*/
  • พุธทรัพย์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : puthsup@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2017-03-18
  • จำนวนเรื่อง : 198
  • จำนวนผู้ชม : 169479
  • จำนวนผู้โหวต : 261
  • ส่ง msg :
  • โหวต 261 คน
วันอาทิตย์ ที่ 9 พฤษภาคม 2564
Posted by พุธทรัพย์ , ผู้อ่าน : 506 , 13:58:51 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน อดุลย์ , Chaoying โหวตเรื่องนี้

ส่งเสริมสนับสนุนให้ใช้สมุนไพรไทยอย่างจริงจังเถิดครับ

ตั้งแต่โควิด-19 ระบาด สมุนไพรไทยซึ่งผู้คนรู้จักกันมากแล้วก็ได้รู้จักกันมากยิ่งขึ้น การออกข่าวเกี่ยวกับการใช้สมุนไพรในการป้องกันรักษาโรคโควิดก็มีมากขึ้นเช่นกัน

แม้ผลการวิจัยในบางสมุนไพรไทยยังได้มีข้อสรุปในการรักษาอย่างชัดเจน และผลในการป้องกันมีอยู่ไม่ใช่น้อย แต่ที่ชัดเจนที่สุดคือสมุนไทยไทยทำให้จิตใจของคนไทยดีขึ้น

สมุนไพรไทยนั้น หากรู้จักใช้ก็ไม่มีผลข้างเคียง แต่ประการใด นอกจากนั้น ยังช่วยประหยัดเงินตราของชาติเป็นจำนวนมาก

สมุนไพรไทยที่ดังที่สุดในขณะนี้เห็นจะไม่เกินฟ้าทะลายโจรซึ่งมีคำแนะนำให้กินวันละเม็ด กิน ๕ วัน หยุด ๒ วัน ขายดีจนต้องจำกัดจำนวนขวดเมื่อต้องการซื้อ


ติดอันดับรองลงมาคือกระชายขาว ซึ่งมีคำแนะนำให้กินเช่นกัน อย่างไรก็ตาม มีคำแนะนำจากกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ตั้งแต่มิถุนายน ๒๕๖๑ ว่าการดื่มน้ำกระชายทุกวันอาจมีผลเสียได้


ครับ ไม่ว่ายาไทย ยาจีนหรือยาฝรั่ง หากกินเป็นประจำก็ย่อมมีผลต่อร่างกายแน่นอนครับ

อ้อ ยังมีข่าวเผยแพร่เรื่องการใช้ใบมะขามกับเหล้าขาวช่วยรักษาโควิด ซึ่งก่อนที่ทราบว่าเป็นข่าวปลอมก็เมาเพราะเหล้าขาวกันไปแล้ว อิอิอิ

ใบกระท่อมก็มีข่าวด้วยนะครับ จริงเท็จไม่ทราบที่มีข่าวว่าอยู่บ้านเดียวกัน ๓ คน คน ๒ คน ติดโควิด แต่คนกินใบกระท่อมไม่ติด ไม่ทราบว่าป่านนี้ตำรวจจับแล้วหรือยังหรือยังครับ

ดังนั้น การกินสมุนไพรหรือยาอื่นใดก็ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน โดยเฉพาะสมุนไพรไทยนั้นก็ต้องปรึกษาแพทย์แผนไทยหรือกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

เรื่องสมุนไพรนี้ผู้เขียนได้เขียนสนับสนุนการใช้มาหลายครั้งแล้วครับ และก็ดีใจที่ทางราชการได้ให้การสนับสนุนการใช้สมุนไพรไทย โดยการจัดตั้งส่วนราชการระดับกรมขึ้นดูแลโดยเฉพาะ นั่นคือกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

ที่มีแพทย์ทางเลือกก็เพราะยังมีอีกหลายศาสตร์ เช่น ศาสตร์จีนและศาสตร์ฝรั่ง เป็นต้น ส่วนกรมนี้สนับสนุนสมุนไพรไทยเต็มที่แล้วหรือยัง ก็ลองอ่านเรื่องข้างล่างนี้ดูครับ

เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้วผู้เขียนเป็นโรคที่คนกรุงเทพมหานครไม่ค่อยได้เป็นและไม่ค่อยรู้จักกัน นั่นคือโรคชิคุนกุนยา

โรคชิคุนกุนยาเกิดจากการติดเชื้อไวรัส โดยติดต่อได้จากยุงลายสวน (Aedes albopictus) และยุงลายบ้าน (Aedes aegypti) ผู้เขียนคงถูกยุงกัดเพราะไปที่สวนที่บางใหญ่นนทบุรี บ่อยครั้ง

ไปรักษาที่โรงพยาบาลใน กทม. ถึง ๒ แห่ง ได้ยาฝรั่งมากิน อาการทุกอย่างดีขึ้น เว้นแต่อาการข้ออักเสบโดยเฉพาะที่นิ้วมือด้านซ้ายอาการไม่ดีขึ้น

ไปภูเก็ตเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน เพื่อนทราบเข้าจึงแนะนำให้ไปหาแพทย์แผนไทยที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ. สต.) เกาะแก้ว อำเภอเมือง

 

เมื่อได้เล่าอาการให้แพทย์แผนไทยฟังแล้ว ก็ได้รับยาสมุนไพรมาชุดหนึ่ง จำได้แต่ยาเคบซูล เจล ยาต้มหรือเปล่าจำไมได้ โดยไม่คิดค่ายา ผู้เขียนจึงได้บริจาคเงินจำนวนหนึ่งให้ รพ. สต. เกาะแก้ว

 

อาการปวดตามข้อก็ดีขึ้น แต่ยังไม่หาย และไม่อาจติดต่อกับแพทย์แผนไทยผู้รักษาทางไลน์ที่ได้รับมาได้

แม้ว่ายาแคบซูลบางอย่างขอได้ที่กรมการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก เมื่อไปขอรับน้ำมันกัญชา แต่ยาต้มสมุนไพรและเจลสมุนไพรชิคุณกุนยาไม่มีครับ

ผู้เขียนจึงได้ขอให้เพื่อนไปติดต่อขอยาที่ รพ. สต. ดังกล่าวให้เพราะมีทะเบียนผู้ป่วยของผู้เขียนอยู่แล้ว จึงได้รับยารางจืดแคบซูล และยาเม็ดเถาวัลย์เปรียง เจลสมุนไพรชิคุณกุลยาและยาต้มสมุนไพร


 

สำหรับใบเสร็จรับเงินค่ายานั้นระบุแต่เพียงยารางจืดแคบซูล และยาเม็ดเถาวัลย์เปรียง เท่านั้น ส่วนยาต้มและเจลนั้นเบิกไม่ได้ครับ

 

ทั้งนี้ ได้รับคำชี้แจงว่ายาแคปซูลสมุนไพรและยาเม็ดเถาวัลย์เปรียง  เป็นยาที่ขึ้นทะเบียนตำรับยาแผนโบราณและเป็นรายการยาที่ระบุไว้ในบัญชียาหลักแห่งชาติแล้ว จึงสามารถเบิกได้ส่วนอย่างอื่นไม่อาจเบิกได้

และเหตุที่ไม่ได้ระบุค่ายาปรุงเฉพาะรายและเจลชิคุนกุนยาไว้ในใบเสร็จรับเงิน ก็เพราะต้องการนำเงินไปไว้ในเงินกองกลางของรพ.สต. เพื่อจะได้นำเงินส่วนนี้ไปใช้ซื้อเครื่องยาสมุนไพร ที่นำมาปรุงยาต่อ 

อย่างไรก็ตาม ในปีงบประมาณ ๒๕๖๔ จะเข้าแผนจัดซื้อเครื่องยาสมุนไพรและทุกรายการที่แพทย์แผนไทยจำเป็นต้องใช้เพื่อจัดซื้อในเงินบำรุงและออกใบเสร็จเวลาเรียกเก็บเงิน

ที่จริงค่ายาต้มและเจลมีราคาไม่แพงมากหรอกครับ ผู้เขียนไม่ได้เดือดร้อนหรอกครับ แต่เห็นว่านี่คือสิ่งที่ทางราชการควรให้การส่งเสริมสมุนไพรไทยมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ เพื่อคนไทยส่วนใหญ่ของประเทศจะได้ใช้ประโยชน์มากขึ้นและเปนการสนับสนุนให้คนไทยใช้สมุนไพร

ยาต้มและเจลนี้เป็นสูตรที่ รพ.สต. ผลิตเอง แม้ไม่ได้เป็นยาที่ขึ้นทะเบียนตำรับยาแผนโบราณและเป็นรายการยาที่ระบุไว้ในบัญชียาหลักแห่งชาติ แต่ก็ยังมียาฝรั่งอีกหลายตัวไม่ใช่หรือที่ไม่ได้อยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ แต่หากแพทย์เห็นว่ามีความจำเป็นต้องใช้ก็อนุญาตให้เบิกเป็นค่ารักษาพยาบาลได้

รพ. สต. เป็นส่วนราชการ การผลิตยาต้มและเจลตามตำรับของ รพ. สต. นั้น ผลิตโดยแพทย์แผนไทยซึ่งมีใบประกอบวิชาชีพ และมีสิทธิในการปรุงยาได้

ประกอบกับแต่ละท้องถิ่นมีโรคที่แตกต่างกันออกไป เช่น กรณีชิคุณกุนยาดังที่กล่าวตั้งแต่ต้นว่าคน กทม. หรือจังหวัดอื่นไม่ค่อยรู้จักกันมากนัก แต่คนภาคใต้ตอนล่างรู้จักโรคนี้ดี

ภูมิปัญญาชาวบ้านจึงมีวิธีรับมือโรคประจำถิ่นได้เป็นอย่างดี แพทย์แผนไทยส่วนหนึ่งจึงได้รับการถ่ายทอดความรู้ด้านแพทย์แผนไทยไปด้วย จึงได้ปรุงยารักษาโรคประจำถิ่นโดยเฉพาะได้

แม้ว่าคนไข้จะมีสิทธิตามหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ประกันสังคม ข้าราชการ แต่หากเป็นยาปรุงเฉพาะรายหรือยาที่ รพ.สต. ผลิตเพื่อจ่ายทุกสิทธิดังกล่าวแล้วต้องร่วมจ่ายเงินด้วย

ในกรณีที่คนไข้ไม่สะดวกที่จะจ่ายไม่ว่ากรณีใดก็ตาม แพทย์แผนไทยก็จะพิจารณาสั่งจ่ายยาที่สามารถเบิกได้ตามสิทธิ เช่น คนไข้ปวดข้อจากชิคุนกันยา ก็จ่ายยาที่สามารถใช้ใกล้เคียงกันได้ แน่นอนครับ ประสิทธิภาพของยาที่จ่ายย่อมไม่ทัดเทียมกับยาที่รักษาโรคนั้นๆ โดยเฉพาะ แล้วเหตุใดทางราชการจึงไม่สนับสนุนให้ยาประจำถิ่นเหล่านี้สามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลได้ละครับ

เพราะนอกจากจะทำให้คนไข้ได้หายโดยเร็วแล้ว ยังช่วยให้ รพ. สต. ของแต่ละท้องถิ่นพัฒนายาสมุนไพรให้เหมาะสมกับโรคในแต่ละท้องถิ่นได้

แม้สมุนไพรไทยโดยเฉพาะยาต้มซึ่งคนกรุงกินกันไม่เป็นและไม่รู้จักกันแล้ว เพราะประสิทธิภาพที่ได้รับอาจช้าไปนิด แต่ก็สามารถรักษาให้โรคหายขาดได้ ทั้งยังไม่มีผลข้างเคียงอีกด้วย ผู้เขียนซึ่งเป็นเด็กบ้านนอกก็โตด้วยยาหม้อนี่แหละครับ

หากราชการไม่ส่งเสริม ไม่นานยาต้มซึ่งรักษาคนไทยมาหลายชั่วอายุคนก็จะสูญหายไป ซึ่งน่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง

ดูตัวอย่างโรงพยาบาลอภัยภูเบศรบ้างซิครับ เพราะวิสัยทัศน์ของผู้บริหาร จึงได้พัฒนาสมุนไพรหลายอย่างหลายชนิดเป็นที่รู้จัก บางอย่างมีชื่อเสียงลือลั่นสู้ของนอกได้สบายมาก

โปรดอย่าสนับสนุนสมุนไพรไทยเฉพาะปากเลยนะครับโปรดใส่ใจสนับสนุนให้เต็มที่เถิดครับ

สมองของคนไทยไม่แพ้สมองของคนประเทศไหนในโลกนี้หรอกครับ

พุธทรัพย์ มณีศรี


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
พุธทรัพย์ from mobile วันที่ : 09/05/2021 เวลา : 15.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/puthsup

ขอบคุณมากครับคุณเจ้าหญิง หากคนไทยยังรัก ใช้และส่งเสริมสมุนไพรเช่นคุณเจ้าหญิง สมุนไพรไทยไม่มีวันหายไปจากประเทศไทยครับ

ความคิดเห็นที่ 1 พุธทรัพย์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Chaoying วันที่ : 09/05/2021 เวลา : 15.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

ประเทศไทยตั้งอยู่ในบริเวณเขตศูนย์สูตร เขตร้อนชื้น ป่าฝน มีสมุนไพรดีๆ มากมาย ในป่า เมื่อป่าถูกทำลายลงอย่างมาก สมุนไพรก็หายไปด้วยอย่างน่าเสียดาย
แน่นอนค่ะ สมุนไพรและหมอยาแผนโบราณของไทย ล้มหายตายจากไปด้วย เนื่องจากไม่มีลูกหลานผู้สืบทอด..ความรู้ทางยาสมุนไพรดีหลายอย่างก็หายไปด้วย
...ยังโชคดีที่ยังมีรพ. อภัยภูเบศร์ และยาแผนโบราณบางเจ้า ที่คงรักษาเอาไว้ เวลาที่มีงานสมุนไพรแห่งชาติ เราก็จะได้เห็น ใช่ไหมคะ พี่พุธก็เคยไปเดินงานนี้
..ยาแผนไทย ควรรักษาไว้ พร้อมๆ กับแหล่งกำเนิดวัตถุดิบของสมุนไพรด้วยค่ะ ปัจจุบัน แพทย์แผนไทยได้ผลิตยาหลายตัวจากสมุนไพร

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน