*/
  • พุธทรัพย์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : puthsup@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2017-03-18
  • จำนวนเรื่อง : 155
  • จำนวนผู้ชม : 100862
  • จำนวนผู้โหวต : 222
  • ส่ง msg :
  • โหวต 222 คน
วันจันทร์ ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563
Posted by พุธทรัพย์ , ผู้อ่าน : 330 , 08:48:05 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน อดุลย์ , แม่หมี โหวตเรื่องนี้

ขอเถอะครับ ข้าราชการโปรดอย่าทำงาน ๒ มาตรฐาน

เห็นการทำงาน ๒ มาตรฐานของข้าราชการบางคนแล้วอดที่จะนำมาเล่าสู่การฟังไม่ได้ ปกติแล้วในการเขียนถึงส่วนราชการผู้เขียนมักจะไม่เอ่ยชื่อ เว้นแต่ในกรณีที่ทำดี คราวนี้แม้ไม่เอ่ยชื่อก็คงทราบว่าเป็นหน่วยงานใด โปรดทราบว่าผู้เขียนเจาะจงถึงข้าราชการบางคนในหน่วยงานดังกล่าวเท่านั้น

ทุกท่านคงรู้จักและคงเคยใช้สารจุลินทรีย์ (อี.เอ็ม) กันบ้างหรอกนะครับ

สารจุลินทรีย์ที่ซื้อขายหรือแจกจ่ายกันโดยทั่วไปนั้น มีทั้งชนิดเป็นน้ำ เป็นผงและเป็นเม็ด เมื่อนำมาใช้ให้เกิดผล บางกรณีต้องใส่กากน้ำตาลลงไปตามสูตรของแต่ละชนิดนั้นๆ ด้วย

บริษัท ก. ได้ขาย อี.เอ็ม ชนิดหนึ่ง เป็นผลิตภัณฑ์ของญี่ปุ่น โดยบริษัทแห่งหนึ่งเป็นผู้นำเข้าและบริษัท ก. รับมาจำหน่ายต่ออีกทอดหนึ่ง โดยขายทั้งหีบห่อ (Package) เดิมที่ได้รับจากบริษัทนำเข้า

เพื่อความมั่นใจและความปลอดภัย บริษัท ก. ได้ส่ง อี.เอ็ม นั้น ให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ตรวจสอบ ผลปรากฎว่าได้ตรวจพบเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราชนิดไม่ก่อโรค

นอกจากนั้น คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้วิเคราะห์และรับรองว่า อี.เอ็ม ดังกล่าวเป็นเชื้อที่ไม่ก่อให้เกิดโรคและไม่เป็นโทษต่อมนุษย์ สัตว์และสิ่งแวดล้อม และมีคุณสมบัติพิเศษหลายอย่าง เช่น สามารถขจัดไขมันได้เป็นอย่างดี เป็นต้น

หลายบริษัทก็ได้ขาย อี.เอ็ม กันทั่วไป โดยไม่ต้องขออนุญาตต่อทางราชการ แต่ประการใด และเมื่อ พ.ศ. ๒๕๕๔-๒๕๕๕ น้ำท่วมใหญ่กรุงเทพมหานครและหลายๆ จังหวัด เทศบาล อบต. และหน่วยงานต่างๆ เช่น การเคหะแห่งชาติ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เป็นต้น ได้แจก อี.เอ็ม โดยเฉพาะ อี.เอ็ม บอล ให้แก่ประชาชนใช้กันอย่างกว้างขวาง

 

บริษัท ก. ได้พิจารณาเห็นว่า อี.เอ็ม ดังกล่าวข้างต้นมีคุณสมบัติพิเศษหลายอย่าง เช่น สามารถขจัดไขมันได้เป็นอย่างดี เป็นต้น ดังนั้น หากนำมาใช้ในถังส้วม ก็จะช่วยขจัดไขมันอุดตันในถังส้วมด้วย

จึงได้จัดทำฉลากและซองบรรจุผลิตภัณฑ์ขึ้นเพื่อให้กรรมการบริษัทพิจารณาว่าสมควรวางจำหน่ายหรือไม่ สภาพหีบห่อบรรจุได้มาตรฐานหรือไม่ ยังไม่ได้จัดจำหน่าย แต่อย่างใด

แล้วก็ได้เรื่องครับ พนักงานเจ้าหน้าที่ของส่วนราชการที่รับผิดชอบได้เข้าไปที่บริษัท ก. ตรวจค้นและพบ อี.เอ็ม พร้อมทั้งได้เก็บฉลากซองบรรจุผลิตภัณฑ์ จำนวน ๑๕๒ ซอง และตัวอย่างผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป จำนวน ๖ ซอง ไว้เป็นหลักฐาน

แล้วแจ้งให้บริษัททราบว่า ได้ตรวจสอบหลักฐานแล้วปรากฏว่า บริษัท ก. ไม่ได้ขอขึ้นทะเบียนและไม่ขอแจ้งดำเนินการผลิต (ใส่ซอง) แบ่งขายเพื่อใช้ในครัวเรือน เป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. ๒๕๓๕ ซึ่งมีความผิดตามกฎหมายทั้งโทษจำและปรับ จึงขอให้ชี้แจงข้อเท็จจริง

บริษัท ก. ก็ได้ชี้แจงว่า อี.เอ็ม. นั้น ได้ซื้อมาจากบริษัทอื่นและเห็นว่าการจำหน่าย อี.เอ็ม ก็ไม่จำเป็นต้องขออนุญาต และไม่ทราบว่าการแบ่งขายเพื่อใช้ในครัวเรือนต้องแจ้งการดำเนินการผลิตประกอบกับการแบ่งบรรจุซองก็เพื่อเป็นตัวอย่าง ยังไม่ได้จัดจำหน่าย เมื่อได้รับแจ้งว่าไม่ถูกต้อง ก็ขอยกเลิกการกระทำดังกล่าว

แต่หลังจากนั้นไม่นาน เจ้าหน้าที่ก็แจ้งความให้ตำรวจจับผู้จัดการบริษัท ก. ดำเนินคดี ก็ต้องถูกพิมพ์ลายนิ้วมือพอๆ กับผู้ต้องหาลักทรัพย์หรือผู้ต้องหาฆ่าคนตายอย่างนั้นแหละครับ

ตำรวจจึงส่งฟ้องศาล ขณะนี้เรื่องอยู่ที่สำนักงานอัยการ เป็นเวลากว่า ๒ ปีแล้ว จำเลยต้องไปพบอัยการตามระเบียบที่สำนักงานอัยการสูงสุดกำหนดไว้ทุกเดือน เหตุที่ล่าช้าไม่คืบหน้าเพราะอัยการเห็นว่าสำนวนยังไม่เพียงพอที่จะนำฟ้องต่อศาล จึงขอให้ตำรวจสอบโจทย์เพิ่มเติม

แต่เจ้าหน้าที่ที่รับมอบอำนาจให้เป็นโจทย์แจ้งความของส่วนราชการนั้นเฉยเมย โดยไม่ยอมไปให้ปากคำกับตำรวจ ไม่เดือดร้อนใดๆ ทำให้เรื่องคาราคาซังอยู่เช่นนั้น โอ้ย ทำยังกะว่าข้าราชการเป็นอภิสิทธิ์ชน จะไปให้การหรือไม่เป็นเรื่องของฉัน ประชาชนเดือดร้อนอย่างไรก็ช่าง

เรื่องนี้ผู้เขียนมีข้อสังเกตในเรื่องนี้เพิ่มเติมหลายประการ ครับ

ประการแรก ราชการที่ดีไม่ควรหาเรื่องฟ้องร้องประชาชน เมื่อประชาชนได้ชี้แจงแล้วว่าไม่ทราบว่าการนำอีเอ็มใส่ซองแบ่งขายเพื่อใช้ในครัวเรือนนั้นเป็นความผิดและยอมรับว่าไม่กระทำอีกต่อไป แล้ว จำเป็นด้วยหรือที่ทางราชการต้องแจ้งความฟ้องร้องให้ดำเนินคดีกับประชาชนอีก

ประการที่สอง เมื่อส่วนราชการนั้นได้พิจารณาเห็นว่าสารใดสารหนึ่งที่ไม่เป็นอันตราย ไม่จำเป็นต้องขออนุญาตในการใช้ต่อทางราชการ จำเป็นด้วยหรือที่ต้องกำหนดพื้นที่ในการใช้ว่าเป็นที่สาธารณะหรือในครัวเรือน เพราะหากไม่เป็นอันตราย ก็ไม่เป็นอันตรายทั้งนั้นแหละครับ ไม่ว่าใช้ในที่ใด

ก็แปลกดีนะที่กรณีของ อี.เอ็ม ดังกล่าวสามารถจำหน่ายเพื่อนำใช้ในที่สาธารณะในคู คลอง แม่น้ำได้ แต่เมื่อนำผลิตภัณฑ์นั้นแบ่งขายเพื่อใช้ในครัวเรือนโดยเฉพาะใช้ในถังส้วมหรือท่อน้ำทิ้ง เหตุใดจึงต้องยื่นขออนุญาตต่อทางราชการอีก

ประชาชนทั่วไปโปรดทราบไว้ด้วยนะครับว่า หากไปซื้อสินค้าใดๆ มาจากท้องตลาดชนิดที่ไม่เป็นวัตถุอันตราย นำมาแบ่งขายเพื่อใช้ในครัวเรือน ระวังนะครับ จะเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. ๒๕๓๕ อาจถูกจับดำเนินคดีได้

แต่มีบริษัทที่ไม่ทราบหรือไม่กลัวครับ ผู้เขียนไปงานเกษตรแฟร์ เห็นบริษัทหนึ่งนำ อี.เอ็ม ไปจำหน่าย ทั้งโฆษณาทั้งระบุในฉลาก โดยใช้ใส่ถังส้วมและท่อน้ำทิ้งเพื่อไม่ให้อุดตัน ผู้เขียนเข้าใจดีครับ จึงไม่ถ่ายภาพชื่อผลิตภัณฑ์และชื่อบริษัท ให้เห็นเฉพาะโฆษณา การที่เจ้าหน้าที่ไม่ไปจับ ถือเป็น ๒ มาตรฐาน (๑)

 

ประการที่สาม อี.เอ็ม ที่หน่วยงานต่างๆ  เช่น เทศบาล อบต. การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ผลิตหรือซื้อแจกจ่ายประชาชนเพื่อใช้เป็นขวดๆ ซึ่งอาจนำไปใช้ในที่สาธารณะ ทำปุ๋ยหรือนำไปใส่ถังส้วมได้

เหตุใดจึงทำได้โดยไม่ต้องขออนุญาตในการผลิต หรือว่าเพราะไม่ได้เขียนว่าใช้ในครัวเรือน และการที่เจ้าหน้าที่ไม่ไปจับ ถือเป็น ๒ มาตรฐาน (๒)

ประการที่สี่ สินค้าบางอย่าง เช่น โซดาไฟ หาซื้อได้ทั่วไปที่ร้านโชว์ห่วย ไม่ต้องบอกว่าเป็นวัตถุอันตรายใรๆ ก็ทราบ เพราะไม่อาจสัมผัสกับร่างกายได้ แต่ทางราชการก็ปล่อยให้ขายได้โดยเสรี

เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอาจจะเคยซื้อใช้ด้วยซ้ำไป เหตุใดจึงไม่จับ ถือเป็น ๒ มาตรฐาน (๓) แต่ อี.เอ็ม ซึ่งสัมผัสได้และนำไปใช้ใส่ในโถส้วมหรือท่อน้ำทิ้งนั้นผลิตใส่ซองออกจำหน่ายไม่ได้

การที่ทางราชการกระทำการดังกรณีดังกล่าวข้างต้นถือได้ว่าเป็นการทำงาน ๒ มาตรฐาน หรือไม่  สำหรับ ๒ มาตรฐาน (๑) และ ๒ มาตรฐาน (๒) อาจแก้เกี้ยวว่าไม่มีอัตรากำลังเพียงพอในการตรวจสอบ

แต่ ๒ มาตรฐาน (๓) นี่ซิครับ ขายโซดาไฟในร้านโชว์ห่วยโดยทั่วไปทุกท้องที่นั้น ไม่ตำตาเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องบ้างเชียวหรือครับ

การที่ข้าราชการทำเช่นนี้ ประชาชนฟ้องข้าราชการฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗ ได้หรือไม่ละครับ ฟ้องกันสักทีก็ดีเหมือนกันนะครับ เพราะข้าราชการไม่ใช่อภิสิทธิ์ชนที่แตะต้องไม่ได้

ผู้เขียนขอย้ำในที่นี้ด้วยว่า การที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลและให้ความปลอดภัยแก่ประชาชนในด้านต่างๆ นั้น เป็นเรื่องที่ดีและเป็นเรื่องที่ถูกต้อง

แต่ควรพิจารณาให้ละเอียดรอบคอบด้วยว่ากฎหมายและระเบียบปฏิบัติที่ใช้อยู่ในปัจจุบันมีสิ่งใดที่สมควรแก้ไขให้ถูกต้องและทันกาลบ้าง เช่น กรณีใช้ของที่ไม่เป็นอันตราย แยกแยะการใช้ในที่สาธารณะกับใช้ครัวเรือน เลิกเสียทีเถิดครับ อย่าแบ่งพื้นที่การใช้วัตถุที่ไม่เป็นอันตรายด้วยกันเลยครับ

นอกจากนั้น ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องต้องให้ความรู้ ให้คำแนะนำและประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนโดยทั่วกันด้วยว่าสิ่งใดทำได้ สิ่งใดทำไม่ได้ และเพราะเหตุใด

ที่สำคัญ หากประชาชนหรือเอกชนทำไม่ถูกต้อง ก็ควรว่ากล่าวตักเตือนก่อน ไม่ใช่เอะอะก็จับฟ้องศาลดังเช่นกรณีข้างต้น เป็นการผลักประชาชนให้มีความรู้สึกที่ไม่ดีต่อทางราชการ แล้วอย่างนี้จะให้ประชาชนรัก เข้าใจและให้ความร่วมมือกับทางราชการได้อย่างไร

กระทำตนไม่สมกับคำขวัญที่ท่านปัญญานันทภิกขุ ได้ให้ไว้ในวันข้าราชการพลเรือน เมื่อวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๑๓ เลยว่า “ข้าราชการคือบุคคลที่ทำงานให้ประชาชนชื่นใจ”

พุธทรัพย์ มณีศรี


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
พุธทรัพย์ from mobile วันที่ : 03/02/2020 เวลา : 09.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/puthsup

ครับผม คุณแม่หมี

ความคิดเห็นที่ 1 พุธทรัพย์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่หมี from mobile วันที่ : 03/02/2020 เวลา : 09.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

ก็แปลกดีนะ โซดาไฟอันตรายมาก ขายได้ ซื้อง่ายด้วย อีเอ็มไม่น่าจะเรื่องมากเลย

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน