*/
  • พุธทรัพย์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : puthsup@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2017-03-18
  • จำนวนเรื่อง : 104
  • จำนวนผู้ชม : 50686
  • จำนวนผู้โหวต : 143
  • ส่ง msg :
  • โหวต 143 คน
วันศุกร์ ที่ 9 พฤศจิกายน 2561
Posted by พุธทรัพย์ , ผู้อ่าน : 176 , 17:37:14 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน อดุลย์ โหวตเรื่องนี้

แนวทางดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้มาเที่ยวเมืองไทยมากขึ้น

ระยะนี้นักท่องเที่ยวที่มาเยือนประเทศไทยลดน้อยถอยลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักท่องเที่ยวจากประเทศจีน เพราะการกระทำของคนไม่กี่คน จนทำให้รัฐบาลต้องคิดหามาตรการต่างๆ เพื่อจูงใจให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น

เพราะรายได้จากการท่องเที่ยวของประเทศไทยมีจำนวนที่สูงเมื่อเทียบกับรายได้อื่นๆ ดังนั้น รัฐบาลจึงหาทางแก้ปัญหาซึ่งได้ข่าวว่าจะยกเว้นค่าวีซ่าให้แก่นักท่องเที่ยวชาวจีนสักระยะหนึ่ง

ท่านรองนายกฯ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ด้วยความร่วมมือของแจ็ค หม่า ก็ได้ออกคลิปประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวจีนกลับมาเที่ยวเมืองไทย

 

ผู้เขียนเห็นว่าวิธีการหนึ่งที่อาจช่วยให้นักท่องเที่ยวมาเยือนประเทศไทยมากขึ้นก็คือการอำนวยความสะดวกในเรื่องการขอวีซ่า

จึงอยากให้ดูตัวอย่างประเทศไม่ไกลจากประเทศมากนักในการอำนวยความสะดวกในการขอวีซ่ากันบ้าง

ผู้เขียนเคยเดินทางไปประเทศอินเดียครั้งแรกในฐานะนักท่องเที่ยวเมื่อ ๑๕ ปี มาแล้ว และไปท่องเที่ยวอีกครั้งหนึ่งเมื่อ ๓ ปีที่แล้ว

 

แน่นอนครับแม้ว่าตอนนั้นผู้เขียนไม่ต้องไปยื่นขอวีซ่าที่สถานทูตอินเดียประจำประเทศไทยด้วยตนเอง แต่ทัวร์ก็ต้องไปยื่นวีซ่าให้แทน

ในระยะ ๖-๗ ปีที่ผ่านมา ผู้เขียนได้ไปอินเดีย ๔-๕ ครั้ง ครั้งสุดท้ายได้เดินทางไปในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ไม่ต้องยื่นขอวีซ่า ทั้งนี้ เพราะผู้เขียนถือหนังสือเดินทางราชการที่กระทรวงการต่างประเทศออกให้ตามคำขอของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร)

ครับ ก็ผู้เขียนได้ไปช่วยงานการฝึกอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศของ มจร ซึ่งต้องนำพระที่เข้ารับการอบรมตามหลักสูตรดังกล่าวไปศึกษาดูงานในแดนพุทธภูมิ

แล้วเดือนนี้ก็ต้องเดินทางไปอินเดียอีก คราวนี้ไปดูงานที่มุมไบกับบริษัทที่ผู้เขียนเป็นที่ปรึกษาอยู่

ก็เพิ่งทราบว่าการยื่นวีซ่าไปอินเดียในฐานะนักท่องเที่ยวหรือเพื่อการเจรจาธุรกิจในตอนนี้ไม่ต้องไปยื่นวีซ่าที่สถานทูตอินเดียประจำประเทศไทยอย่างเคยอีกแล้ว

เพราะสามารถยื่นแบบฟอร์มคำขอพร้อมหลักฐานต่างๆ ที่สถานทูตกำหนด เช่น หน้าหนังสือเดินทาง และภาพถ่ายของผู้ขอวีซ่าโดยทางอีเมล์

เพิ่งยื่นคำขอพร้อมหลักฐานรวมทั้งโอนเงินค่าธรรมเนียม จำนวน ๒,๘๕๐ บาท ไปให้สถานทูตอินเดียในวันพุธ รวดเร็วปานกามนิตหนุ่มครับ วันต่อมาคือวันพฤหัสบดีก็ได้รับวีซ่าเป็นอีวีซ่า (e-Visa) ทางอีเมล์เช่นกัน

 

วันเดียวเท่านั้นครับกับการขอวีซ่าโดยไม่ต้องฝ่าดงรถติดอย่างมโหฬารไปสถานทูต แต่ประการใด

ผู้เขียนเพียงแค่พิมพ์ (print) อีวีซ่าจากอีเมล์นั้นแล้วก็พับใส่หนังสือเดินทาง แล้วนำไปแสดงที่สนามบินเมืองมุมไบได้

เห็นอินเดียแล้วนึกถึงประเทศเราว่าเหตุใดเราจึงไม่ทำเช่นนั้นบ้าง ทั้งๆ ที่กระทรวงการต่างประเทศของไทยเป็นส่วนราชการแรกๆ ด้วยซ้ำที่ปรับปรุงระบบการทำงานให้รวดเร็ว


ก็การออกหนังสือเดินทางนั่นแหละครับ ไม่ใช่ปรับปรุงครั้งเดียวแต่ปรับปรุงหลายครั้งจนการให้บริการในเรื่องนี้เป็นที่ชื่นชอบของประชาชน

ก็ไม่ทราบเหมือนกันนะครับว่าปัจจุบันกระทรวงการต่างประเทศอยู่ในระหว่างการพิจารณาดำเนินการในเรื่องนี้อยู่หรือไม่ หากเป็นเช่นนั้นก็โปรดรีบนำมาใช้โดยด่วนด้วยเถิดครับ

หากยังไม่ได้ริเริ่มก็รีบริเริ่มด้วยนะครับ เพราะไม่ใช่ประเทศอินเดียเท่านั้นที่ออกอีวีซ่าให้นักท่องเที่ยวหรือนักธุรกิจ แต่ข้อมูลจากกูเกิ้ลปรากฎว่ามีประเทศที่ออกอีวีซ่ารวมทั้งสิ้น ๒๔ ประเทศ

การออกอีวีซ่านอกจากเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวเป็นอันดับแรกแล้ว ยังช่วยแก้ปัญหาการออกวีซ่าที่สถานทูตหรือที่สนามบิน (Visa on arrival) ที่ล่าช้าอีกด้วย

 

การอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวจะช่วยให้ความมีน้ำใจของคนไทยที่มีอยู่แล้วจะยิ่งประทับใจแก่นักท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น

พุธทรัพย์ มณีศรี



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
พุธทรัพย์ from mobile วันที่ : 10/11/2018 เวลา : 20.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/puthsup

ขอบคุณคุณอดุลย์ มากครับที่กรุณาเสริมความเห็น

ผมเซ็งมากๆ กับระบบราชการเดี๋ยวนี้ครับ คิดว่าน่าจะดีกว่าสมัยผมรับราชการ แต่นักบริหารสมัยนี้หลายคนบริหารงานไม่ค่อยเป็นครับ หลายคนทำงานตามที่ลูกน้องระดับกลางๆ เสนอ ไม่ใช่อะไรหรอกครับ เพราะตนเองไม่รู้

ผมอยากทำอะไรให้ราชการอีกหลายเรื่องแต่บางครั้งบทความบางเรื่องที่เขียนไปอาจกระทบกับส่วนราชการหลายแห่งซึ่งอาจไม่ค่อยดีนัก ก็ต้องหยุดลงบ้าง อีกประการหนึ่ง เขียนเรื่องราชการบางเรื่องต้องค้นคว้าเยอพพอสมควร แต่เขียนแล้วหากมีผู้อ่านน้อยก็ไม่ค่อยมีกำลังใจ เพราะส่วนใหญ่สนใจแต่เรื่องการกินและการท่องเที่ยว แต่ก็ไม่ทิ้งหรอกครับจะพยายามเขียนต่อไปทำประโยชน์ให้แก่สังคมเท่าที่จะทำได้ครับ

ขอบคุณคุณอดุลย์อีกครั้งหนึ่งที่ให้กำลังใจครับ

ความคิดเห็นที่ 1 พุธทรัพย์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
อดุลย์ วันที่ : 10/11/2018 เวลา : 11.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/adulmr

เห็นด้วยกับคุณพุธทรัพย์ครับ

ผู้ใหญ่ในรัฐบาลไม่ว่าจะเป็นนายก ฯ, รองนายก ฯ,โฆษกรัฐบาล ฯลฯ
คุยจ้อออกสื่อเรื่องไทยแลนด์ 4.0
แต่ภาคราชการหลายหน่วยก็ยังทำงานแบบเดิม ๆ กันอยู่

เช่น รัฐบาลบอกว่าราชการควรจะทำงานแบบไร้กระดาษ
หรือไม่ก็ใช้กระดาษให้น้อยที่สุด
แต่ลองไปดูสิครับ
หน่วยงานราชการต่างจังหวัดยังต้องส่งรายงานเข้ามายังส่วนกลางทุกๆเดือน โดยใช้กระดาษเดือนนึงเป็นร้อย ๆ แผ่น
ทั้ง ๆ ที่ยุคนี้เรามีระบบออนไลน์กันสะดวกสบาย
ส่งไฟล์ได้ครั้งละมหาศาล
แต่ราชการก็ไม่รู้จักใช้
แค่สร้างเว็บไซต์ แล้วให้ส่งรายงานทางเว็บ ฯ ง่าย ๆ แบบนี้ทำไมทำกันไม่เป็น
อย่างนี้เป็นต้นครับ

ต้องชื่นชมสถานทูตอินเดียเค้าครับ
น่าจะชวนเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศของไทยไปดูงานที่นั่นบ้าง
อย่าเอาแต่ไปดูงานต่างประเทศไกล ๆ ให้เสียงบประมาณ
กลับมาก็ไม่เห็นจะเอาสิ่งที่ไปดูมาปรับปรุงตัวเองบ้างเลย

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน