puprasit
แนวคิดการเมืองไทย วิเคราะห์สถานการณ์บ้านเมือง สังคม สิ่งแวดล้อม วิถีชีวิตชาวบ้าน คนเมือง ภาษาถิ่น ในรูปบทความ เรียงความ บทกวี
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/puprasit
วันอาทิตย์ ที่ 7 พฤศจิกายน 2553
Posted by ประชุมประทีปไศลภูลี้เขาบังภู , ผู้อ่าน : 9897 , 15:22:04 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน ประชุมประทีปไศลภูลี้เขาบังภู โหวตเรื่องนี้

ปะกายเพ็ด : เขียน

ดวงอาทิตย์ใกล้จะลับขอบฟ้า ฝูงนกกาต่างก็บินกลับรัง ชาวบ้านพากันจูงควายจากทุ่งนาเข้ามาในบ้าน สองเอื้อยน้องยู้ล้อมาตามเส้นทางดินแดง ผู้น้องชื่อวันนีอายุสิบปี ส่วนผู้เอื้อยชื่อสมสีอายุสิบแปดปี ทั้งสองกำลังมุ่งหน้ากลับบ้าน อยู่ในล้อเต็มแต่กล้วยน้ำว้าและหมากฮุ่ง ซึ่งพวกเขาเจ้าพากันไปซื้อนำชาวบ้านหนองบัว
      แต่ก่อนสภาพครอบครัวของน้องวันนีและสมสียุ่งยากหลาย มีแต่พ่อคนเดียวหาเลี้ยงครอบครัว พ่อเฮ็ดเวียกเป็นกรรมกรก่อสร้าง อยู่ในเมือง ต่อมาพ่อเฮ็ดเวียก(ทำงาน)หนักบ่ได้ แม่จึงพยายามซอกเวียกเฮ็ดเพื่อหารายได้มาจุนเจือครอบครัว มื้อหนึ่งแม่เข้าไปยามหมู่อยู่ในเมือง หมู่คนนั้นชวนแม่ไปฝึกอบรมเฮ็ดกล้วยตาก ซึ่งองค์การพัฒนาภาคเอกชนจัดขึ้น แม่จึงได้ความฮู้นั้นมาแล้วเอามาทดลองเฮ็ดอยู่บ้าน แต่เนื่องจากอยู่บ้านนี้บ่มีกล้วยหลาย แม่จึงให้ลูกสาวสองคนไปซอกซื้อกล้วยอยู่บ้านใกล้เคียง
      แม่เฮ็ดกล้วยตากขายเป็นปีที่สองแล้ว ปัจจุบันมีตู้ตากกล้วยทั้งหมดหกหน่วย ตากกล้วยเทื่อหนึ่งได้สิบสองกิโล แต่ละอาทิตย์มีแม่ค้ามาจากในเมืองมาซื้อแล้วเอาใส่กล่องพลาสติกส่งขายตามร้านต่าง ๆ บัดนี้ความต้องการกล้วยตากอยู่ในเมืองมีเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เฮ็ดให้รายได้ของครอบครัวนี้ดีขึ้น
     สมสี เหลียวเบิ่งหน้าน้องที่ย่างเคียงข้าง นางคิดเถิงตอนที่นางมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับวันนี ตอนนั้นนางเรียนอยู่ ป.5 และอยากเรียนต่อมัดทะยมแต่บ่มีโอกาส ย้อนครอบครัวยุ่งยาก สะนั้นนางจึงออกมาอยู่บ้านแล้วขายตำส้มเป็นการหารายได้เพิ่มเติมแก่ครอบครัว นางอยากให้วันนั้นหวนคืนมาอีก แต่มันเป็นไปบ่ได้เพราะตนเองใหญ่เป็นสาวแล้ว ปีนี้น้องวันนีของนางกำลังจะจบประถม
 “น้องต้องตั้งใจเรียนแล้วเสงเข้าเรียนต่อมัดทะยมให้ได้” สมสีเว้านำน้อง
 “น้องต้องเรียนสูงกว่าเอื้อย ตอนเอื้อยจบประถมอยากเรียนต่อก็บ่ได้เรียนเพราะครอบครัวเฮาทุกข์ยาก เดียวนี้ถานะครอบครัวเฮาดีขึ้นแล้ว อนาคตของน้องต้องสดใสอย่างแน่นอน”
      คำเว้าของเอื้อยจุดประกายความหวังอันแรงกล้าให้แก่วันนี นางยิ้มทั้งคิดไปว่านางจะได้นุ่งชุดนักเรียนใหม่ มีเงินซื้อเข้าหนมกินแต่ละมื้อ และขี่รถถีบกับหมู่ไปเรียนอยู่โรงเรียนมัดทะยมสมบูนบ้านโพนหมี ซึ่งไกลจากบ้านของนางหนึ่งกิโลเมตร
       พอทั้งสองยู้ล้อมาฮอดหน้าเฮือนก็เห็นผู้ชายสี่คนมานั่งล้อมกับพ่อแม่อยู่ท้องตะล่าง เมื่อเอาล้อไปเมี้ยนไว้ข้างกองฟืน น้องวันนีและสมสีก็ฮู้ว่าแขกที่มาหาแม่นคณะปกครองบ้านนั่นเอง
 “พวกเฮาเตือนสองสามเทื่อแล้ว เทื่อนี้เป็นเทื่อที่สี่ สะนั้นพวกเฮาจำเป็นต้องปรับไหมตามกดระเบียบของบ้านเมือง” ประธานบ้านเว้า
 “ซิเฮ็ดแนวใดพวกเฮาบ่มีบ่อนถิ้ม” พ่อพยายามอธิบาย
 “ข้อยบอกพวกเจ้าแล้วเด้ ให้เอาไปถิ้มอยู่กองขี้เหยื้อใหญ่ที่เมือง เพิ่นจัดไว้ให้พุ้น” ประธานบ้านเว้าต่อ
 “ไกลแท้ไกลว่า พวกเฮาสิเอารถมาแต่ใสขนไปถิ้ม” แม่เว้า
 “พวกเจ้าต้องคิดหาวิธีเอาเอง ถ้าบ่ดังนั้นพวกเจ้าซิบ่ได้เฮ็ดอาชีพนี้อีกต่อไป” รองประธานบ้านเว้าขู่
 “พวกเจ้าเฮ็ดกล้วยตากขาย ตำหมากฮุ่ง พวกเฮาบ่ห้าม แต่บ่ให้เอาเปลือกกล้วยและเปลือกหมากฮุ่งไปถิ้มแคมป่าข้างบ้าน เพราะมันเน่าเหม็นและบ่สะอาดงามตา ถ้าชั้นเทิงลงมากวดพวกเฮาสิถืกตำหนิ” ประธานบ้านพยายามชี้แจงตืมอีก
      น้องวันนีซึ่งนั่งฟังอยู่ข้างแม่เห็นสีหน้าความกังวนใจของพ่อแม่ได้อย่างชัดเจน เบิ่งคือว่าครอบครัวของนางทำความผิดอย่างร้ายแรงจนเถิงขั้นจะถืกตัดช่องทางทำมาหากิน
       ตอนค่ำ หลังจากินเข้าแลงวันนีได้ยินพ่อกับแม่นั่งลมกัน
 “ข้อยว่าเฮาเอาใส่กระสอบแล้วจ้างคนเอาใส่ก้นรถจักขนไปถิ้มกองขี้เหยื้อใหญ่ดีบ่?” พ่อเว้าพร้อมทั้งพ่นควันยาสูบออกจากปาก
 “ใผสิมาเฮ็ด! เจ้าว่าค่าน้ำมูกน้ำมันซ่ำใดแล้วเดียวนี้” แม่เว้า
 “คันซั้นก็มีแต่จ้างคนขนใส่เกวียนไปถิ้มเท่านั้นแหละ”
 “ไกปานนั้นแม่นใผสิฮับเฮ็ด?”
       คืนนั้นพ่อและแม่บ่สามารถคิดหาช่องทางที่จะกำจัดเปลือกกล้วยและเปลือกหมากฮุ่งได้เลย
       ตอนเช้าของมื้อต่อมา น้องวันนีย่างไปโรงเรียนเช่นเคย เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้เหมือนกับฝันร้ายที่หลอกหลอนนางตะหลอดเวลา พ่อแม่ถืกปรับไหมเป็นเงินห้าสิบพันกีบย้อนบ่ปะติบัดระเบียบการรักษาอนามัยในบ้าน นางคิดเป็นห่วงถ้าพ่อแม่บ่สามารถเฮ็ดกล้วยตากและขายตำส้ม แล้วเพิ่นจะเอาเงินมาแต่ใสมาส่งเสียให้นางเรียนต่อมัดทะยม อนาคตของนางจะบ่ลงเอยคือกันกับเอื้อยบ่?
       มื้อนั้นนายครูประจำห้องได้แจ้งให้ลูกสิดซาบว่าจะมีอาจารย์ผู้หนึ่งมาเว้าเรื่องขี้กะเดือนให้ลูกสิดฟัง พวกลูกสิดต่างก็ถกเถียงกันต่าง ๆ นานา บางคนว่าขี้กะเดือนล้าๆ มีหยังเป็นหน้าสนใจเอาวิดีโอมาสายให้เบิ่งบ่ดีกว่าบ่? บางคนเว้าว่า
 “บ่แม่นเพิ่นมาแนะนำวิธีเอาขี้กะเดือนใช้เป็นเหยื่อล้อเอาปลาบ่?”
       แต่เมื่อชั่วโมงนั้นมาเถิงนักเรียนทุกคนก็ต้องแปลกประหลาดใจเพราะสิ่งที่พวกเขาคาดเถิงนั้นผิดหมด หลังจากที่เอาโถแก้วบันจุดินและขี้กะเดือนออกมายองอยู่หน้าโต๊ะ อาจารย์ผู้นี้ก็เว้าว่า
 “มื้อนี้พวกเฮามาทำความฮู้จักขี้กะเดือนชนิดหนึ่งซึ่งแตกต่างจากขี้กะเดือนที่พวกหลานเห็นตามห้วยหนองคลองบึงอยู่ในบ้านเฮา ข้อยเอิ้นขี้กะเดือนชนิดนี้ว่า “ขี้กะเดือนน้อยมะหัดสะจัน” เพราะมันเป็นขี้กะเดือนฮักษาสิ่งแวดล้อม มันสามารถกินสิ่งเสดเหลือจากเฮือนครัวได้ทุกอย่างและกินได้หลายๆกิโล เป็นการช่วยกำจัดสิ่งเสดเหลือให้หมดไป นอกจากนั้นขี้ของมันก็เป็นฝุ่นบำรุงดินปลูกผักขึ้นงามหลาย”
        นักเรียนทุกคนพากันมิดตั้งอกตั้งใจฟังเพราะมันแน่นเรื่องใหม่สำหรับพวกเขา คราวหนึ่งท้าวแก้วซึ่งนั่งอยู่แถวหลังชี้มือขึ้นถาม
 “อาจานน้องขอถามได้บ่?”
 “ได้ ถามแม้!”
 “ขี้กะเดือนนี้กินได้ทุกอย่างบ่อาจาน?”
 “เป็นคำถามที่ดี ขี้กะเดือนนี้สามาดกินหญ้า ใบไม้ เสดผัก เสดอาหาร แต่บ่กินสารเคมี น้ำมันรถ โลหะและพลาสติก”  
      น้องวันนีที่นั่งอยู่แถวหน้ายอมือขึ้น “หลานอยากถามหยังตืม” อาจานเว้า
“อาจานมันกินเปลือกกล้วยกับเปลือกหมากฮุ่งได้บ่?” น้องวันนีถาม
 “ได้ละตี้ มันกินทุกอย่างที่ละลายแบบทำมะซาดได้หมด ยกเว้นแต่สารเคมีและสิ่งที่เป็นโลหะเน้อหลาน”
      หลังจากนั้น อาจานยังอธิบายวิธีเลี้ยงและการเบิ่งแยงรักษาอย่างละเอียดละออ วันนีสนใจขี้กะเดือนชนิดนี้หลาย นางอยากลองเอาไปเลี้ยงเพื่อให้มันกินเปลือกกล้วยและเปลือกหมากฮุ่งอยู่บ้าน เมื่อหมดชั่วโมงแล้ววันนีก็ย่างไปหาแขกที่มาเล่าเรื่องขี้กะเดือน
 “อาจาน หลานอยากได้ขี้กะเดือนแนวนี้ไปเลี้ยงอยู่บ้าน เอาให้หลานได้บ่อาจาน” วันนีเว้า
 “หลานสนใจเลี้ยงซั้นบ่” อาจานถาม
 “แม่นแล้วอาจาน ครอบครัวหลานเฮ็ดกล้วยตากและตำส้มขาย พวกเฮาบ่มีบ่อนเอาเปลือกไปถิ้ม ถืกทางบ้านเพิ่นปรับไหม”
 อาจานเหลียวเบิ่งหน้าวันนีเป็นตาหน้าฮักและหน้าสงสาร
“อยู่บ้านอาจานมีหลายอยู่ แต่มื้อนี้อาจานเอามาแต่ทอนี้ประมาณหนึ่งกิโล ถ้าหลานสนใจแท้เอาซ่ำนี้ไปเลี้ยงก่อนกะได้” อาจานเว้าพร้อมทั้งยื่นกวดที่บันจุขี้กะเดือนให้น้องวันนี
“ราคาทอใดอาจาน?”
“ถ้าเว้าเรื่องราคามันแพงเด้อหลาน เพราะเป็นพันที่เอามาจากต่างประเทศ เอาจั่งซี้สา เฮามาแลกเปลี่ยนกัน หลานเอากล้วยตากมาให้อาจานสองกิโลได้บ่?”
“เอาแนวนั้นกะได้ มื้อหน้าหลานจะกล้วยตากมาให้อาจานสองกิโล”
      หลังจากนั้นแขกคนนี้ก็ได้ให้คำแนะนำเพิ่มเติมแก่น้องวันนี พอโรงเรียนเลิกน้องวันนีก็ฟ้าวถือกวดแก้วกลับเมือเฮือน
“วันนี น้องเอาหยังมา?” เอื้อยสมสีถาม
เมื่อวันนีย่างเข้าประตูบ้าน “ขี้กะเดือน” วันนีตอบ
“เอาขี้กะเดือนมาเฮ็ดหยัง?”
“เอามาเลี้ยงให้มันกินเปลือกกล้วยและเปลือกหมากฮุ่ง”
“แม่นใผบอกน้อง”
“อ้ายครูมาแต่โรงเรียนหนองบัวทองใต้ เพิ่นมาเว้าเรื่องขี้กะเดือนแล้วเพิ่นเอาให้น้องมาเลี้ยงลองเบิ่ง”
“เอื้อยบ่เคยได้ยินจักเทื่อมันแม่นแท้หวะ?”
“เพิ่นเอิ้นมันว่าขี้กะเดือนมะหัดสะจัน เอามาแต่ประเทดโฮนลังว่าซั้น เพิ่นให้น้องเอากล้วยตากเปลี่ยนเอาสองกิโล”
        น้องวันนีจือจำคำแนะนำทุกอย่างของอ้ายครูคนนั้นได้เป็นอย่างดี นางเอาถังเปล่าตัดเคิ่งที่พ่อปะไว้หลังบ้านมาเจาะเป็นฮูน้อยๆสองสามฮู เพื่อระบายอากาดแล้วเอาดินมาใส่พื้นหนาสิบเซ็น เอาขี้กะเดือนยายใส่แล้วรดน้ำจนทั่วหลังจากนั้นก็เอาเปลือกกล้วยและเปลือกหมากฮุ่งมายายใส่ประมาณสิบกิโล เอื้อยสมสีเบิ่งการกระทำของน้องสาวด้วยความสงไสและบ่แน่ใจ
“มันซิกินบ่?” เอื้อยสมสีเว้า
“ปะไว้แนวนี้แหละ มื้ออื่นค่อนมาเบิ่ง” วันนีเว้าพร้อมทั้งเอาแตะไม้เฮี้ยมาปกปากถังไว้
        มื้อต่อมาแม่นวันเสาร์ วันนีตื่นแต่เช้าๆ ฟ้าวแล่นไปเปิดฝาปกถัง นางประหลาดใจที่เห็นเปลือกกล้วยและเปลือกหมากฮุ่ง วาบลงเคิ่งหนึ่ง
“เอื้อยสมสี! เอื้อยสมสี มาเบิ่งนี้ ดู้!” น้องวันนีส่งเสียงดังทั้งเอามือกวักเอิ้นเอื้อยด้วยความดีใจ
 “มีเรื่องหยัง อีวันนี มึงคือมาส่งเสียงดังแต่เช้าแท้” แม่อยู่เฮือนครัวฮ้องมาใส่
 เมื่อสมสีก้มเบิ่งในถัง นางบ่เชื่อสายตาตนเอง นางเบิกตากว้างเบิ่งก็ฮ้องขึ้นว่า
 “โอโฮ้ มันกินได้เคิ่งหนึ่งพุ้นนา! แม่ๆ มาเบิ่งนี้แม่”
 แม่ฟ้าวย่างออกมาจากเฮือนครัวมาหาถังบ่อนที่สองเอื้อยน้องยืนอยู่
 “สูเอาเปลือกกล้วยเปลือกหมากฮุ่งมาใส่ในถังนี้เฮ็ดหยัง มันซิเน่าเหม็นได๋จักหน่อยทางบ้านเพิ่นซิมาฮ้ายกูอีก”
“บ่แม่นได๋ แม่นายครูเอาขี้กะเดือนให้วันนีมาเลี้ยงเพื่อให้มันกินของเสดเหลือ มันลองเอาเปลือกกล้วยเปลือกหมากฮุ่งให้มันกินเบิ่ง เมื่อวานนี้เอาให้มันกินกองบักใหญ่มื้อนี้เหลือแต่เคิ่งเดียว เบิ่งแม้ แม่” เอื้อยวันนีอธิบาย
“มันแม่นขี้กะเดือนน้อยมะหัดสะจัน สมกับคำอาจานเว้าอีหลี เพิ่นว่ามันแผ่ไวหลาย บ่พอเดือนพวกเฮาก็จะได้ขี้กะเดือนเพิ่มขึ้นเท่าโตต่อจากนั้นพวกเฮาก็เลี้ยงมันใส่ถัง ใส่คู ใส่ซาม หรือฮางไม้ก็ได้” น้องวันนีเว้า
“คันซั้นกะดีละตี๋ เลี้ยงให้มันแผ่หลาย ๆ ให้มันกินเปลือกกล้วยและเปลือกหมากฮุ่ง บัดนี้พวกเฮาก็ซิบ่มีปัญหาแล้ว” แม่เว้าด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“เบิ่งแม้แม่ วันนีมันฟ้าวมาเบิ่งขี้กะเดือนจนลืมล้างหน้า ขี้ตายังติดขนตาอยู่” สมสีเว้ายอกน้อง ทั้งเอามือชี้ใส่หน้าน้องจนวันนีหน้าแดง แล้วเอากำปั้นตีแขนเอื้อยเบา ๆ
        สมสีและวันนีเอาใจใส่เบิ่งแยงขี้กะเดือนพวกนางจะคอยระมัดระวังบ่ให้มีมด แมงไม้ หรือหนูมารบกวน สองสามมื้อใดจะรดน้ำเพื่อให้ดินอยู่พื้นถังซุ่ม เมื่อใดเปลือกกล้วยและเปลือกหมากฮุ่งอยู่ในถังใกล้จะหมดแล้ว พวกนางจะเอามาใส่ใหม่บ่ให้ขาด
        สองสามเดือนผ่านไปขี้กะเดือนน้อยมะหัดสะจันได้ออกแม่แผ่ลูกเป็นจำนวนหลวงหลาย พ่อของวันนีได้ขอถังเปล่าที่ถิ้มแล้วของคนอยู่ใกล้เคียงมาใส่ตืมเป็นสี่ห้าถัง เฮ็ดให้จำนวนเปลือกกล้วยและเปือกหมากฮุ่งที่บ่มีบ่อนถิ้มนั้นลดลงอย่างหลวงหลาย
“จั่งแม่นเทวะตามาโผด ความจริงเอากล้วยตากสองกิโลแลกเอาขี้กะเดือนกิโลหนึ่งบ่คุ้มดอกลูก! เอาไปให้เพิ่นอีก ตืมห้ากิโลเด้อลูก!” พ่อเว้านำวันนี เวลานั่งกินข้าวนำกัน

        มื้อหนึ่งคณะบ้านได้ลงกวดกาเบิ่งความสะอาดของบ้าน เมื่อมาฮอดเฮือนของวันนีทางคณะบ้านก็แปลกประหลาดใจ ที่บ่อเห็นเปลือกกล้วยและเปลือกหมากฮุงกองันอยู่หน้าบ้านเหมือนแต่ก่อน
“พวกเจ้าเอาเปลือกกล้วยและเปลือกหมากฮุ่งไปไว้ไส?” ประธานบ้านถามพ่อวันนี
“เอาให้ขี้กะเดือนกินทุกมื้อ” พ่อวันนีตอบ
“ข้อยคือบ่เคยได้ยินจักเทื่อ” รองประธานบ้านเว้า
“อยู่ใส ขอเบิ่งแด่ดู้” ประธานบ้านเว้า
พ่อวันนีพาคณะบ้านย่างไปหลังบ้านแล้วเปิดฝาถังที่เรียงติดกันออก สมาชิกคณะบ้านแต่ละคนต่างก็สนใจและถามพ่อวันนีว่า
“แม่นใผมาแนะนำให้เลี้ยง?”
“นายครูอยู่โรงเรียนเอาให้อีน้อยมันก็เลยลองมาเลี้ยงเบิ่ง เห็นว่าได้ผลก็เลยเลี้ยงให้มันแผ่ขยาย” พ่อตอบทั้งเอามือลูบหัววันนีที่ยืนอยู่ข้างๆ
“เด็กน้อยสะไหมนี้สะหลาดหลาย มีแนวดีๆ มาแนะนำให้พ่อแม่ เก่งหลายหลาม เรียนหนังสือให้เก่งๆ เนื้อใหญ่มาจะเฮ็ดเวียกสร้างสาบ้านเมืองช่วยเพิ่ม”
ประธานบ้านเว้านำน้องวันนี เฮ็ดให้ทุกคนที่ยืนอยู่หั้น แนมมาเบิ่งหน้าวันนีเพียงคนเดียว น้องวันนียิ้มแบบอายๆ เล็กน้อย ทั้งเอาแขนมากอดแอวพ่อ
                                            ----**----


*ถอดคำ จากหนังสือรวมเรื่องสั้น ปัญหาสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ “ผันเห็นอดีต”
บรรณาธิการ : แสงพูไช อินทะวีคำ, โอทอง คำอินชู
พิมพ์ครั้งที่ 1 ปี 2004
    อักขระวิธีภาษาลาวไม่มีควบกล้ำ สะกดตรงๆ ไม่อิงบาลี สันสกฤต และขอเชิญชวนร่วมสนุกกับคำลาว ญาติสนิทของภาษาไทย ด้วยการช่วยกันแปลศัพท์จากเรื่อง ดังต่อไปนี้

ยู้ล้อ                   แปลว่า
เฮ็ดเวียก              แปลว่า
ซอกเวียก            แปลว่า
ยาม                   แปลว่า
เสง                    แปลว่า
บ่อนถิ้ม               แปลว่า
กองขี้เหยื้อ           แปลว่า
ตืมอีก                 แปลว่า
นั่งลมกัน              แปลว่า
ยอง                    แปลว่า
พากันมิด              แปลว่า
เบิ่งแยง                แปลว่า
พ่อปะ                  แปลว่า
แตะไม้เฮี้ย            แปลว่า
เทวะตามาโผด       แปลว่า





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ประชุมประทีปไศลภูลี้เขาบังภู วันที่ : 14/11/2010 เวลา : 00.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/puprasit
puprasit

คนอีสานลาว เข้ามาอ่านน้อย และแทบไม่มีแสดงความเห็นร่วมสนุกเลย ขอบคุณซอนย่ายูเอสเอ ครับ ผมแปลเพิ่มเติมนะครับ
เสง แปลว่า ตรวจสอบ, ทดสอบ(วัดจะนานุกมอังกฤษ-ลาว/ลาว-อังกฤษ หน้า 662)
แตะไม้เฮี้ย แปลว่า แตะ(หยิบ,จับ)
ไม้เฮี้ย สารานุกรมภาาษาอีสาน -ไทย-อังกฤษ โดย ปรีชา พิณทอง ปราชญ์อีสานเมืองอุบล อธิบายไว้ในหน้า 1034
น. ไม้ผาก ชื่อไม้ไผ่ปล้องยาวชนิดหนึ่งไม่มีหนาม เรียกไม้เฮี้ย ไม้ไผ่เฮี้ย
ว.เตี้ย ต่ำ เล็ก สั้น เช่น ภูเขาเตี้ย เรียก ภูเฮี้ย
ตามบริบทของเรื่อง คงหมายถึงหยิบไม้เฮี้ย, ไม้สั้น (มาวางทับไว้บนปิดบนฝาถังที่เลี้ยงขี้กะเดือนนั่นแล)

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ราบที่๑๑ วันที่ : 08/11/2010 เวลา : 15.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/craneoperator
 ดอกไม้หลายหลากสีที่ OKNation


ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ประชุมประทีปไศลภูลี้เขาบังภู วันที่ : 07/11/2010 เวลา : 16.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/puprasit
puprasit

ถูกเกือบหมดครับ รอให้อีกหลายมามาร่วมเฉลยนะครับ ถ้าได้อ่านเรื่อง ดูบริบทประโยค ก็น่าจะแปลได้ไม่ยาก ผมเองก็บางคำต้องเปิดศัพท์ลาวดูเหมียนกัน ขะรับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ซันญ่า วันที่ : 07/11/2010 เวลา : 16.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SonyaUAS
เส้นทางเดินที่...ยาวไกลในแผ่นดินอื่น  http://www.booking.com/hotel/th/comon-bungalow-haadchaophao.html_ www.comonbungalow.com www.OmoneyCenter.com/805941/G  

ยู้ล้อ แปลว่า เข็นล้อดันไปข้างหน้า (แม่นบ่ท่าน)
เฮ็ดเวียก แปลว่า ทำงาน
ซอกเวียก แปลว่า หางานทำ
ยาม แปลว่า เวลา (คงไม่ใช่ยามเฝ้าโรงงานแน่ๆ)
เสง แปลว่า (จักแปลว่าหยั่งนะท่าน)
บ่อนถิ้ม แปลว่า ที่ทิ้ง
กองขี้เหยื้อ แปลว่า กองขยะ
ตืมอีก แปลว่า เติมอีก
นั่งลมกัน แปลว่า นั่งคุยกัน
ยอง แปลว่า วาง ไว้


พากันมิด แปลว่า พากันเงียบ(หาย)
เบิ่งแยง แปลว่า ดูแลกัน
พ่อปะ แปลว่า พ่อทิ้ง(พ่อทิ้งใครคะท่าน)
แตะไม้เฮี้ย แปลว่า สานไม้เป็นแตะข้างฝากระท่อม (แม่นบ่หน้อ)
เทวะตามาโผด แปลว่า เทวดามาโปรด


...........................
มาอ่านคำและเรื่องสั้น คิดถึงเฮือนพ่อมากค่ะ
จากคนฟ้าฝั่งโน่น

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

ครูอารมณ์ มีชัย ฝากบ้านเมืองไว้

ครูอารมณ์ มีชัย อยากให้การเมืองไทยเป็นประชาธิปไตย อยู่ในวิถีพุทธ เป็นแดนพุทธภมิ เพื่อปกป้องลูกหลานและสร้างความรุ่งเรืองในอนาคต

View All
<< พฤศจิกายน 2010 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        



[ Add to my favorite ] [ X ]


คกก.สิ่งแวดล้อมแห่งชาติ/แก้รธน./ปราสาทพระวิหาร-พรมแดน/ปรองดอง-ปฏิรูป/ขึ้นเงินเดือนสารพัด เป็นผลงานที่ดีหรือไม่
สุดยอดผลงานรัฐบาล
0 คน
เป็นทางออกที่ดีแก้ปัญหาระยะยางได้
0 คน
แค่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าเบรกกระแสเรียกร้องของหลายฝ่าย
2 คน
ผูกปมปัญหาใหม่ ที่รัฐบาลไหนก็แก้ยาก
3 คน

  โหวต 5 คน