*/
  • พุธทรัพย์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : puthsup@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2017-03-18
  • จำนวนเรื่อง : 46
  • จำนวนผู้ชม : 17652
  • จำนวนผู้โหวต : 25
  • ส่ง msg :
  • โหวต 25 คน
วันศุกร์ ที่ 19 พฤษภาคม 2560
Posted by พุธทรัพย์ , ผู้อ่าน : 236 , 08:19:46 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน นายยั้งคิด โหวตเรื่องนี้

ทำดีแล้วครับ แต่อยากให้ทำดีขึ้นกว่านี้ครับ

ตั้งแต่เกษียณอายุราชการที่สำนักงาน ก.พ. มาเกือบ ๑๕ ปี แล้ว ก็ได้ติดตามผลงานของสำนักงาน ก.พ. มาโดยตลอด

แต่ก็ไม่ได้เขียนถึงผลงานของสำนักงาน ก.พ. มากนัก นอกจากจะเคยเขียนบทความถึงบ้าง แต่ก็เป็นเพียงฝากเรื่องให้พิจารณาเท่านั้น

เรื่องที่เห็นว่าเป็นเรื่องดี น่าชมเชยและควรเขียนถึงคือเรื่องที่ ก.พ. ปรับปรุง กฎ ก.พ. ว่าด้วยการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิใน อ.ก.พ. สามัญ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๕๙ ซึ่งได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๕๙

ที่จริงตั้งใจจะเขียนในคอลัมน์ “บ้านใคร...ใครก็รัก” ซึ่งเป็นคอลัมน์ประจำที่เขียนในหนังสือพิมพ์บ้านเมืองทุกวันจันทร์ แต่ก็ยังไม่ได้เขียนเพราะหนังสือพิมพ์บ้านเมืองหยุดพิมพ์จำหน่ายตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๐

รายละเอียดของกฎ ก.พ. ฉบับดังกล่าว ได้เปลี่ยนแปลงสาระสำคัญของ อ.ก.พ. กระทรวง อ.ก.พ. กรม และ อ.ก.พ. จังหวัด หลายประการ แต่จะขอกล่าวเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ อ.ก.พ. ผู้ทรงคุณวุฒิ เท่านั้น

ไม่ว่าผู้ทรงคุณวุฒินั้นจะเป็น อ.ก.พ. ใน อ.ก.พ. กระทรวง อ.ก.พ. กรม หรือ อ.ก.พ. จังหวัด ซึ่งกำหนดไว้ ๓ ท่านๆ ละด้าน คือ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล ด้านการบริหารและการจัดการ และด้านกฎหมาย

สิ่งที่เปลี่ยนแปลงประการแรกก็คือการกำหนดวาระการดำรงตำแหน่ง และประการที่สอง คือจำนวนคณะกรรมการที่ผู้ทรงคุณวุฒิแต่ละท่านจะเป็นได้

สำหรับวาระการดำรงตำแหน่งของผู้ทรงคุณวุฒินั้น หากเป็นผู้ที่ได้รับคัดเลือกตามกฎ ก.พ. ฉบับใหม่นี้ ให้ดำรงตำแหน่งตามวาระติดต่อกันในคณะเดิมได้ไม่เกิน ๒ วาระ โดยไม่ได้สนใจในวาระที่เคยเป็นมาก่อน เรียกว่าไม่มีผลย้อนหลังตามหลักของกฎหมายทั่วไป ว่างั้นเถอะ

การที่มีคำว่า “ติดต่อกัน” หมายความว่า หากครบ ๒ วาระ แล้ว เมื่อได้เว้นวรรคไปหนึ่งวาระ ก็อาจได้รับคัดเลือกเป็นผู้ทรงคุณวุฒิในคณะเดิมอีกได้

แม้ว่าในกฎ ก.พ. นี้ ไม่ได้ระบุเหตุผลว่าเหตุใดจึงกำหนดให้ อ.ก.พ. ผู้ทรงคุณวุฒิดำรงตำแหน่ง ติดต่อกันในคณะเดิมได้ไม่เกิน ๒ วาระ หรือไม่เกิน ๖ ปี แต่เป็นที่เข้าใจดีว่าการดำรงตำแหน่งใดๆ เป็นเวลานานๆ นั้น อาจทำประโยชน์ให้แก่องค์กรได้ไม่มากนัก

นี่คือเหตุผลหนึ่งแม้ว่าจะใช่เหตุผลที่สำคัญนักที่ผู้เขียนได้ลาออกจากการเป็น อ.ก.พ. ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล ของ อ.ก.พ. กระทรวงแห่งหนึ่ง หลังจากที่ได้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวติดต่อกันมาแล้วเกือบ ๑๕ ปี 

ส่วนประการที่สองนั้น กำหนดให้ผู้ทรงคุณวุฒิใน อ.ก.พ. ดำรงตำแหน่งในเวลาเดียวกันได้ไม่เกินจำนวน ๓ คณะ โดยในท้ายกฎ ก.พ. ฉบับดังกล่าว ได้ระบุเหตุผลไว้ว่า อาจมีปัญหาในการปฏิบัติหน้าที่

ครับ นั่นเป็นเรื่องดีที่ควรชมเชย ก.พ. เป็นอย่างยิ่งที่ได้ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงการแต่งตั้ง อ.ก.พ. ผู้ทรงคุณวุฒิใน อ.ก.พ. สามัญ ดังที่ได้กล่าวแล้ว  


แต่ผู้เขียนเห็นว่า ก.พ. น่าจะปรับปรุงในเรื่องคุณสมบัติของผู้ทรงคุณวุฒิ โดยเฉพาะในเรื่องของความสัมพันธ์กับส่วนราชการนั้นๆ อีกครั้งหนึ่ง

นิยมแนวคิดของ ก.พ. ในการแต่งตั้งคณะกรรมการการกำหนดตำแหน่งระดับสูงของกระทรวงต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ทรงคุณวุฒิด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล จำนวน ๓ ท่าน

สำหรับผู้ทรงคุณวุฒิด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล ที่เป็นประธานนั้น ก.พ. เป็นผู้แต่งตั้ง ส่วนผู้ทรงคุณวุฒิด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล อีก ๒ ท่าน นั้น ก.พ. กำหนด ให้ อ.ก.พ. กระทรวงเป็นผู้คัดเลือกจากบัญชีรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลที่ ก.พ. ได้จัดทำและส่งให้แต่ละกระทรวง  

และในบัญชีรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลที่ทำหน้าที่กรรมการในคณะกรรมการการกำหนดตำแหน่งระดับสูงของกระทรวงที่สำนักงาน ก.พ. ส่งให้แต่ละกระทรวงนั้น ได้กำหนดเงื่อนไขไว้ท้ายรายชื่อของผู้ทรงคุณวุฒิไว้ว่า ตั้งเป็นกรรมการฯ ในทุกส่วนราชการได้ ยกเว้นส่วนราชการที่ข้าราชการผู้นั้นเคยปฏิบัติงานอยู่ก่อนแล้ว

 

นอกจากนั้น ก.พ. ยังให้หลักการไว้ด้วยว่าเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อน อันเนื่องมาจากการที่ผู้ทรงคุณวุฒิดำรงตำแหน่งในคณะกรรมการหรืออนุกรรมการชุดต่างๆ ซึ่งอาจมีความขัดแย้งในบทบาท อาทิ การเป็น อ.ก.พ.กระทรวงและเป็นกรรมการในคณะกรรมการการกำหนดตำแหน่งระดับสูงของกระทรวงในเวลาเดียวกัน เป็นต้น

ผู้เขียนมีความเห็นเพิ่มเติมว่าการแต่งตั้ง อ.ก.พ. ผู้ทรงคุณวุฒิใน อ.ก.พ. ใดๆ ก็ตาม ก็ควรใช้หลักการเช่นเดียวกับคณะกรรมการการกำหนดตำแหน่งระดับสูงของกระทรวง โดยควรกำหนดว่าไม่ควรเป็นหรือเคยเป็นข้าราชการในกระทรวง กรม หรือจังหวัดนั้นๆ มาก่อนเช่นกัน

เพราะการมีบุคคลภายนอกมาเป็น อ.ก.พ. นั้น นอกจากเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อน และได้รับมุมมองที่แตกต่างและได้แนวคิดใหม่ๆ แล้ว บุคคลที่เป็นหรือเคยเป็นข้าราชการในกระทรวง กรม หรือจังหวัดนั้นๆ มาก่อน อาจเกรงใจในการออกความคิดเห็นซึ่งอาจขัดแย้งกับ อ.ก.พ. ที่เป็นผู้บริหารอยู่ในปัจจุบันได้

การกำหนดไม่ให้ข้าราชการที่เป็นหรือเคยเป็นข้าราชการในกระทรวง ในกรมหรือในจังหวัดนั้นๆ มาก่อน จึงก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ราชการ

อีกเรื่องหนึ่งที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับคณะกรรมการและเป็นเรื่องดีเช่นกัน ก็คือเรื่องที่คณะรัฐมนตรีกำหนด เมื่อวันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๕๔ กำหนดให้การแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงหรือบุคคลดำรงตำแหน่งกรรมการในรัฐวิสาหกิจหลายแห่ง ตามข้อเสนอของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

สั้นๆ และง่ายๆ ก็คือ ห้ามผู้มีอำนาจแต่งตั้งหรือมอบหมายให้ผู้ใดเป็นกรรมการในรัฐวิสาหกิจและหรือนิติบุคคลที่รัฐวิสาหกิจเป็นผู้ถือหุ้นเกินกว่า ๓ แห่ง ทั้งนี้ ให้นับรวมการเป็นกรรมการโดยตำแหน่งและการได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติราชการแทนในตำแหน่งกรรมการด้วย

แต่คณะรัฐมนตรีไม่ได้ห้ามข้าราชการเป็นกรรมการในคณะกรรมการต่างๆ หลายๆ คณะ ทั้งโดยชื่อและโดยตำแหน่งไว้

ข้าราชการบางคนหรือผู้ดำรงตำแหน่งบางตำแหน่งนั้น หากเข้าประชุมคณะกรรมการทุกคณะทั้งวัน แม้ประชุมตลอด ๒๔ ชั่วโมง ก็ไม่อาจประชุมได้ครบทุกคณะ อีกทั้งยังไม่มีเวลาที่จะปฏิบัติงานในหน้าที่หรืองานที่ต้องรับผิดชอบ


เป็นไปได้ไหมครับที่จะกำหนดจำนวนคณะกรรมการที่จะแต่งตั้งให้ข้าราชการเป็นกรรมการ ทั้งโดยชื่อและโดยตำแหน่งไว้ด้วย ส่วนจะกำหนดไว้เป็นจำนวนเท่าใดก็แล้วแต่ความเหมาะสมครับ

ทั้งนี้ เพื่อให้ข้าราชการผู้นั้นหรือผู้ดำรงตำแหน่งนั้นๆ ได้มีเวลาในการปฏิบัติราชการในหน้าที่ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์แก่ราชการและประชาชนที่รับบริการโดยตรง

พุธทรัพย์ มณีศรี



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 พุธทรัพย์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
นายยั้งคิด วันที่ : 19/05/2017 เวลา : 09.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ผมเข้าใจว่า คุณพุธทรัพย์ มณีศรี มีประสพการณ์มากมายในก.พ. มุมส่วนราชการที่อยู่บนหิ้งตลอดมา จึงอยากจะได้รับฟังเรื่องราวของก.พ.
จากคุณพุธทรัพย์ต่อไปอีกครับ ขอขอบคุณล่วงหน้ามา ณ โอกาสนี้ด้วย

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน