• Dr.barnnok
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : ptoto@mcu.ac.th
  • วันที่สร้าง : 2014-08-01
  • จำนวนเรื่อง : 35
  • จำนวนผู้ชม : 34482
  • ส่ง msg :
  • โหวต 0 คน
ดร.พิเชฐ ทั่งโต
การศึกษาเชิงพุทธบูรณาการ รัฐศาสตร์ตามแนวพุทธ การเรียนการสอน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/ptoto
วันจันทร์ ที่ 4 สิงหาคม 2557
Posted by Dr.barnnok , ผู้อ่าน : 967 , 17:04:08 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

เป็นบทความที่เคยได้รับการตีพิมพ์ในเอกสารประกอบการสัมมนา 30 ปี คณะสังคมศาสตร์ 

มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย 

 

โอกาสทองคณะสงฆ์ไทย

ดร.พิเชฐ ทั่งโต*


 

            นับตั้งแต่ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๘ ได้ถือกำเนิดเกิด อาณาจักรสุโขทัย หรือ รัฐสุโขทัย (อังกฤษ: Kingdom of Sukhothai) โดยความร่วมมือกันของ พ่อขุนบางกลางหาวและพ่อขุนผาเมือง ได้สถาปนาเอกราชให้สุโขทัยเป็นรัฐอิสระ มีสุโขทัยเป็นเมืองหลวงและมีความเจริญรุ่งเรืองตามลำดับและเพิ่มถึงขีดสุดในสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ก่อนจะค่อยๆตกต่ำ และประสบปัญหาทั้งจากปัญหาภายนอกและภายใน จนต่อมาถูกรวมเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรอยุธยาไปในที่สุดอาณาจักรอยุธยา เป็นอาณาจักรของชนชาติไทยในอดีตตั้งแต่ พ.ศ. ๑๘๙๓ ถึง ๒๓๑๐ มีกรุงศรีอยุธยาเป็นเมืองหลวง อาณาจักรอยุธยานับว่าเจริญรุ่งเรืองจนอาจถือได้ว่าเป็นอาณาจักรที่รุ่งเรืองมั่งคั่งที่สุดในภูมิภาคสุวรรณภูมิเมื่อเสียกรุงศรีครั้งที่ ๒ แล้วถึงเกิด อาณาจักรธนบุรี เป็นอาณาจักรของคนไทยช่วงสั้น ๆ ระหว่าง พ.ศ. ๒๓๑๐-๒๓๒๕ ระยะเวลา ๑๕ ปี มีพระมหากษัตริย์ปกครองเพียงพระองค์เดียว คือ สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี สิ้นยุคกรุงธนเข้าสู่ ราชอาณาจักรรัตนโกสินทร์ เป็นราชอาณาจักรที่สี่ในยุคประวัติศาสตร์ของไทย เริ่มตั้งแต่การย้ายเมืองหลวงจากฝั่งกรุงธนบุรี มายังกรุงเทพมหานคร ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี เสด็จขึ้นครองราชยสมบัติ เมื่อวันที่ ๖ เมษายน พ.ศ. ๒๓๒๕ จนกระทั่งถึง พ.ศ. ๒๔๖๓ นับระยะเวลาได้กว่า ๖๐๐ ปี ที่คณะสงฆ์ไทยมีบทบาทสำคัญในการจัดการศึกษา ให้แก่บุคลากรของคณะสงฆ์เองและกุลบุตรกุลธิดา ส่งผลให้ บ้าน วัด วัง ใกล้ชิดกันเกื้อกูลกันทุกฝ่าย พระภิกษุสงฆ์เป็นผู้มีบทบาทสอนหนังสือให้เยาวชนคนของชาติทั้งในส่วน บ้าน วัด และวัง

                    ต่อมาในปี พุทธศักราช ๒๔๖๔ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงประกาศใช้พระราชบัญญัติประถมศึกษาขึ้น ซึ่งมีผลให้เด็กที่มีอายุ ๗ ปี บริบูรณ์ทุกคนต้องเรียนหนังสืออยู่ในโรงเรียนจนอายุครบ๑๔ ปี บริบูรณ์ โดยไม่ต้องเสียค่าเล่าเรียน โดยพระราชบัญญัติประถมศึกษานี้ มีผลบังคับตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม พุทธศักราช๒๔๖๔ การจัดการศึกษาตามพระราชบัญญัติดังกล่าว ตกไปอยู่ในส่วน บ้านและวัง โดยนิติบัญญัติ ฝ่ายวัดยังมีบทบาทในการจัดการศึกษาตามนิติบัญญัติเฉพาะส่วนนักธรรมและบาลี ซึ่งเป็นการจัดการศึกษาให้กับบุคลากรของคณะสงฆ์เอง ใน ขณะเดียวกันบุคลาของคณะสงฆ์ อันได้แก่พระภิกษุ-สามเณร ขาดโอกาสทางการศึกษาวิชาการต่าง ๆ อันนอกเหนือจากนักธรรมและบาลี โดยเฉพาะการศึกษาระดับอุดมศึกษา ด้วยกติกาของคณะสงฆ์เองและกติกาของสังคมนอกองค์กรสงฆ์ แม้ว่า บรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า สมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงสถาปนาสถาบันอุดมศึกษาขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๔๓๒ มีชื่อเดิมว่า "มหาธาตุวิทยาลัย" และมีพระบรมราชโองการเปลี่ยนนามใหม่ว่า "มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย" เมื่อ วันที่ ๑๓ กันยายน พ.ศ. ๒๔๓๙ โดยมีพระราชประสงค์เพื่อเป็นสถานที่ศึกษาพระไตรปิฎกและวิชาการชั้นสูง และเป็นอนุสรณ์เฉลิมพระเกียรติยศของพระองค์สืบไปก็ตามที แต่การ ดำเนินการจัดการศึกษาพระไตรปิฎกและวิชาชั้นสูงในระดับมหาวิทยาลัย เปิดสอนระดับปริญญาตรี คณะพุทธศาสตร์เป็นคณะแรกเมื่อวันที่ ๑๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๙๐[๑] ก็นับได้ว่าหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองของไทย เมื่อ พ.ศ.๒๔๗๕ ทางด้านกฎหมายก็ถือว่ามหาจุฬายังไม่มีฐานะเป็นนิติบุคคล บางกลุ่มกล่าวว่ามหาจุฬาเป็นมหาวิทยาลัยเถื่อนในทางตรงกันข้ามองค์กรทางคริสตจักร สามารถจัดการศึกษาให้กับเยาวชนชาย-หญิง โดยไม่จำกัดศาสนา ตั้งแต่ระดับประถมศึกษาจนถึงระดับอุดมศึกษา ส่งผลให้ศิษย์เก่าสถาบันการศึกษาของคริสตศาสนา เป็นผู้นำทางเศรษฐกิจ ผู้นำทางการเมือง นายกรัฐมนตรีของไทยไม่น้อยกว่า ๒ ท่าน เป็นศิษย์เก่าสถาบันการศึกษาของคริสตศาสนา[๒] แม้ว่ามีนายกรัฐมนตรีของไทยบางท่านเคยเป็นศิษย์วัดแต่ก็ไม่ได้สำเร็จการศึกษาระดับอุดมศึกษาจากสถาบันการศึกษาของคณะสงฆ์ไทย จะด้วยเจตนาหรือไม่ก็ตามที แต่ผลที่เกิดมาคือพระสงฆ์ถูกลดบทบาททางการจัดการศึกษาจากพระราชบัญญัติประถมศึกษา ๒๔๖๔ สถาบันศึกษาถูกย้ายออกนอกวัด โรงเรียนวัดบางวัดถูกตัดคำว่าวัดออกจากชื่อโรงเรียน ผลการจัดการจัดการศึกษาของคณะสงฆ์ไทย ตกอยู่ในสภาวะดังที่เห็น

            หลังจากพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๔๐ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๔ ตอนที่ ๕๑ ก เมื่อ ๑ ตุลาคม ๒๕๔๐ มหาวิทยาลัยมีฐานะเป็นนิติบุคคล ทำให้สามารถดำเนินการใด ๆ ได้ ด้วยตนเอง ดุจดังบุคคลบรรลุนิติภาวะ อนึ่งในพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ.๒๕๔๐ มีสาระที่ยึดโยงกับการปกครองคณะสงฆ์ไทย คือ ตำแหน่ง ผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานมหาจุฬาแต่ละระดับเป็นพระภิกษุ เช่นตำแหน่งอธิการบดี รองอธิการบดีส่วนกลาง รองอธิการบดีที่วิทยาเขต ทั้ง ๑๐ แห่ง และคณบดี ตำแหน่งเหล่านี้เป็นตำแหน่งของพระภิกษุ ในทางพฤตินัยพระภิกษุผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารของมหาจุฬา เป็นพระสังฆาธิการ ภาพมหาจุฬากับคณะสงฆ์ประดุจหนึ่งเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เช่นกิจกรรมวิสาขบูชาโลก หรือการประชุมระดับนานาชาติ เมื่อมหาวิทยาลัยมหาจุฬากรณราชวิทยาลัย มีสถานะเป็นนิติบุคคลแล้วสามารถ พัฒนาหลักสูตรและเปิดหน่วยงานหลายแห่งทั้งในและต่างประเทศ ดังนี้

            วิทยาเขต ๑๐ แห่ง  อันได้แก่ ๑) วิทยาเขตหนองคาย  ๒) วิทยาเขตนครศรีธรรมราช ๓) วิทยาเขตเชียงใหม่ ๔) วิทยาเขตขอนแก่น  ๕) วิทยาเขตนครราชสีมา ๖) วิทยาเขตอุบลราชธานี  ๗) วิทยาเขตแพร่  ๘) วิทยาเขตสุรินทร์  ๙) วิทยาเขตพะเยา  และ ๑๐) วิทยาเขตบาฬีศึกษาพุทธโฆส

            วิทยาลัย ๑๒ แห่ง  ได้แก่      ๑) วิทยาลัยสงฆ์เลย ๒) วิทยาลัยสงฆ์นครพนม ๓) วิทยาลัยสงฆ์นครสวรรค์ ๔)วิทยาลัยสงฆ์ลำพูน ๕) วิทยาลัยสงฆ์พุทธชินราช ๖)วิทยาลัยสงฆ์บุรีรัมย์  ๗)วิทยาลัยสงฆ์ปัตตานี ๘)วิทยาลัยสงฆ์นครน่านเฉลิมพระเกียรติฯ  ๙) วิทยาลัยสงฆ์พุทธโสธร  ๑๐) วิทยาลัยสงฆ์นครลำปาง ๑๑)วิทยาลัยสงฆ์เชียงราย  และ ๑๒) วิทยาลัยสงฆ์ศรีสะเกษ

            ห้องเรียน ๕ แห่ง  ได้แก่โครงการขยายห้องเรียน  ๑) จังหวัดร้อยเอ็ด ๒) จังหวัดเพชรบูรณ์ ๓) จังหวัด สิงห์บุรี ๔) จังหวัดสุราษฎร์ธานี ๕) จังหวัดกาญจนบุรี

            หน่วยวิทยบริการ ๑๘ แห่ง  ซึ่งสังกัดคณะสังคมศาสตร์ ๘ แห่ง คณะพุทธศาสตร์ ๒ แห่ง คณะมนุษยศาสตร์ ๑ วิทยาลัยสงฆ์ ๕ และวิทยาเขต ๒ แห่ง ดังนี้ ๑) จังหวัดสงขลา ๒) จังหวัดราชบุรี ๓) จังหวัดมหาสารคาม ๔) จังหวัดชลบุรี  ๕ จังหวัดระยอง  ๖ จังหวัดนครปฐม  ๗) จังหวัดนครปฐม ๘) จังหวัดจันทบุรี ๙) จังหวัดเพชรบุรี ๑๐) จังหวัดสกลนคร ๑๑) จังหวัดชัยภูมิ ๑๒) จังหวัดอุทัยธานี ๑๓) จังหวัดกำแพงเพชร ๑๔) จังหวัดพิจิตร  ๑๕) จังหวัดตาก ๑๖) จังหวัดอุตรดิตถ์ ๑๗) จังหวัดสุพรรณบุรี และ ๑๘) จังหวัดสระแก้ว

            สถาบันสมทบ ๗ แห่ง  ได้แก่ ๑)วิทยาลัยพระพุทธศาสนาดองกุก ชอนบอบ สาธารณรัฐเกาหลี ๒) มหาปัญญาวิทยาลัย อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ๓) มหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาซินจู สาธารณรัฐไต้หวัน ๔)ศูนย์การศึกษาพระอาจารย์พรัหม ประเทศสิงคโปร์ ๕)วิทยาลัยพระพุทธศาสนานานาชาติ ประเทศศรีลังกา ๖) วิทยาลัยพระพุทธศาสนา ประเทศสิงคโปร์ ๗) วิทยาลัยพระพุทธศาสนาธรรมเกท และยังมีโครงการต่าง ๆ ที่ดำเนินการโดยมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เช่น โครงการครูพระสอนศีลธรรม มีจำนวนไม่น้อยกว่า ๕,๐๐๐ รูป ทั่วประเทศไทย  โครงการพระธรรมทูตสายต่างประเทศ ได้ดำเนินการมาถึง ๑๙ รุ่น แล้ว

          จะเห็นได้ว่าหลังจากมีพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พุทธศักราช ๒๕๔๐ หน่วยงานทุกภาคส่วน ของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ได้ดำเนินการจัดการศึกษาให้บุคลากรขององค์กรสงฆ์ไทยและประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะพระสังฆาธิการที่ไม่จบการศึกษาระดับมัธยมปลาย ได้มีโอกาสศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรการบริหารกิจการคณะสงฆ์ (ป.บส.) และมีโอกาสศึกษา พุทธศาสตรบัณฑิต พุทธศาสตรมหาบัณฑิต และพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการเชิงพุทธ ของคณะสังคมศาสตร์ ส่งผลให้การจัดการกิจการคณะสงฆ์ทั้ง ๖ ด้าน มีพัฒนาการที่ดีขึ้น คดีความเกี่ยวกับพระสงฆ์ขึ้นสู่ศาลที่ผ่านมีสถิติลดลง ในรอบ ๕ ปีนี้ [๓] นับได้ว่ามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นปัจจัยสำคัญในการบริหารกิจการคณะสงฆ์ไทยเข้มแข็งยิ่งขึ้นจึงถือได้ว่าเป็นโอกาสทองของคณะสงฆ์ไทยโดยแท้



             *หัวหน้าภาควิชารัฐศาสตร์   

            [๑] http://www.mcu.ac.th/site/history.php (๑๙ มิ.ย.๕๖)

[๒]  http://www.kpi.ac.th/wiki/index.php ฐานข้อมูลสถาบันการเมืองพระปกเกล้า (๑๙ มิ.ย.๕๖)

๑. ท่านอานันท์ ปันยารชุน เข้ารับการศึกษาที่โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย จนจบมัธยม ๗ ในปี พ.ศ. ๒๔๙๑

๒. ท่านสมัคร สุนทรเวช เคยศึกษาระดับมัธยม โรงเรียนเซนต์คาเบรียล และระดับอาชีวะ โรงเรียนอัสสัมชัญพาณิชย์

               [๓]  จากการสนทนากับคณะผู้พิพากษาไทยขณะศึกษาดูงานยุโรป,กรุงปารีส,๑๐ มิ.ย.๕๖.





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< สิงหาคม 2014 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            



[ Add to my favorite ] [ X ]