• ptt_poy
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : ptt_poy@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-12-21
  • จำนวนเรื่อง : 2
  • จำนวนผู้ชม : 40571
  • ส่ง msg :
  • โหวต 0 คน
ptt_poy
สวัสดีค่ะ (^_^)
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/pttpoy
วันอังคาร ที่ 23 ธันวาคม 2551
Posted by ptt_poy , ผู้อ่าน : 14039 , 15:41:54 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 สิ่งแวดล้อม (Environment) 

           มนุษย์ย่อมเกี่ยวข้องและสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม โดยที่สิ่งแวดล้อมเป็นตัวกำหนดแบบแผนชีวิตความเป็นอยู่ที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ แต่ขณะเดียวกันมนุษย์ก็เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้สิ่งแวดล้อมเปลี่ยนแปลงไปโดยเฉพาะอย่างยิ่งสาเหตุจากการเพิ่มจำนวนประชากรอย่างรวดเร็ว ทำให้มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างมากมีผลให้ความต้องการใช้ทรัพยากรเพิ่มอย่างรวดเร็วตามไปด้วย ประกอบกับปัจจุบันได้มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในกระบวนการผลิตและความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสมัยใหม่ ทำให้ทรัพยากรสิ้นเปลืองอย่างรวดเร็วและยังส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทำให้เกิดปัญหามลพิษ(Pollution) ในสิ่งแวดล้อม 

ความหมายของสิ่งแวดล้อม
          สิ่งแวดล้อมหมายถึง สิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ และที่มนุษย์สร้างขึ้นอยู่รอบๆตัวเราทั้งที่มี ลักษณะกายภาพที่เห็นได้และไม่สามารถเห็นได้ 

 

ประเภทของสิ่งแวดล้อม
          จากความหมายของสิ่งแวดล้อมดังกล่าวสามารถแบ่งสิ่งแวดล้อมได้เป็น 2 ประเภท คือ สิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ (Natural environment) และสิ่งแวดล้อมที่มนุษย์สร้างขึ้น (Man-Mode Environment)
          1. สิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ ( Natural Environment) 
          แบ่งออกเป็น 2 ประเภทย่อย คือ สิ่งแวดล้อมทางกายภาพ (หรือสิ่งแวดล้อมที่ไม่มีชีวิต) และสิ่งแวดล้อมที่มีชีวิต
             1. 1 สิ่งแวดล้อมทางกายภาพ (Physical Environment) หรือสิ่งแวดล้อมที่ไม่มีชีวิต(Abiotic Environment) แบ่งได้ดังนี้
               1.1.1 บรรยากาศ (Atmosphere) หมายถึง อากาศที่ห่อหุ้มโลก ประกอบด้วย กา๙ชนิดต่างๆ เช่น โอโซน ไนโตรเจนออกซิเจน อาร์กอน คาร์บอนไดออกไซด์ ฝุ่นละออง และไอน้ำ
               1.1.2 อุทกภาค (Hydrosphere) หมายถึง ส่วนที่เป็นน้ำทั้งหมดของพื้นผิวโลก ได้แก่ มหาสมุทร ทะเล แม่น้ำ ฯลฯ
               1.1.3 ธรณีภาค หรือ เปลือกโลก(Lithosphere)
หมายถึง ส่วนของโลกที่เป็นของแข็งห่อหุ้มอยู่รอบนอกสุดของโลกประกอบด้วยหินและดิน

           1.2 สิ่งแวดล้อมที่มีชีวิต (Biotic Environment) ได้แก่ พืช สัตว์ และมนุษย์


          2 . สิ่งแวดล้อมที่มนุษย์สร้างขึ้น(Man-Mode Environment)

แบ่งได้ 2 ประเภทดังนี้
          2.1  สิ่งแวดล้อมที่เป็นรูปธรรม (Concrete Environment) ได้แก่ บ้านเรือน ถนน สนามบิน เขื่อน โรงงาน วัด
           2.2  สิ่งแวดล้อมที่เป็นนามธรรม (Abstract Environment)ได้แก่ ขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม ศาสนา กฎหมายระบบเศรษฐกิจ การเมือง การปกครอง เป็นต้น

มนุษย์และสิ่งแวดล้อม

             ปัจจัยที่สำคัญต่อการดำรงอยู่ของชีวิตคือสสารและพลังงาน  ซึ่งไม่มีชีวิตใดสร้างขึ้นมาได้ด้วยตนเอง  ที่มาของสสารและพลังงานมาจากสิ่งแวดล้อม  ในขณะเดียวกันชีวิตก็ไม่สามารถเก็บสสารและพลังงานนั้นเอาไว้ในตัวได้ตลอดเวลา  ดังนั้นชีวิตจึงจำเป็นต้องถ่ายเทสสารและพลังงานออกจากตัวซึ่งก็เข้าสู่สิ่งแวดล้อมอีกเช่นกัน  ดังนั้นชีวิตทั้งมวลซึ่งรวมถึงมนุษย์จึงไม่สามารถดำรงอยู่โดยปราศจากสิ่งแวดล้อมที่จะรองรับการถ่ายเทสสารและพลังงานเอาไว้  นอกจากนี้สิ่งแวดล้อมยังเป็นแรงผลักดันที่ทำให้ชีวิตต่างๆ  ต้องมีการปรับตัวเพื่อการอยู่รอด  ซึ่งมีผลต่อการวิวัฒนาการของชีวิตในที่สุด (จิรากรณ์  คชเสนี, 2549 : 7)

สิ่งแวดล้อมรอบๆ  ตัวมนุษย์  ไม่ว่าจะเป็นสิ่งแวดล้อมธรรมชาติ  หรือสิ่งแวดล้อมที่มนุษย์สร้างขึ้น  ล้วนมีอิทธิพลอย่างลึกซึ้งต่อความเป็นอยู่  การอยู่รอด  และมีความสัมพันธ์กับสิ่งมีชีวิตและมนุษย์  รวมทั้งวิธีจัดการกิจกรรมต่างๆ  ของมนุษย์เป็นอย่างมาก  การเปลี่ยนแปลงทางภูมิศาสตร์ของโลก  ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยา  สภาพลมฟ้าอากาศ  ลักษณะภูมิประเทศ  ย่อมส่งผลกระทบต่อวิถีการดำเนินชีวิตของมนุษย์  เพราะสิ่งแวดล้อมจะทำให้มีการเปลี่ยนแปลงในองค์ประกอบ  การกระจายผลผลิตของสังคมพืชและสัตว์  ซึ่งส่งผลสะท้อนไปถึงชีวิตความเป็นอยู่ของมนุษย์มากที่สุด  โดยจะเห็นได้ค่อนข้างชัดเจนจากวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตในแต่ละยุค  แต่ละสมัย  ขึ้นอยู่กับลักษณะสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไป

มนุษย์กับสิ่งแวดล้อมมีความสัมพันธ์กันเป็นวงจรไม่สามารถที่จะบอกได้ชัดเจนว่าสิ่งใดมีอิทธิพลต่อสิ่งใดมากกว่ากัน  สิ่งแวดล้อมมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมและความเป็นอยู่ของมนุษย์และกิจกรรมของมนุษย์ก็เป็นตัวการสำคัญในการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อม  เมื่อสิ่งแวดล้อมเปลี่ยนแปลง  ย่อมส่งผลกระทบต่อของมนุษย์ให้เปลี่ยนแปลงอีกตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันและจะดำเนินต่อไปในอนาคต (ภาณี  คูสุวรรณ์  และศจีพร  สมบูรณ์ทรัพย์, 2542 : 4)

สาเหตุของปัญหาสิ่งแวดล้อม

    สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาตินับวันแต่จะถูกทำลายลงไปเรื่อย ๆ โดยที่สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติถูกทำลาย
และสูญเสียได้ 3 ทาง คือ (ราตรี ภารา, 2540)

             1. มนุษย์

             2. สัตว์และโรคต่าง ๆ

             3. ปรากฏการณ์ธรรมชาติ

ซึ่งการสูญเสียเนื่องจากมนุษย์เป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด เนื่องจากสาเหตุต่อไปนี้

1. การเพิ่มของประชากร
      
 
ปัจจุบันการเพิ่มของประชากรโดยเฉลี่ยทั่วโลกมีแนวโน้มสูงขึ้น การที่ประชากรเพิ่มจำนวนมากขึ้น หมายถึง ความต้องการในการใช้ ทรัพยากรธรรมชาติในการดำรงชีวิตขั้นต่าง ๆ ก็เพิ่มขึ้นด้วย (สุพจน์ แสงมณี, 2546) ทำให้เกิดผลต่าง ๆ ตามมา ได้แก่ การเพิ่มขึ้นของพื้นที่ทำกินทางการเกษตร จนมีการบุกรุกทำลายป่า ทำให้เกิดเสียสมดุลทางธรรมชาติ

2. การขยายตัวของเมือง
      
การขยายตัวของชุมชนหรือเมือง ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติต่าง ๆ ด้วย เนื่องจากการขยายตัวของ เมืองอย่างรวดเร็วจะทำให้เกิดปัญหาการขาดการวางแผนการวางผังเมืองไว้ล่วงหน้า ส่งผลต่าง ๆ ต่อสิ่งแวดล้อมมากมาย

3. การใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่
       เทคโนโลยีสมัยใหม่ที่นำมาใช้ในทางการผลิตด้านการเกษตร โดยการใช้สารเคมีต่าง ๆ เช่น ปุ๋ย และยาฆ่าแมลงทำให้เกิดการตกค้าง ของสารเหล่านี้ในดิน และอาจขยายไปสู่แหล่งน้ำและแหล่งต่าง ๆ ในระบบนิเวศ จนเกิดผลต่าง ๆ ตามมา รวมถึงเกิดการสะสม เป็นอันตรายต่อสุขภาพและมีขั้นตอนการกำจัดส่วนที่ตกค้าง ( Residuals ) ให้หมดสิ้นไปได้ยาก

4. การสร้างสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ
       การสร้างถนน อ่างเก็บน้ำ เขื่อน นับว่าเป็นสาเหตุใหญ่ที่ทำให้ทรัพยากรหลัก เช่นป่าไม้ถูกทำลาย ทรัพยากรดิน น้ำ สัตว์ป่าจึงพลอย ได้รับ ผลกระทบกระเทือนตามไปด้วย ทำให้มนุษย์เข้าสู่พื้นที่ป่าที่เหลือได้ง่ายกว่าเดิม เนื่องจากการไปมาสะดวก การทำลายจึง เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อป่าเสื่อมโทรมหรือหมดไป ถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าถูกทำลาย โอกาสถูกล่ามีมากขึ้น สัตว์บางชนิดหาอาหาร เป็นไปด้วยความยากลำบาก ในที่สุดก็สูญพันธุ์ไป เป็นต้น

6. การสงคราม
       ก่อให้เกิดการกระตุ้นให้นำทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่มาใช้มากขึ้น การนำทรัพยากรแร่ธาตุมาใช้เพื่อการผลิตอาวุธและเครื่องมือต่าง ๆ ซึ่งสุดท้ายก็ถูกทำลายไป บางครั้งต้องเร่งขุดเจาะน้ำมันดิบเพื่อขาย แล้วนำเงินตราไปซื้ออาวุธที่ทันสมัยมี ประสิทธิภาพการทำลายสูง มาต่อสู้ซึ่งกันและกัน ผลของสงครามก็คือการสูญเสียทั้งสองฝ่ายในด้านทรัพยากรมนุษย์หรือทรัพยากรอื่น ๆ เช่นการทิ้งระเบิด ทำลายชีวิตและทรัพยากรของมนุษย์ซึ่งเป็นทรัพยากรธรรมชาติการทำลายบ่อน้ำมันของอีรักในปี พ . ศ . 2536 ทำให้สูญเสียทรัพยากร ซึ่งต้องใช้เวลาเป็นล้าน ๆ ปีในการเกิดไปอย่างน่าเสียดายและยังส่งผลเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมเกือบทั่วโลก

7. ความไม่รู้หรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์
       หลาย ๆ ครั้งที่คนเราทำลายสิ่งแวดล้อมเพราะความไม่รู้ถึงสาเหตุและผลกระทบ ขาดข้อมูลความเข้าใจที่ถูกต้อง ทำให้เราเข้าถึง และสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมแตกต่างกัน ในขณะที่นักอนุรักษ์นึกถึงสิ่งแวดล้อมในรูปของระบบนิเวศของธรรมชาติ ป่าไม้และสัตว์ป่า แต่ภาคอุตสาหกรรมกลับนึกถึงวัตถุดิบที่เป็นปัจจัยในการผลิตเป็นต้นทุนนักเศรษฐศาสตร์ จะนึกถึงทรัพยากรที่ต้องใช้ให้คุ้มค่า ชาวนาจะนึกถึงฝน ภาคท่องเที่ยวนึกถึงเงิน การทำการเกษตรที่ไม่ถูกต้องของเกษตรกร ฯลฯ สังคมยังขาดความเข้าใจถึง สิ่งแวดล้อมในลักษณะรวมที่เป็นความสัมพันธ์ของสิ่งต่าง ๆ ที่เมื่อเกิดความเสียหายที่ใดที่หนึ่งก็จะมีผลกระทบแก่กันและ กันบางครั้งลืมไปว่า ความสนุกชั่วครู่ชั่วยามของตนเป็นสิ่งที่ทำลายความเป็นธรรมชาติและความงดงามของสถานที่

แนวทางการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม

            ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เป็นปัญหาสำคัญที่เกี่ยวข้องกับชีวิต และความเป็นอยู่ของประชาชนทุกคนในชาติ และเป็นปัญหาที่จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการด้วยความเข้าใจปัญหาอย่างลึกซึ้ง รวดเร็วทันการตรงไปตรงมา และมองการณ์ไกล ด้วยเหตุนี้มาตรการหรือวิธีการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทางสังคมจึงเป็นวิธีการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ได้ผลตรงเป้าหมายอย่างยิ่งและจะขาดเสียมิได้ ถึงแม้จะใช้มาตรการจัดการโดยตรงแล้วก็ตาม มาตรการที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายในการปฏิบัติ อาทิ เจ้าหน้าที่ ผู้เชี่ยวชาญ สถาบันรัฐทุกแห่ง ประชาชนทุกคนทั้งในเมืองและชนบท และความร่วมมือจากนานาชาติ เป็นต้น ทุกคนต้องระลึกอยู่เสมอว่าตนเองมีส่วนที่จะต้องช่วยกันจัดการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีแนวทางที่จะปฏิบัติได้ดังนี้

           2.1 จัดตั้งชมรมหรือสมาคมการอนุรักษ์และจัดการทรัพยากรธรรมชาติขึ้น ดังปรากฏให้เห็นอย่างเด่นชันในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาตามสถาบันอุดมศึกษาต่าง ๆ ได้มีการจัดตั้งชมรมดังกล่าวไม่บรรลุผลเท่าที่ควรสมาคม หรือชมรมต่าง ๆ อาทิ สมาคมการอนุรักษ์ป่าไม้ สมาคม การอนุรักษ์ดิน มูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าและพรรณพืชแห่งประเทศไทย เป็นต้น ชมรมหรือสมาคมเหล่านี้มีหน้าที่ช่วยเจ้าหน้าที่ของรัฐ ส่งเสริมป้องกัน และบำรุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ข้อคิดทางด้านวิชาการแก่ทางราชการ หรืออย่างน้อยที่สุดก็จะเป็นกลุ่มชนที่บำเพ็ญประโยชน์เพื่อการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
          2.2 การออกกฎหมายควบคุม กฎหมายนับว่าเป็นสิ่งจำเป็นอย่างหนึ่งในการดำเนินการจัดการและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เช่น กฎหมายการควบคุมป่าสงวน กฎหมายควบคุมและคุ้มครองสัตว์ป่า กฏหมายควบคุมการทำเหมืองแร่ กฎหมายรักษาความสะอาดของบ้านเมือง กฎหมายการก่อตั้งอุทยานแห่งชาติ เป็นต้น นอกจากนี้ควรมีการกำหนดโทษที่รุนแรงพอสมควรสำหรับผู้ที่ฝ่าฝืน เช่น กฎหมายของประเทศไทย ที่เกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ เช่นพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2503 และพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 และกฎหมายห้ามการตัดไม้ในป่าที่ได้รับสัมปทานตั้งแต่วันที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2532

          2.3 การให้การศึกษาแก่ประชาชน นับว่าเป็นสิ่งสำคัญยิ่งที่จะช่วยทำให้การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ควรจะจัดสอดแทรกเข้าไปทุกระดับตั้งแต่ประถมศึกษา ถึงขั้นอุดมศึกษา ทั้งนี้เพื่อให้เยาวชนได้เห็นคุณค่าและความสำคัญของการอนุรักษ์และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ นอกจากนี้ยังควรมีการจัดการอบรมศึกษาเกี่ยวกับการอนุรักษ์การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ นอกระบบโรงเรียนอีกด้วยโดยการพิมพ์เอกสารเผยแพร่ แนะนำ ชี้แจงประชาชนที่อยู่ในวัยที่พ้นเกณฑ์การศึกษาแล้ว

          2.4 การโฆษณาทางวิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์และสื่อมวลชนอื่น ๆ การดำเนินการในเรื่องนี้จะเป็น สิ่งหนึ่งที่จะช่วยให้การอนุรักษ์และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมเป็นไปได้มากเท่ากับเป็นการช่วยกระตุ้นเตือนให้ประชาชนได้เห็นความสำคัญ และความจำเป็นที่จะต้องช่วยกันอนุรักษ์ และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของเราไว้

          2.5 จัดตั้งหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง เพื่อทำหน้าที่ประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการอย่างอิสระในการอนุรักษ์ และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทุกชนิด นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นเตือนให้หน่วยงานอื่น ๆ ที่รับผิดชอบได้ ดำเนินการตามนโยบายของรัฐ หรือตามกฎหมายเพื่อการอนุรักษ์ และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมต่อไปอีกด้วย
แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว

        กระบี่ เมืองชายทะเลทางฝังอันดามันอันงดงามด้วยหาดทรายขาวนวล โรงแรม ที่พัก ห้องพัก รีสอร์ท หลากหลาย น้ำทะเลสะอาด ธรรมชาติงดงาม ถ้ำและผาหินแปลกตา และหมู่เกาะน้อยใหญ่กว่า 150 เกาะ รวมกันเป็นสถานที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลกมารวมกัน จังหวัดกระบี่อยู่ห่างจากกรุงเทพประมาณ 800 กิโลเมตร ด้วยเนื้อที่กว่า 4,700 ตร.กม ตัวจังหวัดกระบี่มีลักษณะภูมิประเทศหลากหลาย เช่นหมู่เกาะ ป่าชายเลน เขาหิน ป่าเขตร้อน ทำให้ทุกๆจุดของจังหวัดกระบี่ มีแหล่งท่องเที่ยวที่งดงาม อีกทั้ง โรงแรมกระบี่ ที่พัก ห้องพัก และรีสอร์ทมีหลากหลายระดับ กระบี่มีแหล่งท่องเที่ยวติดอันดับโลกได้แก่    
        หมู่เกาะพีพี มีพื้นที่ประมาณ 28 ตารางกิโลเมตร จุดเด่นของเกาะคือเวิ้งอ่าวคู่ที่มีความสวยงามติดอันดับโลกของอ่าวต้นไทรและอ่าวโละดาลัม อ่าวต้นไทรเป็นที่ตั้งของท่าเรือเกาะพีพี และมีสถานที่พักและร้านค้าจำนวนมาก จากอ่าวต้นไทรสามารถเดินขึ้นเขาไปยังจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นเวิ้งอ่าวคู่ได้ เกาะพีพีดอนยังมีหาดทรายและอ่าวที่สวยงามกระจายอยู่รอบเกาะ บางแห่งมีที่พักบริการ เช่น หาดแหลมหิน หาดยาว อ่าวโละบาเทา ทางเหนือของเกาะคือ แหลมตง เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวเลประมาณ 15-20 ครอบครัว ส่วนใหญ่อพยพมาจากเกาะลิเป๊ะ ในอุทยานแห่งชาติตะรุเตาที่จังหวัดสตูล บริเวณแหลมตงมีธรรมชาติใต้ทะเลที่สวยงามและบนหาดมีที่พักให้บริการแก่นักท่องเที่ยว
         อ่าวมาหยา
เป็นอ่าวหนึ่งของเกาะพีพีเล เป็นอ่าวขนาดเล็กมีหาดทรายที่ขาวละเอียด น้ำทะเลที่นี่ใสมาก เหมาะสำหรับพักผ่อน เล่นน้ำ อ่าวมาหยา นับว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นไฮไลท์อีกจุดหนึ่งของทะเลกระบี่ ห่างจากเกาะพีพีดอนประมาณ 2 กิโลเมตร  อยู่ห่างจากฝั่งจังหวัดกระบี่ประมาณ 45 กิโลเมตร เกาะพีพีเล เป็นเกาะที่มีขนาดเล็กตั้งอยู่ทางด้านทิศใต้ของเกาะพีพีดอน อยู่ห่างจากท่าเรือเกาะพีพีดอนประมาณ 2 กิโลเมตร เกาะพีพีเลไม่มีท่าเรือไม่มีชุมชุน ที่นี่จึงยังคงสวยและสะอาด  จุดท่องเที่ยวที่มีความสวยงามที่สร้างชื่อให้กับหมู่เกาะพีพีส่วนใหญ่จะอยู่ที่เกาะพีพีเล ความสวยงามเหล่านั้นซุกซ่อนอยู่ตามซอกหลึบของกำแพงหิน มีหลายๆ อ่าวที่สวยงามเช่น อ่าวโละซามะ อ่าวปิเล๊ะ  และ อ่าวมาหยา ก็เป็นอีกอ่าวหนึ่งซึ่งซุกซ่อนอยู่ภายใต้แนวกำบังของกำแพงผา  ด้วยเพราะเหตุที่เกาะพีพีเลมีเวิ้งอ่าวที่เป็นลากูนที่โอบล้อมด้วยสันเขา ทำให้เมื่อครั้งที่เกิดคลื่นยักษ์สึนามิเกาะพีพีเลจึงรอดพ้นไม่ถูกทำลายเหมือนสถานที่อื่น  
อ่าวนาง ตั้งอยู่ห่างจากหาดนพรัตน์ธารา ตามถนนเลียบชายทะเลเป็นระยะทาง 6 กิโลเมตร ประกอบ ด้วย ชายหาด หลายแห่ง มีภูเขาคั่นระหว่างชายหาด ทิวทัศน์โดยรอบสวยงามแปลกตา ด้านทิศตะวันออก ของอ่าว มีถ้ำหิน งอกหินย้อยชื่อ ถ้ำพระนาง และบริเวณด้านหน้าของอ่าวนางมีกลุ่มเกาะน้อยใหญ่ถึง 83 เกาะ ที่เป็นโขดหิน รูปร่างแปลกประหลาดบ้างก็คล้ายรองเท้าบู๊ท เรือสำเภา หัวนก และอื่น ๆ กลุ่มเกาะเหล่านี้ ส่วนใหญ่มีชื่อ เป็นภาษายาวี เช่น เกาะปอดะ หรือ เกาะหัวขวาน เกาะยาหมัน เกาะบะติงมิ้ง เกาะยาวาซา เกาะล่า

สระมรกต  เป็นสระน้ำพุร้อนกว้างประมาณ 20 เมตร ยาว 25 เมตร และมีอุณหภูมิ 30-50 องศาเซลเซียส สาเหตุที่น้ำใสก้เพราะว่า น้ำมาจากใต้ดิน ผ่านชั้นหินปูนที่มีแคลเซียมคาร์โบเนตสูง และมีคุณสมบัติเป็นด่าง ทำให้สารแขวนลอยในน้ำตกตะกอนลง สระมรกต สระน้ำสวยใสกลางใจป่า ที่กำเนิดมาจากธารน้ำอุ่น ใน ผืนป่าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ –บางคราม ซึ่งในการเดินทางไปชมนั้นจะต้องเดินเท้าจากทางเข้าไปประมาณ 800 เมตร สองข้างทางนั้นเป็นป่าร่มครึ้มเย็นสบาย เดินไปเรื่อยๆ ก็ถึงสะพานไม้ที่จะนำทางไปสู่สระน้ำสีเขียวราวมรกต

ทะเลแหวก   หนึ่งใน Unseen  Thailand เป็นหาดทรายที่เชื่อมต่อระหว่างเกาะ  3  เกาะ เข้าด้วยกัน  แต่จะสามารถมองเห็นหาดทรายนี้ได้ในเฉพาะเวลาน้ำลดเท่านั้นเมื่อน้ำลดแนวสันทรายก็จะค่อยๆ โผล่ขึ้นมาเหมือนกับว่าแบ่งทะเลให้แยกออกกันเป็นสามส่วน  สันทรายนี้จะจมหายไปเมื่อน้ำขึ้นสูง หาดทรายของทะเลแหวก
นี้ขาวสะอาดและสวยงามอย่างยิ่ง

กระบี่ นอกจากสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติแล้ว ยังมีกิจกรรมมากมายที่ได้รับความนิยม เช่นการพายเรือแคนู-คายัค ดำน้ำ การปีนหน้าผา การโรยตัว เดินป่า นั่งช้าง




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
nothank วันที่ : 29/12/2008 เวลา : 00.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nothank

ก๊อป ของเค้าเลยๆ

เพราะเค้าก้อก๊อปมาเหมือนกัล อิอิ
แต่ก๊อปมาจากข้อมูลgoogleอ่ะไม่ใช่ของเพื่อนเรา
ไม่ซีเรียส ก๊อปเลยๆๆ
รีบส่งรีบเสด

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
nothank วันที่ : 28/12/2008 เวลา : 03.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nothank

บรึ๋ยๆๆ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Supawan วันที่ : 23/12/2008 เวลา : 15.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

สวัสดีค่ะ ....

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ธันวาคม 2008 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      



[ Add to my favorite ] [ X ]