*/
วันอังคาร ที่ 30 กันยายน 2551
Posted by ลูกพระบิดาเด็กมอออคนหนึ่ง , ผู้อ่าน : 1742 , 14:19:49 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

หายไปนานเลยค่ะ  พอดีช่วงที่หายไปเนี้ยะ  เป็นช่วงที่งานทุกชิ้น  นัดส่งไล่ๆกันเลย

ประกอบกับ  กิจกรรมต่างๆที่ต้อง เร่งให้เสร็จก่อนช่วงสอบ  แถมด้วยการเตรียมตัวสอบมหาโหด

ช่วงนี้เลยพักยาว 4 วัน  ก่อนจะสอบอีกที่ วันเสาร์กับ วันอาทิตย์นี้  เลยมีเวลามาเล่าอะไรๆ ให้ฟังค่ะ

        เมื่อประมาณช่วงนี้ของปีที่แล้ว  ตอนนั้นอยุ่ปี 2 ค่ะ  ช่วงปิดกลางภาค  มีวิชาหนึ่งที่ต้องเรียน

คือ วิชา เรียนรู้วิถีชีวิตชุมชน  ที่ต้องไปกินนอนในชุมชน  5 วัน  เพื่อศึกษาเรียนรู้วิถีชีวิต  ปัญหาต่างๆของชุมชน

        ชุมชนที่พวกเราต้องไปฝากชีวิตไว้นั้น คือ ชุมชนตะโหมด  จังหวัดพัทลุง ค่ะ

ก่อนอื่นขอเล่าอะไรขำๆ  ของเพื่อนๆ  ที่มาจากพัทลุงก่อนนะค่ะ

เคยได้ยินกันไหมค่ะว่า  พัทลุงนั้นมีเซเว่นไม่กี่ที่  และเซเว่น พัทลุงนั้น ต้องถอดรองเท้าค่ะ  เรื่องนี้เป็นเรื่องที่  แซวเด็กพัทลุง

ได้ไม่เบื่อจริงๆ  ประมาณว่า  "ไม่ต้องถอดรองเท้าก็ได้  ไม่ใช่เซเว่นพัทลุงที"  ทีนี้พอแซวมากๆ ชาวพัทลุงก็จะ

"อย่ามา พัทลุง  สร้าง โลตัสแล้วน่ะ"  ทีนี้ก็จะโดนกลับอีกว่า

"เหรอ  สงสัยลานจอดรถ  คงจะมีแต่คนเอาวันไปล่ามเนอะ"  555+  ก็ขำๆค่ะ  คนพัทลุงอย่าเคืองน่ะค่ะ

รักหรอกน่ะ  จึงแกล้งกันเล่น  แต่ว่า  "คนพัทลุง น่ารักจริงๆ ค่ะ"

        ทีนี้มาถึงเรื่องราว  ตอนเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชน  กันดีกว่า  พวกเราไปกันทั้งสาขา 52 คน  นอนที่วัดตะโหมด  ใช้ชีวิตอยู่ที่นั้น 5 วัน

        วันแรก  ก็มีพี่สมเกียรติ  มาเล่าถึงปัญหา  ที่ชุมชนประสบอยู่ขณะนี้ คือ  การสร้างเขื่อน เขาหัวช้าง

ที่ทางผู้เกี่ยวข้อง  วาดวัตถุประสงค์ไว้สวยหรู  โครงการผ่านการประเมินและกำลังลงมือก่อสร้าง

ส่วนความคิดเห็นที่พี่สมเกียรติถ่ายทอดให้พวกเราได้รับรู้ ก็คือ  การสร้างเขื่อนครั้งนี้  ต้องทำลายป่าเขาหัวช้างกว่า 2,000 ไร่

แถมวัตถุประสงค์ของการสร้างเขื่อนนั้น  ก็คือ ต้องการจัดสรรทรัพยากรน้ำให้เพียงพอต่อการทำนาของชุมชน  แต่หากว่า

ได้ศึกษาดูจริงๆ  จะเห็นว่า  เมื่อเขื่อนสร้างเสร้จนั้น  จะไม่เอื้อประโยชน์เท่าใดนัก 

        วันที่ 2 ก็ได้ไปดูงาน เกี่ยวกับกับกลุ่มเกษตรกรทำนาตะโหมด  ซึ่งชุมชนตะโหมดนั้น นับได้ว่าเป็นชุมชนเข้มแข็งชุมชน

หนึ่ง  ในแรกเริ่ม เดิมทีนั้น  ชาวบ้านปลูกยางแรกๆ  ก็เจอกับปัญหา ที่เกษตรกรทุกที่ในประเทศไทย  ต้องประสบ คือ

ปัญหาการถูกเอาเปรียบ ถูกกดราคา จากพ่อค้าคนกลาง  ชาวบ้านในชุมชน จึงพยายามรวมกลุ่มกันขึ้นมา  และนำยางที่ได้ไปขาย

ให้แก่ โรงงาน โดยตรง  โดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง  หลังนั้น  ก็มีการร่วมมือกันจัดเป็น กลุ่มเกษตรกรทำนาตะโหมด

ขึ้นมา  และพัฒานาการจัดการไปเรื่อยๆ  จนปัจจุบัน  มีทั้งส่วนของ สหกรณ์  และส่วนของธนาคาร

ค่ะซึ่ง ปัญหาการถูกเอารัด เอาเปรียบของเกษตรกร  ในด้านราคานั้น เป็นทีทราบกันดีโดยทั่วไปอยู่แล้ว  อาจเป็นเพราะโครงสร้าง

ด้านการตลาดสินค้าเกษตร ของเรายังไม่ดีพอ  เกษตรกรไม่มีแนวทางการวางแผนการผลิตที่สอดคล้องกับตลาด  ผลผลิตยังมี

การแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม น้อย  และเกษตรกรขาดอำนาจในการต่อรอง  ดังนั้นการรวมกลุ่ม  จึงเป็นทางออกที่น่าจะดี

ที่สุด  เพราะเมื่อเกษตรกร  รวมกันเป็นกลุ่มได้นั้น  ก็จะทำให้มีอำนาจในการตลาดมากขึ้น  ไม่ว่าจะเป็นการต่อรองราคา 

การพัฒนา แปรรูป ผลผลิต  การสร้างแบรนด์ให้แก่สินค้า หรือการเทคโนโลยีที่ทันสมัย  ก็จะสามารถทำได้

แต่ปัญหามันก็อยู่ตรงที่ว่า  การรวมกลุ่มนั้นทำได้ยากมากๆ  ต้องเกิดจากความสามัคคีจริงๆ  ไม่ใช่เพราะภาครัฐเข้าไปแทรกแซง

ไม่อย่างนั้นก็จะเกิดปัญหา  ต่างๆ  เพราะกลุ่มไม่ได้เกิดขึ้นมาจากความเชื่อใจ

        มาถึงการเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชนกันต่อน่ะค่ะ

นอกจากนั้นก็มี  การดูโรงงานการทำยางแผ่นรมควัน  ไปดูบริเวณที่ก่อสร้างเขื่อนเขาหัวช้าง  ไปออกสัมพันธ์ชุมชน

และที่อยากเล่าให้ฟังอีกปัญหา คือ  ปัญหาการเลิกทำนา  ไปปลูกยาง  เพราะยางพารานั้น  สามารถให้ผลผลิตเกือบตลอดปี

จำหน่ายได้ราคาสูง  การจัดการไม่ยุ่งยากนัก  มีการสนับสนุนจากหลายฝ่าย  ในขณะที่การทำนานั้น  สามารถทำได้เพียงปีละ

ครั้ง  จำหน่ายได้ราคาต่ำ  มีการจัดการการปลูกที่ยุ่งยาก  และเหนื่อยมาก  รวมไปถึงต้นทุนที่ไม่คุ้มกับรายได้เลย  นอกจากนั้น

การสนับสนุนจากส่วนต่างๆ  ก็ค่อนข้างนัอย  จึงทำให้ชาวตะโหมดอาจจะรวมไปถึงที่อื่นด้วย เริ่มทิ้งนาหันมาปลูกยางพาราแทน

หรือในบางที่เช่น ที่ระโนด จังหวัดสงขลา  ก็หันไปทำบ่อกุ้ง ซึ่งทำลายความอุดมสมบูรณ์ของดินเป็นอย่างมาก  แทน

คิดแล้วใจหายน่ะค่ะ  กระดูกสันหลังเรากำลังถูกทอดทิ้ง  จนเกิดความท้อใจ และหมดกำลังใจที่จะทำนาต่อไปแล้ว

เคยได้ยินประโยคตัดพ้อ ของชาวนา ประโยคหนึ่งค่ะ  คือ.. “หลังสู้ฟ้า หน้าสู้ดิน จะเหยียบย่ำ ให้จมดิน ไปถึงไหน”

        ค่ะนอกจากนั้น  ก็มีการฟังบรรยายเกี่ยวกับ ชุมชนเข้มแข็ง  ต่างๆ  และที่สนุกมากก็คือ  พวกเราได้ไปออกพื้นที่จริง

ทั้งสัมพันธ์ชุมชน เดินบุกป่าอันอุดมสมบูรณ์  ที่กำลังจะกลายเป็นเขื่อน  เพื่อไปดูสถานที่ก่อสร้างเขื่อนเขาหัวช้าง  และที่ถือว่า

สุดๆสำหรับ 5 วัน ที่ผ่านมา คือ  พวกเราได้ไปช่วยกันปลูกป่า  และต่อด้วยไปดำนา กันค่ะ

สนุกมากๆ  โชคดีที่ฝนตกลงมา  ทำให้ไม่ร้อน  การดำนาจึงเป็นการเล่นโคลนกันกลางฝนมากกว่า  แต่ว่า  กว่าจะดำปักกล้า

หมดแต่ละหอบนั้น  เหนื่อยมากๆเลยค่ะ  ขนาดไม่ได้ตากแดดน่ะ  ต้องก้มปักกล้า  ตลอดเลย  แถมยังต้องปักเป็นแนวระยะห่าง

ให้เท่ากัน พอดีๆ  อย่าปักลึกไป  อย่าปักตื้นไป  อย่าปักเอียง  อย่าปักแต่ละกอมากไป หรือน้อยไป 

จำได้ว่าวันนั้น  ประมาณ 3 ชั่วโมง  ปักได้ไม่ถึง 2 แถว  เลยค่ะ  รู้แล้วค่ะ  กับคำที่ว่า

“...ข้าวทุกจาน อาหารทุกอย่าง อย่ากินทิ้งขว้าง เป็นของมีค่า ชาวนาเหนื่อยยาก ลำบากหนักหนา.....”

 

ไม่ได้เก็บรูปตอนปลูกป่า กับตอนทำนามาฝากน่ะค่ะ

เพราะว่าวันนั้นฝนตก  ประกอบกับพวกเราต้องดำกล้า กันอยู่ในนา  เลยไม่ได้ถ่ายมา

เอาภาพแอบถ่ายไปดูกันเล่นๆน่ะค่ะ  อย่าบอกอาจารย์ล่ะ


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
อะหนึ่ง วันที่ : 15/02/2009 เวลา : 05.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mindhand
  อะหนึ่ง    คิ ด เ ขี ย น...พ อ สั ง เ ข ป  

คนพัทลุงอ่อนน้อมถ่อมตน ขนาดเข้า 7-11 ยังต้องถอดรองเท้าก่อน
ผมกลับบ้าน ก็เพิ่งเห็นว่า มีโลตัส โผล่ไปถึงพัทลุงแล้วนะ
อยากให้คนพัทลุง ไปล่ามวัวที่ลานจอดรถซะจริงๆ 555

เจ๊ง ไปเลย....
แต่คงยากส์...

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
สายลม...มหาสมุทร...(^_^) วันที่ : 09/11/2008 เวลา : 12.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yuttipong
"ร่วมกันใช้สินค้าที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมกันนะครับ"___(^.^)//

จะไปฟ้องอาจารย์ครับ ว่ามาเขียนบล๊อกได้ดีมากครับ


เรื่องการทำเขื่อนเมื่อดู คุณค่าของป่าไม้ที่คงอยู่ เปรียบเทียบกันแล้วรู้สึกว่า การไม่สร้างเขื่อนจะมีประโยชน์มากกว่านะครับ เพราะมีป่าไม้มีทั้งระบบนิเวศ มีต้นน้ำที่ไม่ใช่เขื่อน มีอาหารจากในป่า มีอากาศไว้หายใจ มีสัตว์ป่าที่อุดมสมบูรณ์ มีหน่อไม้ มีของป่า มีกล้วยไม้ มีต้นน้ำที่ไหลหล่อเลี้ยงชาวนาเพียงพอครับ
แต่ในปัจจุบันชาวนาหันไปปลูกยางเกือบหมด น่าเสียดายมากครับ เมืองลุงมีพันธุ์ข้าวที่เลื่องชื่อ กินแล้วอร่อยด้วยครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ปี๊นปี๊น วันที่ : 09/10/2008 เวลา : 12.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/peanpean
"ไม่ได้อะไรก็ไม่เป็นไร แค่มีคุณธรรมก็พอแล้ว" 

น่าอ่านดีครับ
ผมก็คนพัทลุงครับ
แต่ไม่อยากเอาโลตัสจะได้ไหมครับ
โลตัส ออกไปๆๆๆ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
คนใส่แว่น วันที่ : 04/10/2008 เวลา : 13.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chattrg

เขียนได้ดี ครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
อาโป วันที่ : 30/09/2008 เวลา : 14.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/agile
อชิระ/อาโป


ข้าววัตถุดิบสร้างชีพรูปเนื้อกายสายเอเชีย

ยางต่ำเตี้ยสร้างวัตถุขยะมาเรี่ยราดเดื้อดาษเมือง

ทุกสรรพสิ่งเกิดดับไปตามเรืองพัฒนาเมืองตึกสูงล้าแต่คุณค่าฯ

ชีวิตคนจน..........หนทางฯ

........................

โชคดีมีชัยในการสอบ....ด้วยสติขอรับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
นางสาวสักร์วา วันที่ : 30/09/2008 เวลา : 14.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Prapaiphan
อั ศั ดิ์  -๑- รั ษ์ สั

ดูแล้วน่าสนุกนะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน