*/
  • ลุงตรี
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : chat.sonr@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-07-20
  • จำนวนเรื่อง : 9
  • จำนวนผู้ชม : 51874
  • จำนวนผู้โหวต : 10
  • ส่ง msg :
  • โหวต 10 คน
วันศุกร์ ที่ 6 พฤศจิกายน 2552
Posted by ลุงตรี , ผู้อ่าน : 7093 , 04:11:00 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ผมมีโอกาศได้ปั่นจักรยานทางไกลอีกครั้ง เป็นการเดินทางที่ไม่ซ้ำเส้นทางเดิม
เนื่องจากได้ข่าวว่า  "ไม้ค้ำตะวัน" จะปั่นจักรยานไปชมบั้งไฟพญานาค
ที่อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย  คุณตาเดช เจ้าของโครงการ
วางเส้นทางปั่น ออกจากอำเภอหนองม่วง

                                                         <>

 

วันที่ 25 ก.ย. 2552 นักเดินทางจากสมุทรปราการ รวมตัวกัน
ก่อนปั่นไปสถานีรถไฟหัวลำโพง

                                                        <>

สมทบกับนักเดินทางจาก กทม. อีกสองราย เพื่อนั่งรถไฟไปสถานีบ้านหมี่

                                                        <>

บันทึกภาพไว้ ก่อนออกเดินทาง ขาด "ตานิยม" ไปเพราะเป็นคนถ่ายภาพนี้
กับตาสุวรรณ

                                                         <>

ช่วยกันบรรจุจักรยานเข้าตู้สัมภาระ ..บ้างก็ส่ง

                                                            <>

บ้างก็คอยรับเข้าไปเก็บ

                                                           <>

ผูกยึดให้แน่นหนา กันเลื่อนไหล

                                                         <>

แล้วไปนั่งที่ตู้โดยสาร

                                                             <>

ถึงสถานีบ้านหมี่ ก็ช่วยกันยกจักรยานลง

                                                          <>

แล้วรถไฟก็วิ่งจากไป

                                                          <>

พวกเราก็พร้อมปั่นไปเหมือนกัน

                                                            <>

หลังจากแวะกินอาหารกลางวันที่ตลาดแล้ว เราก็ออกจากตัวเมือง

                                                            <>

เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 3196 ถนนเลียบคลองชลประทาน

                                                              <>

ถนนเส้นนี้ ตรงไปจังหวัดชัยนาทได้

                                                               <>

การจราจรมีพอประมาณ ปั่นจักรยานกันสบายใจ

                                                             <>

เลี้ยวขวาข้ามคลองชลประธาน เข้าทางหลวงหมายเลข 3354

                                                             <>

ตลอดทาง หลายครั้งพวกเราต้องเจอกับเจ้าถิ่น เดินกันเต็มถนน
แต่พวกเราไม่ว่า เพราะเราใช้พื้นที่ไม่มาก

                                                                <>

พอมาเข้าทางหลวงหมายเลข 3326 ฝนตก ต้องปั่นตากฝน
พอฝนหยุดใกล้ถึงหนองม่วง ยางรถจักรยานตาบุ๋ม รั่ว

                                                            <>

อาหารมื้อเย็นฝีมือตาเดช

                                                             <>

ภายในที่พักของวันแรก ที่บ้านตาเดช
....เส้นทางของวันแรก 33 ก.ม. ยังไม่เข้าโครงการ

                                                                 <>

วันที่ 26 ก.ย. 2552 อาหารมื้อเช้า

                                                                <>

เปิดโครงการ..."ปั่นจักรยานไปชมบั้งไฟพญานาค"

                                                                   <>

เริ่มเดินทาง บนถนนพหลโยธิน ทางหลวงหมายเลข 1
จากอำเภอหนองม่วง จังหวัดลพบุรี

                                                                  <>

คุณตาเดช เจ้าของโครงการ ปั่นนำคณะนักเดินทางจากสมุทรปราการและ กทม.

                                                                   <>

วันนี้ผมใส่เสื้อทีมเต็มยศ

                                                                   <>

ยังใช้รถพับ  เพื่อทดลองปั่นทางไกล อีกครั้ง

                                                                  <>

เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 3326

                                                                 <>

ท้องฟ้าแจ่มใส ดูแล้วไม่มีวี่แววฝนจะตก

                                                                  <>

มีโกดังรับซื้อผลิตผลทางการเกษตร อยู่ข้างทาง เพื่อความสะดวกของชาวไร่

                                                                          <>

ถึงตรงนี้ มาเจอท้องฟ้าเริ่มคลึ้มฝนซะแล้ว

                                                                   <>

สองข้างทาง มีไร่อ้อยที่กำลังเติบโต

                                                                <>

มาอีกหน่อย เป็นนาข้าวเขียวขจีเต็มท้องทุ่ง ท้องฟ้าแจ่มใสอีกแล้ว

                                                                 <>

เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2321 ไปอำเภอชัยบาดาล

                                                                  <>

เราวิ่งไปไม่นาน ฝนตกลงมา ผมเอาเสื้อกันฝนออกมาใส่กันน้ำฝนเปียก
 กันฝนได้ แต่ต้านลมมาก ๆ

                                                                  <>

เลยเอามาคลุมกระเป๋าพ่วงข้างเพื่อกันฝน แล้วปั่นตากฝนเหมือนเพื่อน ๆ

                                                                <>

ฝนตกเดี๋ยวเดียวก็หยุด ให้ปั่นเล่นเนินตามเพื่อนได้อย่างสบายใจ

                                                                   <>

แถว ๆ นี้ปลูกทั้งข้าวโพดและมันสัมปะรัง

                                                                  <>

เส้นทางนี้ต้องข้ามภูเขา แต่ยังไม่สูงมาก แค่เป็นเนิน

                                                                    <>

ถนนเส้นนี้ก็มีเจ้าถิ่นเป็นระยะ ๆ แต่ไม่เต็มถนน เพราะมีรถบันทุกวิ่งบ่อย

                                                                  <>

ถึงลำนารายณ์ เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 205 เป็นถนนสายหลัก

                                                                 <>

ถนนเป็นทางราบไปจนถึงอำเภอลำสนธิ ต่อจากนั้นจะขึ้นเขา
พวกเราจะเลยไปจนถึงอำเภอเทพสถิต ซึ่งอยู่บนเขา

                                                                <>

ที่อำเภอเทพสถิต ได้ที่พักเป็นศาลาของวัดที่ตั้งอยู่ในเส้นทางผ่านของเรา

                                                                 <>

ซักผ้า อาบน้ำ กางเต๊นท์ กันเรียบร้อย ตะวันยังไม่ตกดิน

                                                                   <>

พอมืด ก็เตรียมตัวมุดเข้าเต๊นท์ ของไคร ของมัน
มีสมาชิกท่านนึงใช้มุ้ง ต้องเอาเก้าอี้ ทำเสาผูกสายมุ้ง
การเดินทางวันแรก อำเภอหนองม่วงถึงอำเภอเทพสถิต ระยะทาง 108 ก.ม.

                                                                    <>

วันที่ 27 ก.ย. 2552 เช้ามืด เก็บมุ้ง เก็บเต๊นท์ แต่งตัวเรียบร้อย

                                                               <>

พอฟ้าสาง ทุกคนพร้อมเดินทาง หลังจากเอาเสื่อของวัด ที่ขอยืมมา ไปคืนเข้าที่

                                                                <>

ทางเข้าวัดราษฎร์ศรัทธาราม ที่พักเมื่อคืน

                                                               <>

เลยวัดนี้ไปนิดเดียว มีตลาดเช้า

                                                               <>

ตลาดสดเทพสถิต ที่พวกเราจะมาฝากท้องกัน

                                                                     <>

เพื่อน ๆ อุดหนุนข้าวราดแกงขี้เหล็ก แบบบริการตัวเอง
ของผมเป็นข้าวเหนียว ไก่ย่าง

                                                                     <>

แม่ค้าในตลาด ต่างยิ้มแย้ม พูดคุยเป็นกันเองกับพวกเรา
แม่ค้าข้าวแกงมีน้ำใจ นอกจากขายข้าวแกงราคาถูก
ยังไปซื้อน้ำเปล่า เป็นขวดพลาสติกมาแจกอีก

                                                                  <>

อิ่มแล้ว พร้อมเดินทางต่อ

                                                                <>

เดินทางประมาณชั่วโมง มีสถานที่ให้หยุดชม
เป็นที่เอกชน มีสิ่งก่อสร้างหลายอย่าง

                                                                 <>

เช่น พญาครุฑ พระเกจิอาจารย์ ที่มีชื่อเสียง

                                                                  <>

ภาพปั้นบุคคลสำคัญของชาติไทยเรา และอีกมาก

                                                                  <>

ผู้ดูแลอธิบายเรื่องราวของสถานที่แห่งนี้

                                                               <>

บนทางหลวงสาย 2354 วันนี้ท้องฟ้าคลึ้ม ไม่มีแดด ไม่รู้จะเจอฝนหรือเปล่า

                                                                  <>

กำลังไต่เขามา ต้องหยุด เพราะตาบุ๋ม ยางรั่ว อีกแล้ว

                                                                <>

คาดว่าพวกเราต้องไต่เขาไปประมาณครึ่งวัน

                                                                  <>

ตรงนี้น่าจะเป็นอำเภอนายางกลัก ฝนคงหยุดไปได้ไม่นาน
ถนนยังเปียกแฉะ ทางข้างหน้ายังมีเขาสูง ให้พวกเราไต่เล่นอยู่อีก

                                                                    <>

ภูเขาเทิอกนี้ ไม่ชันมากเหมือนคราวไปอุ้มผาง
ยังสามารถไต่ขึ้นได้อย่างไม่ยากนัก

                                                                 <>

ตาบุ๋มยางรั่วอีกแล้ว

                                                                 <>

ลงจากภูเขา เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 225
ระหว่างเดินทาง เราฝากท้องไว้ตามร้านค้าข้างทาง

                                                                  <>

ออกจากชัยภูมิ ไปอำเภอตาดโตน ใช้ทางหลวงหมายเลข 2051

                                                                    <>

พวกเราก็ต้องปั่นกลางสายฝน แต่ฝนตกเดี๋ยวเดียวก็หยุด

                                                              <>

ก่อนถึงน้ำตกตาดโตน พวกเราแวะที่วัดแจ้งสว่างอารมย์

                                                                  <>

ได้ศาลา มีเตาอบอยู่ใกล้ ๆ เป็นที่พัก
เป็นศาลาขนาดย่อม ๆ โปร่ง โล่ง พักได้อย่างสบาย

                                                                <>

รีบซักเสื้อผ้า อาบน้ำ กางเต๊นท์ ตั้งแต่วัน ท่าทางยุงที่นี่คงชุม

                                                                  <>

ที่พักของผมครับ สะดวกขนาดพาจักรยานไปจอดใกล้ ๆ
...จากเทพสถิต ถึงชัยภูมิ 121 ก.ม.

                                                                <>

วันที่ 28 ก.ย. 2552 เวลา 06.40 น. พร้อมเคลื่อนขบวนเดินทางต่อ

                                                                  <>

ยังใช้เส้นทางหมายเลข 2051 ไปตาดโตน

                                                               <>

สิบกว่ากิโลเมตร ถึงทางเข้าอุทธยานแห่งชาติตาดโตน

                                                                   <>

ไต่เขามาไม่ไกล ถึงทางเข้าน้ำตก เราไม่เข้าชมน้ำตก

                                                                  <>

สอบถามเส้นทางจากชาวบ้าน เพื่อความแน่ใจ

                                                              <>

จากนั้นก็ไต่เขาไปเรื่อย ๆ

                                                                   <>

อากาศดี ช่วงนี้ยังไม่มีแดด

                                                                  <>

ไต่เขามากว่าสองชั่วโมงแล้ว ไม่มีบ้านคน มีแต่ป่า
ถามชาวบ้านที่ขับจักรยานยนต์ผ่านมา เขาบอกว่าอีกสามกิโล

                                                               <>

แต่พวกเรารู้สึกว่าไกลมาก ในที่สุดก็มาถึงย่านชุมชน

                                                               <>

พวกเราแวะร้านขายอาหาร ร้านแรกที่เห็น

                                                             <>

ดูแล้วน่าจะเป็นแห่งเดียวในถิ่นนี้

                                                                 <>

เป็นร้านขายอาหารตามสั่ง คนขายไปทำงานที่กรุงเทพฯอยู่นาน
ตอนนี้กลับมาที่บ้านแล้ว

                                                                <>

สั่งอาหารกันตามใจชอบ เช่นข้าวผัด

                                                                    <>

นี่ก็ข้าวผัด

                                                                 <>

ข้าวผัดเหมือนกัน ตอนนี้ลงท้องหมดแล้วครับ

                                                                <>

วิ่งอยู่บนเขานะครับ แต่เหมือนวิ่งบนทางราบ มีเนินนิดหน่อย

                                                                  <>

ถนนโล่งดีมาก ชาวบ้านคงเข้าไร่ เข้าสวนกันหมดตั้งแต่เช้า

                                                                      <>

ช่วงนี้มีบ้านเรือนสองข้างทางเกือบตลอด

                                                                   <>

พอพ้นหมู่บ้าน เป็นไร่ปลูกพืช ที่เห็นมีหลายชนิด
มีทั้งต้นยาง ต้นยูคา เป็นต้น

                                                                       <>

มีปลูกสับปะรดมากเหมือนกัน มองเห็นไกลสุดสายตา

                                                                  <>

ลงจากภูเขา เข้าถนนหมายเลข 2353

                                                                 <>

สองข้างทางเป็นแปลงนาปลูกข้าว ส่งกลิ่นหอม จนผมได้กลิ่นขณะกำลังวิ่งผ่าน

                                                                  <>

พอเข้าหมู่บ้าน พวกเราแวะพัก ชาวบ้านให้ความสนใจกันมาก
คงเป็นเพราะการแต่งตัว และปั่นจักรยานมาเป็นกลุ่ม

                                                                   <>

เราพักกันไม่นาน ได้ช่วยอุดหนุนสินค้าในตู้แช่เย็น

                                                               <>

พักอีกที ที่อำเภอแก้งคร้อ กินน้ำแข็งปั่น ที่สถานีรถโดยสารของอำเภอ

                                                                    <>

มีรถโดยสารไปต่างอำเภอหลายสาย ผู้คนสัญจรไปมาค่อนข้างมาก
ที่ท่ารถโดยสาร มีสาว ๆ ไปโมษณาสินค้า กับผู้โดยสารที่กำลังรอขึ้นรถ

                                                                     <>

อาหารมื้อกลางวัน ที่ร้านขายอาหารริมทาง เหมือนเดิม

                                                                  <>

ที่บ้านไผ่ เราแวะที่นี่ จึงเห็นว่าเป็นอาคารเก่า อายุคงไม่น้อยกว่า 50 ปี

                                                             <>

เราพักดื่มน้ำ เจ้าของร้านคิดเงินเพียงค่าเครื่องดื่ม ไม่คิดค่าน้ำแข็ง

                                                                        <>

นั่งคุยกับพวกเราอย่างเป็นกันเอง

                                                                     <>

ออกจากตัวเมืองบ้านไผ่ไม่ไกล หนุ่มเจ้าของอู่ ไปรับลูกชายที่โรงเรียน
เห็นพวกเราก็มาเตรียมน้ำเย็นคอยต้อนรับ บอกว่าสนใจ และสักวัน จะทำแบบพวกเรา

                                                                   <>

รถที่เจ้าของอู่ประกอบตามจินตนาการ

                                                                 <>

ก่อนถึงอำเภอบรบือ 20 ก.ม. เราแวะเข้าวัดข้างทาง

                                                                   <>

วัดหนองแหนวราราม กิ่งอำเภอกุดรัง

                                                                    <>

กิจกรรมหลังจากได้ที่พักแล้ว

                                                                      <>

วงสนทนา ภายในที่พัก ก่อนเข้านอนพักผ่อน
.....เส้นทาง ตาดโตน-กุดรัง 135 ก.ม.

                                                                   <>

วันที่ 29 ก.ย. 2552 บนทางหลวงหมายเลข 23 ยามเช้า

                                                           <>

ออกจากกิ่งอำเภอกุดรัง ไปอำเภอบรบือ ท้องฟ้าแจ่มใส

                                                                   <>

ไม่ถึงชั่วโมง มาถึงทางแยกเข้าเมือง

                                                                   <>

ไปอีกเพียงสองกิโลเมตร เท่านั้น จะแวะ หรือจะไปต่อ

                                                                    <>

ตกลงแวะเข้าเมือง

                                                                 <>

อำเภอบรบือ เป็นอำเภอใหญ่ บ้านเรือนผู้คนมาก

                                                                <>

พวกเราแวะตลาด กินอาหารเช้ากันก่อน

                                                                   <>

นักเดินทางกำลังเข้าเมืองมหาสารคาม

                                                                <>

พวกเราผ่านเข้าตัวเมือง

                                                                   <>

แวะร้าน บ้านรถถีบ ที่เจ้าของหายจากโรครูมาตอย เพราะจักรยาน
เลยมาทำร้านและชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพมหาสารคาม
เคยไปปั่นจักรยานกับคุณตาเดช

                                                                  <>

จักรยานคันนี้ ถูกตระเตรียมเพื่อไปเที่ยวเมืองจีน

                                                              <>

ไปต่อยังจังหวัดกาฬสินธ์ โดยทางหลวงหมายเลข 213
ออกจากกาฬสินธ์ ใช้ทางหลวงหมายเลข 227 ไปอำเภอสหัสขัณธ์
ถึงสหัสขัณธ์ มีไดโนเสาร์ยืนคอยต้อนรับข้างทาง

                                                              <>

ยืนอยู่ทั้งสองฝั่งถนน มองเห็นเด่นชัด

                                                              <>

หยุดแวะทักทายไดโนเสาร์

                                                                 <>

พวกเราเดินทางเข้าสู่อุทยานโลกไดโนเสาร์

                                                                <>

ตีนภูกุ้มข้าว มีวัดสักกะวัน พวกเราจะพักค้างคืนกันที่วัดนี้

                                                                     <>

พิพิธภัณฑ์สิรินธร เป็นชื่อพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ ของไทยเรา

                                                                      <>

ตัวเอกของพิพิธภัณฑ์....ทีเร็กซ์....

                                                                      <>

บันทึกภาพกับพระเอกตัวร้าย เป็นหลักฐาน

                                                                <>

เดินเที่ยวชมไปตามทางที่จัดไว้

                                                                 <>

ระหว่างเดินชมพิพิธภัณฑ์

                                                                      <>

ไข่ไดโนเสาร์นะ

                                                                     <>

แสดงโครงกระดูกไดโนเสาร์ ชนิดที่ค้นพบในบ้านเรา

                                                                   <>

สถานที่ขุดค้นโครงกระดูก ที่ภูกุ้มข้าว
สถานที่ค้นพบกระดูกโบราณ เป็นหลักฐานว่า
เคยมีไดโนเสาร์ อาศัยอยู่ในประเทศไทย ตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์ 

                                                                      <>

ออกจากพิพิธภัณท์ เราไปพักที่วัดสักกะวัน ที่อยู่ไม่ไกลกัน   
ระยะทางที่วิ่งมาวันนี้  131ก.ม.

                                                        <>

วันที่ 30 ก.ย. 2552 หลังจากเก็บเต๊นท์เรียบร้อย
จึงเห็นว่ามีเพื่อนมาอาศัยนอนด้วย โดยแอบอยู่ใต้เต๊นท์

                                                                    <>

ตลาดเทศบาล ยามเช้า ท่ามกลางสายฝนเบา ๆ

                                                           <>

ผมจอดจักรยานหลบฝนที่ร้านกาแฟโบราณ เลยกินกาแฟ ปาท่องโก๋
แล้วยังตุนข้าวเหนียวกับหมูปิ้งไว้อีก

                                                           <>

ออกจากตลาดเทศบาล ก็ปั่นตากฝน ไปจนแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 2041
เพื่อตรงไปหนองแวง ตาเล็กเจอยางรั่วบ้าง ต้องหยุดเปลี่ยนกลางฝนที่เริ่มซาลง

                                                             <>

จากหนองแวง เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 213 ไปขึ้นภูพาน

                                                             <>

ไต่เทือกเขาภูพานอยู่นาน จนมาเห็นที่จอดพักรถบันทุก
ก็จอดพัก เก็บภาพเจ้าตัวเล็กของทีม

                                                               <>

จุดนี้น่าจะเป็นจุดที่สูงจุดนึงของเทือกเขาภูพาน

                                                               <>

ทีแรกนึกว่าหมอกลง กลายเป็นเมฆที่กำลังลอยผ่านไป ท่ามกลางแมกไม้

                                                                       <>

ผมรู้สึกถึงความเย็นจากละอองน้ำ

                                                              <>

เพื่อน ๆ ที่ตามหลังมา

                                                               <>

ก็หยุดพักที่จุดเดียวกัน

                                                                  <>

เราหยุดพักรวมตัวกันอีกที ที่อำเภอภูพาน
ตรงตลาดขายสินค้าเกษตรของชาวบ้าน

                                                              <>

เดินชมสินค้า ชิมและซื้อสินค้ากันอยู่นาน
ผมซื้อกล้วยรูปร่างเหมือนกล้วยหอม แต่รสเหมือนกล้วยไข่

                                                               <>

เดินทางต่อมาประมาณ 20 ก.ม. มาถึงถนนคดเคี้ยวเหมือนงูเลื้อย

                                                                  <>

จากจุดนี้ เป็นทางลงเขาตลอด ต่อด้วยทางราบ 10 ก.ม. ถึงจังหวัดสกลนคร

                                                                   <>

พวกเราเข้าที่พัก เป็นวัดที่อยู่ในเมือง

                                                                   <>

วัดศรีชมพู ในตัวเมืองสกลนคร สถานที่พักของเรา

                                                                 <>

ข้าวกล่อง อาหารมื้อเย็น เนื่องจากฝนตก

                                                                    <>

เวลาค่ำมีเพื่อนนักปั่นคอเดียวกัน ของสกลนคร มาคุยด้วย
....จากสหัสขัณฑ์ถึงสกลนคร 119 ก.ม.

                                                                <>

วันที่ 1 ต.ค. 2552 เพื่อนนักปั่นชาวสกลนคร มาแต่เช้า

                                                                  <>

ก่อนออกเดินทาง ท่านเจ้าอาวาสเรียกพวกเราไปพบ สอบถาม อวยพร พรมน้ำมนต์
ให้ของมาถุงใหญ่

                                                           <>

เราต้องแบ่งออกเพื่อช่วยกันนำติดตัวไป

                                                                      <>

ตลาดสดเทศบาลเมืองสกลนคร

                                                              <>

เข้าตลาดสด กินอาหารเช้า

                                                                     <>

ผมเลือกกินข้าวราดแกง

                                                                 <>

ไปเที่ยวสถานที่สำคัญในเมืองสกลนคร

                                                              <>

ชมวัดพระธาตุเชิงชุม

                                                              <>

ตานิยม เป็นผู้ถ่ายภาพส่วนมาก ของโครงการนี้

                                                                <>

ที่หนองหาน กำลังจะแข่งเรือ แต่เราไม่ได้อยู่ดู ฝนก็กำลังจะตก

                                                                 <>

เราไปอำเภอพังโคน โดยทางหลวงหมายเลข 22
ไม่ถึงเที่ยงวัน ก็เข้าเมืองพังโคน แวะกินข้าวกลางวัน

                                                                      <>

ที่ร้านขายอาหารปักษ์ใต้ เป็นข้าวราดแกง

                                                                  <>

เมื่อออกจากพังโคน นักปั่นท่องเที่ยว ฉายา "เสี่ยวภูธร" คอเดียวกัน
ที่อยู่พังโคนนี่เอง เห็นพวกเราปั่นจักรยานผ่านไป ก็ขับจักรยานยนต์ตามมาทักทาย

                                                           <>

ถ่ายภาพเก็บไว้เป็นหลักฐาน

                                                               <>

กลุ่มนักปั่นกำลังเข้าเมืองสว่างแดนดิน

                                                                   <>

คุณเสี่ยวภูธร ขับจักรยานยนต์ล่วงหน้ามา ให้เพื่อนชาวสว่างแดนดิน
เตรียมน้ำเย็น เครื่องดื่ม อาหารว่าง ไว้บริการพวกเรา

                                                                 <>

เป็นน้ำใจและบริการที่ยอดเยี่ยม

                                                             <>

ออกจากสว่างแดนดินไปไม่นาน ฝนก็ตก
พวกเราปั่นกันกลางสายฝน เปียกโชกกันอีกครั้งนึง
อีกประมาณ 10 ก.ม.จะถึงอำเภอบ้านดุง ฝนก็หยุด
เราได้ที่พักที่วัดบูรพาวัน ที่วัดกำลังมีงาน มีโรงทาน

                                                                  <>

พวกเราอาศัยกินอาหารเย็นที่นี่ ตามคำเชิญ

                                                             <>

ที่พักของเราเป็นศาลากว้างขวาง

                                                                 <>

มีก๊อกน้ำอย่โดยรอบศาลา ให้เราได้อาศัยใช้ล้างรถจักรยาน
ซักผ้าและอาบน้ำ

                                                                 <>

พื้นที่กว้างขวาง ให้พวกเราเลือกที่กางเต๊นท์ตามใจชอบ

                                                                   <>

เต๊นท์ของเรา นอกจากใช้อาศัยนอนแล้ว ยังใช้ผึ่งเสื้อผ้าได้

                                                                       <>

ยังมีที่มากมายให้พาจักรยานของเรามาไว้ในศาลาด้วย
...จากเมืองสกลนครถึงอำเภอบ้านดุง ระยะทาง 134 ก.ม

                                                                  <>.

วันที่ 2 ต.ค. 2552 เวลาเช้า มีพิธีใส่บาตรพระสงฆ์

                                                               <>

ในบริเวณวัดมีโรงทานตั้งเรียงรายหลายสิบโรงทาน สำหรับผู้มางาน

                                                               <>

พวกเราเลยได้อาศัยโรงทาน ชิมอาหารต่าง ๆทั้งคาว หวาน

                                                                      <>

ออกจากบ้านดุงตามทางหลวงหมายเลข 2096

                                                                    <>

เลี้ยวเข้าถนน รพช.ไปจนถึงโพนพิสัย

                                                              <>

ก่อนถึงโพนพิสัย พวกเราแวะร้านค้าในหมู่บ้าน

                                                                  <>

เพราะเห็นมีที่ไสน้ำแข็ง

                                                            <>

คนขายเป็นเด็กนักเรียนผู้หญิงมาช่วยแม่ขาย เราอุดหนุนน้ำแข็งไส

                                                                  <>

ต่อด้วยต้มจืดเส้นอีกชาม เป็นการกระจายรายได้

                                                           <>

ก่อนเข้าเมือง หยุดรอตาเดช ที่อยู่ท้าย แล้วหลุดขบวนไป
ผลคือยางรั่ว ดีหน่อยที่มีตาตู๋ เป็นบั้ดดี้ เลยไม่เหงา
วันนี้ป้องกันฝนอย่างดี แต่ไม่เจอฝนจนถึงโพนพิสัย

                                                                <>

พอเข้าเมือง เจอสมาชิกกลุ่มนาคาไบค์ ช่วยพาไปหาที่พัก
เพราะติดต่อมาสองวัดแล้ว แต่ไม่ว่าง มีผู้จองไว้ก่อน

                                                                  <>

มาได้ที่พักที่วัดภิรมยาราม อยู่ห่างริมฝั่งโขงไม่มาก เดินไปได้สบาย

                                                            <>

เป็นอาคารเรียนปริยัติธรรมวันอาทิตย์ ตอนนี้ว่าง

                                                                   <>

เป็นห้องเรียน ที่เก็บเก้าอี้ไว้ข้างฝาห้อง

                                                                        <>

มีที่ให้กางมุ้ง กางเต๊นท์อย่างลงตัว

                                                                 <>

ตอนค่ำสมาชิกนาคาไบท์ มาคุยด้วย และชวนไปร่วมงานเปิดตัวชมรมนาคาไบท์
อย่างเป็นทางการ
วันนี้เป็นการปั่นจักรยานที่มีระยะทางสั้นที่สุด เพียง 60 ก.ม.

                                                                   <>

วันที่ 3 ต.ค. 2552 หมู่จักรยาน บนอาคารที่พัก

                                                         <>

พวกเราไปดูสถานที่ชมบั้งไฟ ซึ่งมีหลายแห่ง
จุดชมบั้งไฟพญานาค เทศบาลตำบลจุมพล

                                                      <>

 

พญานาค ที่วัดไทย

                                                           <>

สถานที่เฝ้าชมบั้งไฟพญานาค ที่เทศบาลจัดเตรียมไว้อย่างถาวร

                                                                <>

เป็นระยะทางหลายกิโลเมตร ริมฝั่งโขง

                                                              <>

  

มองข้ามแม่น้ำโขงไป เป็นฝั่งประเทศลาว

                                                                   <>

สำรวจสถานที่ ริมฝั่งที่จักรยานไปได้

                                                                  <>

ออกจากเมืองไปสามกิโลเมตร มีจุดที่กำหนดให้ชมบั้งไฟพญานาค ตลอดทาง                                                  

                                                             <>

วันที่ 4 ต.ค. 2552 วันนี้ ช่วงเช้าสมาชิกนาคาไบค์ นำพวกเราไปทั่วเมือง

                                                               <>

ไปเที่ยวยังวัดสำคัญหลายแห่ง

                                                                    <>

ฆ้องขนาดใหญ่ ที่วัดหลวง

                                                                 <>

ช่วงบ่ายที่งานเปิดตัวชมรมของชาวโพนพิสัย ชมรมนาคาไบท์

                                                               <>

พวกเราไปร่วมปั่นจักรยานรณรงค์

                                                               <>

ด้วยการปั่นจักรยานไปตามย่านพานิชย์ ในเมือง

                                                                   <>

มีนักปั่นจากนครนายก กว่า 30 คัน ที่กลับจากไปเที่ยวประเทศลาว
ร่วมขบวนปั่นรณรงค์ด้วย

                                                             <>

มีรถตำรวจนำขบวน พร้อมกับประกาศประชาสัมพันธ์ไปตลอดทาง

                                                                 <>

นาคาไบค์เลี้ยงเครื่องดื่ม หลังจบงานปั่นรณรงค์

                                                                  <>

ช่วงเย็นก็จัดงานเลี้ยงนักปั่นที่ไปร่วมงาน

                                                                 <>

เวลาบ่าย ๆ บริเวณริมฝั่งโขง ผู้คนเริ่มมาจับจองที่กันแล้ว

                                                                    <>

ได้ที่แล้วก็นั่งคอย มาทีหลังค่อยทะยอยเข้าไปหาที่เหมาะ ๆ

                                                                <>

ส่วนใหญ่ มากันเป็นกลุ่ม เป็นครอบครัว มีเก้าอี้ มีเสื่อมาพร้อม

                                                                   <>

ที่ไม่ลงมาริมฝั่ง ก็ยืนเกาะราวเหล็กริมทางเดิน

                                                                    <>

บางคนกางเต๊นท์ เพื่อคอยเฝ้าทั้งคืน

                                                                    <>

ใกล้ค่ำ ผู้คนมากันเต็มฝั่ง เป็นแนวยาว

                                                             <>

ที่ทางเดินแถววัดไทย และอีกหลายจุด คนมากจนเดินแทรกไปลำบาก

                                                                    <>

พอมืด ผมได้ยินโฆษกประกาศว่า มีบั้งไฟขึ้นมาแล้ว 3 ลูก
แต่ห่างจากจุดที่ผมยืนเกือบครึ่งกิโลเมตร

                                                              <>

เรือไฟ ไหลมาตามน้ำเป็นแถว

                                                           <>

กระทงสาย ลอยมาอย่างไม่ขาดสาย พลุ ตะไล เสียงดังลั่น เป็นระยะ ๆ

                                                           <>

โคมลอย เหล่านี้ที่ผมเห็นไม่น้อยกว่าสามชั่วโมง จนกลับที่พัก

                                                             <>

วันที่ 5 ต.ค. 2552 เตรียมพร้อมเดินทางต่อ

                                                             <>

นักเดินทางจากเชียงใหม่ มาพักด้วยตั้งแต่เมื่อวาน
จะปั่นไปเข้าประเทศลาว

                                                             <>

หลังอาหารเช้า พวกเราออกเดินทางออกจากโพนพิสัย
ใช้ทางหลวงหมายเลข 212

                                                                 <>

เป็นการเดินทางขากลับ ซึ่งเราไม่ย้อนกลับทางเดิม

                                                                    <>

เรามุ่งตรงไปหนองคาย เช้านี้อากาศดี คาดว่าจะไม่มีฝน

                                                                  <>

มีรถนักท่องเที่ยวแซงเราไป จำนวนมาก

                                                              <>

ไม่ถึงสองชั่งโมง เราถึงทางแยกไปสะพานมิตรภาพ ไทย-ลาว

                                                                  <>

พวกเราปั่นมารวดเดียวโดยไม่หยุดพัก ประมาณ 35 กิโลเมตร

                                                                    <>

เหลืออีก 10 ก.ม. ก็ถึงหนองคาย

                                                             <>

ถึงหนองคาย เราแวะที่วัดโพธิชัย ที่กำลังมีงาน ผู้คนจึงมากันมาก

                                                             <>

นักเดินทางสองคนนี้จะแยกตัวกลับก่อนโดยรถโดยสาร
อีกคนไปเที่ยวเมืองลาวตามลำพัง

                                                                <>

ลัดเลาะไปจนถึงตลาดอินโดจีน

                                                              <>

เดินดูสินค้าที่มีมากมาย หลากหลาย

                                                                 <>

มีผู้คนมาเดิน ซื้อหากันจำนวนมาก

                                                                   <>

ออกจากตลาดตรงท่าเสด็จพอดี

                                                             <>

จากหนองคาย เดินทางต่อไปอำเภอท่าบ่อ

                                                                  <>

เวลานี้เหลือนักเดินทางเพียง 6 คน

                                                            <>

ก่อนถึงท่าบ่อ ถนนช่วงนี้ร่มรื่น เพราะต้นไม้สองข้างทาง

                                                                          <>

นักเดินทาง กำลังวิ่งผ่านย่านชานเมือง

                                                                      <>

แวะกินน้ำแข็งปั่นเย็น ๆ ในเมือง

                                                              <>

จากท่าบ่อ ใช้ทางหลวงหมายเลข 2020 ไปบ้านผือ 
อากาศแจ่มใส ตาตู๋ ต้องใช้อุปกรณ์กันแดด
ตาพัลลภ บอกว่าสู้ได้สบายมาก

                                                                  <>

แถวนี้ น่าจะเป็นแหล่งรับซื้อ-ขาย บ้านเก่า มีอยู่หลายเจ้า ทั้งสองข้างทาง

                                                                     <>

เกือบบ่ายโมง เราเข้าใกล้บ้านผือแล้ว

                                                                   <>

ก่อนเข้าเมือง ต้องหยุดรอ ตาเล็ก ที่ยางรั่ว ต้องหยุดเปลี่ยน

                                                                      <>

หลังจากอาหารมื้อกลางวันที่บ้านผือ เราใช้ทางหลวงหมายเลข 2098

                                                                    <>

วิ่งมา จากถนนหมายเลข 2098 เปลี่ยนเป็น 2097

                                                              <>

ผมสงสัยว่าเราจะไปนากลาง แต่ที่ป้ายบอกทาง รวมทั้งหลักกิโล
ไม่มีคำว่า นากลาง มีแต่ไป นาคำไฮ

                                                                     <>

บ่ายสามโมง ก่อนถึงนากลาง พวกเราแวะเข้าไปที่วัดประสานสามัคคีธรรม
เราตกลงใจพักกันที่วัดนี้

                                                             <>

มีศาลาให้อาศัยพักได้อย่างสบาย
....ระยะทางที่มาวันนี้ 133 กิโลเมตร

                                                                <>

วันที่ 6 ตุลาคม 2552 เวลา 06.30 น. เราออกเดินทาง
เหลืออีก 19 ก.ม. จะถึงอำเภอนากลาง

                                                              <>

ถึงนากลาง ผมหายสงสัย เพราะก่อนถึงนากลางจะมีทางแยก
เข้าทางหลวงหมายเลข 210 เลี้ยวซ้าย จะไปนาคำไฮ เลี้ยวขวาไปนากลาง

                                                              <>

อำเภอนากลาง อยู่ข้างหน้าเราแล้วครับ

                                                                 <>

แม้จะยังเป็นเวลาเช้ามาก เราก็แวะร้านข้าวขาหมู ที่เห็นอยู่ริมทาง

                                                           <>

หลังอาหาร จะออกเดินทางต่อ ก็เห็นยางรถผมแบนซะแล้ว
เพื่อน ๆ คงสงสาร เห็นว่าตัวเล็ก มาช่วยกันคนละไม้ คนละมือ

                                                                  <>

ออกจากนากลางไม่ไกล ถนนตัดผ่านตีนเขา

                                                                <>

จึงมีแค่เนินไม่สูงให้พวกเราไต่ขึ้นเท่านั้น

                                                               <>

จุดหมายวันนี้อยู่ที่อำเภอภูหลวง เราเข้าไปที่วัดชุมแสง
ทราบว่าเจ้าอาวาสไม่อยู่ ไปซื้อของ ไม่นานก็จะกลับ

                                                                  <>

ตานิยมกับตาเดช ไปนั่งคุยกับชาวบ้านที่อยู่ข้างวัด

                                                                   <>

พอท่านเจ้าอาวาสกลับมา พวกเราได้พักที่วัดนี้
.......ระยะทางวันนี้ 108 ก.ม.

                                                           <>

วันที่ 7 ตุลาคม 2552 เหมือนเช่นทุกวัน เราเตรียมตัวพร้อมกันตั้งแต่เช้ามืด
แต่จะออกช้าหน่อย รอร้านอาหารเปิด

                                                               <>

วันนี้มีสมาชิกเพิ่ม 2 คน ข้ามจากฝั่งลาว มาถึงเมื่อคืน
ตาประสาท(ซ้ายสุด) ตาตี๋ (หลังตาพัลลภ)

                                                               <>

บนทางหลวงหมายเลข 2016 ออกจากอำเภอภูหลวงมาแล้ว

                                                        <>

  

วันนี้เราจะข้ามภูเขาเพื่อไปจังหวัดเพชรบูรณ์

                                                            <>

ภูเขาที่มีสถานที่ท่องเที่ยวเป็นที่รู้จักทั่วไปของจังหวัดเลย

                                                                 <>

                                                            

เราต้องซักเสื้อผ้าทุกวัน ถ้าไม่แห้ง ก็ปั่นไป ตากไป แบบนี้

                                                            <>

แล้วเราก็เริ่มไต่เขา โดยถนนที่ตัดแบบเก่า

                                                              <>

สร้างลดเลี้ยว ขึ้น ลง ตามสภาพภูมิประเทศ

                                                              <>

  

จึงมีเนินที่ค่อนข้างชันมาก ๆ ไต่ผ่านไปไม่กี่เนิน
ผมต้องใช้ก๊อกสอง คือที่จานหน้าผมต้องหยิบโซ่ลงจานใบเล็ก

                                                               <>

ระยะทางบนเขาประมาณ 20 ก.ม. แต่ใช้เวลาข้ามหลายชั่วโมง
ลงจากภูเขาก็ปั่นอย่างสบายไปพักที่อำเภอหล่มเก่า วันนี้ปั่นไป 86 ก.ม.

                                                          <>

  

วันที่ 8 ต.ค. 2552 เวลาเช้ามืด ที่บ้านเช่า  อุปกรณ์ทุกอย่างพร้อมแล้ว

                                                                 <>

แต่คนควบคุมยังไม่พร้อมทุกคน ตาประสาทกับตาตี๋ กลับไปก่อนเมื่อคืน

                                                                 <>

เนื่องจากยังเช้า มีเวลาไปชมตลาด

                                                             <>

ถือโอกาศกินอาหารเช้าเสียเลย

                                                             <>

 

หลังอาหาร ออกเดินทางจากหล่มเก่า ไปหล่มสัก เราใช้ทางหลวงหมายเลข 203
แยกเข้ าทางหลวงหมายเลข 21 ที่หล่มสัก

                                                             <>                          

จากหล่มสัก เรายังใช้ถนนเส้นนี้ ต่อไป อำเภอเมืองเพชรบูรณ์

                                                                  <>

หลังจากแวะร้านขายของฝากใหม่เอี่ยม ที่วังชมภู เรามุ่งหน้าไปหนองไผ่

                                                            <>

กำลังผ่านอำเภอหนองไผ่

                                                               <>

บนทางหลวงหมายเลข 21 จากหนองไผ่ ไปบึงสามพัน

                                                               <>

เข้าอำเภอบึงสามพัน

                                                              <>

ในเมืองปั่นสบาย เพราะถนนมี 6 ช่องทางจราจร

                                                              <>

เราไปวัดบึงสามพัน แต่ไม่ว่าง

                                                              <>

เดินหน้าต่อ บ้านเรามีวัดอยู่ทั่วไป

                                                                 <>

ช่วงนี้เป็นตำบลซับสมดทอด ยังมีอาคารพานิชย์ทั้งสองข้างทาง

                                                                   <>

เรามาได้ที่พักที่วัดบรรพตตาราม  เป็นศาลาโบราณ น่าจะอยู่มาหลายชั่วอายุคน
ไม้พื้นแผ่นใหญ่ ๆ แบบที่ผมไม่เคยเห็นมานาน ผ่านการใช้งานอย่างโชกโชน
....วันนี้พวกเราปั่นกันมา 142 ก.ม.

                                                                <>

วันที่ 9 ตุลาคม 2552 จากที่พัก เราย้อนกลับไปตลาดเทศบาลก่อน
เพื่อหาอาหารมื้อเช้า

                                                                <>

หลังอาหาร เราย้อนมาทางเดิมเมื่อวานนี้

                                                                   <>

วิ่งผ่านวัดที่เราแวะพักเมื่อคืน ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม

                                                                 <>

เรายังอยู่บนทางหลวงหมายเลข 21 มุ่งหน้าไปอำเภอศรีเทพ

                                                             <>

จากอำเภอศรีเทพ เราเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2219
เพื่อไปอำเภอหนองม่วง จุดหมายปลายทางของพวกเรา

                                                                   <>

โครงการสิ้นสุด ที่บ้านคุณตาเดช    ...เส้นทางของวันจบโครงการ 95ก.ม.
เหลือนักเดินทางอีก 5 คน ที่จะปั่นจักรยานกลับ กทม. และสมุทรปราการ
ด้วยระยะทางอีก 195 ก.ม.

                                                              <>

 

การเดินทางเที่ยวนี้ แม้ผมจะไม่เห็นบั้งไฟพญานาค
แต่ผมเห็นการจัดงานที่ผู้คนมากันเป็นเรือนแสน
ผมได้ปั่นจักรยานเป็นระยะทางเกือบ 1600 ก.ม.
ได้รับน้ำใจจากเพื่อนนักปั่นท้องถิ่น
ที่สำคัญคือผมได้สุขภาพ ที่หาซื้อที่ไหนไม่ได้ครับ.    


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
แก้วตาดวงใจ วันที่ : 27/05/2012 เวลา : 14.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/faroong

สุดยอดตลอดเรื่องเล่าเลยค่ะ หนูอ่านอย่างตืนใจชมภาพอย่างตืนตา
ขอขอบคุณมาก ๆ ค่ะ ที่นำเรื่องดีดีประสบการณ์ที่เยี่ยมมาแบ่งปันนะคะ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ความทรงจำเก่าๆ วันที่ : 17/12/2009 เวลา : 04.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kontummadha
เพลงชีวิต.....เพลงชีวา...คนธรรมด๊า..พระมเหศวร รุ่น ช้างป่าต้น

ลงรูปเพียบเลย.....

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
มะอึก วันที่ : 06/11/2009 เวลา : 09.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom

ชื่นชม......ชื่นชมจริง ๆ ครับ
สุขภาพสมบูรณ์...

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
เม็ดดิน วันที่ : 06/11/2009 เวลา : 08.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/iaun
+ + + ส วั ส ดี ช า ว โ ล ก + + +

เห็นภาพแล้วมีความสุขมากครับ
อยากทำแบบคุณตาบ้างจัง

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
เพ็นนี วันที่ : 06/11/2009 เวลา : 08.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thanisa
  สิ่งที่ทำแม้ถูกต้อง  แต่อาจไม่ถูกใจใครเลย. 

หนูจำคุณตาได้แล้ว เมื่อวันที่ 25 หนูไปจองตั๋วรถไฟไปเมืองกาญจนฯ ตอนลงรถเมล์ เห็นบุคคลกลุ่มหนึ่งพร้อมจักรยานหลายคัน จอดอยู่คล้ายรอใครมาสมทบ หนูมองแวบเดียว (ภาพ 3 ใช่เลย)...ยกนิ้วให้เลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
MrTote วันที่ : 06/11/2009 เวลา : 07.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/MrTote
MrTote : OK Nature - Save Nature, Save Life! - นายโต๋เต๋

สวัสดีครับ เรื่องและภาพยาวมาก แต่ผมก็อ่านจนจบไม่เบื่อเสียก่อน ขอโหวตให้ ๑ คะแนนครับ!

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ศรีประภา วันที่ : 06/11/2009 เวลา : 06.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sriprapa
ขอบคุณทุกเวลาของการมีชีวิตอยู่

ชื่นชมและชื่นใจมากค่ะ
หอมกลิ่นนาข้าว...
หอมกลิ่นธรรมชาติ...
หอมกลิ่นมิตรภาพ...
หอมกลิ่นความสุข...

"ที่สำคัญคือผมได้สุขภาพ ที่หาซื้อที่ไหนไม่ได้ครับ. "
สุดยอดเลยค่ะ...

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
รณบุตร วันที่ : 06/11/2009 เวลา : 06.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wayuboot2499
รณบุตร จุดไฟฝัน แบ่งปันฮัก ปฏิปักษ์คนกังฉิน กินบ้านเมือง 

กำลังหัดขี่หรือปั่นเหมือนันครับ

แต่ยังไม่มีเพื่อน จะลองไปคนเดียวดู

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
joeyman วันที่ : 06/11/2009 เวลา : 05.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/inmind

คุณตาทั้งหลายดูมีความสุขกับการเดินทางช้าๆนะครับ .. เยี่ยมจังเลยครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน