*/
  • พุธทรัพย์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : puthsup@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2017-03-18
  • จำนวนเรื่อง : 151
  • จำนวนผู้ชม : 96518
  • จำนวนผู้โหวต : 219
  • ส่ง msg :
  • โหวต 219 คน
วันอังคาร ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2563
Posted by พุธทรัพย์ , ผู้อ่าน : 294 , 08:57:39 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน อดุลย์ , นายยั้งคิด และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

จากโทรศัพท์มือถือโนเกีย...สู่รถยนต์ไฟฟ้าในไทย

ในสมัยที่โทรศัพท์มือถือเข้ามาในตลาดเมืองไทยใหม่ๆ นั้น ไม่มีใครที่ไม่รู้จักโทรศัพท์มือถือโนเกีย (Nokia) จากประเทศฟินแลนด์ เพราะเป็นแบรนด์มือถือที่ดังที่สุดในประเทศไทย

ผู้เขียนซึ่งในขณะนั้นพอมีสตางค์ซื้อมือถือโนเกียได้แล้ว จำได้ว่ามือถือโนเกียนั้น นอกจากรูปร่างสวยงาม มีเมนูการใช้งานที่ง่ายแล้ว  ยังทนทานที่เรียกว่าทนทายาทที่สุดอีกด้วย ตกลงบนพื้นฝากระจายก็หยิบขึ้นมาปิดฝาแล้วยังใช้งานได้ดีตามปกติ

แต่เพราะโนเกียตามเทคโลโนยีสมาร์ทโฟน (Smartphone) ไม่ทันหรือคิดว่าสมาร์ทโฟนสู้เทคโลโลยีของตัวเองไม่ได้ โนเกียก็เกือบล้มหายตายจากไปจากวงการมือถือ

อย่างไรก็ตาม บริษัทผู้ผลิตมือถือโนเกียก็ไม่ยอมล้ม หันกลับมาพัฒนาสมาร์ทโฟนสำหรับโนเกียเพื่อให้ทันกับบริษัทอื่นๆ จนขณะนี้ทราบว่ามือถือโนเกียจะออกรุ่นที่รองรับ 5G ได้พร้อมๆ กับมือมือแบรนด์ดังไม่ว่าจะเป็นไอโฟน หัวเหว่ยและซัมซุง

ก็คงจะได้เห็นกันในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าครับ เพราะในวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์นี้ ประเทศไทยก็จะเคาะราคาเปิดประมูลคลื่น 5G กันแล้ว เมื่อเครือข่าย 5G เสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็คงได้เห็นกันว่ามือถือยี่ห้อใดเป็นมือถือ 5G และวางตลาดในประเทศไทยเป็นยี่ห้อแรก

ออกแขกเรื่องโทรศัพท์มือถือโนเกียมา ก็เพื่อจะนำไปสู่เทคโนโลยีใหม่ในโลกซึ่งรวมทั้งประเทศไทยอีกเรื่องหนึ่ง ก็คือเรื่องรถยนต์ไฟฟ้า

ประเทศไทยคุ้นเคยกับรถยนต์ไฮบริด (Hybrid Car) คือ รถประหยัดน้ำมันประเภทหนึ่งที่ใช้การผสมผสานพลังงานระหว่างน้ำมันและไฟฟ้ามานานพอสมควรแล้ว แต่ที่ผู้เขียนพูดถึงนี้ไม่ใช่รถยนต์ไฮบริดหรอกครับ เป็นรถยนต์ที่ใช้ไฟฟ้าล้วนๆ คือใช้ไฟฟ้า ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ (EV : Electric Vehicle)

รถยนต์ไฟฟ้าชนิดนี้ต่างประเทศได้ใช้มานานแล้วครับ จากตัวเลขในปี ๒๕๖๑ พบว่ามีหลายประเทศใช้รถยนต์ไฟฟ้ากันมากขึ้น บางประเทศ เช่น ประเทศนอร์เวย์ ใช้รถไฟฟ้าแล้วประมาณ ๔๙  เปอร์เซ็นต์

และมีเป้าหมายและนโยบายอย่างชัดเจน คือต้องการเปลี่ยนแปลงให้รถที่ใช้ภายในประเทศมาเป็นรถพลังงานไฟฟ้า ซึ่งนับรวมทั้งรถยนต์ไฟฟ้าและรถไฮบริดให้ได้ทั้งหมดภายในปี ๒๕๖๘

สำหรับในประเทศไทยนั้น เท่าที่ทราบในปัจจุบันมีรถยนต์ไฟฟ้า ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์  ที่ใช้ในประเทศไทยมีประมาณ ๒,๒๐๐ คัน มีหลายยี่ห้อครับ สั่งซื้อและนำเข้าเองบ้าง ส่วนที่ซื้อในเมืองไทยก็คือรถยนต์ไฟฟ้ายี่ห้อ MG ซึ่งผลิตในประเทศจีน


ยังมีอีกหลายยี่ห้อครับที่กำลังนำเข้าและจะผลิตในประเทศจีนแล้วส่งขายในเอเซียรวมทั้งประเทศไทยด้วย เช่น ยี่ห้อบีเอ็มดับพลิว วอลโว่ เบนส์ และเทสล่า

แต่การขยายตัวของรถยนต์ไฟฟ้าในเมืองไทยจะเติบโตขึ้นแค่ไหน ก็อยู่ที่นโยบายของรัฐบาลไทยว่าจะส่งเสริมหรือจะคุมกำเนิดรถยนต์ไฟฟ้าหรือไม่ เพราะภาษีที่รัฐบาลได้รับจากน้ำมันปิโตรเลียมนั้นน่ายั่วยวนและในแต่ละปีก็เก็บภาษีจากส่วนนี้ได้จำนวนมหาศาล

เท่าที่รัฐบาลส่งเสริมรถไฟฟ้าในขณะนี้ก็คือการเก็บภาษี ๐ เปอร์เซ็นต์สำหรับรถยนต์ไฟฟ้านำเข้าจากประเทศจีนนั้น ผู้เขียนเห็นว่าน่าจะไม่เพียงพอหรอกครับ

แน่นอนว่าการส่งเสริมทั้งการผลิตและการใช้นอกจากกระทบต่อภาษีน้ำมันดังกล่าวแล้ว ยังกระทบถึงโรงงานที่ผลิตชิ้นส่วนต่างๆ ของรถยนต์ใช้น้ำมัน ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้ในรถยนต์ไฟฟ้าด้วย

ดังนั้น หากรัฐบาลต้องการส่งเสริมการใช้และการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ก็จำเป็นต้องหาทางช่วยเหลือเอกชนที่ผลิตชิ้นส่วนเหล่านั้นด้วย

โดยอุตสาหกรรมชิ้นส่วนรถยนต์ต้องปรับตัวเปลี่ยนแปลงเพื่อให้สามารถรองรับรถยนต์ไฟฟ้าที่เจริญเติบโตในอนาคต

ประสานกับค่าย MG ด้วยซิครับ เพราะทราบว่าได้รับอนุญาตให้ประกอบรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยเป็นรายแรกแล้ว ว่าพอจะปรับเปลี่ยนโรงงานเหล่านี้เพื่อผลิตชิ้นส่วนในการใช้กับรถยนต์ไฟฟ้าได้มากน้อยแค่ไหน

ปัจจุบันนี้ไทยเป็นผู้ผลิตรถยนต์ใหญ่เป็นอันดับ ๙ ของโลก โดยผลิตรถยนต์ทั้งส่งออกและใช้ในประเทศ ถึงปีละ ๒ ล้านคัน แต่รถยนต์ที่ผลิตในปัจจุบันอาจขายและส่งออกไม่ได้ในอนาคต เพราะต่างประเทศหลายประเทศมีนโยบายที่จะใช้รถไฟฟ้า ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ดังที่ได้กล่าวแล้ว

และเมื่อนั้นประเทศไทยจะสูญเสียความเป็นศูนย์กลางในการผลิตรถยนต์เพื่อส่งออกทันที หากรัฐบาลไม่มีแผนและนโยบายในการส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้าอย่างจริงจัง

ผู้เขียนเป็นคนหนึ่งที่ใช้รถยนต์ไฟฟ้าครับ ปัญหาในปัจจุบันของผู้เขียนก็คือการเดินทางไปต่างจังหวัดมีความยากลำบากพอสมควร เพราะในปัจจุบันสถานีชาร์จไฟฟ้าทั้งของรัฐและของเอกชนมีไม่เพียงพอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานีชาร์จไฟฟ้าชนิดชาร์จเร็ว


สำหรับของรัฐที่มีอยู่นั้น เป็นของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ส่วนราชการบางแห่งและสถาบันการศึกษาบางแห่ง

เป็นที่น่ายินดีที่ทราบข่าวว่าการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจะติดตั้งสถานีชาร์จไฟฟ้าทุกจังหวัด ทั้งนี้ ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าส่วนใหญ่เห็นว่าหากมีสถานีชาร์จรถไฟฟ้าชนิดเร็วบนเส้นทางสายหลักห่างกันประมาณ ๑๐๐ กิโลเมตร ก็เป็นที่พอใจแล้ว

สำหรับสถานีชาร์จไฟฟ้าของเอกชนนั้น ปัจจุบันเกิดขึ้นยาก หากภาครัฐไม่คิดราคาค่าไฟฟ้าให้ถูกกว่าราคาสำหรับใช้ในกิจการทั่วๆ ไป เพราะไม่คุ้มทุน

ที่จริงผู้เขียนไม่ค่อยเดือดร้อนมากนักหรอกครับ เพราะส่วนใหญ่ใช้รถยนต์ไฟฟ้าเฉพาะในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลเท่านั้น ต่างจังหวัดก็ไปใกล้ๆ เคยไปราชบุรีครั้งหนึ่งและนครราชสีมาอีกครั้งหนึ่ง ขอขอบคุณการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอีกครั้งหนึ่งที่ให้ชาร์จฟรีทั้งที่ปากช่องและนครราชสีมา


แต่สิ่งที่ผู้เขียนภาคภูมิใจก็คือการที่ได้มีส่วนช่วยทำให้สภาพแวดล้อมของประเทศ โดยเฉพาะของกรุงเทพมหานครดีขึ้น ลดมลพิษทางอากาศและลดปัญหาภาวะโลกร้อน   

แต่ผู้ที่ใช้รถทั่วๆ ไปซิครับ ที่มีความจำเป็นต้องใช้รถไปต่างจังหวัดบ่อยๆ หากมีสถานีชาร์จไฟฟ้าไม่เพียงพอที่จะนำรถเดินทางไปต่างจังหวัดได้ รถไฟฟ้าก็เกิดที่เมืองไทยยาก เพราะน้อยคนนักหรอกครับที่มีรถยนต์ใช้หลายคัน

ที่สำคัญที่สุดก็คือหากรัฐบาลไม่รีบกำหนดแผนและนโยบายในการส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้าในเมืองไทยอย่างจริงจังแล้ว อนาคตก็คงเหมือนมือถือโนเกียเมื่อราว ๆ ๑๕ - ๒๐ ปี ก่อนนั่นแหละครับ

กล่าวคือประเทศไทยอาจสูญเสียความเป็นศูนย์กลางในการผลิตรถยนต์เพื่อส่งออก ซึ่งเป็นจำนวนเงินมหาศาลจริงๆ

และเมื่อถึงวันนั้น อาจทำแบบมือถือโนเกียในปัจจุบันไม่ได้ เพราะหากล้มจากการเป็นศูนย์กลางการส่งออกรถยนต์ไปแล้ว คงไม่อาจลุกขึ้นมาให้ทันประเทศอื่นเขา

ไม่มีสิ่งใดที่มีผลดีทั้งหมดหรือมีผลเสียทั้งหมดหรอกครับ สำคัญว่ารัฐบาลพร้อมหรือยังในการตัดสินใจเรื่องการผลิตและการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ขอให้ประกาศให้ชัดๆ เถิดครับ

ก่อนโพสต์เรื่องนี้ก็มีข่าวดี ๒ ข่าว ครับ

ข่าวแรก เป็นข่าวที่รัฐบาลแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ โดยคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ ๓๘/๒๕๖๓ ลงวันที่ ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ ดังรายละเอียดข้างล่างนี้


ก็หวังว่าคณะกรรมการชุดนี้คงรีบดำเนินนะครับ อย่าปล่อยให้หน่วยกล้าตายที่ซื้อรถยนต์ไฟฟ้ามาใช้แล้ว ประมาณ ๒,๒๐๐ ราย ต้องคอยด้วยความกระวนกระวายใจเลยครับ

ข่าวที่สอง เป็นข่าวที่ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย ได้ยืนยันเมื่อวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ แล้วว่าไม่ใช่ข่าวปลอม คือข่าวกรมการขนส่งทางบกได้มีมาตรการส่งเสริมให้ใช้พลังงานอื่นทดแทนการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง

 

ช่วยลดมลพิษทางอากาศ ลดฝุ่นละออง PM 2.5 เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชน เช่น การสนับสนุนให้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น โดยการแก้ไขกฎ ระเบียบ ให้รถยนต์ไฟฟ้าสามารถจดทะเบียนได้ และลดอัตราภาษีรถประจำปีสำหรับรถพลังงานสะอาด รายละเอียดใน https://bit.ly/3bn6Fy1

แต่อ่านแล้วก็งงนะครับ โดยเฉพาะที่เขียนว่า “รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน ๗ ที่นั่ง ขับเคลื่อนด้วยกำลังไฟฟ้า จะเก็บภาษีตามน้ำหนักของรถในอัตราเดียวกับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกินเจ็ดคน” อ้าว เป็นงั้นไป ลดเฉพาะรถอื่นประเภทอื่นถึงครึ่งแต่ไม่ได้ลดให้รถยนต์ไฟฟ้าหรือครับ

คิดผิดคิดใหม่ได้นะครับ

พุธทรัพย์ มณีศรี


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
พุธทรัพย์ from mobile วันที่ : 11/02/2020 เวลา : 13.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/puthsup

เหมือนขับรถออโต้ทั่วไปครับ เพียงแต่ตอนเหยียบเบรคต้องค่อยๆ หน่อยครับ เพราะถ้าไม่ระวังหัวอาจทิ่มบ่อได้ครับ

ความคิดเห็นที่ 3 พุธทรัพย์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
นายยั้งคิด วันที่ : 11/02/2020 เวลา : 13.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ขับรถไฟฟ้าเป็นอย่างไรบ้างครับ ต่างจากรถเครื่องยนต์มากไหมครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
พุธทรัพย์ from mobile วันที่ : 11/02/2020 เวลา : 12.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/puthsup

เปลี่ยนใหม่เถิดครับ มีของใหม่ๆ ทันสมัย ใช้แล้วสบายใจครับ

ความคิดเห็นที่ 1 พุธทรัพย์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่หมี วันที่ : 11/02/2020 เวลา : 12.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

กำลังคิดว่าต้งเปลี่ยนมือถือใหม่แล้ว ใช้เกินสามปีชักงอแง

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน