*/
  • pukpik
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : saowapark_06@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-10
  • จำนวนเรื่อง : 143
  • จำนวนผู้ชม : 382479
  • จำนวนผู้โหวต : 586
  • ส่ง msg :
  • โหวต 586 คน
ครั้งหนึ่ง ที่ไปอัดรายการชื่อดัง !!! ภัตตาคารบ้านทุ่ง 1

ภัตตาคารบ้านทุ่ง

View All
<< กันยายน 2011 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 2 กันยายน 2554
Posted by pukpik , ผู้อ่าน : 19070 , 14:00:21 น.  
หมวด : ภาพยนตร์/ละคร

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน feng_shui , BlueHill และอีก 2 คนโหวตเรื่องนี้

กรุหนังรัก โรแมนติกของฉัน ถ้าลองๆนึกดูว่าเรื่องไหนเป็นเรื่องที่ชอบที่สุด คงตัดสินลำบาก
เรื่องนั้นก็ดี เรื่องนี้ก็ใช่ เรื่องราวในหนังที่ฉันคิดว่า มันช่างโรแมนติกจัง..ก็อาจเป็นเพราะว่ามันเป็นความโรแมนติกที่ฉันชอบ

ฉันอาจจะไม่ชอบความโรแมนติกแบบแจ็คกับโรส แต่หลายต่อหลายคนที่ชอบ ก็ดูหนังเรื่องนี้กันคนละหลายๆรอบ
ฉันเป็นคนที่อ่านหนังสือรอบเดียว และดูหนังเพียงรอบเดียว ชอบแค่ไหนก็ไม่หยิบมาดูซ้ำ
นอกจากไม่มีอะไรทำอาจหยิบหนังสือมาอ่านใหม่ก็ตรงประโยคที่ชอบ
ถ้าเป็นหนังก็ดูแค่ช่วงที่ประทับใจ ไม่ดูซ้ำทั้งเรื่อง

เมื่อคืนนอนดูหนังที่ชอบ แล้วเก็บรวบรวมไว้ในกรุหนังโปรดส่วนตัวได้อีก 2 เรื่อง
หนังสองเรื่อง ที่เป็นเรื่องเดียวกัน...

Before Sunrise & Before Sunset

.

อยากแปลชื่อหนังว่า "ในชีวิตนี้ได้เจอคนที่ใช่ แม้มีวันเพียงวันเดียวที่จะได้อยู่ด้วยกัน จะพลาดโอกาสนั้นทำไม"

.
นั่นคือวันเดียวก่อนที่พระอาทิตย์ขึ้นในปี 1995
และอีกหนึ่งวันที่ไม่คาดฝันในอีก 9 ปีต่อมา..ก่อนพระอาทิตย์ตกในปี 2004 

เรื่องราวของชายหนุ่มหญิงสาวที่พบเจอกันระหว่างเดินทางบนรถไฟ และเหตุการณ์พาไปให้มีโอกาสนั่งคุยกันตลอดการเดินทาง
คนแปลกหน้า ไม่ใช่ว่าเราจะคุยได้ทุกคน บางคนก็ได้แค่ทักทาย ก็รู้สึกอยากจะหันหน้าไปกินลมชมวิวซะ หรือไม่ก็แกล้งหลับเหมือนฉันตายแล้วนะ อย่ามาคุย
แต่สำหรับบางคนพูดคุยกันไป กลับเอาอะไรมาพูดได้มากมายนัก
ง่วงก็ไม่ง่วง หิวก็ไม่หิว รถไฟถึงไหนแล้วก็ไม่รู้ รู้แต่ว่ามันวิ่งเร็วจัง ...

Before Sunrise เริ่มขึ้นเมื่อความรู้สึกบางอย่างที่ก่อตัวมาตลอดการสนทนาในรถไฟของชายหนุ่มหญิงสาวที่ไม่อาจตัดใจจากกัน

เมื่อรถไฟจอดป้ายที่กรุงเวียนนา
ชายหนุ่มตัดสินใจก่อนลงจากรถไฟชวนหญิงสาวให้ลงไปเที่ยวเวียนนาด้วยกัน ก่อนที่ตัวเองจะบินกลับอเมริกาในตอนเช้าและหญิงสาวต้องนั่งรถไฟกลับฝรั่งเศส

"ผมอยากจะคุยกับคุณไปเรื่อยๆ จะเป็นไรมั๊ย ถ้าจะลงที่สถานีนี้กับผมแล้วเราไปเที่ยวด้วยกัน เดินเล่นไปเรื่อยๆ มันคงสนุกมากถ้าคุณไปกับผม"

เวลาหนึ่งวันกับอีกหนึ่งคืน คือช่วงเวลาของการอยู่ด้วยกัน ทำความรู้จักกัน
หนังเรื่องนี้มีแค่ฉากเดินไปเดินมาตามถนนหนทาง และพูดคุยกันและกันเพียงเท่านั้น
ฉากของกรุงเวียนนา แม้ส่วนใหญ่จะเป็นถนนที่ไม่ใด้มีชื่อเสียงอะไร บางฉากก็แค่บรรยากาศเรียบง่ายริมแม่น้ำ หรือตรอกซอยเล็กๆ
แต่เรื่องราวของเขาและเธอก็มีมากมาย ที่เล่าสู่ แลกเปลี่ยนความฝันของกันและกันไปตามเส้นทาง บนถนนหนทางเหล่านั้น...

หนังเรื่องนี้ ดูแล้วเพลิดเพลินกับคำพูด วิธีคิด ของทั้งสองคน
ไม่มีใครมากนักหรอก ที่เราจะบอกกล่าวสิ่งต่างๆที่อยู่ในใจได้มากมาย ถ้าไม่ใช่ "คนที่ใช่"
ความฝัน ความปรารถนาในวัยหนุ่มสาว มักจัดฉากที่งดงามไว้ในความรู้สึก
โลก..จึงยังกว้างใหญ่ ให้เดินทางค้นหาและพบเจอสิ่งที่ฝัน แม้บางครั้งในวัยนั้นจะแยกความฝันกับความจริงไม่ค่อยออกก็ตาม
ทั้งสองคนใช้ช่วงเวลาเพียง 1 วัน 1 คืน ผูกพันซึ่งกันและกัน
จนถึงเช้าวันที่ต้องบอกลา..

ความรู้สึกที่ลึกซึ้งอย่างรวดเร็ว ทำให้การจากลาไม่ง่ายดาย
ทั้งสองคนให้สัญญากันว่าจะกลับมาเจอกันที่นี่อีกครั้งในอีก 6 เดือนข้างหน้า
เวลาแห่งความสุข 1 วันกับ 1 คืน จะทำให้คำสัญญาเป็นจริงหรือไม่

..
..
..

Before Sunset คือคำตอบในอีก 9 ปีต่อมา เมื่อใครคนหนึ่งผิดคำสัญญา

หนังยังใช้นักแสดงคนเดิมเป็นตัวเดินเรื่องราวต่อเนื่องกัน ฝ่ายชายกลายเป็นนักเขียนที่มีชื่อเสียง มีครอบครัวที่สมบูรณ์
เขาเลือกเดินทางมาฝรั่งเศสเพื่อเปิดตัวหนังสือที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับการพบกันกับสาวสวยชาวฝรั่งเศสขณะนั่งรถไฟไปเวียนนา
แล้วจู่ๆเธอก็มาปรากฎตัวในวันที่เขากำลังเปิดตัวหนังสือ และกำลังจะเดินทางกลับอเมริกาในค่ำคืนนั้น

เหมือนกับเขา..ที่ลึกๆแล้วก็ยังหวังเสมอว่าจะพบเธออีกครั้ง
"ผมเขียนหนังสือเล่มนี้เพื่อตามหาคุณ" เขาบอกเธอ
9 ปี กับช่วงเวลาหนึ่งที่ผ่านเข้ามาในชีวิต แม้เพียง"วันเดียว" เขาไม่เคยลืมเธอ..

ทั้งสองคนเจอกันอีกครั้งก็ถามไถ่เรื่องราวของกันและกันอย่างโหยหา

หญิงสาวได้ถามว่า "วันนั้น  คุณไปที่นั่นมั๊ย?"
ชายหนุ่มเดาใจเธอออกและตัดสินใจบอกไปว่า "เปล่า ผมไม่ได้ไป"
หญิงสาวประหลาดใจ "จริงเหรอที่คุณไม่ได้ไป ฉันก็ไม่ได้ไปเหมือนกัน"

การพบกันหลังจาก 9 ปีผ่านไป ..
ต่างคนต่างก็มีชีวิตของตัวเองอย่างที่ควรจะเป็น
ครั้งแรกที่พบกัน การพูดคุยมีแค่เรื่อง ใครชอบอะไร ใครอยากทำอะไร วาดอนาคตตัวเองแบบไหน
การพบกันครั้งหลัง ทั้งสองคนมีเรื่องราวที่ผ่านเข้ามาในชีวิตมากมาย
หญิงสาว ก็ยังไม่เจอคนที่ใช่
ชายหนุ่ม แต่งงานมีครอบครัวที่สมบูรณ์ ใช้เวลาที่เหลืออยู่ประคับประคองครอบครัวด้วยความรับผิดชอบ

เวลาที่ผ่านไป ..
บางเหตุการณ์กับบางคนไม่ได้จางหายไปตามกาล
เวลายิ่งผ่าน ควบคู่ไปกับความรู้สึกที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง
กลับจะทำให้สิ่งเหล่านั้นให้เป็นความทรงจำที่ชัดเจนขึ้น
เวลา..สร้างความมั่นใจให้กับความรู้สึกที่ค้างคาในใจได้
1 วัน อาจไม่เข้าใจ ยังลังเล สับสน
แต่เวลาถึง 9 ปี เมื่อกลับมาเจอกับความรู้สึกนั้นอีกที มันยังคงอยู่เช่นเดิมหรือไม่ ...

หนังสือของเขา และเพลงของเธอ คงเป็นคำตอบของเวลาที่ผ่านไป...


.

.

A Waltz for the Night

Let me sing you a waltz
Out of nowhere, out of my thoughts
Let me sing you a waltz
About this one night stand
You were for me that night
Everything I always dreamt of in life
But now you’re gone
You are far gone
All the way to your island of rain
It was for you just a one night thing
But you were much more to me
Just so you know
I hear rumors about you
About all the bad things you do
But when we were together alone
You didn’t seem like a player at all
I don’t care what they say
I know what you meant for me that day
I just wanted another try
I just wanted another night
Even if it doesn’t seem quite right
You meant for me much more
Than anyone I’ve met before
One single night with you little Jesse
Is worth a thousand with anybody
I have no bitterness, my sweet
I’ll never forget this one night thing
Even tomorrow, another arms
My heart will stay yours until I die
Let me sing you a waltz
Out of nowhere, out of my blues
Let me sing you a waltz
About this lovely one night stand




MusicPlaylistView Profile
Create a playlist at MixPod.com



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
พิทักษ์ วันที่ : 03/09/2011 เวลา : 21.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jaopad

หนังต้องไปหาดู แต่ที่แน่ๆเพลงน่ะได้ฟังเลย

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
ภาษาหลากสี วันที่ : 03/09/2011 เวลา : 11.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pasalarksee
นิดนรี

หนังเรื่องนี้ กลายเป็นหนังโรแมนติกสุดยอดในดวงใจของใครหลายคน
นอกจากนี้ หนังเรื่องนี้ยังถูกกล่าวขานถึงวิธีการถ่ายทำ แบบ หนึ่งกล้อง หนึ่งซ๊อต คือถ่ายด้วยกล้องตัวเดียว และไม่มีการตัดต่อตลอดทั้งเรื่อง
ยิ่งมาฟัง pukpik เล่า ยิ่งน่าดูขึ้นอีกเป็นกอง

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
feng_shui วันที่ : 02/09/2011 เวลา : 20.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

โดนใจ

โหวต
+

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
theeratatt วันที่ : 02/09/2011 เวลา : 20.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thebier

Good Movie !!!

Good Moment !!!


Thanxs !!

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
คุณนายหวี วันที่ : 02/09/2011 เวลา : 19.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hello


คห. 14.

..........โรแมนติกเหมาะกะชาลีจังมากมาย........

...........โอ้แม่จ้าว....ชั่งกล้าพูด..

...........โปรดส่งมาให้เพื่อนได้ดูด้วย.................

............โอ้พระช่วย...ชั่งกล้าพูด..............

5555555555555555555555555555555555555555


ความคิดเห็นที่ 14 (0)
chalee วันที่ : 02/09/2011 เวลา : 17.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chalee
This land taught me the value of life.

โรแมนติกเหมาะกะชาลีจังมากมาย
โปรดส่งมาให้เพื่อนได้ดูด้วย
เพราะมิต้องการสนับสนุน ซีดีเถื่อน
แต่อยากดูจากแผ่นที่เพื่อน ส่งให้
:)

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
Bhirisa_ภิริสา วันที่ : 02/09/2011 เวลา : 17.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Bhirisa
www.oknation.net/blog/misspostcard

เราชอบหนังที่เกี่ยวกับเวลาที่เขามาเกี่ยวพันสุด ๆ
เรื่องนี้ภาพสวย, บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยมมาก

คิดชื่อเรื่องไทย...ได้ยาวสุด ๆ เลยอ่ะ
แต่จะมีสักกี่คนที่พบแบบนั้นนะ...ว่ามั้ย

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
BlueHill วันที่ : 02/09/2011 เวลา : 16.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

เคยเห็น DVD หนังเรื่องนี้
แต่ไม่กล้าซื้อมาดู
โรแมนติกเกินไปสำหรับพี่

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
market วันที่ : 02/09/2011 เวลา : 16.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/market

ดูเหมือนกันค่ะเรื่องนี้ สนุกดีชีวิตคน

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
นายแพทย์สวรรค์กาญจนะ วันที่ : 02/09/2011 เวลา : 16.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/doctornursethailoyalty
ข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประชาชนไม่ได้มีไว้เพื่อแพ้Honesty is the best policy.

อยากดูบ้างจัง pp หาซื้อได้ที่ไหนเอ่ย...

ซื้อ หนังสือ the wedding ของ spark มาแล้วยังไม่ได้เริ่มอ่านเลย อารมณ์โรมันติกชักหายๆไป

พออ่านเอนทรีแล้ว อมยิ้มเลย ยังหาซื้อไม่ได้เลย

pp สบายดีน้า

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
hayyana วันที่ : 02/09/2011 เวลา : 15.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hayyana
You are what you is  !   

ต้องหามาดูด้วยอีกคน..

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ทิวสน วันที่ : 02/09/2011 เวลา : 15.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tewson
ทิวสน ชลนรา

อยากไปหามาดูขึ้นมาทันใด ขอบคุณที่แนะนำครับ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
pukpik วันที่ : 02/09/2011 เวลา : 15.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pukpik
Love is not measured by how you feel.. but , how you make the other person feel..

หวัดดีคุณพร เปิ้ลจัง พี่เต็ง พี่ชาย โคซี่ และแม่หวีที่รักของหนูค่ะ

หนูก็มีรักในหัวใจเหมือนชาวบ้านชาวช่องเค้าแหละค่ะแม่..

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
plejang วันที่ : 02/09/2011 เวลา : 15.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/plejang
::  Plejang  ::  + + ... ข อ ใ ห้ รั ก จ ง เ จ ริ ญ ....+ + ::

ว้าว.....อ่านแล้วยิ้ม

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
สิงห์มือซ้าย วันที่ : 02/09/2011 เวลา : 15.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SingMeuSai
ร้านพร สิงห์มือซ้ายwww.facebook.com/lefthandshop 

ยังไม่เคยดูทั้งสองเรื่องเลย เชยจังเรา

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
คุณนายหวี วันที่ : 02/09/2011 เวลา : 14.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hello


are you....in love ?

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
cozy วันที่ : 02/09/2011 เวลา : 14.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kakalot
I agreed that what really matters is what you like, not what you are like... Books, records, films -- these things matter. Call me shallow but it's the fuckin' truth - High Fidelity


ความคิดเห็นที่ 2 (0)
tengpong วันที่ : 02/09/2011 เวลา : 14.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tengpong

โรแมนติคจัง

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 02/09/2011 เวลา : 14.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ต้อง(กลับ)ไปหาดูแล้ว...

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน