*/
  • พรายพิลาศ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-03-13
  • จำนวนเรื่อง : 86
  • จำนวนผู้ชม : 545001
  • จำนวนผู้โหวต : 180
  • ส่ง msg :
  • โหวต 180 คน
<< พฤศจิกายน 2013 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 9 พฤศจิกายน 2556
Posted by พรายพิลาศ , ผู้อ่าน : 1751 , 12:12:18 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 5 คน Leelawadee2u , ดงละดอน และอีก 3 คนโหวตเรื่องนี้

 

 

 

..... ในขณะที่ทุกสายตาจับจ้องมองสถานการณ์การเคลื่อนไหวคัดค้านการออก พร.บ.นิรโทษกรรม          ข่าวที่ศาล

รัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก 6:3  รับคำร้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 ที่นายวิรัตน์ กัลยาศิริ  ส.ส.สงขลา พรรค

ประชาธิปัตย์ ได้ยื่นให้พิจารณาว่า  เป็นการกระทำเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตาม

วิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 หรือไม่   คือ “ตอ” อีกต้นหนึ่งที่ผุดขึ้นมาพ้นน้ำ ให้คนไทยทุกคนได้เห็น

เป็นประจักษ์ว่า รัฐบาลชุดนี้ที่อวดตัวอยู่เสมอว่า รักประชาธิปไตย มาตามวิถีประชาธิปไตย  แท้ที่จริงแล้วพวกเขากลับ

ประพฤติตนไม่ต่างจาก  “มาเฟียประชาธิปไตย”   ที่พร้อมจะใช้อำนาจของเสียงข้างมากเอื้อประโยชน์ให้แก่ตนเอง

และพวกพ้องเท่านั้น

 

 


ภาพจาก FTA Watch

 

 

..... ทำไมต้องแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 ???

 

..... กฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน (ก่อนมีการเสนอแก้ไข)          เนื้อความได้รับการแก้ไขและ

ประกาศใช้เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2554 (สมัยรัฐบาลประชาธิปัตย์)   โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างความชัดเจนอันเกี่ยวกับ

การเจรจา การทำข้อตกลง หรือทำสัญญาของรัฐบาล   ทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคมที่มีผลอย่างกว้างขวางอย่างมี

นัยสำคัญ ว่าต้องผ่านการเห็นชอบจากรัฐสภาก่อน             พูดกันตามประสาชาวบ้านก็คือ เจตนารมณ์ของกฎหมาย

รัฐธรรมนูญมาตรานี้ ตราขึ้นเพื่อต้องการที่จะให้มีการถ่วงดุลอำนาจในการใช้งบประมาณแผ่นดินในการบริหารประเทศ

ของรัฐบาล เพื่อสร้างความโปร่งใสมีธรรมาภิบาล       ด้วยการดึงเอา “รัฐสภา” และ “ประชาชน” เข้ามีส่วนร่วมใน

กระบวนการรับรู้และตรวจสอบนั่นเอง

 

..... แน่นอนว่า การกำหนดกฎเกณฑ์ไว้ในกฎหมายรัฐธรรมนูญเช่นว่านี้  ย่อมมีผลให้การบริหารประเทศของรัฐบาลอัน

เกี่ยวกับการทำข้อตกลงหรือสัญญากับต่างประเทศเนิ่นช้าออกไปบ้าง    ซึ่งหากรัฐบาลมีเจตจำนงค์จะดำเนินนโยบาย

ต่างๆ เพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนจริงๆ ความไม่คล่องตัวบางประการเพียงเท่านี้ ย่อมมิอาจเทียบ

ได้เลยกับความโปร่งใส จริงใจที่สามารถแสดงออกมาให้ประชาชนได้รับรู้รับทราบได้   แต่ในทางตรงกันข้าม หากการ

ดำเนินนโยบายใดๆ ของรัฐบาลมีผลประโยชน์ส่วนตัวแอบแฝง             กฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรานี้ก็เป็นไม่ต่างกับ

“อุปสรรค” ที่คอยมัดมือมัดเท้าให้ไม่สามารถแสวงหาผลประโยชน์มาสู่ตัวเองและพรรคพวกได้อย่างที่ต้องการ  และ

ด้วยเหตุประการหลังนี่เอง  ที่ทำให้การผ่านร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 ในวาระ 3 โดยเสียงข้างมากเมื่อไม่กี่วัน

ที่ผ่าน (เหลือเพียงขั้นตอนการนำขึ้นทูลเกล้าฯ ซึ่งคาดว่านะจะดำเนินการภายใน 20 วันนี้)  ก่อให้เกิดคำถามขึ้นมาใน

สังคมว่า ..

 

..... การแก้ไขกฎหมายที่ตัดรัฐสภาออกจากระบวนการตรวจสอบ      ตัดประประชาชนออกจากกระบวนการมีส่วนร่วม

ใครกันแน่ที่ได้ประโยชน์ตรงนี้ไป ???

 

 


เอฟทีเอวอทช์ไว้อาลัยพื้นที่ ปชต. ม.190 ภาพจาก TCIJ

 

 

..... รัฐธรรมนูญ มาตรา 190 ฉบับแก้ไข ใครได้-ใครเสีย ???

 

..... คำถามที่ทิ้งไว้ในท้ายย่อหน้าก่อน ไม่ได้เกิดจากอคติส่วนตัวอันมีต่อรัฐบาลชุดนี้     แต่เป็นสมมุติฐานที่ตั้งขึ้นมา

โดยพิจารณาจากน้ำหนักของเนื้อหากฎหมายที่ถูกแก้ไข       ระหว่างสิ่งที่ต้องเสียไปเพื่อแลกกับความคล่องตัวในการ

บริหารประเทศของรัฐบาลนั้น มันเทียบกันไม่ได้เลย

 

..... หนังสือสัญญา ที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ   หรือสังคมของประเทศอย่างกว้างขวาง     หรือมีผล

ผูกพันด้านการค้า การลงทุน หรืองบประมาณของประเทศอย่างมีนัยสำคัญ  แต่เดิมหนังสือสัญญาเหล่านี้ต้องนำเสนอ

เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา ซึ่งในการแก้ไขถูกตัดทิ้งไป   การกระทำเช่นนี้เกินเลยจากความหมายของคำว่า “คล่อง

ตัวในการบริหาร” ไปไกลมาก    แต่มันคือการที่ฝ่ายบริหารใช้อำนาจ “เผด็จการ” รวบอำนาจมาไว้กับตัว โดยที่ไม่เปิด

โอกาสให้ใครเข้ามาตรวจสอบได้

 

..... กระบวนการเสนอ “กรอบเจรจา” เพื่อทำหนังสือสัญญาต่อรัฐสภา เพื่อขอความเห็นชอบก่อนการดำเนินการ  ที่ถูก

ตัดทิ้งไป ทำให้ต่อไปประชาชนจะไม่มีโอกาสได้รับรู้เลยว่า รัฐบาลจะไปเจราจาตกลงอะไร ประเทศไทยต้องเสียอะไร

และจะได้อะไรกลับมาบ้าง คุ้มค่าหรือเปล่าที่จะไปเจรจาอย่างนั้น   และที่สำคัญที่สุดก็คือ การเจรจานั้นๆ จะมีอะไรมา

รับประกันได้ว่าประเทศและคนไทยได้ประโยชน์สูงสุดจริงๆ

 

..... กระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน กระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน ที่กฎหมายเคยกำหนดให้คณะ

รัฐมนตรีต้องดำเนินการ ก่อนทำหนังสือสัญญากับนานาประเทศหรือองค์กรระหว่างประเทศ  ซึ่งถือเป็นเนื้อแท้ของการ

ปกครองในระบอบประชาธิปไตย   การแก้ไขโดยตัดกระบวนการเช่นนี้ออกไป จึงไม่ต่างจากการกีดกันคนไทยเจ้าของ

ประเทศไม่ให้เข้ามาส่วนในกำหนดแนวทางการบริหารประเทศของรัฐบาล   ซึ่งไม่มีประเทศประชาธิปไตยประเทศไหน

ในโลกทำกัน

 

..... กระบวนการในการเข้าถึงรายละเอียดของข้อตกลงก่อนมีผลผูกพันของประชาชน    และการแก้ไขเยียวยาผู้ได้รับ

ผลกระทบ ซึ่งแต่เดิมระบุไว้ในกฎหมายอย่างชัดเจน แต่วันนี้กลับถูกแก้ให้เหลือเพียงแค่กำหนดให้รัฐบาลออกกฎหมาย

มารองรับเท่านั้น โดยที่ไม่บอกรายละเอียดอะไรเลยว่าประชาชนมีสิทธิรับรู้ได้แค่ไหนเพียงใด    หรืออะไรคือขอบเขต

ของการได้รับผลกระทบ  และกฎหมายรองรับที่ว่านี้จะต้องตราออกมาเมื่อไหร่ (เพราะขนาดรัฐธรรมนูญฉบับนี้ประกาศ

ใช้มาแล้วถึง 6 ปี    แต่การตรากฎหมายเพื่อรองรับความตามมาตรา 190 นี้ ยังไม่เคยมีการตราออกมาเลยแม้แต่ฉบับ

เดียว)    สรุปความง่ายๆ ก็คือ ต่อไปอะไรที่จะมีผลผูกพันมาถึงชีวิตของคนไทย คนไทยไม่มีสิทธิรู้และไม่จำเป็นต้องรู้

จนกว่ารัฐบาลจะทำข้อตกลงนั้นเสร็จเรียบร้อย

 

 


 

 

..... ทั้งหมดที่กล่าวมาโดยคร่าวนั้น     น่าจะพอทำให้มองเห็นภาพโดยรวมของการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา

190 นี้แล้วว่า ผู้ที่ได้รับประโยชน์จริงๆ จากแก้ไขนี้มีแต่ “ฝ่ายการเมือง” และ “กลุ่มทุน” เท่านั้น และประโยชน์ของ

คนเหล่านั้น ก็ไม่ใช่สิ่งฝ่ายนิติบัญญัติสามารถใช้อำนาจถ่วงดุลเข้าไปตรวจสอบ   หรือประชาชนมีสิทธิที่จะรับรู้ได้ พูด

ง่ายๆ ก็คือ     ต่อไปนี้รัฐบาลจะไปตกลงทางการค้าการลงทุนกับใคร ใช้เงินภาษีของประชาชนคนไทยไปเท่าไหร่ ผล

ของข้อตกลงนั้นมีผลกระทบต่อชีวิตของคนไทยมากน้อยแค่ไหน       คนไทยมีหน้าที่ก้มหน้ายอมรับมันไปเพียงอย่าง

เดียวเท่านั้น

 

..... ฟังดูคุ้นๆ มั้ยล่ะครับ ว่าไอ้เรื่องราวเหล่านี้มันเคยเกิดขึ้นมาก่อนแล้วในสมัยที่ใครขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี นี่ขนาด

คนๆ นั้นยังไม่กลับมา บรรดาขี้ข้าก็เตรียมตั้งโต๊ะอาหารไว้ให้สวาปามกันขนาดนี้แล้ว เมื่อไหร่ที่เขากลับเข้ามาได้จริงๆ

ผลประโยชน์ของประเทศไทยคงถูกผูกขาดเอาไว้อยู่กับครอบครัวเพียงไม่กี่ครอบครัว

 

..... ฉะนั้น .. ก่อนที่รัฐบาล นักการเมืองซีกรัฐบาล และบรรดาขี้ข้าทั้งหลาย   จะออกมาตั้งคำถามกับประชาชนว่า   มี

“ความชอบธรรม” อะไรที่ออกมาชุมนุมต่อต้านรัฐบาล โปรดช่วยตอบคำถามของประชาชนก่อนว่า ...

 

..... แล้วพวกคุณล่ะ มีความชอบธรรมอะไรถึงออกกฎหมายบดซบอย่างนี้ออกมาไม่รู้จักหยุดหย่อนเช่นนี้

 

 

 

 

 

พรายพิลาศ

๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๖

 

 

 

 

 

..... หมายเหตุ

 

..... สรุปสาระสำคัญในการแก้ไขบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ม.190 ที่เพิ่งผ่านการพิจารณาจากรัฐสภาในวาระ 3 คือ

 

..... 1. ตัดลดประเภทหนังสือสัญญาที่จะต้องผ่านกระบวนการพิจารณาของรัฐสภาอย่างมีนัยสำคัญออกไป   ให้เหลือ

เพียง (๑) หนังสือสัญญาที่มีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตดินแดน (๒) หนังสือสัญญาที่เปลี่ยนแปลงพื้นที่นอกอาณาเขต

ซึ่งประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตยหรือมีเขตอำนาจตามหนังสือสัญญาหรือตามกฎหมายระหว่างประเทศ (๓) จะต้องออก

พระราชบัญญัติเพื่อให้การเป็นไปตามหนังสือสัญญา      และ (๔) หนังสือสัญญาที่มีบทให้เปิดเสรีด้านการค้าและการ

ลงทุน

 

..... 2. เพิ่มอำนาจรัฐบาล ให้ก่อนการดำเนินการเพื่อทำหนังสือสัญญา      ไม่ต้องเสนอ “กรอบการเจรจา” ต่อรัฐสภา

เพื่อขอความเห็นชอบ

 

..... ผลจากการแก้ไขมาตรา 190  จะทำให้หนังสือจะมีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ

อย่างกว้างขวาง หรือมีผลผูกพันด้านการค้า การลงทุนหรืองบประมาณของประเทศอย่างมีนัยสำคัญ ตัวอย่างเช่น การ

เจรจาจัดทำความตกลงการค้าเสรี (FTA) ความตกลงเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ความตกลงด้านสิ่งแวดล้อม

ความตกลงด้านสิทธิมนุษยชน ฯลฯ ไม่ต้องผ่านกระบวนการเสนอ “กรอบการเจรจา” เป็นการทำลายกระบวนการตรวจ

สอบถ่วงดุล การมีส่วนร่วม ระหว่างฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ และภาคประชาสังคม ซึ่งเป็นหลักการสำคัญข้อหนึ่งใน

ระบอบการเมืองประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วมที่ทุกฝ่ายกำลังเรียกร้อง    เป็นการจำกัดพื้นที่การมีส่วนร่วมทางการเมือง

ของภาคส่วนต่างๆ       ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญประการหนึ่งที่ผลักดันให้ประชาชน ผู้เดือดร้อนต้องใช้ท้องถนนหรือพื้นที่

สาธารณะต่างๆ เป็นพื้นที่แสดงออกทางการเมืองแทน

 

..... อ้างอิง : FTA Watch 

 

 

 

 

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ดงละดอน วันที่ : 13/11/2013 เวลา : 18.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yaya2508

ข้อ 2 ในหมายเหตุ
น่าเป็นห่วง..หากรัฐไปตกลงยกอะไรให้ใครอีก
โดยที่ประชาชนไม่รู้

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
หวานหวาน วันที่ : 09/11/2013 เวลา : 15.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/warnwarn
คาราโอเกะกับหวานหวาน http://www.oknation.net/blog/warnwarnsong

ไม่เอา... เราไม่ยอมให้พวกขี้ข้ามานำพาประเทศไปสู่หายนะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
พรายพิลาศ วันที่ : 09/11/2013 เวลา : 13.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/prypilas

สวัสดีครับคุณซัญญ่า
แต่เดิมผมตั้งใจจริงๆ ว่า การที่ตัวเองออกไปต่อต้านด้วย เป็นเพียงการต่อต้านเพื่อคัดค้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมเท่านั้น แต่ตอนต้องกลับมาถามตัวเองใหม่อีกครั้ง ว่าที่รัฐบาลแสดงเจตนาชั่วร้ายแบบนี้ไม่หยุดหย่อน ตัวเองจะหยุดจุดยืนไว้แค่นั้นดีแล้วหรือ
ขอบคุณคุณซัญญ่ามากครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
พรายพิลาศ วันที่ : 09/11/2013 เวลา : 13.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/prypilas

สวัสดีครับพี่ชาลี
ยังโชคดีอยู่บ้างตรงที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมากรับการแก้ไข ม.190 ไว้พิจารณา แต่เมื่อไม่มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ก็หมายความว่ากระบวนการในการนำกฎหมายนี้ขึ้นทูลเกล้า ก็ยังคงสามารถดำเนินต่อไปได้ด้วย ไม่รู้ว่าก่อนที่ศาลจะมีคำวินิจฉัยในเรื่องนี้จะมีอะไรเกิดขึ้นได้บ้างนะครับ น่าสะอิดสะเอียนจริงๆ กับไอ้นักการเมืองที่บอกรักประชาธิปไตยกันนักกันหนาพวกนี้ (ส่วนคนไทยที่ยังสนุบสนุนคนพวกนี้อยู่ ต้องบอกว่าเหนื่อยใจจนไม่อยากจะพูดถึงแล้วล่ะครับพี่)
ขอบคุณพี่ชาลีมากครับ

ความคิดเห็นที่ 2 พรายพิลาศ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ซันญ่า วันที่ : 09/11/2013 เวลา : 12.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SonyaUAS
เส้นทางเดินที่...ยาวไกลในแผ่นดินอื่น  http://www.booking.com/hotel/th/comon-bungalow-haadchaophao.html_ www.comonbungalow.com www.OmoneyCenter.com/805941/G  

ข้าพเจ้า ไม่เอาระบอบ ทักษิณ
ไม่เอา สาธารณะรัฐทักษิณ
.
.
ด้วยจิตคาราวะ

ความคิดเห็นที่ 1 พรายพิลาศ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
BlueHill วันที่ : 09/11/2013 เวลา : 12.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ดีทีมีคนรู้ทันเหลี่ยม เลยดักทางไว้แล้วครับ

มติศาลรธน.6ต่อ3เสียงรับคำร้องปชป.ค้านแก้ไขม.190

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 17.10 น. วันที่ 8 พ.ย. สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้เผยแพร่เอกสารผลการประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ โดยระบุว่า ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาคำร้องที่นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นเรื่องผ่านประธานสภาผู้แทนราษฎรให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาตามาตรา 68 ว่านายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา นายนิคม ไวยรัชพาณิช รองประธานรัฐสภา และรัฐสภา ที่กระทำการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 ที่ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญและข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ.2553 เนื่องจากการดำเนินการปิดอภิปรายของสมาชิกรัฐสภา ขัดต่อรัฐธรรมนูญและข้อบังคับ องค์ประชุมของรัฐสภาไม่ครบ การพิจารณาและลงมติร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าวเป็นไปโดยมิชอบด้วยรัฐธรรมนูญและกฎหมาย อีกทั้งยังมีการแก้ไขเนื้อหาในรัฐธรรมนูญมาตรา 190 วรรคสอง มีความมุ่งหมายที่จะจำกัดอำนาจของรัฐสภาในการพิจารณาให้ความเห็นชอบการทำหนังสือสัญญาของฝ่ายบริหารให้ลดน้อยลง ขณะเดียวกันการแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าวยังเป็นการเพิ่มอำนาจให้ฝ่ายบริหารในการทำหนังสือสัญญาที่มีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตไทย โดยไม่ต้องขอความเห็นชอบจากรัฐสภาให้มากกว่าเดิม จึงถือว่าเป็นการกระทำเพื่อซึ่งอำนาจในการปกครองโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา 68

โดยศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 เห็นว่า กรณีมีมูลเป็นการกระทำเพื่อซึ่งอำนาจในการปกครองโดยวิธีการ ซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 วรรคหนึ่ง จึงมีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณา ส่วนคำขอคุ้มครองชั่วคราวเป็นกรณีฉุกเฉินให้ยกคำร้อง ส่วนตุลาการเสียงข้างน้อย คือ นายบุญส่ง กุลบุปผา เห็นว่าการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ เป็นอำนาจของรัฐสภาตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ นายอุดมศักดิ์ นิติมนตรี เห็นว่า กรณีนี้ยังไม่มีมูลการกระทำฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 วรรคหนึ่ง และนายชัช ชลวร เห็นว่า รัฐธรรมนูญมุ่งประสงค์ให้เฉพาะอัยการสูงสุดเท่านั้น เป็นผู้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัย ผู้ทราบการกระทำดังกล่าวจึงไม่มีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญได้โดยตรงตามมาตรา 68

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน