• Dr.barnnok
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : ptoto@mcu.ac.th
  • วันที่สร้าง : 2014-08-01
  • จำนวนเรื่อง : 35
  • จำนวนผู้ชม : 34416
  • ส่ง msg :
  • โหวต 0 คน
ดร.พิเชฐ ทั่งโต
การศึกษาเชิงพุทธบูรณาการ รัฐศาสตร์ตามแนวพุทธ การเรียนการสอน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/ptoto
วันพุธ ที่ 6 สิงหาคม 2557
Posted by Dr.barnnok , ผู้อ่าน : 1899 , 21:59:31 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัย :

กับบทบาทการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม

University Strategy: the Role to Preserve of Arts and Culture

 ดร.พิเชฐ ทั่งโต

Dr. Phichet Thangto

ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกิจการทั่วไป

Assistant Recter, MCU University
อาจารย์ประจำภาควิชารัฐศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์

 Lecture of Political Science Department : Faculty of Social Sciences MCU



 

บทคัดย่อ

          มหาวิทยาลัยสงฆ์ เป็นสถาบันการศึกษา มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ตามแนวพุทธ รวมทั้งส่งเสริมการสร้างทุนมนุษย์ทางวัฒนธรรมอย่างเป็นระบบผ่านการจัดการศึกษา การวิจัย พร้อมเครือข่ายในส่วนมหาวิทยาลัยและภาคีสมาชิก เพื่อให้สอดคล้องกับแผนปฏิบัติ  ยุทธศาสตร์ นโยบายด้านวัฒนธรรมของมหาวิทยาลัย และมุ่งขับเคลื่อนสู่สาธารณะส่วนรวมเป็นการอนุรักษ์ ส่งเสริม ทำนุบำรุง ศิลปวัฒนธรรม

          คำสำคัญ :ยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัย, บทบาท,การทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม

Abstract

         Buddhist University the goal is to develop human resources according to Buddhism. And to promote the creation of human capital as a cultural system through research and education networks in universities and associate members. In line with the strategic plan of the university's cultural policy. And aims to drive the public to preserve public support arts and culture.

          Keywords :University strategy, State,Preservation Art and Culture

๑.บทนำ

          เมื่อต้องเข้าบรรยายพิเศษกับนิสิตปริญญาเอกรัฐศาสนศาสตร์ และการจัดการเชิงพุทธ เมื่อวันที่ ๓ สิงหาคม ๒๕๕๗ ที่ผ่านมา ในประเด็นการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ทำให้ต้องค้นคว้าเพื่อทำเป็นเอกสารประกอบการบรรยาย  ทั้งมีความเกี่ยวเนื่องกับผู้เขียนคือเป็นภาระงานในการประกันการศึกษา ตามเกณฑ์ประเมินของมหาวิทยาลัย ทั้งเป็นยุทธศาสตร์ ตาม พรบ.มหาวิทยาลัย  โดยสอดประสานกับยุทธศาสตร์ชาติ ด้วยเหตุผลที่ว่า มหาวิทยาลัยเป็นมหาวิทยาลัยของคณะสงฆ์ไทย มีฐานมาจากพระพุทธศาสนา ที่มี“หลักคิดแนวปฏิบัติ”ส่งผลเป็นการสรรสร้างวัฒนธรรมตามหลักการทางศาสนา โดยมีพุทธบริษัทในนามศาสนิกเป็นผู้ร่วมดำเนินการ เรียนรู้ ส่งต่อ สืบต่อมาจนเป็นวัฒนธรรมกระแสหลักของวัฒนธรรมไทย โดยเป็นทั้งผู้สร้างวัฒนธรรม ส่งต่อ ทำนุ บำรุง ส่งเสริม จากรุ่นสู่รุ่น จากคนสู่คน นับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน จนเป็นผลิตผลของวัฒนธรรมพื้นถิ่นจำนวนมาก อาทิ  ประเพณีการลอยโคม ลอยประทีป ประเพณีการเทศน์มหาชาติ ประเพณีแห่เทียนพรรษา  ตักบาตรดอกไม้   ตักบาตรเทโว อุ้มพระอาบน้ำ ประเพณีผีตาโขน  ประเพณีไหลเรือไฟ ประเพณีลอยกระทงสาย บุญผะเหวด เป็นต้น ดังนั้นเหตุผลที่น่าสนใจก็คือ พระพุทธศาสนาและศาสนิกเป็นทั้งผู้สร้างวัฒนธรรม รักษา ส่งต่อ เป็นไปตามจารีตวิถีประชาที่สอดคล้องกับสภาพพื้นถิ่น  กฎหมายรัฐธรรมนูญ กฎหมายพระราชบัญญัติการศึกษา กฎหมายมหาวิทยาลัย ล้วนกำหนดให้สถานศึกษามีบทบาทในการ “ทำนุ บำรุงศิลปวัฒนธรรม”ด้วย  จากเหตุผลดังกล่าวนี้ทำให้มหาวิทยาลัยต้องเข้าไปมีส่วนในการส่งเสริม รักษา และพัฒนาคุณค่าทางศาสนา วัฒนธรรม จารีตประเพณี ให้เกิดเป็นมูลค่า เป็นองค์ความรู้ และเป็นการจัดการทางวัฒนธรรม ผ่านการทำนุ บำรุง รักษา ส่งต่อ พัฒนาผ่านกระบวนการ การจัดการความรู้ และบูรณาการ

 

ภาพที่ ๑ การบรรยายแก่นิสิต ป.เอก (รปศ.) ๓ สิงหาคม ๒๕๕๗
บทบาทมหาวิทยาลัยกับการทำนุ บำรุงศิลปวัฒนธรรม (ภาพ : ผู้เขียน)

๒.ยุทธศาสตร์ชาติกับการอนุรักษ์วัฒนธรรม

          วัฒนธรรม คือ ความเจริญงอกงามที่มนุษย์เป็นผู้ทำให้เกิดขึ้นในโลก ตามคำที่เขียนขึ้นในภาษาบาลี “วรฺฒธฺมม” หรือภาษาสันสกฤตว่า “วรฺธนธรฺม” ในความหมายที่แปลว่า ธรรมคือความเจริญ ซึ่งตรงกับภาษาอังกฤษว่า Culture ที่แปลว่า พฤติกรรมที่กลุ่มชนกระทำเป็นรูปแบบที่ปฏิบัติสืบทอดกันมา[๑]  “...สุชีพ ปุญยานุภาพ กล่าวถึงคำว่า วัฒนธรรม ไม่ได้บัญญัติขึ้นมาเพียงเพราะให้สอดคล้องกับคำว่า Culture เท่านั้น หากแต่มีความมุ่งหมายที่สูงกว่า คือ เราบัญญัติคำนี้มาพร้อมกับการตั้งสถาบัน คือ สภาวัฒนธรรมแห่งชาติ เพื่อดำเนินการส่งเสริม รักษา ปรับปรุงจิตใจ และระเบียบประเพณี...รวมทั้งออกกฎหมายตั้งขึ้นเป็นกระทรวง..” [๒]

          พระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๔๘๕ ให้รายละเอียดเกี่ยวกับวัฒนธรรมไว้ ใน ๔ นัยยะ คือ

          ๑.วัฒนธรรมทางคติธรรม ได้แก่ หลักการดำเนินชีวิต ซึ่งส่วนใหญ่มาจากความเชื่อถือซึ่งได้สืบต่อกันมาแต่โบราณ เช่น ในลัทธิ ในศาสนาต่างๆ อันเป็นเรื่องเกี่ยวกับจิตใจ

          ๒.วัฒนธรรมทางเนติธรรม ได้แก่ กฎระเบียบ ข้อบังคับ ซึ่งอยู่ในแต่ละสังคม และเป็นที่ยอมรับนับถือ เหมือนกฎหมาย ซึ่งแต่ละสังคมใช้เป็นหลักในการบริรหารชุมชนของตน

          ๓. วัฒนธรรมทางสหธรรม ได้แก่ สิ่งยึดเหนี่ยวให้คนสามารถอยู่ร่วมกันได้ เช่น กิริยามารยาท ความสามัคคี  ความโอบอ้อมอารีต่อกัน การยึดถือประโยชน์ร่วมกันในทางวัฒนธรรม

          ๔.วัฒนธรรมทางวัตถุธรรม ได้แก่ บรรดาสิ่งของเครื่องใช้ สิ่งอำนวยประโยชน์ทั้งในชีวิตประจำวัน ในกิจกรรมงานทั่วไป และในการประกอบสัมมาอาชีพ มีภาชนะ เครื่องใช้สอย บ้านเรือนและอื่น ๆ เป็นต้น[๓]

          นอกจากนี้ยังมีพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงแสดงความห่วงใยต่อความเป็น “ไทย” อันสัมพันธ์การทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ที่ว่า

 

          “ถ้าท่านได้ช่วยกันทำให้บ้านเมืองมีความสุข ความเรียบร้อย ก็ ทำให้ประเทศชาติเป็นไปได้ด้วยดี ซึ่งเป็นความต้องการของประชาชนคนไทยทุกคนที่จะให้ประเทศชาติดำเนินไปโดยดีเพราะว่าจะทำให้สามารถที่จะมีความเป็นไทยอยู่ได้”

พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

เนื่องในโอกาสที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะนายกรัฐมนตรี

นำคณะรัฐมนตรีเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่

ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต

๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๑

 

          ดังนั้นเมื่อพิจารณาในภาพรวมวัฒนธรรม จึงเป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างสรรค์ ปรับปรุงเพื่อความเจริญงอกงามในวิถีชีวิตของส่วนรวมที่ถ่ายทอดสืบต่อกันมา จนเป็นค่านิยมแห่งชุมชน สังคม และประเทศชาติ จึงควรที่จะมีการอนุรักษ์ สืบสานวัฒนธรรมให้เป็นมรดกแผ่นดินสืบไป

          ในรัฐธรรมนูญพุทธศักราช พ.ศ.๒๕๕๐   ได้บัญญัติไว้ในมาตราที่ ๖๖[๔] ที่ว่า “บุคคลซึ่งรวมกันเป็นชุมชน ชุมชนท้องถิ่น หรือชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิมย่อมมีสิทธิ์อนุรักษ์ฟื้นฟู จารีตประเพณี ศิลปะและวัฒนธรรมอันดี ของท้องถิ่นและของชาติ และมีส่วนร่วมในการจัดการ การบำรุงรักษาศิลปวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่นและของชาติและมีส่วนร่วมในการจัดการและบำรุงรักษา และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม และความหลากหลายทางชีวภาพอย่างสมดุลและยั่งยืน ในมาตราที่ ๗๓[๕] มองว่าการอนุรักษ์วัฒนธรรมเป็น “หน้าที่” ของพลเมืองในรัฐ ที่บัญญัติไว้ว่า “บุคคลมีหน้าที่รับราชการทหาร และช่วยเหลือบรรเทาภัยพิบัติ สาธารณะ เสียภาษีอากร ช่วยเหลือราชการ รับการศึกษาอบรม พิทักษ์ ปกป้อง และสืบสาน ศิลปะ วัฒนธรรมของชาติ และภูมิปัญญาท้องถิ่น ชุมชนท้องถิ่น  และอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ตามที่กฎหมายบัญญัติ”

          รวมไปถึงมาตรา มาตรา๒๘๙ ได้ให้บทบาทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้เข้าไปมีบาทบาทในการทำนุบำรุงศิลปะ วัฒนธรรม เพื่อประโยชน์ของคนชุมชนในระดับต้น ที่ว่า“องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นย่อมมีอำนาจ หน้าที่บำรุงรักษาศิลปะจารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่นและวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่น...”[๖]

          ส่วนการจัดการศึกษาปรากฏในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๒บทบัญญัติในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติพ.ศ.๒๕๔๒ให้ความสำคัญกับการศึกษาศาสนาศิลปะวัฒนธรรม และจารีตประเพณีท้องถิ่นซึ่งหมายรวมไปถึงการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมด้วยเช่นกัน ดังปรากฏใน  มาตรา ๖ “การจัดการศึกษาต้องเป็นไปเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ทั้งร่างกายจิตใจสติปัญญาความรู้และคุณธรรมมีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการดำรงชีวิต สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข”

          มาตรา ๗ “ในกระบวนการเรียนรู้ต้องมุ่งปลูกฝังจิตสำนึกที่ถูกต้องเกี่ยวกับการเมือง การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขรู้จักรักษาและส่งเสริม สิทธิหน้าที่เสรีภาพความเคารพกฎหมายความเสมอภาคและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์มีความ ภาคภูมิใจในความเป็นไทยรู้จักรักษาผลประโยชน์ส่วนรวมและของประเทศชาติรวมทั้งส่งเสริม ศาสนาศิลปะวัฒนธรรมของชาติการกีฬาภูมิปัญญาท้องถิ่นภูมิปัญญาไทยและความรู้อันเป็น สากลตลอดจนอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีความสามารถในการประกอบอาชีพรู้จักพึ่งตนเองมีความริเริ่มสร้างสรรค์ใฝ่รู้และเรียนรู้ด้วยตนเองอย่างต่อเนื่อง”[๗]

          มาตรา ๒๓“การจัดการศึกษาทั้งการศึกษาในระบบการศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัยต้องเน้นความสำคัญทั้งความรู้คุณธรรมกระบวนการเรียนรู้และบูรณาการตามความเหมาะสมของแต่ละระดับการศึกษาในเรื่องต่อไปนี้ (๓) ความรู้เกี่ยวกับศาสนาศิลปวัฒนธรรมการกีฬาภูมิปัญญาไทยและการประยุกต์ใช้ภูมิปัญญา”[๘]

          มาตรา ๖๓“รัฐต้องจัดสรรคลื่นความถี่สื่อตัวนำและโครงสร้างพื้นฐานอื่นที่จำเป็น ต่อการส่งวิทยุกระจายเสียงวิทยุโทรทัศน์วิทยุโทรคมนาคมและการสื่อสารในรูปอื่นเพื่อใช้ ประโยชน์สำหรับการศึกษาในระบบการศึกษานอกระบบการศึกษาตามอัธยาศัยการทะนุบำรุง ศาสนาศิลปะและวัฒนธรรมตามความจำเป็น[๙]ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับศาสนาศิลปะ วัฒนธรรมและจารีตประเพณีท้องถิ่นนั้นในส่วนของสหประชาชาติและประเทศต่างๆได้กำหนดแนวทางและหลักการไว้

          ดังนั้นจึงอาจตีความและนิยามได้ว่า การอนุรักษ์ ทำนุ บำรุง ศิลปะ วัฒนธรรมเป็นลักษณะร่วมของคนในสังคมและเป็นทั้งมาตรการในการจัดการสิ่งแวดล้อมทางวัฒนธรรม เพื่อให้คนในสังคม ทุกคนมีส่วนร่วมผ่านกระบวนการทางกฎหมาย

          ในพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัย ได้กำหนดให้สภามหาวิทยาลัย และสภาวิชาการ มีอำนาจและหน้าที่ ตามกฎหมายมาตรา ๑๙ อนุ (๑) “วางนโยบายของมหาวิทยาลัยเกี่ยวกับการศึกษา การวิจัย การให้บริการทางวิชาการพระพุทธศาสนาแก่สังคม และการทะนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม”[๑๐]  และมาตรา ๒๒ อนุ (๙) “จัดหาวิธีการอันจะทำให้การศึกษา การวิจัย การให้บริการทางวิชาการพระพุทธศาสนาแก่สังคม และการทะนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมเจริญยิ่งขึ้น”[๑๑] โดยกรอบคือการมุ่งไปที่การให้ความสำคัญกับการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม

          ในองค์ประกอบที่  ๖ การบำรุงศิลปวัฒนธรรม ตามกรอบเกณฑ์ในการประเมินของมหาวิทยาลัยกำหนดไว้เป็นหลักการว่า “การทำนุบำรุงศิลปะ และวัฒนธรรมถือเป็นพันธกิจสำคัญประการหนึ่งของมหาวิทยาลัย ดังนั้นมหาวิทยาลัยจึงต้องมีระบบกลไกดำเนินงานด้านนี้ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและคุณภาพโดยอาจมีจุดเน้นเฉพาะที่แตกต่างจากปรัชญา และธรรมชาติของแต่ละมหาวิทยาลัย และมีการบูรณาการเข้ากับพันธกิจอื่น ๆ โดยเฉพาะการผลิตบัณฑิต รวมทั้งมีการจัดกิจกรรมฟื้นฟู อนุรักษ์ สืบสาน พัฒนา เผยแผ่ศิลปะและวัฒนธรรม สร้างสรรค์ ส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นให้เป็นรากฐานการพัฒนาองค์ความรู้ที่ดีขึ้น”[๑๒] ดังนั้นมหาวิทยาลัย ต้องมีภาระงาน และบทบาทในอันที่จะเข้าไปจัดการศึกษา ทำวิจัย และจัดการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับกระบวนการวิจัย หรือผลการวิจัยนั้น พร้อมทั้งนำโครงการเชิงประจักษ์มาเป็นหลักฐาน ตามเกณฑ์ประเมินในการประกันการศึกษาของมหาวิทยาลัย ตามภาระงานในการทำหน้าที่ประเมินอย่างเป็นระบบ จนก่อให้เกิดพลังขับเคลื่อนในการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมอย่างบูรณาการ  ดังปรากฏว่ามหาวิทยาลัยจัดให้มีการเทศน์มหาชาติ จัดไหว้ครู จัดการอนุรักษ์คัมภีร์ใบลาน หรือมีการวิจัยประเพณีวิถีปฏิบัติในเรื่องใดเร





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< สิงหาคม 2014 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            



[ Add to my favorite ] [ X ]