*/
  • พุธทรัพย์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : puthsup@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2016-12-26
  • จำนวนเรื่อง : 49
  • จำนวนผู้ชม : 26831
  • จำนวนผู้โหวต : 117
  • ส่ง msg :
  • โหวต 117 คน
วันพฤหัสบดี ที่ 6 ธันวาคม 2561
Posted by พุธทรัพย์ , ผู้อ่าน : 317 , 16:06:29 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน Chaoying , แม่หมี โหวตเรื่องนี้

คิดถึงพ่อ... 

เมื่อวานนี้เป็นวันพ่อและเป็นวันชาติ เหนืออื่นใดคือการระลึกถึงพ่อหลวงหรือพ่อของแผ่นดิน พระเมตตาและพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ไม่เคยลืมเลือนหายไปจากหัวใจ

 

ไม่ได้นึกถึงพระองค์ท่านเฉพาะวันพ่อหรอกครับ ผู้เขียนยังน้ำตาซึมและคำพูดจะติดอยู่ที่คอทุกครั้งที่กล่าวถึงพระองค์ท่านแม้ในปัจจุบัน

ในขณะที่พระองค์ยังทรงมีพระชนม์ชีพอยู่ ผู้เขียนได้เขียนบทความเกี่ยวกับพระมหากรณีกิจของพระองค์ท่านที่มีต่อปวงชนชาวไทยเป็นประจำทุกปี

โดยเฉพาะอย่างยิ่งปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระองค์ท่านนั้น นอกจากผู้เขียนได้พยายามช่วยเผยแพร่อยู่ในข้อเขียนเป็นประจำแล้ว ยังได้น้อมนำมาใส่เกล้าและถือปฏิบัติมาโดยตลอด

นอกจากพระองค์ท่านแล้ว พ่ออีกคนหนึ่งที่ไม่เคยลืมเลือนเช่นกันก็คือพ่อบังเกิดเกล้าของผู้เขียนเอง นายลด มณีศรี ซึ่งได้จากไปตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๗ หรือเป็นเวลา ๒๔ ปีกว่าแล้ว

 

แต่ก็แปลกครับ เมื่อคืนหลังจากไหว้พระสวดมนต์เป็นกิจวัตรประจำก่อนนอนทุกคืนก่อนนอนไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตามแล้ว ล้มตัวลงนอนก็นึกถึงพ่อของผู้เขียนขึ้นมาเป็นพิเศษ

นอนไปคิดไป ไม่ใช่เพราะความมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลของพ่อหรอกหรือที่ทำให้ผู้เขียนได้ดิบได้ดีและอยู่เย็นเป็นสุขมาจนกระทั่งทุกวันนี้

ความดีของพ่อที่มีต่อผู้เขียนนั้นมีมากมายเหลือคณานับ แต่ผู้เขียนไม่เคยเขียนถึงพ่อ เมื่อคืนคิดว่าวันนี้ต้องเขียนถึงพ่อ เพราะมีหลายเรื่องหลายราวที่อยากเขียนถึง อาจเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่ลูกหลานต่อไป

พ่อของผู้เขียนไม่เคยไปโรงเรียน จึงไม่จบการศึกษาในชั้นใดๆ ทั้งสิ้น แต่พ่อก็อ่านออกเขียนได้เพราะความรักเรียนของพ่อ

ผู้เขียนเป็นคนบ้านนอก อยู่ในชนบทที่ห่างไกลออกไปจากตัวเมืองประมาณ ๘ กิโลเมตร ครอบครัวมีอาชีพทำไร่ทำนา ดังนั้น ทุกคนจึงต้องช่วยพ่อแม่ทำงานบ้านหลายๆ อย่างเท่าที่ทำได้

สมัยเด็กๆ ผู้เขียนเป็นคนรักเรียน ด้วยความมีวิสัยทัศน์ของพ่อ พ่อได้บอกกับทุกคนไม่ให้ใช้งานผู้เขียน หากผู้เขียนกำลังอ่านหนังสือ

ผู้เขียนในตอนเด็กๆ นั้น เป็นคนขี้เกียจพอสมควร จึงได้ถือโอกาสนี้อ่านหนังสือโดยตลอด ไม่มีผู้ใดกล้าใช้ให้ผู้เขียนทำงานบ้าน แม้กระทั่งแม่ก็ไม่กล้าใช้

พ่อเป็นคนพูดน้อย แต่เมื่อพ่อพูดทุกคนต้องฟัง ขนาดแม่จะตีผู้เขียน ผู้เขียนก็วิ่งหนีได้ กลับมาแม่ก็ไม่ตีแล้ว ส่วนพ่อนั้นไม่อาจวิ่งหนีได้ เพราะพ่อสั่งให้หยุดก็ต้องหยุด อ้อ ไม่ต้องสงสัยว่าผู้เขียนชอบพูดมากมาจากไหน ก็ได้มาจากแม่ซิครับ ฮิฮิฮิ


ในสมัยก่อนการคมนาคมไม่ค่อยสะดวกนัก หากไปตัวเมืองต้องเดินข้ามเขาไปหนึ่งลูกจึงถึงตัวเมือง ระยะทางบางจุดมีโคลนถึงหัวเข่า

รองเท้าต้องแขวนบ่าไปครับ เพราะนอกจากโคลนแล้ว บนถนนใกล้เมืองเป็นหลุมเป็นบ่อ หากฝนตกก็เจิ่งนองไปด้วยน้ำ ต้องมาสวมรองเท้าที่โรงเรียนศรียาภัย โดยใช้น้ำที่คูน้ำของโรงเรียนเป็นที่ล้างเท้าแล้วใส่ถุงน่องรองเท้าโดยไม่ต้องเช็ดเท้า ปล่อยให้เท้าแห้งไปเอง

ด้วยความมีวิสัยทัศน์ในการศึกษาของพ่อดังได้กล่าวข้างต้น พ่อได้ให้ลูกชายทั้งสามคนเข้ารับการศึกษาในชั้นมัธยมศึกษาในเมือง แต่ผู้หญิงทั้งหมดจบการศึกษาเพียงชั้นประถมศึกษาเพราะไม่อาจปล่อยให้ไปศึกษาต่อในเมืองได้

ผู้เขียนโชคดีที่ได้ไปอาศัยอยู่กับเพื่อนซึ่งอยู่ในเมืองบ้าง บ้านอาซึ่งอยู่ไม่ไกลจากโรงเรียนมากนักบ้างและบ้านน้าชายซึ่งเป็นทหาร แต่มีรถรับส่งลูกหลานไปโรงเรียนในเมือง มีเพียงปีเดียวเท่านั้นที่ต้องเดินจากบ้านไปโรงเรียน

พ่อต้องตื่นแต่ใกล้รุ่งเพื่อหุงข้าวให้ผู้เขียนนำไปกินที่โรงเรียนในตอนกลางวัน เพราะผู้เขียนไม่มีเงินเพียงพอซื้ออาหารกลางวันที่โรงเรียนได้

ตอนผู้เขียนเข้ามาศึกษาต่อที่กรุงเทพฯ พ่อก็ห่วงใย รู้ว่ากลับบ้านตอนปิดเทอม หากตรงกับฤดูที่มีผลไม้ พ่อห้ามไม่ให้ใครเก็บลางสาด (ลองกอง) กิ่งหนึ่งโดยเด็ดขาด เพราะเก็บไว้ให้ผู้เขียนโดยเฉพาะ

พ่อเป็นห่วงใยผู้เขียนตลอดเวลา เป็นคนหาฤกษ์แต่งงานให้ผู้เขียน หาฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่ แม้กระทั่งได้มานอนเอาฤกษ์กับผู้เขียนในบ้านใหม่ซึ่งเป็นบ้านที่ผู้เขียนอาศัยอยู่ในปัจจุบัน เพียง ๒ คน

เพราะผู้เขียนรับราชการจึงหาโอกาสไปเยี่ยมเยียนพ่อที่ชุมพรไม่บ่อยครั้งนัก ตอนที่พ่อยังแข็งแรงอยู่ก็เดินทางมาเยี่ยมเยียนผู้เขียนที่ กทม. โดยทางรถไฟ

ตั้งแต่ผู้เขียนทำงานได้เงินเดือน ผู้เขียนส่งเงินไปให้พ่อแม่ใช้ทุกเดือน โดยส่งเงินไปให้น้องสาวเพื่อซื้อข้าวของที่พ่อต้องการ กลับไปเยี่ยมพ่อและแม่คราวใดก็ให้เงินสดพ่อกับแม่ใช้

ระยะหลังก่อนที่พ่อเสียชีวิต ตาของพ่อเป็นต้อหินและไม่ยอมผ่าตัด เพราะชอบเก็บเงินไม่เป็นที่จึงมีปัญหากับพี่สาว โดยพ่อกล่าวหาว่าพี่สาวซึ่งอยู่คนละบ้านขโมยเงินพ่อไป เพื่อขจัดปัญหาผู้เขียนจึงไม่ให้เงินสดกับพ่ออีก แต่ฝากไว้กับน้องสาวเพื่อให้พ่อใช้เช่นเดิม จนพ่อบ่นกับลูกๆ ว่าเดี๋ยวนี้ผู้เขียนไม่ให้เงินพ่ออีกแล้ว

ในระหว่างปี พ.ศ. ๒๕๓๕-๒๕๓๖ ผู้เขียนพาภรรยาและลูกไปทำบุญและฟังธรรมในวันอาทิตย์ ซึ่งส่วนใหญ่แสดงโดยท่านปัญญานันทภิกขุอยู่บ่อยครั้ง ทั้งนี้ เพราะผู้เขียนเลื่อมใสศรัทธาในธรรมะของท่านเพราะเป็นธรรมะที่เข้าใจง่าย

เดือนธันวาคม ๒๕๓๖ ท่านปัญญานันทภิกขุได้เทศนาเรื่องวันพ่อ ยังจำได้มาจนถึงปัจจุบันนี้ ท่านเทศนาว่าหากพ่อแม่ต้องการสิ่งใดที่ลูกหาให้พ่อแม่ได้ ก็ให้แก่ท่านตอนที่ท่านยังมีชีวิตอยู่เถิด การไปเคาะฝาโลงให้หรือทำบุญไปให้ท่านตอนที่ท่านเสียชีวิตไปแล้ว ไม่เกิดประโยชน์ใดๆ ทั้งสิ้น

เทศนาของท่านปัญญานันทภิกขุทำให้ผู้เขียนตาสว่าง รู้สึกผิดเป็นอย่างมากที่ไม่ได้ให้เงินสดกับพ่อโดยตรง วันนั้นได้บอกกับภรรยาและลูกว่าปีใหม่ ๒๕๓๗ ไม่ให้นัดกับใคร เพราะตั้งใจไปกราบพ่อพร้อมๆ กับไปสวัสดีปีใหม่พ่อกับแม่ที่ชุมพร

ก่อนกลับ กทม. ได้ให้เงินพ่อ ๒ พันบาท พ่อถามว่าใบละเท่าไร ต้องแบ่งให้แม่ไหม ก็ตอบคำถามพ่อพร้อมกับบอกพ่อว่าไม่ต้องแบ่งเพราะให้แม่ไว้แล้ว พ่อเก็บเงินใส่เสื้อกันหนาวที่ผู้เขียนซื้อมาฝากจากออสเตรเลียทดแทนเสื้อกันหนาวตัวเก่าที่ได้ซื้อมาฝากจากสหรัฐอเมริกา

ยังรู้สึกดีใจที่ธรรมะของท่านปัญญานันทภิกขุได้เตือนสติผู้เขียนได้ปฏิบัติให้พ่อได้เห็นความรักของผู้เขียนที่มีต่อพ่อก่อนที่พ่อเสียชีวิต เพราะหลังจากนั้นเพียงเดือนกว่าๆ พ่อก็จากไป ในกระเป๋าเสื้อของพ่อซึ่งใส่ไม่ยอมห่าง ยังมีเงินสดอยู่ในกระเป๋าเสื้อ ๑,๗๐๐ กว่าบาท พ่อใช้ไปไม่เท่าไรเลย

เหตุการณ์ที่ทำกับพ่อในครั้งนั้นยังจำอยู่ในใจของผู้เขียนมาจนถึงปัจจุบันนี้ มีโอกาสเมื่อใดเป็นต้องสอนลูกหลานหรือเด็กที่ใกล้ชิดว่าอย่าทำกับพ่อแม่เหมือนที่ผู้เขียนได้ทำกับพ่อมาแล้ว และหลังจากนั้นแม่อยากได้อะไร ผู้เขียนก็เสาะหาไปให้แม่

ขอฝากเหตุการณ์ที่ผู้เขียนได้ทำกับพ่อไว้ให้ท่านผู้อ่านที่ยังมีพ่อและแม่มีชีวิตอยู่ด้วย ชีวิตหนึ่งมีพ่อเพียงคนเดียวและแม่เพียงคนเดียวเท่านั้น ตอบแทนพระคุณท่านให้เต็มที่ตอนที่ท่านยังมีชีวิตอยู่นะครับ

พุธทรัพย์ มณีศรี

 

ป.ล. ไม่ค่อยมีภาพพ่อเท่าไรครับ หาได้เพียง ๒ ภาพ ภาพใส่เสื้อสากลได้มาจากน้องสาว ส่วนอีกภาพได้จากน้องชาย ซึ่งถ่ายกับแม่ตอนที่น้องชายบวช



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
พุธทรัพย์ from mobile วันที่ : 06/12/2018 เวลา : 21.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/puthsup

คุณเจ้าหญิงครับ
บ้านหลังนี้ถูกพายุเกย์ถล่ม หลังคาไปหมดเลยครับแต่สภาพบ้านเหมือนเดิมเพียงแต่เจ้าของบ้านคนปัจจุบันคือน้องสาวปรับปรุงเล็กน้อยครับ เทปูนด้านล่างแล้วทำเพิงหมาแหงนยื่นออกมา ครับก็ยังน่ารักเหมือนเดิมครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
พุธทรัพย์ from mobile วันที่ : 06/12/2018 เวลา : 21.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/puthsup

คุณแม่หมีครับ จากที่เขียนไปแสดงว่าคุณพ่อคุณแม่หมียังมีชีวิตอยู่ ถึงติดเตียงก็โชคดีที่มีคุณพ่อให้กอดนะครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
Chaoying วันที่ : 06/12/2018 เวลา : 20.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

ชอบบ้านพี่พุธทรัพย์จังเลย
เดี๋ยวค่อยกลับมาละเลียดอ่านอีกทีนะคะ เรื่องพ่อเนี่ย น่ารักผุดๆ

ความคิดเห็นที่ 3 พุธทรัพย์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่หมี from mobile วันที่ : 06/12/2018 เวลา : 20.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

คุณพ่อเป็นอัมพฤกษ์ นอนติดเตียงค่ะ แม่หมีกับพี่น้องเราช่วยกันจ่ายค่าดูแลคุณพ่อ เราจ้างพยาบาลมาช่วยดูแล แต่แม่หมีก็ไปหาคุณพ่อ ไปช่วยฟีดอาหารอาบน้ำ คุณแม่ก็จะอยู่ด้วยตลอดเวลา เราไม่กล้าทิ้งคุณพ่อไว้กับพยาบาลค่ะ ไม่ไว้ใจ พอดีแม่หมีทำงานที่บ้านค่ะ ที่บ้านมีรร.ประถมที่เราบริหารและสอน 555 พอพักเที่ยงมีแอบมานอนกอดพ่อด้วยค่ะ ครูใหญ่คนนี้ไม่ไหวเลย

ความคิดเห็นที่ 2 แม่หมี ถูกใจสิ่งนี้ (1)
พุธทรัพย์ from mobile วันที่ : 06/12/2018 เวลา : 16.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/puthsup

ขอบคุณครับคุณแม่หมี

ดีใจครับที่เรามีพ่อที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลเช่นกัน แต่คุณแม่หมีคงไม่ทำเหมือนที่พี่ทำกับพ่อ

ความคิดเห็นที่ 1 พุธทรัพย์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่หมี from mobile วันที่ : 06/12/2018 เวลา : 16.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

ขอบคุณพี่พุธทรัพย์ที่เล่าเรื่องราวของคุณพ่อให้ได้อ่าน

เหมือนกันกับคุณพ่อแม่หมีเลยค่ะ ถ้าลูกอ่านหนังสือหรือทำการบ้านก็จะไม่มีใครเรียกให้ทำงานบ้าน พ่อจะบอกเขากำลังทบทวนบทเรียนอย่าไปรบกวน 555 ลูกๆเลยขยันอ่านหนังสือ

อ่านแล้วก็คิดถึงคุณพ่อค่ะ ในสายตาคนอื่นจะดูว่าคุณพ่อดุ แต่สำหรับลูกสาวคนนี้พ่อใจดีที่สุดเลยค่ะ เราคุยกันได้ทุกเรื่อง

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน