*/
  • พรายพิลาศ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2012-10-26
  • จำนวนเรื่อง : 19
  • จำนวนผู้ชม : 40007
  • จำนวนผู้โหวต : 35
  • ส่ง msg :
  • โหวต 35 คน
วันจันทร์ ที่ 13 พฤษภาคม 2556
Posted by พรายพิลาศ , ผู้อ่าน : 2385 , 14:05:04 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 12 คน ดงละดอน , wansuk และอีก 10 คนโหวตเรื่องนี้

 

 

 

..... ถึงแม้ตามเอกสารราชการจะระบุตัวตนของผมในฐานะคนกรุงเทพมหานครเต็มขั้น แต่ถึงอย่างนั้นเวลาใครถามว่า

เป็นคนที่ไหน ผมยังคงพอใจที่จะบอกไปว่า “เป็นคนพิดโลก” มากกว่า  ก็ในเมื่อเกิดก็เกิดที่นี่    โตมาเรียนหนังสือก็

เรียนอยู่ที่นี่ แถมบุคคลอันเป็นที่รักก็ยังตั้งรกรากกันอยู่ที่นี่ ความผูกพันตรงนี้จะให้เปลี่ยนกันไปง่ายๆ แค่ย้ายที่อยู่ได้ยัง

ไงล่ะครับ     และก็ด้วยความเป็นคนพิษณุโลกที่ต้องพเนจรไปอยู่ที่อื่นนี่เอง ทำให้ทุกครั้งที่มีโอกาสได้กลับไปยังบ้าน

เกิดสิ่งหนึ่งที่ทำจนเคยชินคือการไปกราบสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพสักการะมาตั้งแต่เด็กๆ   เพื่อขอพรอันประเสริฐให้เกิดสิริ

มงคลแก่ชีวิตเมื่อต้องจากไกลไปอาศัยยังต่างเมืองอีกครั้ง .........................................................................

 

 

 

 

..... จาก อ.วังทอง มุ่งหน้าสู่ อ.เมือง ระยะทาง 16 ก.ม. ใช้เวลาไม่ถึง 20 นาที   ก็เดินทางมาถึงจุดหมายแรกบริเวณ

ริมฝั่งตะวันตกของแม่น้ำน่าน (ฝั่งตรงข้ามกับวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร) อันเป็นที่ตั้งของ  ‘ศาลสมเด็จพระ

นเรศวรมหาราช’   ซึ่งอยู่ใน  ‘พระราชวังจันทร์’  โบราณสถานที่ในอดีตเป็นสถานที่พระราชสมภพของสมเด็จพระ

นเรศวรมหาราช และสมเด็จพระเอกาทศรถนั่นเอง ....................................................................................

 

 

 

 

..... เกี่ยวกับพระราชวังจันทร์แห่งนี้       ในสมัยรัตนโกสินทร์ได้ปรากฎหลักฐานในจดหมายเหตุระยะทางไปพิษณุโลก

ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้าจิตรเจริญ กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์            เมื่อครั้งเสด็จตรวจราชการเมือง

พิษณุโลก เมื่อ พ.ศ. 2444 ซึ่งได้โปรดให้ขุนศรเทพบาล สำรวจรังวัดจัดทำผังพระราชวังจันทร์ ต่อมาพระบาทสมเด็จ

พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จสังเวยเทพารักษ์ วันที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2444 และทรงมีพระราชหัตถเลขาไว้ว่า ..... 

 

..... มีซากพระราชวังก่อด้วยอิฐ สูงพ้นดิน 2-3 ศอกเศษ มีพระที่นั่งคล้ายพระที่นั่งจันทรพิศาล  ในพระราชวังนารายณ์

ราชนิเวศน์ จังหวัดลพบุรี    มีกำแพงวัง 2 ชั้น    มีสระสองพี่น้องอยู่นอกกำแพงวัง     ภายหลังปรักหักพังเป็นป่ารกใน

สงครามอะแซหวุ่นกี้ตีเมืองพิษณุโลก ...................................................................................................

(อ้างอิงจากวิกิพีเดีย)

 

 

 

 

..... ก็ไม่รู้ว่าเพราะซากโบราณสถานได้พังทลายลงไปจนกลายเป็นที่รกร้างว่างเปล่า  หรือว่าเพราะน้ำท่วมใหญ่ได้พัด

พาเอาดินตะกอนขึ้นมาทับถมกลบซากโบราณสถานเอาไว้ก็ไม่ทราบได้   หลังจากรัชกาลที่ 5 ทรงมีพระราชหัตถเลขา

เกี่ยวกับพระราชวังจันทร์ ผ่านมา 31 ปี คือในปี พ.ศ.2475      โรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคมก็ถูกย้ายมาสร้างขึ้นลงบน

ที่ดินผืนนี้   ก่อนที่ต่อมาในปี 2504   จะมีการสร้างศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เพื่อประดิษฐานพระรูปองค์สมเด็จ

พระนเรศวรมหาราชขนาดเท่าองค์จริง ไว้ให้ผู้คนได้เคารพสักการะ          จนกระทั่งมาถึงปี พ.ศ.2535 ในระหว่างการ

ก่อสร้างอาคารเรียนหลังใหม่ มีการขุดพบซากอิฐเก่าของพระราชวังจันทร์     โรงเรียนจึงได้ถูกย้ายออกไปเพื่อให้กรม

ศิลปากรได้เข้ามาบูรณะอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์แห่งนี้ให้กลับคืนมาเป็นศรีแก่เมืองพิษณุโลกอีกครั้ง ...........

 

 

 

 

..... ในฐานะศิษย์เก่าคนหนึ่งที่มีโอกาสศึกษาเล่าเรียนอยู่ที่นี่ตั้งแต่ ม.1 จนถึง ม. 6    จำได้ว่านักเรียนทุกคนถูกกำชับ

ถึงความสำคัญของสถานที่ตั้งโรงเรียนเป็นอย่างมาก  ก่อนเดินเข้าประตูโรงเรียเราถูกคนต้องแสดงความเคารพ ใครที่

ขี่จักรยานหรือมอเตอร์ไซค์มาโรงเรียนต้องลงจากรถเพื่อทำความเคารพก่อน          พร้อมกับจูงพาหนะผ่านเข้าประตู

โรงเรียนเรียบร้อยแล้วถึงจะขับขี่ต่อไปได้ รวมถึงการสำรวมกริยาทุกครั้งเมื่อต้องเดินผ่านหน้าศาล สิ่งต่างๆ เหล่านี้ลิง

น้อยลิงใหญ่ที่เรียนอยู่ที่นั่นไม่ว่าจะทะโมนแค่ไหนต่างถือปฏิบัติกันอย่างเคร่งครัดตลอดเวลา ..............................

 

 

 

 

..... ถึงแม้วันนี้อาคารสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ของโรงเรียนจะถูกรื้อทำลายออกไปหมดแล้ว    ทั่วบริเวณปรากฎแนวกำแพง

พระราชวังที่ได้รับการบูรณะแล้วเสร็จในขั้นที่ 1 ผุดขึ้นมาแทนที่       แต่การได้มากราบสักการะพระรูปองค์สมเด็จพระ

นเรศวรมหาราชที่ศาลแห่งนี้ ยังคงให้ความรู้สึกเหมือนได้กลับมาเยี่ยมเยือนโรงเรียนเก่าของตัวเองทุกครั้งไป ..........

 

 

 

 

..... ออกจากพระราชวังจันทร์เลี้ยวขวามาจนถึงเชิงสะพานนเรศวร  บริเวณที่ตั้งของศาลหลักเมืองพิษณุโลก สามารถ

มองเห็นวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร หรือ ‘วัดใหญ่’ ของชาวพิษณุโลก ตั้งตระหง่านอยู่ริมน้ำฝั่งตรงข้าม    ถ้า

วันไหนเดินทางมาถึงหลัง 11 โมงไปแล้ว   ผมมักจะเลือกจอดรถบริเวณนี้แล้วใช้วิธีเดินข้ามสะพานไปยังวัด แทนที่จะ

ไปวนหาที่จอดรถ  ซึ่งในเวลาเช่นนั้นทั้งในวัดและโดยรอบบริเวณแทบไม่มีที่จะให้เข้าไปจอดแล้ว พร้อมกับถือโอกาส

เข้าไปกราบศาลหลักเมืองด้วยเลย  แต่บังเอิญว่าวันนั้นเดินทางกันมาถึงแต่เช้า เราจึงตรงดิ่งเข้าไปจอดรถในวัดกันได้

อย่างสบายๆ ..................................................................................................................................

 

 

 

 

..... วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยพระมหาธรรมราชาที่ 1 (ลิไท)        ภายใน

ประดิษฐาน พระพุทธชินราช พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของ จ.พิษณุโลก         ซึ่งมีตำนานในการสร้างปรากฎอยู่ใน

พงศาวดารเหนือ ที่ค่อนข้างอัศจรรย์อยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว ..........................................................................

 

 

 

 

..... กล่าวโดยคร่าวๆ คือ ครั้งนั้นพระเจ้าลิไททรงโปรดให้หล่อพระพุทธรูปขึ้นมาพร้อมกัน 3 องค์ คือ พระพุทธชินราช

พระพุทธชินสีห์ (ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ที่วัดบวรนิเวศวิหาร) และพระศรีศาสดา  ซึ่งองค์พระพุทธชินราชนั้นแม้จะหล่อ

ถึง 3 ครั้ง แต่ก็ยังหล่อไม่สำเร็จ       พระองค์จึงทรงตั้งสัตยาธิษฐานเสี่ยงบุญบารมี รักษาอุโบสถศีล บำเพ็ญวิปัสสนา

กรรมฐาน พระอินทร์จึงได้นฤมิตรตนลงมาเป็น ชีปะขาว (หรือชีผ้าขาว)  ช่วยปั้นและหล่อพระพุทธชินราชจนแล้วเสร็จ 

 

 

 

 

..... เมื่อหล่อเสร็จชีปะขาวก็ได้เดินจากไป ก่อนที่จะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย    บริเวณที่ชีปะขาวหายตัวไป ได้สร้าง

วัดขึ้นมาเรียกว่า วัดตาปะขาวหาย หรือวัดชีปะขาวหาย ซึ่งยังปรากฎอยู่จนถึงปัจจุบัน ..................................

 

 

 

 

..... สมัยเด็กๆ เคยได้ยินผู้หลักผู้ใหญ่เล่าให้ฟังว่า ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2  ฝ่ายสัมพันธมิตรพยายามจะทิ้งระเบิด

ใส่สะพานนเรศวรซึ่งทอดยาวอยู่หน้าวัด แต่ทิ้งยังไงก็ไม่โดนสะพานซะที  ท่านว่าที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะความศักดิ์สิทธิ์

ขององค์หลวงพ่อพระพุทธชินราชนั่นเอง จริงเท็จอย่างไรไม่ทราบนะครับ ผมก็แค่จำมาเล่าต่ออีกทีเท่านั้นเอง .........

 

 

 

 

..... การมาวัดใหญ่นอกจากจะเข้าไปกราบพระพุทธชินราชที่ประดิษฐานอยู่นพระอุโบสถหลังใหญ่แล้ว  ภายในวัดยังมี

พระพุทธรูปสำคัญอีกหลายองค์ ซึ่งก่อนจะพาไปทุกท่านไปกราบไหว้ด้วยกัน         บังเอิญว่าวันนั้นทางวัดได้อัญเชิญ

พระบรมสารีริกธาตุจากที่ต่างๆ มาประดิษฐานไว้ให้ประชาชนได้สักการะ สรงน้ำขอพรเนื่องในวันสงกรานต์ จึงแวะเก็บ

บรรยากาศหน้าพระอุโบสถในวันนั้นมาฝากเล็กๆ น้อยๆ ครับ .......................................................................

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

..... ออกมาจากพระอุโบสถหลังใหญ่ไม่ไกล ทางซ้ายมือบริเวณใต้ต้นโพธิ์จะมี ‘วิหารหลวงพ่อเหลือ’ ซึ่งประดิษฐาน

พระพุทธรูปที่หล่อขึ้นด้วยทองสัมฤทธิ์ที่เหลือจากการหล่อพระพุทธรูปทั้ง 3 องค์ ซึ่งก็เป็นที่มาของชื่อ หลวงพ่อเหลือ

นั่นเอง ..........................................................................................................................................

 

 

 

 

..... และคงด้วยเพราะคำว่า ‘เหลือ’ นี่เอง    ที่ทำให้มีความเชื่อกันว่า การได้มากราบไหว้หลวงพ่อเหลือ จะทำให้ชีวิต

อุดมสมบูรณ์ เงินทองเหลือเก็บ เหลือกิน เหลือใช้ ก็ว่ากันไปตามความเชื่อล่ะนะครับ แต่ถ้าจะมองกันในแง่คุณค่าทาง

ประวัติศาสตร์ หลวงพ่อเหลือ ถือว่าเป็นพระพุทธรูปอีกรูปหนึ่งที่อยู่คู่เมืองพิษณุโลกมาตั้งแต่เมื่อครั้งสร้างเมืองเช่นกัน

 

 

 

 

..... หลังจากนั้นเดินเลาะมาทางเบื้องซ้ายของพระอุโบสถหลังใหญ่ (ทางที่จะออกไปวัดนางพญา)    จะพบวิหารหลัง

ขนาดย่อมที่ชื่อว่า ‘วิหารพระเจ้าเข้านิพพาน’  (หรือวิหารแกลบ)  ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปอันเป็นโบราณวัตถุ

ที่ตกทอดมาตั้งแต่สมัยอยุธยา ที่ไม่ค่อยจะพบเห็นเท่าใดนักจากวัดต่างๆ ในประเทศไทย ....................................

 

 

 

 

..... ‘พระพุทธเจ้าเข้านิพพาน’ เป็นพระพุทธรูปที่จำลองหีบพระบรมศพของพระพุทธเจ้าสร้างขึ้นด้วยศิลา ปลายหีบ

มีพระบาททั้งสองข้างยื่นออกมา (ผมไม่แน่ใจว่าสามารถเปิดหีบพระบรมศพได้หรือเปล่า แต่ที่เคยเห็นพระพุทธรูปปาง

เดียวกันนี้ที่ จ.พิจิตร หีบพระบรมศพสามารถเปิดออกได้)  เชื่อกันว่าหากได้ไปกราบหีบพระบรมศพเพื่ออธิษฐานขอพร

สิ่งที่อธิษฐานนั้นจะสมปรารถนาทุกประการ ............................................................................................

 

 

 

 

..... โดยส่วนตัวแล้วขอพักความเชื่อเรื่องนั้นเอาไว้ก่อน แล้วนั่งกราบตามปกติดังเช่นการกราบพระทุกครั้ง   เพราะขึ้น

ชื่อว่าโบราณวัตถุ การไปสัมผัสแตะต้องย่อมเป็นสิ่งที่ไม่สมควรทำด้วยประการทั้งปวง    เห็นหลายๆ คนเข้าไปกราบที่

หีบพระบรมศพจำลองอย่างใกล้ชิดแล้ว  ก็นึกอยู่ว่าหากว่าโบราณวัตถุชิ้นนี้ได้รับความเสียหาย หรือชำรุดทรุดโทรมลง

ไปคงเป็นความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ที่น่าเสียดายอย่างมาก ..............................................................................

 

 

 

 

..... จากวิหารพระเจ้าเข้านิพพาน    ด้านตรงข้ามที่อยู่เยื้องกันจะมีพระอุโบสถเล็กอันเป็นที่ประดิษฐานของ   ‘พระศรี

ศาสดา’ พระพุทธรูปที่มีพุทธลักษณะงดงามมากอีกองค์หนึ่ง ซึ่งหล่อขึ้นพร้อมกับหลวงพ่อพระพุทธชินราช ............

 

 

 

 

..... ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะผู้คนไม่ค่อยรู้ว่าในวัดใหญ่แห่งนี้           ยังมีพระพุทธรูปที่หล่อขึ้นพร้อมกับพระพุทธชินราช

ประดิษฐานอยู่ตรงนี้อีก 1 องค์ หรือเปล่า อย่างไรไม่ทราบได้ วิหารพระศรีศาสดาแห่งนี้จึงค่อนข้างเงียบสงบทุกครั้งที่

ผมมา ไม่ว่าภายนอกจะมีผู้คนพลุกพล่านมากมายขนาดไหนก็ตาม ...............................................................

 

 

 

 

..... ด้านหน้าก่อนเข้าไปในตัวพระอุโบสถเล็ก มีพระพุทรูปสีดำสนิทอายุประมาณ 200 ปี ประดิษฐานอยู่      ชาวบ้าน

เรียกกันว่า ‘หลวงพ่อดำ’ ตอนเด็กๆ เมื่อครั้งมาเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ที่วัดแห่งนี้    ผมและเพื่อนๆ จะกลัวหลวง

พ่อดำกันมาก ทั้งนี้เพราะคำเล่าลือของชาวบ้านที่เรียกขานหลวงพ่อดำว่า ‘หลวงพ่อกินเณร’  จนโตมานั่นล่ะครับ ถึง

ทราบว่าเสียงลือนั้นมีที่มาจาก          หลังคาที่ชำรุดทำให้ยางไม้หยดลงมาติดบริเวณพระโอษฐ์ของหลวงพ่อดำพอดี

ประจวบเหมาะกับเณรรูปหนึ่งหายไป เหลือทิ้งไว้แต่จีวรวางกองอยู่ใกล้ๆ องค์หลวงพ่อเท่านั้น   แม้เรื่องจะปรากฎออก

มาภายหลังว่าเณรรูปนั้นเพียงหนีออกไปเที่ยว      แต่ข่าวลือก็ได้ทำหน้าที่ของมันไปแล้ว         เล่นเอาผมกลัวอยู่ซะ

หลายปีเชียว ..................................................................................................................................

 

 

 

 

..... ก่อนออกจากวัดใหญ่ไม่ลืมที่จะแวะซื้อ ‘เมี่ยงคำคุณยายนิด’ เจ้าอร่อยที่วางขายอยู่บริเวณประตูทางออกไปวัด

นางพญา ของโปรดของมารดาอันเป็นที่รักติดมือกลับไปด้วยเช่นเดียวกับทุกครั้ง .............................................

 

 

 

 

..... หลังจากนั้นก็ข้ามถนนไปไหว้พระที่วัดนางพญาอีกแห่ง     ก่อนจะเตรียมตัวย้อนกลับไปยังเส้นทางเมื่อขามา เพื่อ

แวะไหว้เจ้าพร้อมทั้งรับประทานอาหารเจบนเขาสมอแครง  ซึ่งดูท่าว่าคงต้องแบ่งไปเล่าในอีกบทความหนึ่งซะแล้วล่ะ

ครับ .............................................................................................................................................

 

 

 

 

..... ตอนเดินกลับไปที่รถ เห็นคุณตาท่านนี้นั่งขายของอยู่เพียงลำพังกับนกพิราบหลายตัว ที่ดูเหมือนจะคุ้นเคยกับคุณ

ตาขนาดให้ท่านเอื้อมมือลูบหัวได้ จึงอดคว้ากล้องมาถ่ายรูปเก็บไว้ไม่ได้  เจ้าน้องสาวที่เข้าไปช่วยอุดหนุนคุณตาเดิน

กลับมาบอกว่าสงสัยคุณตาจะเป็นอัลไซเมอร์      เลยขอนำภาพนี้มาส่งท้ายบทความ พร้อมคำพูดของน้าสาวที่กล่าว

สอนลูกๆ ให้ได้ยินว่า ........................................................................................................................

 

..... “เรี่ยวแรง สติปัญญายังอยู่กับตัว ก็หมั่นสร้างบุญสร้างกุศล ทำดีกันเข้าไว้นะลูก เราไม่รู้หรอกว่าจะมีโอกาสได้ทำ

อีกซักเท่าไหร่” ...............................................................................................................................

 

 

..... มีความสุขด้วยกันทุกๆ ท่านนะครับ .................................................................................................

 

 

 

พรายพิลาศ

 

 

 

Memories of Buddha's Love / Oliver Shanti

 

 

 

 

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
พรายพิลาศ วันที่ : 17/05/2013 เวลา : 18.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/prypilas

สวัสดีครับคุณวันศุกร์
ที่เสียหายไปส่วนหนึ่งก็คงด้วยเพราะการสร้างอาคารเรียนในโรงเรียนด้วยล่ะครับ
ตอนที่ผมเรียนก็มีอาคารเรียน 4 ชั้นอยู่ 4 อาคารแล้ว ไหนจะยังหอประชุม โรงยิม อาคารเรียน 2 ชั้นอีกล่ะ
เคยได้ยินมาว่า อิฐเก่าของกำแพง ก็เห็นกันตั้งแต่เริ่มสร้างโรงเรียนแล้ว
แต่ตอนนั้นกระแสอนุรักษ์โบราณสถานยังไม่ตื่นตัวในสังคมขนาดนี้น่ะครับ
ขอบคุณคุณวันศุกร์มากๆ ครับ

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
พรายพิลาศ วันที่ : 17/05/2013 เวลา : 17.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/prypilas

สวัสดีครับพี่เฟื่อง
วัดใหญ่ลองว่าไปช่วงเทศกาลสำคัญ คนนี่แน่นเต็มวัดไปหมดจนแทบไม่มีที่เดินเลยครับ
ที่ผมมักจะไปวัดนี้แต่เช้า ก็เพื่อจะได้ไม่ต้องไปเบียดเสียดยัดเยียดกับผู้คนนี่ล่ะครับพี่
แล้วจะรออ่านเรื่องทุ่งเสลี่ยงของพี่เพื่องนะครับ
ขอบคุณพี่เฟื่องมากๆ ครับ

ความคิดเห็นที่ 16 ชบาตานี ถูกใจสิ่งนี้ (1)
พรายพิลาศ วันที่ : 17/05/2013 เวลา : 17.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/prypilas

สวัสดีครับพี่ชบา
อย่างว่าล่ะครับพี่เด็กพิดโลกมักจะหน้าตาอินเตอร์แบบนี้ล่ะครับ 555
ขอบคุณพี่ชบามากๆ ครับ

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
พรายพิลาศ วันที่ : 17/05/2013 เวลา : 17.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/prypilas

สวัสดีครับพี่ทางแก้ว
ที่จริงในวัดใหญ่ยังมีอะไรให้เดินชมอีกมากเลยครับ
แต่ส่วนใหญ่เวลาไปทีไรผมชอบที่จะนั่งอยู่ในโบสถ์นานๆ ด้วยว่ารู้สึกร่มเย็นเป็นสุขบอกไม่ถูกครับพี่
ขอบคุณพี่ทางแก้วมากครับ

ความคิดเห็นที่ 14 พรายพิลาศ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
wansuk วันที่ : 15/05/2013 เวลา : 13.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wansuk

พระพุทธชินราช งามสมคำล่ำลือ
เคยไปกราบ แล้วนั่งมองท่านอยู่นาน

พระราชวังจันทร์ เสียหายเกือบหมด
ยังดีที่มีหลักฐานหลงเหลืออยู่บ้างนะคะ

ความคิดเห็นที่ 13 พรายพิลาศ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
เฟื่อง วันที่ : 15/05/2013 เวลา : 01.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/creativeworld

เพิ่งไปพิดโลกมา เพราะไปทุ่งเสลี่ยม
ขอบใจมากค่ะ น้องพราย
พรรคพวกที่ไป เขาอยากเข้าไปไหว้ท่าน
เราก็ตามไป คนแน่นมาก ไปควานหามุมสงบนั่งจนเหนื่อย
ร้อนก็ร้อน
แต่เดิม หลายสิบปีมาแล้ว แสงของวัดสวยมาก ธรรมชาติ ขลัง มองไปที่องค์พระเหมือนได้อยู่บนสวรรค์ ประทับใจ
เดี๋ยวนี้ ทุกอย่างเปลี่ยน แสงเปลี่ยน.. อารมณืต่างไปจากเดิม
น่าเสียดาย
พี่เขียนเรื่องทุ่งเสลี่ยมค้างไว้ในบล็อกยังไม่จบเสียที
ยินดีที่ได้รู้จักคนพิดโลกค่ะ

ความคิดเห็นที่ 12 พรายพิลาศ , เฟื่อง ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ชบาตานี วันที่ : 14/05/2013 เวลา : 20.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chabatani

อ้าว เพิ่งรู้นะเนี่ยว่าน้องบ่าวเป็นคนพิด-โลก นึกว่าเด็กเตปเสียอีกแน่ะ
แหม๋ หน้าตาก็ออกแนวเด็กเตปเห็นๆ

ความคิดเห็นที่ 11 พรายพิลาศ , เฟื่อง ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ทางแก้ว วันที่ : 14/05/2013 เวลา : 18.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/faab
แห่งสี่สายน้ำปิงวังยมน่าน

พอเห็นวังพระนเรศ แล้วผมกลับไปนึกถึง
พระอัษฐารสที่วัดสระเกศ ซึ่งนำมาจากที่่นี่
ตั้งแต่เที่ยววัดมาผมยกให้วัดใหญ่่ที่นี่เป็นเอก
ในหลายๆเรื่อง
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
เราได้เห็นอาณาจักรสุโขทัยที่มีชีวิต

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
พรายพิลาศ วันที่ : 14/05/2013 เวลา : 18.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/prypilas

สวัสดีครับพี่บ่าวลุงกำหนัน
หลังจากกราบหลวงพ่อเหลือแล้ว ทีนี้ลุงกำหนันก็จะมีความสุขอย่างล้นเหลือแล้วล่ะครับ
ขอบคุณลุงกำหนันมากๆ ครับ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
พรายพิลาศ วันที่ : 14/05/2013 เวลา : 18.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/prypilas

สวัสดีครับพี่ตุ้ม
ตอนนี้พิษณุโลกเจริญขึ้นมากเลยครับพี่ตุ้ม
ทำเอาน้องชายพี่คนนี้ที่คุยว่าเป็นเด็กพิดโลก เข้าเมืองแล้วเกือบหลงอยู่หลายหนเลยครับ
ขอบคุณพี่ตุ้มมากๆ ครับ

ความคิดเห็นที่ 8 BlueHill ถูกใจสิ่งนี้ (1)
พรายพิลาศ วันที่ : 14/05/2013 เวลา : 18.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/prypilas

สวัสดีครับพี่ชาลี
วัดนางพญาเองลงว่าถ้าเป็นช่วงเทศกาลคนก็หนาตาไม่น้อยเลยครับพี่ แต่ก็ถือว่าน้อยกว่าวัดใหญ่
ผมว่าคนเราไหว้พระกันส่วนหนึ่งก็เพื่อความสบายใจ เป็นความสุขทางใจทางใจอย่างหนึ่งของชาวพุทธ
แต่สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าจะไหว้พระวัดไหน ยังอยู่ที่คนเราเลือกประพฤติปฎิบัติต่อไปอย่างไรอยู่ดี
ขอบคุณพี่ชาลีมากๆ ครับ

ความคิดเห็นที่ 7 พรายพิลาศ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
กำหนัน วันที่ : 14/05/2013 เวลา : 10.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saiyai21

สวัสดีครับหลานพรายพิลาศ ลุงขอกราบพระหลวงพ่อเหลือท้ายสุด ขอพรอ่ะ สุดท้ายแถมคติธรรมสอนใจอีกต่างหาก

ความคิดเห็นที่ 6 พรายพิลาศ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 13/05/2013 เวลา : 20.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March

พี่ได้ไปเมืองพิดโลกหลายครั้ง เคยพาลูกไปกราบพระพุทธชินราชด้วยจ้ะ
เพื่อนสนิทตอนเรียนปริญญาโทคนหนึ่งยังเป็นครูโรงเรียนจ่าการบุญอยู่จนถึงทุกวันนี้
ตอนนี้เลยได้มีน้องชายเป็นหนุ่มพิดโลกอีกคน

ความคิดเห็นที่ 5 พรายพิลาศ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
BlueHill วันที่ : 13/05/2013 เวลา : 19.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ผมชอบไปไหว้พระวัดนางพญามากกว่าครับ
คนน้อยแล้วก็สงบเงียบมากกว่า
ถ้าไปพิดโลก ผมจะไปกราบพระที่วัดนี้เกือบทุกครั้งครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
พรายพิลาศ วันที่ : 13/05/2013 เวลา : 18.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/prypilas

สวัสดีครับพี่อนึ่ง
เรื่องตัวอักษณนี่พี่ชาลีเคยบอกผมทีนึงแล้วเหมือนกันครับ แต่ก็คิดว่าตัวเองแก้ไขไปเรียบร้อยแล้วซะอีก
จัดการขยับมาวางด้านซ้ายตามคำแนะนำแล้วครับพี่ หลังจากนี้ก็คงจะวางตำแหน่งแบบนี้ตลอดแล้วล่ะครับ
ขอบคุณพี่อนึ่งมากๆ ครับผม

ความคิดเห็นที่ 3 พรายพิลาศ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
อะหนึ่ง วันที่ : 13/05/2013 เวลา : 17.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mindhand
  อะหนึ่ง    คิ ด เ ขี ย น...พ อ สั ง เ ข ป  

พระพุทธชินราช
พระพุทธรูป ที่ได้ชื่อว่างดงาม(ที่สุด)ในประเทศไทย
ต้องตามไปสักการะ ด้วยตนเองสักครั้งครับ

พระพุทธเจ้าเข้านิพพาน
แปลกมากครับ ไม่เคยเห็นเหมือนกัน
...

บ้านนี้ ชอบจัดวางตัวอักษรแบบเซ็นเตอร์ (กลาง)
มันปัดประโยคคำ แล้วอ่านยากอะครับ
น้องพรายพิลาศ ผมต้องกดพิมพ์หน้านี้ อ่านทุกที
ลองวางตัวอักษร แบบชิดซ้าย
จะอ่านได้สละสลวย สวยงามกว่านะครับ

ความคิดเห็นที่ 2 ชายสามหยด , อะหนึ่ง ถูกใจสิ่งนี้ (2)
พรายพิลาศ วันที่ : 13/05/2013 เวลา : 16.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/prypilas

สวัสดีครับคุณชาย
โอววว์ ท่านสหายของกระผมคล้องพระพุทธชินราชอินโดจีนเสียด้วย หนักคอไม่ใช่เล่นเลยเหมือนกันนะครับนั่น
แต่เห็นพิธปลุกเสกใหญ่ในครั้งกระโน้นแล้ว บูชามาไว้ติดตัวถือว่าสุดยอดมากเลยครับท่านสหาย
คุยไปคุยมากลายเป็นคุยกันเรื่องพระเครื่องซะแล้ว อย่างงี้ต้องเรียกพี่ผู้กองแจ็คมาแจมด้วยแล้ว 555
ขอบคุณคุณชายมากๆ ครับ

ความคิดเห็นที่ 1 อะหนึ่ง , พรายพิลาศ ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ชายสามหยด วันที่ : 13/05/2013 เวลา : 16.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chartsiam
เรื่องเล่าธรรมด๊า...ธรรมดา ของผู้ชายธรรมดา

พิษณุโลกสองแคว เมืองแห่งประวัติศาสตร์ อยากที่คนไทยจะลืมเลือน พระพุทธชินราชสวยงามมาก เห็นเขาว่าเทวดาแปลงกายเป็นชีประขาวมาช่วยสร้าง แล้วเดินหายไป บริเวณวัดชีประขาวหายในปัจจุบัน พระที่ผมติดกายคือพระพุทธชินราช อินโดจีนครับสหายพรายฯ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน