*/
  • พุธทรัพย์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : puthsup@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2017-03-18
  • จำนวนเรื่อง : 129
  • จำนวนผู้ชม : 77971
  • จำนวนผู้โหวต : 193
  • ส่ง msg :
  • โหวต 193 คน
วันจันทร์ ที่ 22 กรกฎาคม 2562
Posted by พุธทรัพย์ , ผู้อ่าน : 350 , 19:36:36 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน Chaoying , แม่หมี โหวตเรื่องนี้

เพาะต้นกล้า “ลูกของแผ่นดิน” ได้แล้ว

ผู้เขียนได้เขียนถึงโครงการ “ลูกสาวของแผ่นดิน” ของมูลนิธิประเทศไทยใสสะอาด มาหลายครั้ง สำหรับท่านที่ไม่เคยผ่านตาก็ขอเรียนสั้นๆ ว่า

โครงการ “ลูกสาวของแผ่นดิน” มูลนิธิฯ ได้ร่วมกับกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อถวายเป็นราชสักการะแด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสเจริญพระชนมายุ ๖๐ พรรษา ในวันที่ ๒ เมษายน ๒๕๕๘

ทั้งนี้ เพื่อปลูกจิตสำนึกให้แก่สตรีและยุวสตรีได้เรียนรู้ถึงพระราชกรณียกิจ และหลักคุณธรรม จริยธรรม สำหรับเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตและการปฏิบัติงานอย่างยั่งยืนในอนาคต

ได้เขียนบทความลงในบล็อกนี้หลายครั้ง ครั้งสุดท้ายเมื่อวันศุกร์ ที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๑ ว่าเมื่อมูลนิธิได้จัดโครงการนี้ขึ้นทุกภาคแล้ว จะได้หาทางจัดโครงการ “ลูกของแผ่นดิน”  ต่อไป รายละเอียดที่ http://oknation.nationtv.tv/blog/puthsup-govservice/2018/08/24/entry-1

จากการประสานงานกับนายสมคิด สมศรี อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน ทำให้โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ “โครงการลูกของแผ่นดิน รวมพลังสร้างสังคมไทยใสสะอาด” ด้วยความร่วมมือของกรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) และมูลนิธิประเทศไทยใสสะอาดจึงเกิดขึ้น

แม้ว่ารายละเอียดปลีกย่อยจะแตกต่างกับ “ลูกสาวของแผ่นดิน” บ้าง แต่วัตถุประสงค์หลักในการดำเนินการโครงการ “ลูกของแผ่นดิน” และ “ลูกสาวของแผ่นดิน” เหมือนกัน

กล่าวคือ ต้องการให้เยาวชนทุกคนได้เรียนรู้ถึงพระราชกรณีกิจ ส่งเสริมและพัฒนาในการสร้างประเทศไทยใสสะอาด และปลูกจิตสำนึกให้เรียนรู้เกี่ยวกับคุณธรรมและจริยธรรม สรุปได้สั้นๆ คือต้องการเยาวชนให้เป็นคนดีของสังคมและของชาติในอนาคต

โครงการลูกของแผ่นดิน ร่วมพลังไทยใสสะอาด ได้จัดขึ้นระหว่างวันที่  ๑๘ - ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๖๒ ณ สถาบันพระประชาบดี อำเภอธัญญบุรี จังหวัดปทุมธานี โดยมีโรงเรียนส่งนักเรียนเข้าร่วมโครงการรวม ๗ โรงเรียน ขอกล่าวถึงชื่อโรงเรียนตอนได้รางวัลนะครับ

โดยแต่ละโรงเรียนส่งนักเรียนเข้าร่วมโครงการโรงเรียนละ ๗ คน ครูโรงเรียนละ ๑ คน รวมผู้สังเกตการณ์และวิทยากร มีจำนวนทั้งสิ้น ๑๐๐ คน

ในวันเปิดโครงการในวันแรก นางศิรทิพย์ ภาศรีสมบัติ  ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการพัฒนาและสวัสดิการเด็กและเยาวชน ผู้แทนอธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน ได้กล่าวต้อนรับ

 

หลังจากนั้น คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ ประธานกรรมการมูลนิธิประเทศไทยใสสะอาด ได้ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “การเป็นลูกของแผ่นดิน”

 

คุณหญิงทิพาวดี  ได้กล่าวถึงคุณสมบัติของลูกของแผ่นดิน รวม ๔ ประการ คือ ดำรงชีวิตอย่างพอเพียง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกิน เรื่องนอน เรื่องเรียนและเรื่องเล่น กตัญญูรู้คุณ ทั้งต่อพ่อแม่และผู้มีพระคุณ รวมทั้งครู สถาบันและแผ่นดิน ซื่อสัตย์สุจริต โดยต้องซื่อสัตย์ต่อตนเอง ต่อครอบครัว ต่อสังคมและต่อประเทศชาติ และมีความรับผิดชอบ

หลังจากนั้น ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดและนักเรียนก็ได้ถ่ายรูปหมู่ด้วยกัน

 

รายการอบรมเชิงปฏิบัติการทั้งในวันแรกและวันที่สองมีรายการยาวเหยียดไปถึง ๒๑.๑๕ น. และวันที่สองและวันที่สามต้องตื่นนอนตั้งแต่ ๖.๐๐ น. เรียกว่าใช้เยาวชนของชาติได้ใช้เวลากันอย่างเต็มที่

ทราบจากวิทยากรว่านักเรียนสนใจและตั้งใจเรียนรู้กันอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาจารย์ที่ปรึกษาจากโรงเรียนได้ร่วมกิจกรรมกับนักเรียนโดยตลอด

โครงการนี้นักเรียนไม่เบื่อหรอกครับ เพราะมีกิจกรรมให้เยาวชนได้ดำเนินการหลายๆ อย่างสับเปลี่ยนกันไป เช่น การฟังการบรรยายเรื่อง “สถาบันพระมหากษัตริย์กับประเทศไทย”

 

การอภิปราย เรื่อง “การสร้างจิตสำนึกต่อแผ่นดิน” เรียนรู้หนังสือพระราชนิพนธ์แปล ในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เรื่องหมู่บ้านลับลี้ริมฝั่งน้ำ เรียนรู้การส่งความสุข : ส.ค.ส. ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

 

การอภิปราย เรื่อง “การสร้างจิตสำนึกต่อแผ่นดิน” ภาคปฏิบัติ ซึ่งรวมทั้งการแต่งกลอนและอ่านบทกวีของศิลปินแห่งชาติและกวีซีไรซ์ การถ่ายภาพจากโทรศัพท์ตาม Concept  โครงการและวาทกรรมในหนังสือ การวาดภาพตาม Concept โครงการและวาทกรรมในหนังสือ

 

การสร้างสัญลักษณ์ลูกของแผ่นดินของแต่ละโรงเรียน และการประกวดเพื่อเป็นสัญลักษณ์ธงรุ่น และการเขียนบทละครสั้น และการแสดงละครสั้นตาม Concept โครงการและวาทกรรมในหนังสือพระราชนิพนธ์

ในภาคปฏิบัติข้างบนนี้ทำทั้งในช่วงบ่ายและช่วงค่ำของวันที่สอง จุดประสงค์หลักก็เพื่อให้เยาวชนสามารถทำได้จริง ไม่ใช่ฟังเพียงอย่างเดียว ตามที่จอห์น ดิวอี้ (John Dewey) นักวิชาการศึกษาชื่อดังของสหรัฐอเมริกา ได้กล่าวไว้ว่า “เรียนรู้โดยการกระทำ” (Learning by doing) ดูผลงานซิครับ

 

กิจกรรมที่ทำมีทั้งกิจกรรมการแบ่งกลุ่มละลายพฤติกรรม กิจกรรมทบทวนบทเรียน และกิจกรรมรักษ์วินัยใส่ใจสุขภาพ

 

ยังมีเวทีเสวนาประสบการณ์ “ พลังเยาวชนสร้างสังคมไทยใสสะอาด” และการแบ่งกลุ่มฐานความรู้ หัวข้อ “กิจกรรมลูกของแผ่นดิน” และการแสดงปฎิญญาการเป็นลูกของแผ่นดินที่ดีสู่สังคม

 

และจากผลการเรียนรู้พระราชนิพนธ์แปลสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เรื่อง “ไป๋อื่นน่า หมู่บ้านลับลี้ริมฝั่งแม่น้ำ” ได้ทำกิจกรรมสำคัญต่างๆ ทุกโรงเรียนก็ได้รับรางวัลต่างๆ ทุกโรงเรียน คือ การประกวดภาพถ่ายดีเด่น รร. วัดดาวคนอง บทกวีดีเด่น รร. มัธยมประชานิเวศน์ ชมบทกวีดีเด่นข้างล่างนี้ครับ

 

ละครสั้นดีเด่น รร. สุรศักดิ์มนตรี การนำเสนอดีเด่น รร. บ้านบางกะปิ การมีส่วนร่วมดีเด่น รร. สันติราษฎร์วิทยาลัย รางวัลภาพจากประเด็นแลกเปลี่ยน รร. มัธยมสุวิทย์เสรีอนุสรณ์ รางวัลองค์ประกอบภาพรวมดีเด่น รร. วัดธาตุทอง  

นอกจากนี้ ลูกของแผ่นดินยังได้เลือกคณะกรรมการโครงการลูกของแผ่นดิน รุ่นที่ ๑ ขึ้น โดยมีนายธนกิจ อึ้งประเสริฐ เป็นประธาน นายปรีชา จงเจริญสุข และนายชนะชัย  ยังโหมด เป็นรองประธาน        นางสาวณัฐพร ไพกะเพศ นางสาวญาณิศา ผุดให้       นายธนกฤต สอดศรี นายณัฐนนท์  ชมแก้ว และนายศุภกรณ์ ไชยพิมพ์ เป็นกรรมการ

ทั้งนี้ เพื่อจะได้ประสานงานและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและกิจกรรมที่จะดำเนินการในอนาคต

ได้มีโอกาสพูดคุยกับนักเรียนทราบว่า สิ่งที่ได้มากคือความกล้าที่จะแสดงความคิดเห็นและได้เข้าใจในพระราชกรณียกิจเพิ่มมากขึ้น

ตอนบ่ายวันสุดท้าย นักเรียนได้จัดนิทรรศการผลงานที่ได้ปฏิบัติในช่วงการอบรม ซึ่งประกอบด้วยสัญลักษณ์ลูกของแผ่นดินของแต่ละโรงเรียน สัญลักษณ์ธงรุ่น และบทกวีจากวาทกรรมในหนังสือพระราชนิพนธ์ พร้อมจัดผู้แทนอธิบายให้ให้ประธานและกรรมการ

 

ต่อด้วยการกล่าวคำปฏิญาณที่นักเรียนแต่ได้ละโรงเรียนได้คิดขึ้นโรงเรียนละ ๕ ข้อ หลายโรงเรียนได้มีคำปฏิญาณข้อหนึ่งว่า “ข้าฯ จะจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์” ฟังจากน้ำเสียงที่เปล่งออกมาอย่างชัดถ้อยชัดคำและพร้อมเพรียง ทำให้ได้ความรู้สึกที่ดี

หลังจากนั้น นางศิรทิพย์ ภาศรีสมบัติ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการพัฒนาและสวัสดิการเด็กและเยาวชน ผู้แทนอธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน และคุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ ประธานกรรมการมูลนิธิประเทศไทยใสสะอาด ได้ร่วมกันแจกประกาศนียบัตรให้นักเรียน แล้วก็ถ่ายรูปหมู่ด้วยกัน

 

ถ่ายรูปหมู่แล้ว คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ ได้กล่าวปิดโครงการ โดยได้เน้นย้ำให้นักเรียนได้นำคำปฏิญาณที่ได้ให้ไว้ไปใช้เป็นเข็มทิศในการนำทางชีวิตต่อไป

 

ความสำเร็จในโครงการนี้ ในฐานะเป็นกรรมการมูลนิธิขอขอบคุณนายสมคิด สมศรี อธิบดีกรม ดย. และข้าราชการและเจ้าหน้าที่กองส่งเสริมการพัฒนาและสวัสดิการเด็กและเยาวชนทุกท่าน โดยเฉพาะนางจิตรมณี ศรีประเสริฐ ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาศักยภาพ

ผู้เขียนมีความเห็นว่าเพิ่มเติมว่า ประกาศนียบัตรที่ “ลูกของแผ่นดิน” ได้รับไปนั้น เป็นเพียงหลักฐานว่าได้ผ่านจัดการอบรมโครงการ “ลูกของแผ่นดิน ร่วมพลังไทยใสสะอาด” เท่านั้น

สิ่งสำคัญที่สุดคือการร่วมมือร่วมใจกันนำความรู้ที่ได้รับและนำคุณสมบัติของการเป็นลูกของแผ่นดินไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน  

นอกจากนี้ ยังต้องถ่ายทอดสิ่งที่ได้รับไปนี้จากรุ่นสู่รุ่น โดยการจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เพื่อให้นักเรียนร่วมโรงเรียนหรือแม้แต่ชุมชนได้เรียนรู้และตระหนักถึงการกระทำเพื่อให้เป็นคนดีในสังคม

ต้นกล้า “ลูกของแผ่นดิน” ได้เกิดขึ้นแล้ว หวังว่าต้นกล้านี้เมื่อเจริญเติบโตเต็มที่จะเป็น “คนดีของแผ่นดิน” รักและเทิดทูนชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์

ไม่นำประเทศไทย ประเทศที่ให้ทุกคนได้เจริญเติบโต มีชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดี ไปด่าว่าหรือประจานให้ชาวต่างชาติฟังเหมือนคนบางคนที่ได้ทำอยู่ในปัจจุบัน

พุธทรัพย์ มณีศรี



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
พุธทรัพย์ from mobile วันที่ : 23/07/2019 เวลา : 13.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/puthsup

ถูกต้องที่สุดครับคุณเจ้าหญิง ทุกฝ่ายต้องร่วมกันเพาะเพื่อจะได้มีคนดีเต็มแผ่นดินไทย

ความคิดเห็นที่ 3 พุธทรัพย์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Chaoying วันที่ : 23/07/2019 เวลา : 12.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

อันที่จริง "ต้นกล้า" เพาะได้ ทั้งที่บ้านและที่โรงเรียนทุกโรงเรียน แต่ในเมื่อนำเด็กกลุ่มหนึ่งมาอบรมในหลักสูตรนี้ แล้วหวังว่าจะได้เป็นต้นกล้าที่บ่มเพาะและไปถ่ายทอดต่อ หรือไม่ถ่ายทอดต่อ ก็ยังดีที่ได้เริ่มเพาะ โดยหน่วยงานที่เห็นความสำคัญและเป็นผู้ดำเนินการอบรม
มิฉะนั้นเด็กๆ ที่ไม่ได้รับการบอกเล่าเลย ก็อาจจะไม่เคยได้ยินได้ฟัง แล้วมีความคิดแปลกแยก เมื่อตอนโตเป็นหนุ่มสาว เหมือนที่มีตัวอย่างให้เห็นทุกวันนี้
ขอบคุณหน่วยงานที่เริ่มดำเนินการพัฒนาศักยภาพ และหวังว่าจะดำเนินการต่อไปในวงกว้างขึ้น โดยมีพี่พุธมีส่วนผลักดันด้วย
ขอบพระคุณอดีตเลขาธิการกพ. ด้วยนะคะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
พุธทรัพย์ from mobile วันที่ : 22/07/2019 เวลา : 22.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/puthsup

ขอบคุณคุณแม่หมีครับ หวังเช่นนั้นครับ

ความคิดเห็นที่ 1 พุธทรัพย์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่หมี from mobile วันที่ : 22/07/2019 เวลา : 21.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

ฝากความหวังไว้กับต้นกล้าที่เข้าร่วมการอบรมด้วยนะคะ ที่จะเผยแพร่ให้เพื่อนๆในโรงเรียนเมื่อกลับไปยังโรงเรียนของตนเอง

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน