในพระคัมภีร์เดิมหรือเปล่า
ที่ทำให้แผ่นดินนี้ ไม่เคยที่จะสงบสุขกับเขาบ้างจริงๆ
ขอบพระคุณคุณครูมากครับ

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
พรายพิลาศ วันที่ : 20/11/2012 เวลา : 11.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/prypilas

สวัสดีพี่ SW19 อีกรอบครับ

ได้เข้าไปในบ้านที่ 2 ของพี่แล้วครับ แวบเข้าไปอ่าน Small is Beautiful ... เลิกสับสนว่า ‘ทุนนิยม’จะขัดแย้งกับ ‘เศรษฐกิจพอเพียง’ มาด้วย
ถูกใจมากเลยครับ (ซึ่งบทความอื่นๆ คงจะค่อยๆ หาเวลาเข้าไปอ่านต่อไป) การอ่านงานเขียนของพี่ ทำให้้ได้รู้ในสิ่งยังไม่รู้ หรือในสิ่งที่รู้อยู่บ้างแล้วก็ได้รับการปะคิดปะต่อให้เกิดภาพที่ชัดเจนขึ้น
โดยเฉพาะในส่วนความเห็น ถือเป็นแหล่งข้อมูลที่ทำให้มีหนังสือที่จะต้องหามาอ่านอีกหลายเล่มทีเดียว ยอดเยี่ยมมากเลยครับ
ขอบพระคุณพี่จริงๆ ครับ สำหรับน้ำใจและทุกอย่างที่นำมามอบให้อยู่เสมอ

ความคิดเห็นที่ 21 พรายพิลาศ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
khunphai วันที่ : 20/11/2012 เวลา : 10.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khunphai
<<<.ตัวคนเดียว สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องเที่ยวไป...ตามใจเรา>>>

อ่านแล้วทั้งได้ความรู้และข้อคิดมากมายเลยละคะ
ถ้าเป็นแบบนี้ประเทศไทยจะโดนไปด้วยหรือเปล่านะ

ความคิดเห็นที่ 20 พรายพิลาศ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ครูแดง วันที่ : 20/11/2012 เวลา : 06.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krudang

-ประชาชนเขาทำกรรมใดมาหนอ...

-ในแดนดินถิ่นนี้..สงครามจึงไม่เคยสงบเลย...

ความคิดเห็นที่ 19 พรายพิลาศ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 20/11/2012 เวลา : 05.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

ต้องขอบคุณที่คุณพรายพิลาศเข้าใจเจตนาของเรามากกว่า

SW19 เพียงอยากให้ข้อมูลเพิ่มเติมในสิ่งที่พอรู้ โดยเฉพาะเมื่อคุณทำงานหนักหาข้อมูลมาเล่ามากมาย หากมีบางส่วนที่พอจะเติมภาพให้เกิดมุมมองอีกมิติได้ก็น่าจะดี เพราะในพื้นฐานที่มีโอกาสได้เข้าถึงข้อมูลเราอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ถูกบังคับให้ดู / หาข้อมูลจากหลายด้าน ฝั่งนี้จึงไม่มีข้อความประเภทที่ว่าประวัติศาสตร์ถูกเขียนโดยผู้ชนะ เพราะข้อมูลจากหลายสาขาย่อมช่วยตรวจสอบคะคานซึ่งกันและกันไปในตัว

ขอบคุณที่คุณพรายพิลาศสนใจเรื่องจาก SW19 ซึ่งอันที่จริงยังมีอีกหลายมุมที่เราอ่อนอยู่ หากอ่านพบและมีอะไรแนะนำ SW19 ก็ยินดีเสมอ


(รวมทั้งบ้านที่สอง http://www.oknation.net/blog/Montparnasse ที่ตั้งใจใช้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นโดยเฉพาะ)

ความคิดเห็นที่ 18 SW19 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
พรายพิลาศ วันที่ : 20/11/2012 เวลา : 04.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/prypilas

สวัสดีครับพี่ SW19

เป็นความกรุณามากครับพี่ ที่นำ link มาให้ผมได้ตามไปอ่านอีกแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการที่มีโอกาสได้อ่านการแลกเปลี่ยนข้อมูลและความคิดเห็น ของพี่และคุณ musashiza ซึ่งทำให้ผมได้รู้อะไรอีกหลายๆ อย่างมากขึ้น กว่าที่ไปเที่ยวหาข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้มาอ่านเยอะเลยครับ เพราะข้อมูลที่น่าสนใจส่วนใหญ่ที่ไปเจอ โดยมากก็มักจะเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งค่อนข้างเกินความสามารถของผมที่จะทำความเข้าใจจริงๆ ขอบพระคุณพี่มากครับ

ส่วนเรื่องของบทความที่ผมเขียน ก็เป็นอย่างที่กล่าวมาในเรื่องของตัวแปรอีกมากมายที่เอื้อต่อการกระตุ้นให้เกิดความขัดแย้งขึ้นมานั่นล่ะครับ แต่ด้วยความตั้งใจที่อยากจะสื่อสารออกมาถึงมุประเด็นที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งในอีกมุมมองหนึ่ง ซึ่งไม่ได้มีเรื่องของศาสนาเข้ามาเกี่ยวข้องเลย และก็ไม่ค่อยจะมีสื่อแขนงไหนสนใจที่จะนำมากล่าวเท้าความถึงสักเท่าไหร่ ก็เลยนึกอยากจะเขียนออกมาในสิ่งที่ตัวเองพอจะทราบอยู่บ้าง เผื่อว่าอาจจะสร้างความเข้าใจในการติดตามข่าวสารเรื่องนี้ ให้กับผู้ที่ยังไม่ทราบข้อมูลในส่วนนี้ได้บ้างน่ะครับ

ขอบคุณพี่ SW19 มากครับที่กรุณาเข้ามาแนะนำอะไรดีๆ ให้อยู่เสมอ .. หลังจากนี้หากมีเวลาเมื่อไหร่ ผมคงต้องเข้าไปหาอ่านบทความเก่าๆ ในบ้านพี่อย่างแน่นอนครับ

ความคิดเห็นที่ 17 พรายพิลาศ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 20/11/2012 เวลา : 02.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

ชื่นชมการค้นคว้าและเรียบเรียงของคุณพรายพิลาศมาก แต่เรื่องราวในพื้นที่นี้ซับซ้อนเอาเรื่อง มี motivation ทั้งด้านสังคม วัฒนธรรม เศรษฐกิจ และแน่นอน..การเมือง และต้องเพ่งพิจารณากับบทบาทของหลายประเทศมากกว่าประเทศใดประเทศเดียว

เรื่องของ Balfour Declaration ไม่สามารถสรุปได้ง่ายอย่างข้อมูลที่กล่าวมา เพราะ Britain (ไม่ขอใช้ว่าอังกฤษ) ไม่ต้องการได้ดินแดนตรงนี้ แต่ต้องการกีดกันอิทธิพลของฝรั่งเศส และ Ottoman ในยุคสมัยนั้นมากกว่า ตรงนี้สำคัญมากเพราะ Ottoman เข้าข้างเยอรมนี
(สิ่งที่สำคัญกับบริเทนมากกว่า คือ Suez Canal)

การประกาศตั้งอิสราเอล คนที่มีอิทธิพลมากคือ สหรัฐอเมริกา ที่รีบออกมารับรอง จากแรงผลักของยิวที่นั่น New York is owned by Jews, financially. อันนี้เป็นที่รู้กันดี

ในวันนั้นที่ประกาศ เกรทบริเทนเป็น empire มาเป็นร้อยปี และอยู่ในภาวะทีต้องการกำจัดอาณานิคมทิ้งเพราะเรียนรู้ปัญหาเวียนหัวมามากนัก อินเดียก็ถูกปลดไปแล้วตอน 1947

พื้นเพของปัญหาเรื่องการตีสองหน้าในพื้นที่ นั้นเกิดจากความขัดแย้งในความคิดของฝ่ายทหารและการเมือง ทหารต้องการ security ให้อยู่กับฝั่งอาหรับ ขณะที่การเมืองต้องการเงิน

เรื่องนี้คุยกันนานมาก มีผู้ติดตามที่รู้ดีอีกท่านคือ คุณ musachiza
เห็นคุณพรายพิลาศสนใจอะไรแบบลงลึก ขอเชิญอีกครั้งไปที่ http://www.oknation.net/blog/SW19/2011/02/04/entry-1
โดยเฉพาะตั้งแต่ความเห็นที่ ๘ ที่น่าจะลงลึกในอีกมุมของพื้นที่และเหตุการณ์

(ขออนุญาตไม่นำมาสนทนาซ้ำตรงนี้ เพราะมีเวลาเข้ามาในช่วงสั้นๆ เดินทางมาตั้งแต่มาคุยกับคุณคราวที่แล้ว เพิ่งจะได้หยุดอยู่กับที่และได้เข้ามาอ่านในช่วงนี้ ต้องขอโทษด้วย )

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
พรายพิลาศ วันที่ : 19/11/2012 เวลา : 21.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/prypilas

สวัสดีครับคุณสิงห์นอกระบบ

อันนั้นเป็นจุดเด่นของยิวที่ยากจะหาชนชาติใดในโลกเทียบเท่าจริงๆ ครับ
ทุกวันนี้ว่ากันว่า ถ้ายิวพร้อมใจกันถอนการลุงทุนในอเมริกา เศรษฐกิจของอเมริกาจะพังครื้นทันที
อาจเป็นคำกล่าวที่เกินไปซักนิด แต่ผมว่าก็คงไม่ไกลจากความจริงซักเท่าไหร่อ่ะนะครับ
ส่วนพี่ไทยที่เป็นอยู่อย่างทุกวันนี้ เพราะ 'การเมือง' คำเดียวเลยครับ
ขอบคุณคุณสิงห์นอกระบบมากครับ

ความคิดเห็นที่ 15 พรายพิลาศ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 19/11/2012 เวลา : 20.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

ยิวรบจากไม่มีอะไรจนทุกวันนี้สามารถส่งออกอาวุธยุทโธปกรณืไปขายทั่วโลกจน แม้กระทั่งไทยยังใช้อาวุธอิสราเอล ในขณะที่ไทยรบมา 700 ปีจากสร้างอาวุธใช้เองจนต้องไปไล่ซื้ออาวุธจากชาติเกิดใหม่

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
พรายพิลาศ วันที่ : 19/11/2012 เวลา : 20.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/prypilas

สวัสดีครับคุณ su

ที่สมน้ำสมเนื้อเชื่นนั้น ก็เพราะไม่มีใครคิดยอมให้กับใคร
ความคิดที่จะพบกันคนละครึ่งทางก็ไม่มี เพราะต่างฝ่ายต่างคิดว่าตัวเองถูก อีกฝ่ายผิด ด้วยกันทั้งคู่
มุสลิมในตะวันออกกลาง ก็ตกอยู่ในสภาพเหมือนตนเองเป็นผู้ถูกรุกราน
ส่วนยิว ก็ถูกกดทับด้วยประวัติศาสตร์ที่พวกตนเป็นฝ่ายถูกกระทำมาโดยตลอด
เรื่องราวนี้จึงมีแต่จุดเริ่มต้น โดยที่ยังมองไม่เห็นจุดสิ้นสุดน่ะครับ
ขอบคุณคุณ su มากครับ

ความคิดเห็นที่ 13 ชายสามหยด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
พรายพิลาศ วันที่ : 19/11/2012 เวลา : 20.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/prypilas

สวัสดีครับคุณชาย

ที่คุณชายว่ามาเป็นความจริงแท้เลยครับ
เพียงแต่น่าเสียดายที่สิ่งเหล่านั้นหาได้ยากเย็นซะจริงๆ ในตัวมนุษย์ที่เต็มไปด้วยกิเลศ
เพราะประวัติศาสตร์เขียนขึ้นด้วยมือของผู้มีอำนาจน่ะครับ
ใครต่อใครจึงอยากจะเป็นผู้เขียนประวัติศาสตร์ด้วยกันทั้งนั้น
ขอบคุณคุณชายมากครับ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
พรายพิลาศ วันที่ : 19/11/2012 เวลา : 20.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/prypilas

สวัสดีครับพี่ชาลี

ถ้าจะว่ากันตามพระคัมภีร์ปฐมกาล ก็คงเป็นเพราะคำสาปแช่งที่มีต่อดินแดนคานาอันแห่งนี้
แต่ผมมองว่า .. พวกเขารบกันเพราะความถูกต้องนะครับ
ความถูกต้องชอบธรรมที่ทั้งฝ่ายต่างก็มั่นใจว่าตนเองมีอยู่ด้วยกันทั้งคู่
แถมยังมีปัจจัยสนับสนุนจากโลกตะวันตก ทั้งในเรื่องของผลประโยชน์ และดุลอำนาจ
เรื่องที่ควรจัดการให้คลี่คลาย จึงยิ่งบานปลายออกไปทุกที
ขอบคุณพี่ชาลีมากครับ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
พรายพิลาศ วันที่ : 19/11/2012 เวลา : 20.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/prypilas

สวัสดีครับพี่แม่หมี

จากความขัดแย้งทางประวัติศาตร์ที่ก้าวข้ามจนกลายมาเป็นความเกลียดชังในปัจจุบัน
ความเป็นอื่น เช่นนี้เยียวยาได้แต่เพียงความจริงใจจากทั้งสองฝ่ายเท่านั้นจริงๆ ครับ
แต่เป็นไปไม่ได้เลยที่ความจริงใจ จะยืนอยู่ได้บนหลักการของผลประโยชน์
ความเป็นอื่นระหว่างทั้งสองชนชาติในวันนี้ถึงยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นอย่างไม่มีทีท่าว่าจะยุติลงได้
ผมภาวนาว่าปัญหาชายแดนใต้ของเรา จะไม่ก้าวข้ามไปจนถึงจุดนั้นครับพี่
ขอบคุณพี่แม่หมีมากครับ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
พรายพิลาศ วันที่ : 19/11/2012 เวลา : 20.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/prypilas

สวัสดีครับอาจารย์หม่อง
ที่ไหนมีผลประโยชน์ ที่นั่นคุณมะกันจะไปยุ่งเกี่ยวเสมอล่ะครับ
และข้ออ้างที่พวกเขานำมาใช้เป็นประโยชน์ให้กับตัวเองเสมอก็คือประชาธิปไตย
เป็นประชาธิปไตยในแบบข้าถูกเสมอ และความถูกผิดวัดด้วยความลงตัวทางผลประโยชน์
สำหรับผม .. การคบกับประเทศนี่เป็นมิตร ไม่ต่างกับคบโจรเลย เพราะไม่รู้เมื่อไหร่มันจะหันมาปล้นเรา
ขอบคุณอาจารย์หม่องมากครับ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
พรายพิลาศ วันที่ : 19/11/2012 เวลา : 20.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/prypilas

สวัสดีครับพี่แม่มดฯ

ผมว่ามันคงเป็นรูปแบบเฉพาะตัวของแต่ละชนชาติกระมังครับพี่
ชาวปาเลสไตร์ยังคงพอใจที่จะรักษารูปแบบชีวิตเดิมๆ อย่างที่บรรพบุรุษของพวกเขาเคยเป็นมา
ส่วนยิวมาพร้อมความเฉียบแหลมคิด เทคโนโลยี ซึ่งก็เป็นลักษณะเฉพาะของคนยิวอีกเหมือนกัน
และเพื่อเอาตัวรอด พวกเค้าก็เลยใช้จุดเด่นของตัวเองสร้างสัมพันธภาพกับชาติตะวันตกขึ้นมา
ส่วนประเด็นเรื่องเห็นด้วยกับพี่ทุกประการครับ เพราะศาสนาเป็นเรื่องของการทำความเข้าใจ
และมีลักษณะของการชสนเชื่อ ดังนั้นจึงมักถูกใช้ประโยชน์ได้ทั้งในทางสร้างสรรค์และทำลาย
ขอบคุณพี่แม่มดมากครับ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
พรายพิลาศ วันที่ : 19/11/2012 เวลา : 20.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/prypilas

สวัสดีจร้าคุณเพื่อนสาว

ก็อำนาจมันม่าพร้อมความน่าเกรงขามและผลประโยชน์นี่เน๊อะ
ใครก็เลยอยากจะมี ไอ้ที่มีอยู่แล้วก็อยากจะมีมากขึ้นไปอีก
คนก็เป็นแบบนี้ สังคมชาติก็ไม่แตกต่างกัน
ขอบคุณคุณเพื่อนมากเลยนะ

ความคิดเห็นที่ 7 พรายพิลาศ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
su วันที่ : 19/11/2012 เวลา : 18.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suwest

มันสมน้ำสมเนื้อกันดี ระหว่าง ยิว กับอิสลาม

ความคิดเห็นที่ 6 พรายพิลาศ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ชายสามหยด วันที่ : 19/11/2012 เวลา : 18.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chartsiam
เรื่องเล่าธรรมด๊า...ธรรมดา ของผู้ชายธรรมดา

ความพอเพียง...พอดี พองาม ไม่โลภ โกรธ หลง ย่อมไม่ทำให้เกิดสงความ

ความคิดเห็นที่ 5 พรายพิลาศ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
BlueHill วันที่ : 19/11/2012 เวลา : 18.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ดินแดนแถบนี้มีเงื่อนไขให้ไฟสงครามปะทุขึ้นมาได้ตลอด
ผมยังสงสัยอยู่ว่า เขาจะรบกันไปทำไมกัน ความเชื่อ ศรัทธา หรือปากท้อง

ความคิดเห็นที่ 4 พรายพิลาศ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่หมี วันที่ : 19/11/2012 เวลา : 17.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

ขอบคุณสำหรับข้อมูลและเรื่องราวในเอ็นทรี่นี้

มนุษย์ทำไมหนอ....จึงมุ่งร้ายประหัตประหารกัน

แล้วทำไมมนุษย์จึงทำตัวเป็นจิ้งหรีด ให้เขาปั่นเล่น

หรือนี่คือวิถีของผู้ที่ชอบเอาเปรียบเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน


ความคิดเห็นที่ 3 พรายพิลาศ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
คนปทุมรักสุขภาพและครอบครัว วันที่ : 19/11/2012 เวลา : 16.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jarinasa

สันดานมหาอำนาจที่ไม่เคยเห็นอะไรสำคัญไปกว่าผลประโยชน์ของตัวเอง ==> แน่นอน เขาล่ะ ..ไอ้กัน นั่นเอง กำลังมาตักตวงผลประโยชน์ในย่านอาเซียน ระวังตัวกันทุกประเทศให้ดี

ความคิดเห็นที่ 2 พรายพิลาศ , BlueHill ถูกใจสิ่งนี้ (2)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 19/11/2012 เวลา : 16.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March

ขอบคุณสำหรับบทความประเภท food of thought ที่หาอ่านได้ยากเย็นเหลือเกิน
แม่มดคิดว่าปาเลสไตน์นั้นล้าหลังอิสราเอลอยู่หลายก้าว
เขายังเต้นไปตามเพลงที่ "ชาติผู้เจริญ" กำหนด (manupulation)
ในขณะที่อิสราเอลรู้จักใช้และประสานผลประโยชน์กับ "ชาติผู้เจริญ" ได้อย่างลึกซึ้งและแนบเนียน

แน่นอน ศาสนาถูกใช้เป็นข้ออ้างของการแสวงหาผลประโยชน์ในทุกระดับ
ไม่มีข้อยกเว้นตั้งแต่ระดับหมู่บ้านจนถึงระดับโลก
ตั้งแต่อารยธรรมยุคโบราณจนถึงอารยธรรมยุคไซเบอร์

ความคิดเห็นที่ 1 พรายพิลาศ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
chalee วันที่ : 19/11/2012 เวลา : 16.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chalee
This land taught me the value of life.

ขอบคุณนะ เพื่อนฉัน
เธอเขียนบทความนี้ให้ความรู้ที่อ้างอิงได้ดีจริง
...

ทุกสรรพสิ่ง เพื่อให้ได้มาซึ่งความเป็นมหาอำนาจ ล้วนถูกหยิบมาใช้เป็นเครื่องมือเพื่อก้าวสู่ความเป็นมหาอำนาจ ไม่ว่าและซากชีวิตของใคร

แม้แต่บางผู้ บางคนของไทยไทยเอง ก็มีบุคคลกระเหี้ยนกระหือรืออยากได้ความเป็นมหาอำนาจ กะเขาบ้าง แต่เมื่อเป็นไม่ได้ ก็ต้องพินอบพิเทาก้มหัวให้มหาอำนาจ

ทั้งหมด มันก็คือ ความกิเลศแห่งความโลภ ของมนุษย์ ที่มีกันทั้งโลก ไม่ว่าจะอยู่ในเชื้อชาติ ศาสนา หรือลัทธิใด
...
ชาลี
...

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน