*/
  • พุธทรัพย์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : puthsup@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2017-03-18
  • จำนวนเรื่อง : 100
  • จำนวนผู้ชม : 48262
  • จำนวนผู้โหวต : 138
  • ส่ง msg :
  • โหวต 138 คน
วันจันทร์ ที่ 24 กันยายน 2561
Posted by พุธทรัพย์ , ผู้อ่าน : 551 , 18:54:34 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 5 คน อดุลย์ , สิงห์นอกระบบ และอีก 3 คนโหวตเรื่องนี้

โปรดเปลี่ยน Mindset เรื่องสมุนไพรกันได้แล้วครับ

เปรี้ยงปร้างดีไหมครับสำหรับข่าวหนานฉาวเหว่ยและอังกาบหนู เพราะประชาชนชาวไทยสนใจสมุนไพรสองชนิดนี้กันอย่างคึกคักและกว้างขวาง

 

เพราะการปลูกสมุนไพรทั้งสองชนิดนี้กระทำได้ง่ายเพียงตัดกิ่งมาปักชำเท่านั้น โดยหนานเฉาเหว่ยจะปลูกได้ง่ายกว่า

ดังนั้น ราคาขายของต้นหนานฉาวเหว่ยราคาจะถูกกว่า คือราคากระถางละตั้งแต่ ๒๐ บาท ถึง ๑๕๐ บาท ส่วนอังกาบหนูเริ่มที่ ๔๐ บาท ทั้งนี้ ราคาขึ้นอยู่กับขนาดของต้นและระยะเวลาที่เลี้ยงด้วย

สรรพคุณของหนานฉาวเหว่ยที่เผยแพร่เลื่องลือกันทางสื่อโซเชียลทั้งหลายคือรักษาเบาหวานและลดความดันโลหิต

ส่วนอังกาบหนูนั้น ดังเปรี้ยงปร้างมาจากสุโขทัย เพียงข้ามคืนต้นอังกาบหนูที่อยู่ที่วัดแห่งหนึ่งในสุโขทัยก็เหลือแต่ตอ เพราะมีคนเป็นมะเร็งแล้วกินอังกาบหนูแล้วหาย

เพื่อนร่วมรุ่นของผู้เขียนเป็นเก๊าส์มาตลอดชีวิตกินยาฝรั่งอย่างไรก็ไม่หาย เพื่อนแนะนำให้กินใบอังกาบหนูสัปดาห์ละ ๔ ใบ กินสัปดาห์เว้นสัปดาห์ ปัจจุบันเพื่อนหายขาดจากเก๊าส์แล้ว

สำหรับสรรพคุณของหนานเฉาเหว่ยนั้น เภสัชกรหญิง ดร. สุภาภรณ์ ปิติพร โรงพยาบาลอภัยภูเบศร ได้บรรยายว่ามีสรรพคุณมากกว่าที่กล่าวไว้ข้างต้น ผู้เขียนได้รับผลการศึกษาของเภสัชกรหญิง ดร. สุภาภรณ์ หลายหน้าครับ ส่วนอังกาบหนูนั้นเภสัชกรหญิง ดร. สุภาภรณ์ แจ้งว่ายังไม่ได้ศึกษาในรายละเอียด

 

ทั้งหนานเฉาเหว่ยและอังกาบหนูมีรสขมทั้งคู่ และก็เป็นเช่นเดียวกับสมุนไพรไทยบางชนิด ซึ่งได้กำหนดไว้ชัดเจนว่าอย่ากินติดต่อกันนานเพราะจากที่มีคุณก็อาจมีโทษได้ เช่น มะรุมนั้นกินติดต่อกันได้ไม่เกิน ๑๕ วัน เท่านั้น ดังนั้น หากกินหนานเฉาเหว่ยหรืออังกาบหนูจึงไม่ควรกินติดต่อกัน

โดยเฉพาะหนานฉาวเหว่ยนั้น มีคำเตือนกันไว้ว่าหากกินติดต่อกันเพราะอาจเป็นอันตรายได้ แต่ดูเหมือนจะเตือนยิ่งกว่าเตือน ซึ่งไม่รู้ว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ ก็คือเตือนว่าหนานเฉาเหว่ย เป็นอันตรายต่อไต

ผู้มีคนนำคลิปของเภสัชกรหญิง ดร. สุภาภรณ์ ที่ได้บรรยายเกี่ยวกับสมุนไพรหนานเฉาเหว่ย (ป่าเฮ่วหมอง) หรือป่าช้าร้าง เมื่อ ปี พ.ศ. ๒๕๕๘ ว่า หนานเฉาเหว่ยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้ตับแข็งแรงจากสารอัลฟา ป้องกันและควบคุมเบาหวาน ความดัน และมะเร็ง หลายประเทศกินเป็นผัก ชมและฟังชัดๆ ซิครับ https://youtu.be/Gf91Ko6UlMs

ข่าวแจ้งว่าจากการเสวนาประสบการณ์จากหมอยาคือหมอประเดิม ส่างเสน (หมอพื้นบ้านไทยใหญ่) หมอพานี นิ่มนุ่ม (หมอพื้นบ้านสุโขทัย) และ ผศ.ดร.พิมพ์พิมล ตันสกุล (อาจารย์คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์) สรุปได้ว่า

หนานเฉาเหว่ย เป็นยาดี แต่มีฤทธิ์แรง มักบริโภคไม่เกิน 3 ใบสด/วัน (ขึ้นอยู่กับขนาดของใบด้วย หากใบใหญ่เท่าฝ่ามือ ก็บริโภคเพียงใบเดียวพอ) และไม่บริโภคติดกันทุกวัน เพราะอาจมีผลลดน้ำตาล หรือความดันโลหิตได้มาก เมื่อโรคเป็นปกติแล้วก็หยุดได้ ไม่จำเป็นต้องกินต่อเนื่อง

ประสบการณ์ของหมอยานี้กินได้ทั้งในรูปใบสด ต้มและใบแห้ง และการกินเพื่อบำรุงร่างกาย กินได้ แต่ไม่ใช่ทุกวัน สัก ๒-๓ วัน เคี้ยวใบเล็กๆ เพียง ๑ ใบ

ครับ ใครๆ เขาก็ตื่นตัวกันเรื่องสมุนไพรไทย แม้แต่ผู้เขียนเองก็กระตุ้นให้คนไทยใช้สมุนไพรกันอยู่บ่อย แต่ส่วนราชการที่รับผิดชอบการบริหารงานสาธารณสุขของไทยโดยตรง สงสัยว่าเหตุใดจึงเงียบจัง

ครับ แม้ว่ากระทรวงสาธารณสุขจะสนับสนุนให้โรงพยาบาลแต่ละแห่งผลิตและจำหน่ายสมุนไพรไทยได้ แต่ส่วนใหญ่เป็นสมุนไพรพื้นบ้านทั่วไป เช่น ฟ้าทะลายโจร ขมิ้นชัน ฯลฯ แล้วก็ตาม

ยกเว้นเฉพาะโรงพยาบาลอภัยภูเบศร ที่ได้ให้ความสำคัญแก่สมุนไพรมานานแล้ว สามารถพัฒนาสมุนไพรหลายชนิดให้เป็นทั้งยาและเครื่องสำอาง ผู้เขียนขอยกย่องชมเชยไว้ด้วย

ผู้เขียนเห็นว่าการที่กระทรวงสาธารณสุขทำแค่นั้นยังไม่พอหรอกครับ และเห็นว่าเพื่อให้สมุนไพรไทยเป็นสินค้าออกที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของไทยและเพื่อให้คนไทยได้ใช้สมุนไพรในราคาถูกหรือไม่ต้องเสียเงินรวมทั้งใช้สมุนไพรอย่างถูกต้อง กระทรวงสาธารณสุขควรดำเนินการอย่างน้อย ๓ ประการ คือ

ประการที่ ๑ ให้การสนับสนุนและส่งเสริมให้นักวิชาการหรือนักวิจัยของไทยวิจัยและพัฒนาสมุนไพรไทยอย่างจริงจัง เพื่อพัฒนาในเชิงธุรกิจเพื่อการส่งออกด้วย

ฝรั่งชอบสมุนไพรนะครับ เพราะความคิดของฝรั่งนั้นเชื่อว่าสมุนไพรซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ หรือประเภท Organic ย่อมดีกว่ายาซึ่งเป็นสารเคมี ดังนั้น หากประเทศไทยทำสมุนไพรที่ได้มาตรฐานออกมาจำหน่ายไม่ว่าเป็นยาหรือเครื่องสำอาง ย่อมนำเงินเข้าประเทศได้มากมายมหาศาล

ตัวอย่างประเภทยาที่ผู้เขียนรู้จักคือ “พรมมิ” ผลิตภัณฑ์ขององค์การเภสัชกรรมที่ผู้เขียนเคยเขียนถึง ชมรายละเอียดได้ที่ http://oknation.nationtv.tv/blog/puthsup/2017/05/27/entry-1/

 

ส่วนผลิตภัณฑ์ประเภทเครื่องสำอางที่ผู้เขียนรู้จักคือ ผลิตภัณฑ์เพื่อลดเลือนจุดด่างดำให้ผิวกระจ่างใส ชื่อ แอนตี้ ดาร์ก สปอต เซรั่ม (Anti Dark Spot Serum) ของโรงพยาบาลอภัยภูเบศร เพราะภรรยาของผู้เขียนได้ซื้อมาใช้และผู้เขียนก็ได้มีโอกาสใช้ด้วย 

ผลิตภัณฑ์ตัวนี้ดีมากๆ ครับ หากวางแผนประชาสัมพันธ์ดีๆ ให้ทุกคนได้รู้จักและนำไปใช้ รับรองได้ว่าครีมหน้าเด้งของเกาหลีต้องชิดซ้ายอย่างแน่นอน


ขอย้ำอีกครั้งว่าเท่าที่กระทรวงสาธารณสุขทำมาแล้วนั้น ผู้เขียนเห็นว่าไม่เพียงพอหรอกครับ ควรทำการวิจัยให้ลึกซึ้งและมากกว่านี้ ทำจนกระทั่งเป็นยาที่ได้รับการรับรองให้มากประเภทหรือมากอย่างขึ้น

ตัวอย่างเช่นหนานฉาวเหว่ยนั้น เมืองนอกผลิตจำหน่ายกันหลายรูปแบบ ดูภาพซิครับ บ้านเราเมื่อไรจะผลิตขายและส่งออกได้บ้างละครับ

 

เท่าที่เภสัชกรหญิง ดร. สุภาภรณ์ ซึ่งศึกษาเรื่องนี้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๗ และนำต้นหนานฉาวเหว่ยแจกให้ประชาชนที่สนใจเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๘ รวม ๓๐๐ ต้น ยังไม่เพียงพออีกหรือ

ผู้เขียนได้อ่านรายงานการศึกษาของ เภสัชกรหญิง ดร. สุภาภรณ์ แล้ว หากผู้มีอำนาจเห็นว่ายังไม่เพียงพอ ก็ศึกษาเพิ่มเติมซิครับ ระดมสรรพกำลังลงไปทำให้เสร็จสิ้นตามกระบวนการผลิตยานั่นแหละ

อย่าอ้างว่าทำไม่ได้เพราะเหตุว่าคนไทยเก่งสู้ฝรั่งไม่ได้นะครับ ขอเถียงหัวชนฝาเลยละ เพราะคนไทยหลายคนเก่งกว่าฝรั่งก็มี ผู้เขียนคนหนึ่งละที่อาจารย์ให้ A ในบางวิชาโดยไม่ต้องสอบปลายภาคในขณะที่ฝรั่งเกือบทั้งห้องต้องสอบ

ที่ต้องแก้ก็คือต้องแก้ไขที่กระบวนการทางความคิด (Mindset) ของคนไทยเกี่ยวกับการใช้สมุนไพรรวมทั้งแก้ไขกระบวนการทางความคิดของผู้รับผิดชอบการบริหารงานสาธารณสุขของไทยด้วย ใช่ครับ เปลี่ยนแปลงกระบวนการทางความคิดใหม่โดยการใช้และสนับสนุนสมุนไพรอย่างจริงจัง

ที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือผลประโยชน์ทับซ้อนของบริษัทข้ามชาติ ทั้งนี้ อาจได้รับการกดดันหรือบีบจากบริษัทข้ามชาติ ทราบมาว่ากว่าหญ้าหวานจะสามารถผลิตออกมาขายเป็นเม็ดเช่นเดียวกับสารให้ความหวานเหมือนของฝรั่งนั้นก็เหนื่อยกันแทบตายไม่ใช่หรือครับ

อย่าให้เหมือนกรณีหมอแสง-นายแสงชัย แหเลิศตระกูล หรือที่ได้รับการเรียกขานว่าหมอเทวดานะครับ เพราะได้ข่าวว่าเมื่อประเทศไทยไม่ยอมรับ ประเทศลาวได้ยอมรับและให้ผลิตยารักษามะเร็งที่ลาวแล้ว เท็จจริงไม่ทราบ คงทราบแน่นอนตอนยาของหมอแสงที่ผลิตในลาวขายในไทยแล้ว

ประการที่สอง มี ๒ อย่าง อย่างแรก กระทรวงสาธารณสุขควรร่วมมือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ปลูกสมุนไพรกินเอง หนานเฉาเหว่ยปลูกง่ายมากเพียงนำกิ่งมาปักชำ ไม่นานก็ออกใบ ส่วนพรหมมิ ผู้เขียนเห็นที่เขานำขายงอกงามดีมาก ก็ซื้อมาปลูกบ้างกระถางละ ๕๐ บาท ปลูกแล้วเหลือแค่ที่เห็นนี่แหละครับ


 

อย่างที่สอง กระทรวงสาธารณสุขต้องแจกจ่ายถึงวิธีการใช้อย่างละเอียด ทำแผ่นพับแจกตามโรงพยาบาลทุกแห่ง ลงในเว็บไซ์ของกระทรวง อย่าให้ประชาชนถูกมอมเมาทั้งบวกและลบทางโซเชียลมีเดียเลยครับ ดูตัวอย่างก็ได้ครับ ผู้เขียนเห็นว่าไม่น่าจะเป็นความเป็นจริง

 

 

ประการสุดท้าย ลองสำรวจดูด้วยครับว่าสมุนไพรที่ชาวบ้านเคยใช้ประโยชน์มาตั้งแต่สมัยปู่ย่าตายาย แต่ปัจจุบันกฎหมายห้ามใช้ ห้ามซื้อและห้ามขายสมุนไพร แถมทางการยังสั่งให้โค่นและทำลายทิ้งอีกด้วย ทบทวนใหม่เสียเถิดครับ

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือกระท่อมไงครับ กระท่อมไม่เคยทำให้ใครบ้า ไม่เคยทำร้ายใครหรือกินเข้าไปแล้วอาจเป็นอันตราย อ่านข้อเขียนของผู้เขียนเรื่องกระท่อมทั้ง ๒ ตอน ได้ที่ http://oknation.nationtv.tv/blog/puthsup-govservice/2018/01/30/entry-1 และที่ http://oknation.nationtv.tv/blog/puthsup-govservice/2018/02/04/entry-1

ที่น่าเจ็บใจที่สุดก็คือการเห็นข่าวนายกรัฐมนตรีของเยอรมันนีไปปลูกกระท่อมเพื่อนำมาใช้ และหลายๆ ประเทศได้นำกระท่อมมาเป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์หลายอย่าง เช่น เบียร์ เป็นต้น ในขณะที่ไทย ออสเตรเลีย มาเลเซีย และเมียนม่าร์ห้าม

คงอีกไม่นานหรอกครับเมื่อประเทศไทยตื่นขึ้นมาเพราะเห็นประโยชน์และนำกระท่อมมาใช้ ทั้งนี้ อาจต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์ให้ประเทศอื่นที่ได้จดลิขสิทธิ์ไว้แล้ว

เช่นเดียวกับนำวัตถุดิบต่างๆ ของไทยที่ประเทศอื่นเห็นประโยชน์และนำไปจดลิขสิทธิ์ไปแล้วนั่นแหละครับ เห็นแล้วอายเขาจัง

พุธทรัพย์ มณีศรี



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
พุธทรัพย์ วันที่ : 26/09/2018 เวลา : 09.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/puthsup

ขอบคุณทุกท่านที่กรุณา Comment ครับ[

และขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความสนใจเข้าชม เมื่อวานได้ขึ้นอันดับ ๑ ของเรื่องที่สมาชิก OK Nation เข้าชมมากที่สุด แสดงว่าสมาชิกสนใจสมุนไพรมากขึ้น หากเราใช้สมุนไพรมากขึ้นก็เป็นการชดเชยยาฝรั่ง และนอกจากไม่มี side effects แล้ว ยังช่วยประหยัดเงินตราได้อีกเยอะครับ

ความคิดเห็นที่ 5 พุธทรัพย์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 25/09/2018 เวลา : 23.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

หนานเฉาเหว่ยปลูกง่ายอย่างที่พี่พุธทรัพย์ว่าครับ แค่หักกิ่งมาปักชำในน้ำสองสามอาทิตย์เอาไปปลูกได้แล้วครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
พุธทรัพย์ from mobile วันที่ : 25/09/2018 เวลา : 06.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/puthsup

ใช่ครับคุณแม่หมี ผมถึงเป็นห่วงเรื่องนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 3 พุธทรัพย์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่หมี from mobile วันที่ : 25/09/2018 เวลา : 06.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

น่าสนใจมากค่ะ

ผู้เชี่ยวชาญหรือกระทรวงสาธารณสุขควรแนะนำวิธีใช้อย่างถูกต้องด้วยค่ะ เห็นในข่าวชาวบ้านไปหามากินโดยไม่รู้ว่าต้องกินขนาดไหนถึงจะเหมาะสม กินมากเกินไปก็อันตราย เรื่องความรู้ในการใช้สมุนไพรก็สำคัญมากค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
พุธทรัพย์ from mobile วันที่ : 25/09/2018 เวลา : 05.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/puthsup

ใช่แล้วครับคุณหญิง

ความคิดเห็นที่ 1 พุธทรัพย์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Chaoying วันที่ : 24/09/2018 เวลา : 21.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

เรื่องคนอื่นจดลิขสิทธิ์ รู้แล้ว ปวดใจทุกทีไป

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน