*/
  • พุธทรัพย์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : puthsup@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2016-12-26
  • จำนวนเรื่อง : 125
  • จำนวนผู้ชม : 69200
  • จำนวนผู้โหวต : 207
  • ส่ง msg :
  • โหวต 207 คน
วันจันทร์ ที่ 14 กันยายน 2563
Posted by พุธทรัพย์ , ผู้อ่าน : 175 , 10:44:46 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน สิงห์นอกระบบ , แม่หมี และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

ตอนที่ ๓ จากการเรียนรู้ไปสู่การปฏิบัติ : หลากหลายรส หลายเหตุการณ์ที่ภูเก็ต

ตอนที่แล้วได้กล่าวถึงการบรรยายเรื่องหลักการทรงงาน วันต่อมานักเรียนนักศึกษาที่เข้ารับการอบรมตามโครงการเรียนรู้ตามรอยพระยุคลบาท จึงได้เดินทางไปศึกษาหลักการทรงงานของพระองค์ท่าน ณ ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงเทศบาลตำบลวิชิต ตำบลวิชิต อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต

 

รู้จักศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงเทศบาลตำบลวิชิต กันสักนิดก่อนนะครับ

ศูนย์การเรียนรู้ฯ นี้ เกิดขึ้นจากแนวคิดของผู้บริหาร นำโดยนายกรีฑา โชติวิทชญ์พิพัฒน์นายกเทศมนตรีตำบลวิชิต ได้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรมาใช้

โดยที่ในเทศบาลตำบลวิชิตประสบปัญหาเรื่องขยะ ดังนั้น ในปี พ.ศ. ๒๕๕๑ จึงได้ก่อสร้างศูนย์การเรียนรู้ด้านการจัดการขยะอย่างครบวงจรขึ้น นอกจากนี้ ยังได้มีแนวคิดในการพัฒนาขยายพื้นที่การเรียนรู้แก่ชุมชน โดยแบ่งพื้นที่ออกเป็นสัดส่วนทั้งพื้นที่เพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ และอาคารต่างๆ ขึ้น

ทั้งนี้ เทศบาลได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานต่างๆ เป็นที่ปรึกษา จนปัจจุบันศูนย์การเรียนรู้นี้ ได้เป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับประชาชนทั้งในและนอกพื้นที่ตำบลวิชิตด้วย

เนื่องจากนักเรียนนักศึกษามีจำนวนมาก ดังนั้น หลังจากเจ้าหน้าที่ได้แนะนำศูนย์การเรียนรู้และชี้แจงเบื้องต้นแล้ว จึงได้แบ่งออกเป็นกลุ่มๆ แล้วให้แต่ละกลุ่มไปดูสิ่งที่น่าสนใจสลับกันไป


ก่อนจะกล่าวถึงรายละเอียดในการดูงาน ก็อยากให้ข้อมูลปริมาณขยะของเทศบาลตำบลวิชิตก่อน ที่นั่นมีขยะประมาณ ๘๐-๙๐ ตัน ต่อวัน ศูนย์นี้จึงพยายามลดปริมาณขยะเหล่านี้ลง แล้วแปรรูปเพื่อนำมาใช้ประโยชน์ต่อ เช่น เป็นถ่าน เป็นยางไม้ เป็นไบโอแก๊ส และเป็นปุ๋ย เป็นต้น


ครับ ตามไปดูรายละเอียดในการดำเนินการของศูนย์การเรียนรู้กันครับ แต่ขอกล่าวเฉพาะบางเรื่องเท่านั้นนะครับ

สิ่งแรกคือการนำต้นไม้ กิ่งไม้ใหญ่และเศษไม้ตามโรงงานต่างๆ มาเผาถ่าน นักเรียนนักศึกษาได้เรียนรู้วิธีการเผาถ่าน รวมทั้งได้รับความรู้เกี่ยวกับการเก็บน้ำส้มควันไม้ด้วย ซึ่งเมื่อได้เรียนรู้วิธีการเผาถ่านและวิธีการได้มาซึ่งน้ำส้มควันไม้แล้ว อาจนำความรู้นี้ไปใช้ที่บ้านได้

 

ผู้เขียนมีความคุ้นเคยกับน้ำส้มควันไม้เพราะหลานสาวได้ทำมาก่อน เห็นว่ามีประโยชน์ในการฆ่าแมลงต่างๆ ของผักสวนครัว จึงได้ขอมาใช้ด้วย สำหรับวิธีการผลิตน้ำส้มควันไม้และใช้อย่างไร ชมได้จากกูเกิ้ลนะครับ

จุดต่อไปก็ได้ชมโรงงานแปรรูปอาหารเม็ดจากขยะอินทรีย์ครับ

 

 

เดินต่อไปก็ตกใจว่าที่ศูนย์เลี้ยงปลาดุก หมูป่าและไก่ด้วยหรือ เดินเข้าไปอีกนิดก็ถึงบางอ้อ เพราะได้เห็นการแสดงการผลิตปุ๋ยหมัก ซึ่งเป็นการกำจัดขยะอีกวิธีหนึ่ง

 

 

โดยการนำมูลสัตว์เหล่านี้มารวมกับเศษกิ่งไม้ ใบไม้ เศษผัก ผลไม้และเศษอาหาร เป็นปุ๋ยหมักและปุ๋ยหม้กชีวภาพ ไว้ใช้และขายให้แก่ประชาชนในราคาถูกต่อไปสำหรับมูลไก่นี้เป็นอาหารอันโอชะของปลาดุกเชียวครับ ผู้ที่ชอบกินปลาดุกไม่ต้องตกใจหรอกครับ ฟาร์มไหนฟาร์มนั้นละครับที่ใช้วิธีนี้

 

 

เห็นการทำปุ๋ยชีวภาพแล้วนึกถึงการทำปุ๋ยชีวภาพที่ผู้เขียนได้ทำไว้ใช้เองที่บ้าน นักเรียนนักศึกษาก็คงได้ใช้ประโยชน์จากการเรียนรู้การทำปุํยหมักและปุ๋ยชีวภาพไปใช้ที่บ้านหรือในอนาคตต่อไป

จุดต่อไปที่ชมคือโรงงานต้นแบบผลิตไบโอดีเซล โดยการนำน้ำมันพืชใช้แล้วซึ่งรวบรวมมาจากตลาดชุมชนต่างๆ แล้วนำมาผ่านขบวนการผลิตเป็นน้ำมันไบโอดีเซล เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ต่อไป

 

เห็นนักเรียนนักศึกษาได้จดบันทึกความรู้ที่ได้รับแล้วชื่นใจครับ เพราะบันทึกเหล่านี้เก็บความรู้ไว้ได้นาน


ชมภาพผลิตภัณฑ์ที่แปรรูปจากขยะกันสักนิดครับ

 

หลังจากคณะได้ดูงานเสร็จแล้วก็ฟังการสรุป แล้วทุกคนก็กินข้าวกล่องที่ศูนย์การเรียนรู้ดังกล่าว ข้าวกล่องนี้ได้เตรียมมาจากวิทยาลัยอาชีวศึกษาภูเก็ต ก็ฝีมือนักเรียนและนักศึกษาที่นั่นแหละครับ

สำหรับกิจกรรมในตอนบ่ายวันนั้น เมื่อกลับถึงวิทยาลัยอาชีวศึกษาภูเก็ตแล้ว นักเรียนนักศึกษาเป็นกลุ่มๆ ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมจิตอาสา ได้ทำความสะอาดบริเวณวิทยาลัย ทั้งกวาด ถูและเก็บขยะ เป็นต้น

 

ผู้เขียนไม่ได้พบกับคุณกาญจนี รัตนเลิศนาวี ชาวภูเก็ต เพื่อนเก่านักท่องเที่ยว ซึ่งได้ไปเที่ยวโปแลนด์และภูฏานด้วยกันนานแล้ว มีโอกาสไปภูเก็ตจึงได้พยายามติดต่อเพื่อพบกัน

ประกอบกับคุณยันยงค์คำบันลือ เพื่อนรุ่นน้องที่เคยทำงานที่สำนักงาน ก.พ. ได้ไลน์แจ้งให้ทราบว่าแพทย์แผนไทยที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเกาะแก้ว มียารักษาอาการปวดข้อของโรคชิคุณคุณย่า

คราวนี้ก็ได้การแล้วซิครับ บ่ายวันนั้นเมื่อเห็นนักเรียนนักศึกษาทำกิจกรรมจิตอาสาแล้ว ก็นัดหมายคุณกาญจนี ให้ช่วยนำไปโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเกาะแก้ว ครับ ไม่ไหว้วานเพื่อนแล้วจะไหว้วานใครละครับ

 

ทราบดีครับว่าวันที่ไปนั้นเป็นวันหยุดราชการแต่ก็ยังไป เผื่อฟลุ๊กครับ ไปถึงที่นั่น มีพยาบาลประจำอยู่คนเดียว จึงได้ขอโทรศัพท์และติดต่อคุณหมอนุชวิภา (หมอวา) จงรักษ์ แพทย์แผนไทย หมอวาขอให้คอยจะให้น้องช่วยหยิบยาให้ แต่น้องไม่อยู่ หมอวาจึงได้ไปที่โรงพยาบาลรักษาผู้เขียนด้วยตนเอง

หมอวาตรวจโดยให้ผู้เขียนกำมือหมอ สอบถามโรคประจำตัว แล้วก็จ่ายยาให้ ทั้งยากินและยาทา เป็นหมอที่มีน้ำใจมากจริงๆ ครับ อุตส่าห์ขับรถมาดูแลให้ในวันหยุด ซึ้งใจมากครับ ขอขอบคุณหมอวาไว้ที่นี้อีกครั้งหนึ่งด้วย หากคนไทยมีน้ำใจเหมือนหมอวา ประเทศไทยอยู่กันอย่างมีความสุขครับ

 

อ้อ เมื่อขอให้คิดค่ายา หมอวาไม่คิดเงินครับ แต่ผู้เขียนก็ได้บริจาคเงินเพื่อบำรุงโรงพยาบาลแทน

คุณกาญจนี ได้ขับรถให้ชมวิวต่อ โดยผ่านไปทางอำเภอกระทู้ ตอนแรกตั้งใจไปถนนถลาง เพื่อซื้อ “บะบ๋า ยะหย๋า” เฉพาะที่เป็นผ้าถุงให้คุณสายพิณ แต่เมื่อโทรศัพท์ถามถึงสีที่ต้องการ คำตอบคือมีผ้าถุงมากแล้ว ไม่ขอรับ  

เมื่อผ่านร้าน “จี้ตา ในทู” ทอดมันโบราณก็แวะซื้อให้ชิม ทอดมันปลาเจ้านี้ใช้ปลากิมซั่ว ไม่ขายทั้งวันครับ ขายตั้งแต่บ่าย ๓ โมง ถึง ๑ ทุ่ม เหตุที่ไม่ขายตอนเช้า นอกจากทำไม่ทันแล้ว แดดยังส่องหน้าด้วยครับ ชิมดูแล้วรสชาติเข้มข้น เผ็ดนิดๆ อร่อยครับ

 

ตอนที่คุณกาญจนี ชวนให้กินทอดมันก็ขอไม่กิน แต่ก็แวะซื้อให้ชิมจนได้ คราวนี้แวะกินกาแฟร้านลูกศิษย์ของคุณกาญจนี คือร้าน KetHo Coffee & Kitchenขอซื้อเค้กให้กิน แต่ขอกินกาแฟกับทอดมันแทน ครับ ไม่ว่ากันนะครับว่าทำไมกินทอดมันกับกาแฟ อิอิอิ

 

เย็นวันนั้นไปกินอาหารเย็นที่ร้าน WeCafe Salad & Coffee ทราบว่าร้านนี้ปลูกผักเองเป็นส่วนใหญ่อาหารหลักคือสลัด น้ำสลัดก็ทำเองครับ ที่เห็นถือเบียร์อยู่ก็เพราะเบียร์มาจากข้าวเช่นกันครับ อิอิอิ

 

เข้าวันรุ่งขึ้นมีการบรรยายต่อ แต่ขอนำภาพที่นักเรียนนักศึกษาสรุปผลงานจากการบรรยาย เรื่อง “การน้อมนำหลักการทรงงานในพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร” ที่ทำเสร็จแล้วและติดบอร์ดไว้ เพื่อให้นักเรียนนักศึกษาที่เข้าหรือไม่ได้เข้ารับการอบรมได้ศึกษาและน้อมนำไปปฏิบัติต่อไป

 

พบกันใหม่ในตอนหน้าซึ่งเป็นตอนจบของชุด “หลากหลายรส หลายเหตุการณ์ที่ภูเก็ต” นะครับ

พุธทรัพย์ มณีศรี

 

อ่านชุด “หลากหลายรส หลายเหตุการณ์ที่ภูเก็ต” ตอนที่แล้วได้ที่

ตอนที่ ๑ แค่แตะภูเก็ต

http://oknation.nationtv.tv/blog/puthsup/2020/09/12/entry-1

 

ตอนที่ ๒ พ่อของแผ่นดินและหลักการทรงงาน 

http://oknation.nationtv.tv/blog/puthsup/2020/09/13/entry-1


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 แม่หมี ถูกใจสิ่งนี้ (1)
พุธทรัพย์ from mobile วันที่ : 14/09/2020 เวลา : 17.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/puthsup

การส่งเสริมแบบนี้กับกลุ่มอื่นและจังหวัดอื่น มูลนิธิประเทศไทยใสสะอาดทำอยู่แล้วครับ

การจัดอบรมถึงขั้นลงปฏิบัติจริงอาจทำได้เพียงบางโครงการครับ เพราะจำกัดทั้งเวลาและงบประมาณครับ

ความคิดเห็นที่ 1 แม่หมี ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Chaoying วันที่ : 14/09/2020 เวลา : 15.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

เยี่ยมมากค่ะ การที่นักศึกษาได้รับฟังในห้องอบรมเกี่ยวกับการทรงงานของในหลวงรัชกาลที่ 9 ก่อน ..การทำปุ๋ยหมัก การกำจัดขยะ การทำน้ำมันไบโอดีเซล แล้วลงดูงานในพื้นที่จริง หากได้มีเวลาปฏิบัติ แบ่งกลุ่มลงฐาน ลงมือทำจริงด้วยก็จะดีมากเลยค่ะ ต้องมีเวลาอีกครึ่งวันค่ะ
ต้องช่วยกันส่งเสริมความรู้ในลักษณะนี้อีกเยอะๆ กับนักศึกษากลุ่มอื่นๆ และในจังหวัดอื่นๆ ด้วยค่ะ ให้ทราบถึงการทรงงานและโครงการในพระราชดำริของในหลวง ร. 9 ค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน